กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 689: มุ่งหน้าสู่นครหมิง
คำพูดของเจ้านครโย่วหยวน ที่บอกกล่าวแก่ โย่ว
เสี่ย ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การคาดเดาของ อู่ อวี้
เขาไม่สนใจว่าคนของ ตระกูลเป่ยหมิง จะปฏิเสธ
เขาหรือไม่
ท้ายสุดแล้วการที่เขามาที่นี่ เพราะคิดว่าพลังฝีมือ
ของเขาจะก้าวหน้าขึ้น
ความกล้าหาญถือเป็นส่วนสำคัญของผู้ฝึกตน มีแต่
ผู้ที่กล้าเสี่ยงเท่านั้นถึงจะสามารถก้าวไปข้างหน้า
ได้ แล้วถ้าหากเขาเป็นคนที่ขี้ขลาดหวาดกลัว
เช่นนั้น ป่านนี้เขาคงจะอยู่ในทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้งไปแล้ว ไฉนต้องมาที่นี่ด้วย
สำหรับเขาแล้วไม่ว่าจะเป็น จักรวรรดิเป่ยหมิง
หรือ ดินแดนโบราณเหยียนหวง เป็นเพียงแค่
จุดเริ่มต้นของชมพูทวีปโลกธาตุ
อย่างไรก็ตาม เขาจะต้องรักษาระยะห่าง
ความสัมพันธ์กับ องค์หญิงโย่วเสี่ย ให้อยู่เพียง
ระดับฉันท์มิตรสหายเท่านั้น หากอยู่ใกล้ชิดกับนาง
มากเกินไป อาจจะทำให้เกิดความเกลียดชังกับ
ตระกูลเป่ยหมิงได้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงตัดสินใจว่า
หลังจากไปที่นครหมิงแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่
ติดกับ องค์หญิงโย่วเสี่ย ตลอดเวลา เขาต้องการ
นางเฉพาะเวลาต้องการคนหนุนหลังเท่านั้น โดย
ให้นางออกหน้ามาช่วยเขาเป็นครั้งคราว
ในวันรุ่งขึ้นทั้งสองก็พร้อมที่จะไปหา เจ้านครโย่วห
ยวน เพื่อกล่าวคำอำลา โดยมีโย่ว เสี่ยวเตี๋ย กับ
กูหมิงที่อาสาเป็นผู้ไปส่งพวกเขาออกจาก นคร
เซียนเหมันต์อุดร
” ท่านพี่หญิง ทำไมรีบกลับจัง ถ้าครั้งต่อไปท่านมา
เที่ยวอีก ก็พักอยู่ที่นี่นานกว่านี้อีกหน่อยนะ ” โย่ว
เสี่ยวเตี๋ย ดึงแขนนางพร้อมพูดออดอ้อน
“ เสี่ยวหมิง เจ้าจะไปเที่ยวเล่นที่นครหมิงก็ได้นี่ ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย ตอบ
” ข้าก็อยากไป แต่ท่านแม่ไม่ยอมอนุญาตน่ะสิ ข้า
เองก็เบื่อจะแย่อยู่แล้ว ท่านแม่สั่งให้ข้าฝึก ฝึก
แล้วก็ฝึก ตะพึดตะพือเลย น่าเบื่อชะมัดยาด ข้าไม่
รู้ว่าเมื่อไรจะได้พบท่านผู้หญิงอีกครั้ง ” โย่ว เสี่ยว
เตี๋ย บ่นกระปอดกระแปด
ส่วนทางด้านของกูหมิง ซึ่งเดินข้าง ๆ อู่ อวี้ มัน
ชำเลืองมอง อู่ อวี้ แล้วก็พูดขึ้นว่า ” พลังฝีมือที่
เจ้าแสดงเมื่อวานนี้ช่างน่าทึ่งมากจริง ๆ ข้าอยากรู้
จริง ๆ ว่าเจ้าทำได้เช่นไร พื้นฐานฝึกตนของเจ้ายัง
ไม่ถึงขั้นก่อร่างกำเนิดจิตเทวะด้วยซ้ำ ไหนเลยถึงมี
พลังฝีมือสูงส่งเยี่ยงนี้ เจ้าใช้วิชาลับหรือทักษะอัน
ใดที่ปิดซ่อนพื้นฐานฝึกตนได้เช่นนั้นหรือ ? ”
” ไม่มี ” อู่ อวี้ ตอบ
“ เจ้านี่มัน ” กูหมิง โกรธเขาอยู่ไม่น้อย มันเป็น
นายน้อยแห่ง ‘แคว้นเป่ยจี้’ แต่เขากลับพูดจาไม่ให้
