กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 690: กองทัพหมิงไห่
” ที่แท้มันคือพลังอิทธิฤทธิ์ ด้วยความเร็วระดับนี้มี
เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถตามความเร็วเจ้า
ได้ วิถีโคจรของเมฆาก้อนนี้ไม่สามารถคาดเดาได้เลย
เสมือนการทะลวงฝ่ามิติก็มิปาน หากมันเร็วกว่านี้
คนอื่นคงหมดหวังที่จะไล่ตามเจ้าทันแล้ว… ” องค์
หญิงโย่วเสี่ย ซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังเกศาปลิวพริ้วไสวไป
ตามสายลม สายตาของนางเหม่อมองไปยังลำธาร
ธารา ภูผาบรรพต อันสวยงามวิจิตรตระการตาที่อยู่
เบื้องล่าง อดไม่ได้ที่จะชื่นชมกับความงดงามของ
ทัศนียภาพนี้
ยิ่งนางได้รับรู้ถึงความสามารถต่าง ๆ ของ อู่ อวี้
ภายในหัวใจของนางก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น นางรู้สึกว่า
ไม่เคยเสียใจเลยที่ตนเองได้ทำ วงเวทพันธะโลหิต
ควบคุมวิญญาณ หากนางไม่ตัดสินใจใช้ วงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณ ป่านนี้นางคงกลายเป็น
ซากศพตกตายไปแล้ว
อู่ อวี้ ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา เขายังคงมุ่ง
หน้าต่อไป
แม้ว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ที่อยู่ด้านหลังจะยังหลงเหลือ
ความรู้สึกขัดแย้งอยู่ แต่แท้จริงแล้วภายในใจ กลับ
รู้สึกเคารพชื่นชมเขาเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีความ
หวาดกลัว และ ความรู้สึกถูกพิชิตอยู่ภายใน ซึ่ง
ทั้งหมดนี้ อู่ อวี้ สามารถรับรู้ได้อย่างชัดแจ้ง
ท่ามกลางสายลมกรรโชกแรง นางเอ่ยปากถามขึ้นว่า
” เจ้าจะไป ‘นครหมิง’ ได้เตรียมแผนอะไรไว้บ้างหรือ
ยัง?”
อู่ อวี้ ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบกลับไปว่า ”
จุดประสงค์หลัก…ข้าจะต้องยกระดับพัฒนาพลังฝีมือ
ของตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นเสียก่อน สำหรับเรื่องนี้ข้า
มั่นใจว่ามีโอกาสมากทีเดียว อยู่กับเจ้า ข้าย่อม
ปลอดภัยขึ้น ทั้งยังช่วยลดโอกาสในการเกิดข้อพิพาท
ทว่ามันก็จะทำให้ผู้คนสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ที่เรามี
ต่อกัน แต่เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป ขอให้เจ้า
ค้นหาสถานที่เหมาะสมสำหรับข้า โดยอยู่ไม่ห่างจาก
เจ้านัก นอกจากนี้ยังต้องเหมาะสมสำหรับการ
ยกระดับเติบโตขึ้นของข้า ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย เข้าใจในสิ่งที่เขากล่าวมา พวกเขา
ทั้งสองตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋เช่นนี้ ย่อมมีคนเคลือบ
แคลงสงสัยในความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่าง
แน่นอนอยู่แล้ว อาจสงสัยว่าพวกเขา ‘มี
ความสัมพันธ์’ ต่อกัน ซึ่งโดยปกติแล้วสำหรับ
ราชวงศ์นั้นต้องการสายเลือดบริสุทธิ์ เมื่อถึงเวลานั้น
อู่ อวี้ จะต้องประสบพบเจอกับปัญหามากมายอย่าง
ยากจะแก้ไข ดังนั้นนางกับ อู่ อวี้ ย่อมไม่อยากให้
เรื่องนี้เกิดขึ้น
“ ก็ดี ” องค์หญิงโย่วเสี่ย พยักหน้า หลังจากนั้นนาง
ก็เหมือนขบคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็กล่าวว่า “ จะว่าไปก็
มีสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเจ้าอยู่ แต่ที่นั่นค่อนข้าง
เข้มงวดมาก เราอาจต้องพบเจอปัญหาและถูก
ปฏิเสธ แต่ถ้าเจ้าอยู่ไม่ห่างจากข้า เช่นนั้นก็มีโอกาส
ยกระดับได้มากทีเดียว ”
” ว่าต่อได้เลย ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าวว่า ” จักรวรรดิเป่ยหมิงของ
เรา ในแต่ละนคร แต่ละแว่นแคว้นจะมีกองทัพเป็น
ของตนเอง ถึงแม้กองทัพแว่นแคว้นจะมีขนาดใหญ่
แล้ว แต่ที่ใหญ่มากสุด ซึ่งมีหน้าที่คอยเฝ้าพิทักษ์
ประจำการอยู่ภายในสถานที่สำคัญ หรือแนว
ชายแดนของจักรวรรดินั่นก็คือ ‘กองทัพหลัก’ มีอยู่
ทั้งหมด ‘แปดกองทัพหลัก’ ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินมา
ว่า ‘กองทัพมังกรเพลิง’ ของอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงได้เดินทางไปยัง ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
‘แปดกองทัพหลัก’ ของจักรวรรดิเป่ยหมิงเรา
สามารถเทียบเคียงได้กับกองทัพมังกรเพลิงเลย
ทีเดียว ”
“แล้วยังไงต่อ?”