เกียรติมันแม้แต่น้อย อีกทั้งเส้นทางที่ อู่ อวี้ กำลัง
มุ่งหน้าไปยัง นครหมิง ก็ต้องผ่าน ‘แคว้นเป่ยจี้’
ของมันด้วย
“แล้วข้าจะรอดู” กูหมิง หัวเราะเสียงดัง เมื่อคิดว่า
อู่ อวี้ จะต้องข้ามผ่านดินแดนของตนเอง และต้อง
พบเจอกับปัญหาในอีกไม่ช้า
เมื่อพวกเขาพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ
หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกจากคฤหาสน์เจ้านคร
ซึ่งเป็นวังแก้วผลึกแล้วก็เดินไปตามทางของนคร
เซียนเหมันต์ มุ่งหน้าไปยังทิศทางประตูเมือง ประตู
เมืองนี้จะนำไปสู่ดินแดนแลอาณาจักรอื่น ๆ มัน
ช่างเป็นอะไรที่ง่ายดายยิ่งในการเดินทาง
ทว่าหลังออกจาก คฤหาสน์เจ้านคร เขาก็ไม่
คาดคิดว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่งมารวมตัวกันดักรอเขา
อยู่เบื้องหน้า คนเหล่านี้สวมใส่อาภรณ์ที่ถูกปักฉลุ
ลวดลายสีม่วง ร่างกายดูแข็งแกร่งกำยำ คนกลุ่มนี้
มีจำนวนอยู่ประมาณสิบกว่าคน อายุอานามของ
พวกมันส่วนใหญ่อยู่ในวัยกลางคน หนึ่งในบรรดา
ชายวัยกลางคนดูสะอาดสะอาดเกลี้ยงเกลา มี
หนวดเคราเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลา ถึง
ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูเช่นนั้น ทว่าเวลานี้มัน
กลับแผ่กลิ่นอายแรงกดดันออกมารุนแรงอย่างไม่
ปิดบัง ทันทีที่เห็น อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ พวกมันก็เดิน
ก้าวขึ้นมา พร้อมจองเขม็งมาที่ อู่ อวี้
” นี่คือผู้ใต้บังคับบัญชาของ อิน กั๋วกง ภายในนคร
เซียนเหมันต์มันมีนามว่า เซียว ชิงซาน พลังฝีมือ
ของมันอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 10
จะจัดการมันคงไม่ใช่เรื่องง่าย ” องค์หญิงโย่วเสี่ย
รีบบอกถึงพลังฝีมือของมันให้กับ อู่ อวี้ ฟังในทันที
การที่คนของ อิน กั๋วกง เปิดเผยตัวออกมาเช่นนี้
เห็นได้ชัดว่า มีเป้าหมายคือ อู่ อวี้
พวกมันสิบกว่าคนโดยมี เซียว ชิงซาน เป็นผู้นำ
บัดนี้ได้มาดักรอเพื่อพูดคุยกับ อู่ อวี้ แน่นอนว่า
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทพวกมันจึงต้อง
คารวะ องค์หญิงโย่วเสี่ย หลังจากนั้นพวกมันก็รีบ
ประกาศทันทีว่า ” คนต่างแดน อู่ อวี้ เจ้าได้ทำร้าย
ทายาทของ อิน กั๋วกง นอกวังกำสรวลสลายโศก
จนได้รับบาดเจ็บสาหัส! หลักฐานมัดตัวแน่นหนา
จงติดตามพวกข้าไปฟังคำตัดสิน โดยไม่มีสิทธิ์เล่น
ลิ้นใด ๆ ทั้งสิ้น! ข้าได้รับคำสั่งจากขุนพลอิน ให้
จับกุมตัว อู่ อวี้ พากลับไปยัง นครหมิง! ขอความ
กรุณาองค์หญิงโปรดก้าวถอยออกไปได้วย ”
ขุนพลอิน ที่มันกล่าวถึงน่าจะเป็นบิดาของ อิน
เสวียน
คนที่มันกล่าวอ้าง น่าจะมียศฐาบรรดาศักดิ์ใหญ่โต