” แปดกองทัพหลัก ประจำการอยู่ภายในแปดสถานที่
สำคัญของจักรวรรดิเป่ยหมิง แผ่ขยายอำนาจไปทั่ว
ทั้งจักรวรรดิ รับภารกิจแตกต่างกัน ผู้บัญชาการ
กองทัพเป็นคนใหญ่คนโตในจักรวรรดิเป่ยหมิง และ
ภายในนั้น อิน กั๋วกง คือหนึ่งในผู้บัญชาการของแปด
กองทัพหลัก ท่ามกลางแปดกองทัพหลัก ยังมีกองทัพ
ที่พิเศษอยู่อีกหนึ่งหอง และกองทัพนี้ถูกเรียกว่า
‘กองทัพหมิงไห่’ ถือเป็น ‘กองทัพนคร’ ของนครหมิง
ซึ่งมีหน้าที่เฝ้าพิทักษ์ดูแลนคร และผู้บัญชาการ
กองทัพ คือผู้ที่บิดาของข้าไว้วางใจมากที่สุด นั่นก็คือ
ท่านอาของข้าเอง นามว่า ‘โย่วชาง’ ซึ่งมีระดับการ
ฝึกตนลึกล้ำเสียยิ่งกว่าอาหญิงของข้าเสียอีก ”
” กองทัพหมิงไห่ มีสภาพแวดล้อมการแข่งขัน และ
ทรัพยากรที่เหมาะสมกับเจ้ามากที่สุด นอกจากนี้ยัง
มีความยุติธรรม และระบบระเบียบที่สูงล้ำยิ่ง ภายใน
นั้นมีผู้แข็งแกร่งอยู่มากมาย ในช่วงเวลาหลายปีที่
ผ่านมาภายใต้การเฝ้าพิทักษ์ดูแลของกองทัพหมิงไห่
ทำให้นครหมิงมีความเป็นระบบระเบียบและเกิดการ
จลาจลน้อยมาก นอกจากนี้ข้ายังอยู่ภายในนครหมิง
ดังนั้นข้าจึงอยู่ใกล้เจ้ามาก เมื่อมีปัญหาอันใด ข้า
สามารถช่วยแก้ไขให้เจ้าได้ทันท่วงที ”
อันที่จริง อู่ อวี้ รู้ข้อมูลเหล่านี้จากวงเวทพันธะโลหิต
ควบคุมวิญญาณแล้ว ซึ่งมันรวดเร็วกว่าองค์หญิงโย่ว
เสี่ยมาก เมื่อใดที่นางอ้าปากพูด ข้อมูลทั้งหมดก็จะ
ไหลเข้าสู่จิตใจของเขาทันที ในช่วงเวลานั้น อู่ อวี้ ก็
ทราบว่ามันคือ ‘กองทัพหมิงไห่’
กองทัพนี้แตกต่างจากแปดกองทัพหลักอื่น ๆ และ
ภารกิจหลักของกองทัพหมิงไห่คือการเฝ้าพิทักษ์
นครหมิง ซึ่งส่วนใหญ่จะประจำการอยู่ภายในนครห
มิง ยอดฝีมือมากมายยินดีจะส่งบุตรหลานของตนมา
ฝึกฝนที่นี่ ดังนั้นกองทัพหมิงไห่ จึงมีบุคคลชั้นสูง
และ อัจฉริยะผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถอยู่
มากมายที่สุด เนื่องจากอยู่ภายในนครหมิง ดังนั้น
ทรัพยากรฝึกตน จึงอยู่ในระดับสูงสุดเช่นเดียวกัน
ทหารในกองทัพหมิงไห่ มีเกียรติและศักดิ์ศรีอยู่
ภายในจักรวรรดิเป่ยหมิงกับนครหมิง สูงล้ำยิ่ง
ความสัมพันธ์ระหว่าง องค์หญิงโย่วเสี่ย กับ ท่านลุง
โย่วชาง นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว นางเป็นองค์หญิงที่ผู้
อาวุโสรักและเอ็นดูมาตั้งแต่เยาว์วัยแล้ว
ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะเป็นคนต่างถิ่น แต่ภายในกองทัพห
มิงไห่ เขาก็ถือเป็นบุคคลที่มีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
อู่ อวี้ ที่มีฝีมืออยู่ระดับแถวล่าง หากสามารถพัฒนา
ศักยภาพของตัวเองได้ ตราบใดที่ไม่ตายก็รับได้หมด