อยู่ไม่น้อยใน จักรวรรดิเป่ยหมิง ถึงแม้ องค์หญิง
โย่วเสี่ย มีอำนาจบารมีของ จอมจักรพรรดิหมิงไห่
คอยหนุนหลัง แต่การพิจารณาคดีจากเหล่าขุนนาง
องค์หญิงไม่อาจยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องได้ เท่ากับ
ว่าเวลานี้นางเป็นเพียงองค์หญิงน้อย ซึ่งไม่มีพลัง
อำนาจเพียงพอจะขัดขวาง แต่อย่างไรเสียการ
วิวาทเมื่อวาน ถือเป็นการวิวาทของคนหนุ่มสาว
เพียงเท่านั้น
แต่การที่ขุนพล การกล้าออกคำสั่งจับกุมแขกของ
องค์หญิงโย่วเสี่ย ต่อหน้าต่อตาถือว่าเป็นการหยาม
เกียรติกันเป็นอย่างยิ่ง
หลังจาก เซียว ชิงซาน พูดเสร็จ มันก็โบกสะบัดมือ
จากนั้นคนที่อยู่ด้านหลังก็กรูเข้ามาหา อู่ อวี้
องค์หญิงโย่วเสี่ย ปรากฎโทสะกับการกระทำครั้งนี้
เป็นอย่างยิ่ง ตลอดหลายปีมานี้ไม่เคยมีผู้ใดกล้า
เหิมเกริมหยาบคายกับนางแม้แต่น้อย ทุกคนต่าง
ประณตประนอบอ่อนน้อมกับนาง ในเวลานี้นางมา
ยืนด้านหน้าของ อู่ อวี้ เพื่อหยุดพวกมันเอาไว้แล้ว
ก็กล่าวขึ้นว่า ” พวกเจ้าคิดจะก่อกบฏ? กล้าดียังไง
ถึงได้มาโอหังกับข้าเยี่ยงนี้? ยังไม่ใส่หัวกลับไปอีก?
เรื่องเมื่อวานที่เกิดขึ้นทุกคนก็เห็นมันเป็นการต่อสู้
อย่างยุติธรรมตรงไปตรงมา คนก็เห็นว่าพลังฝีมือ
ของ อิน เสวียน ไม่อาจสู้คนผู้นี้ได้ ไม่เพียงแต่พ่าย
แพ้อย่างหมดรูป ซ้ำร้ายยังไม่ยอมรับกับความพ่าย
แพ้ สั่งให้คนมาจับกุมตัวผู้ที่ได้รับชัยชนะอย่างขาว
สะอาด? ช่างไร้ยางอายเสียนี่กระไร ข้ารู้สึกผิดหวัง
ในตัวมันยิ่งนัก เซียว ชิงซาน เจ้ากล้าเหิมเกริมกับ
ข้าต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ใช่หรือไม่? ”
จากสิ่งที่เห็นดูเหมือนว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ยังคง
แน่วแน่ที่จะปกป้อง อู่ อวี้ ซึ่งทั้งหมดก็ต่างรู้ดีว่า
เซียว ชิงซาน จะต้องไม่เชื่อฟังนาง แต่ยิ่งตอนนี้มัน
เห็นว่าพวกเขาทั้งสองใกล้ชิดสนิทสนมกัน ยิ่งทำ
ให้โทสะของมันเกรี้ยวกราดมากยิ่งขึ้น ซึ่งมัน
ค่อนข้างมันใจว่าหากขัดขืน อู่ อวี้ ก็ย่อมไม่ใช่คู่
ต่อสู้มัน
อันที่จริงการที่มันมาในวันนี้มันล่วงรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่า
มันกล่าวอ้างชื่อของขุนพลอินมาจับกุม อู่ อวี้ ด้วย
เพราะถูก อิน เสวียน บีบบังคับมันจึงต้องทำตาม
คำสั่ง แล้วในเวลานี้นายน้อยมันกำลังรอฟังข่าวดี
อยู่
” องค์หญิง มันเป็นเพียงแค่คนนอก … ”
“ข้าจะพูดอีกครั้ง จงรีบไสหัวกลับไป” องค์หญิง
กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ยังคงยืนกรานไม่ยินยอม
ให้ เซียว ชิงซาน ทำตามอำเภอใจ
เมื่อเห็นว่าองค์หญิงยืนกรานเช่นนี้ เซียว ชิงซาน ก็
เริ่มอ้ำอึ้ง เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว หากมัน
ลงมือทำอันใดคาดว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็จะต้อง
ลงมือขัดขวางอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นเจ้า
นครหยวนจะเข้ามาแทรกแซงข้องเกี่ยวด้วย จน
กลายเป็นเรื่องใหญ่บานปลายไปไกล
ฉะนั้นสิ่งเดียวที่มันทำได้ก็คือ ยอมแพ้
แน่นอนเมื่อเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นที่นี่ ย่อมดึงดูด
สายตาความสนใจของฝูงชนจำนวนมาก จากหนึ่ง
ไปสิบ จากสิบไปร้อย องค์หญิงโย่วเสี่ย เพิ่งออกมา
จาก เส้นทางเซียนบรรพกาล ได้ไม่นาน แล้วก็มี
ข่าวว่านางจะเดินทางไกลไปยังอาณาจักรอื่น ๆ
” ไสหัวไป อย่ามาขวางทางพวกเขาซะ! ” ในเวลา
นี้ โย่ว เสี่ยวเตี๋ย อยู่ฝั่งเดียวกับองค์หญิงกำลัง
เตรียมพร้อมโจมตีศัตรูทุกเมื่อ
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ทรงอำนาจเช่นนี้ เซียว ชิงซาน
และคนอื่น ๆ จึงต่างพากันจากไปด้วยความอึดอัด
ไม่พอใจ ระหว่าง อู่ อวี้ และทุกคน ถูกล้อมรอบไป
ด้วยผู้ฝึกตนจากนครเซียนเหมันต์จนกลายเป็นที่
สนใจ บัดนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ถูก
วิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนจำนวนมาก จนในที่สุด
พวกเขาก็มาถึงประตูนคร
เมื่อผ่านประตูนคร โย่ว เสี่ยวเตี๋ย ก็แลมององค์
หญิงโย่วเสี่ย ยังอาลัยอาวรณ์ ส่วนทางฝั่งของ อู่
อวี้ ก็แลเห็นว่าเมื่อออกมาภายนอก ‘นครเซียน
เหมันต์อุดร’ ก็ปรากฏภาพของสายน้ำและขุนเขาที่
งดงามยิ่ง
เมื่อมองดูจากระยะไกล ทั่วทุกแห่งหนต่างถูกปก
คลุมไปด้วยม่านเมฆา สามารถแลเห็นขุนเขา
สายน้ำ และปลายสุดของภูเขาน้ำแข็งได้อย่าง
เลือนราง เมื่ออยู่ในมุมมองนี้ เขาสามารถแลเห็นได้
แม้กระทั่ง ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
สถานที่แห่งนี้ดูเสมือนแดนสวรรค์ กลิ่นอายฟ้าดิน
ควบแน่นกลายเป็นม่านหมอกแผ่ขยายปกคลุมไป
ทั่วทั้งขุนเขาและพงไพร ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ภายใต้
รัศมีของมัน ต่างเจริญเติบโตอย่างงอกงาม
เมื่อออกมาจากนครเซียนเหมันต์ ก็นับได้ว่าเขา
เหยียบย่างเข้าสู่ดินแดนโบราณเหยียนหวง อัน
เก่าแก่แล้ว
“ไปกันเถอะ” องค์หญิงโย่วเสี่ย อยู่ภายใต้การเฝ้า
อาลักษณ์จากผู้พิทักษ์มหลายคน นางหันหลังและ
มุ่งน่าจากไปทันที เมื่ออยู่ภายใน จักรวรรดิเป่ย
หมิง นางก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวสิ่งใด หรือ ห่วง
กังวลเรื่องความปลอดภัยแม้แต่น้อย
อู่ อวี้ พุ่งทะยานติดตามนาง มุ่งหน้าไปยังทิศทาง
ของ ‘นครหมิง’ อย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตาเขาก็หายไปจากสายตาของทุก
ผู้คน
เมื่อพวกเขาจากไป เหตุการณ์ตัดย้อนกลับมา
ภายในนครเซียนเหมันต์
อิน เสวียน ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในห้องลับ กำลังรอ
ข่าวดีจาก เซียว ชิงซาน อย่างไรก็ตามทางฝั่งของ
เซียว ชิงซาน ก็ไร้ซึ่งทางเลือกอื่น นอกจาก
ย้อนกลับมาเท่านั้น
“ เจ้าปล่อยมันไปได้อย่างไร!” อิน เสวียน ขบเขี้ยว
เคี้ยวฟันแล้วเอ่ยถาม
” นายน้อย ข้าไม่อาจทำอันใดได้ องค์หญิงโย่วเสี่ย
ปกป้องเขาเกินไป ต่อให้เป็นคำสั่งของขุนพลอิน
นางก็หาได้สนใจไม่ หากพวกเราลงมือ นางจะต้อง
ตอบโต้กลับมาอย่างแน่นอน หากข้าพลาดพลั้งทำ
ร้ายนางจนได้รับบาดเจ็บ อาจเป็นปัญหาเอาได้
ไม่ใช่แค่เรา แต่ท่านก็จะต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง
”
เซียว ชิงซาน กล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว
“หรือข้าจะต้องอกแตกตาย!” หลังจาก อิน เสวียน
ได้ยินเช่นนั้น เปลวเพลิงในดวงตาของมันก็ลุกโหม
กระหน่ำรุนแรงมากยิ่งขึ้น หากในตอนนี้มันไม่หา
สิ่งใดกระทำเพื่อผ่อนคลายจิตใจลง มันคงต้องคลั่ง
ตายแน่ ๆ
ทว่าถึงจะเป็นเช่นนั้น มันก็ยังคงโวยวายก่นด่า
สาปแช่งอยู่นาน
“เจ้าพวกขยะ จงไสหัวออกไปให้หมด!”
ท่ามกลางเสียงคำรามอย่างโกรธแค้น เซียว ชิง
ซาน กระทำได้เพียงสายศีรษะ แล้วเดินจากออกไป
เท่านั้น
ภายในห้องลับ สามารถได้ยินเสียงก่นด่าสาปแช่ง
ดังแว่วออกมา
” ข้าไม่เชื่อ! ว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย จะปกป้องชีวิต
ของเจ้าได้ตลอดไป? เมื่อใดที่เจ้าอยู่ตัวคนเดียว ไม่
มีนางอยู่ข้างกาย ข้าสามารถสังหารจะได้นับหมื่น
ๆ ครั้ง!”
” นี่คือ จักรวรรดิเป่ยหมิง แล้วข้าอินเสวียน จะ
ปล่อยให้คนนอกมาข่มเหงรังแกได้อย่างไร? ”
” เมื่อข้ากลับไปนครหมิง! ที่แห่งนั้นก็คืออาณาเขต
ของข้า มีมือสังหารมากมายหลายร้อยคน ยินดีจะ
รับงานจากข้า! คิดว่าเจ้าจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ
ของข้าไปได้งั้นรึ? ”
เมื่อกล่าวจบ ภายในห้องลับก็มีเสียงหัวเราะอย่าง
ชั่วร้ายดังแว่วออกมาให้ได้ยิน
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าหลังจากที่มันพ่ายแพ้
ไปแล้ว มันจะยังไม่ยินยอมเลิกรา
เมื่อ อิน เสวียน กลายเป็นฝ่ายปราชัย อย่างไร้ซึ่ง
ข้อกังขา แต่มันก็มีคนส่วนใหญ่คอยถือหางอยู่
เมื่อออกมาจากเซียนเหมันต์ อู่ อวี้ ก็รู้สึกได้ว่ามีคน
สะกดรอยตามมา นอกจากนี้ยังไม่ใช่แค่คนเดียว
ด้วย
แต่เป็นกลุ่มคน
เชื่อว่าน่าจะมี ‘เย่ลี่’ ซึ่งเป็นคนของเจ้านครหยวน
ก่อนหน้านี้อยู่ภายในนั้นด้วย
และแน่นอนว่าต้องมีคนของ อิน กั๋วกง ผสมปนเป
อยู่ด้วยเช่นกัน
พวกมันรู้สึกสนใจในตัวของ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
และต้องการจะเห็นว่าท้ายสุดแล้ว องค์หญิงกับ อู่
อวี้ มีความสัมพันธ์เช่นใดกันแน่?
เมื่อรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของพวกมัน หลังจากที่เขา
ออกมาจากนครเซียนเหมันต์แล้ว อู่ อวี้ ก็ใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์ ‘เมฆาตลบฟ้า’ ทันที
“เสี่ยวโต่ว”
เมฆาตลบฟ้าวนอยู่รอบกายของ อู่ อวี้ อย่างเริงร่า
มีความสุข เสมือนดังสุนัขตัวหนึ่ง อีกทั้งยังให้
ความรู้สึกนุ่มนิ่ม ราวกับขนมสายไหมก็มิปาน
เมื่อก้อนเมฆสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้น แม้กระทั่ง
องค์หญิงโย่วเสี่ย ยังถูกดึงดูดให้หันมาสนใจมัน
นางเอ่ยถามขึ้นด้วยดวงตาเบิกกว้างว่า “สิ่งนี้คือ
อันใดกัน?”
“อยากรู้ก็ขึ้นมาสิ” อู่ อวี้ กระโดดขึ้นไปนั่งขัดสมาธิ
อยู่บนเมฆาตลบฟ้า ถึงแม้แม้เมฆาตลบฟ้าจะอ่อน
นุ่มมากเพียงใด ทว่า อู่ อวี้ ที่นั่งอยู่ด้านบน ก็มิได้
ร่วงหล่นลงไปด้านล่าง
องค์หญิงโย่วเสี่ย ทำตามที่เขากล่าว ขึ้นไปนั่งบน
เมฆาตลบฟ้า จากนั้นมันก็บินทะยานออกไปทันที
สายวาโยที่ผัดสวนกลับมา ทำให้เกศาของนางปลิว
พริ้วไสวไปเบื้องหลัง สายตาของนางสาดส่องไป
รอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและประหลาด
ใจ เดิมทีนางเป็นสตรีผู้งามล้ำจนล่มเมืองอยู่แล้ว
ทว่าเมื่ออยู่ท่ามกลางสายวาโย ภาพฉากที่อยู่เบื้อง
หน้านี้ ยิ่งขลับให้ความงดงามของนางทวีเพิ่มมาก
ขึ้น
หมิงซวง หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” นี่มันเยี่ยมยอด
มากจริง ๆ ระหว่างที่บินทะยานไปด้วยเมฆาตลบ
ฟ้าตลอดทาง ต่อให้เป็นกลางวันแสก ๆ เจ้าก็
สามารถทำสิ่งที่น่าละอายกับนางได้ นางเป็นทาส
ของเจ้า แน่นอนว่านางย่อมไม่มีทางปฏิเสธอยู่แล้ว
เอาสิ ลงมือเลย ”
” เจ้าไสหัวไปเลย มาทำเองมั้ยเล่า ” อู่ อวี้ ไม่
สามารถทานทนต่อน้ำเสียงล้อเลียนของนางได้ สิ่ง
นี้ถือเป็นเรื่องใหญ่หลวง แต่นางที่เป็นสตรี กลับ
พูดเรื่องพวกนี้ออกมาหน้าตาเฉย โดยที่ไม่มีความ
กระดากเขินอายแม้แต่น้อย …
อู่ อวี้ ควบคุมเมฆาตลบฟ้า บินทะยานมุ่งหน้าไป
ยังทิศทางของนครหมิง เนื่องจากว่ามีใครบางคน
กำลังติดตามพวกเขามาอยู่ ดังนั้นเขาจึงใช้
ความเร็วสูงสุดพุ่งทะยานออกไปทันที!
หวืด!
เมฆาตลบฟ้า บินทะยานเข้าไปในหมู่เมฆา พุ่งตรง
กระพริบผ่านไปเบื้องหน้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้
ความเร็วอันสูงล้ำของ อู่ อวี้ แม้กระทั่ง องค์หญิง
โย่วเสี่ย ก็ยังตกตะลึง
ส่วนทางฝั่งของคนที่ตามมา บัดนี้พวกมันรู้สึกหดหู่
เป็นอย่างยิ่ง พวกมันไล่ล่าติดตามมาอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปไม่นานนัก ท้องนภาที่ปรากฏเบื้องหน้าของ
มัน ก็มีเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น
” นี่มันอะไรกัน … ” ภาพที่ปรากฏขึ้นในยามนี้ ทำ
ให้พวกมันต้องหันมามองหน้ากันอย่างไม่อยากจะ
เชื่อ
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