และผู้สนับสนุนเบื้องหลังของเขาก็คือ องค์หญิงโย่ว
เสี่ย ซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างใหญ่หลวง
” ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะเข้าไปที่ ‘กองทัพหมิงไห่’ เมื่อ
กลับไปถึงนครหมิง เจ้าก็ช่วยแนะนำข้าหน่อยแล้วกัน
” อู่ อวี้ กล่าว
” ตกลง หากมีปัญหาอันใด เจ้าสามารถใช้ยันต์
สื่อสารนี้ติดต่อข้าได้ตลอดเวลา และข้าจะไปปรากฏ
ตัวที่นั่นทันที ” องค์หญิงโย่วเสี่ย พยักหน้า
หลังจากนั้นนางก็กล่าวเสริมว่า ” ตระกูลเป่ยหมิงของ
เรา หวั่นเกรงตระกูลเหยียนหวงมาก เนื่องจากว่าใน
ท้ายสุดแล้วตระกูลเหยียนหวง เป็นนายเหนือหัวแห่ง
ดินแดนโบราณเหยียนหวงมาตั้งแต่โบราณกาล
นอกจากนี้ยังเคยครอบครองอาณาเขตทั้งหมดของ
ดินแดนโบราณเหยียนหวง ข้าไม่รังเกียจหากต้องส่ง
เจ้าเข้าสู่กองทัพหมิงไห่ แต่ตระกูลเป่ยหมิงของเราให้
ความสำคัญกับสายโลหิตมาก โดยเฉพาะกองทัพหมิง
ไห่ในนครหมิง แน่นอนว่าบางครั้งก็มีการยกเว้น แต่
เมื่อเทียบกับตระกูลอื่น ๆ ในจักรวรรดิเป่ยหมิงของ
เรา เจ้าเป็นคนที่สมควรได้รับการยกเว้นน้อยที่สุด
เนื่องจากว่าตั้งแต่ก่อตั้งกองทัพหมิงไห่มา ดู
เหมือนว่าจะไม่มีผู้ใดจากตระกูลเหยียนหวงเข้าร่วม
เลยซักครั้ง ”
ถ้าเป็นกรณีเขาคงไม่ต้องกังวล ยกเว้นถูกปฏิเสธหรือ
ขับไล่ อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้ทุกสรรพสิ่งพูดคุย
กันด้วยกำปั้น
อู่ อวี้ นั่งอยู่บนเมฆาตลบฟ้า ซึ่งกำลังขับเคลื่อนด้วย
ความเร็วสูงยิ่ง บางครั้งบางคราเขาก็สามารถแลเห็น
นครต่าง ๆ ของจักรวรรดิเป่ยหมิง หากเทียบกับทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้งแล้ว ที่นี่มีผู้ฝึกตนหนาแน่นคับคั่ง
กว่ามาก แม้จะมองผ่านแค่ชั่วพริบตาเดียว แต่เขาก็
ยังสามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีผู้ฝึกตน
เบียดเสียดกันหนาแน่นอยู่ภายในนั้น
สถานที่แห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นลำธารธารา ภูผาบรรพต
ช่างงดงามตระการตาเป็นยิ่งนัก บนอากาศท่วมท้น
ไปด้วยกลิ่นอายฟ้าดิน มีหมู่บ้านตั้งอยู่เป็นจำนวน
มาก ผู้เยาว์ภายในหมู่บ้านแม้จะยังอ่อนเยาว์นัก แต่
ก็เริ่มฝึกฝนบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนอมตะกันแล้ว
เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีผู้ใดได้รับการยกเว้น
สามพันอาณาจักรมนุษย์ใน ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
ไม่ว่าจะเป็น ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน พวกเขาทั้งหมด
ล้วนถือเป็นเซียนอมตะ แต่ภายในที่แห่งนี้ ทุกหนทุก
แห่งล้วนมีแต่เซียนอมตะ
” อนาคตเจ้าอยากจะเป็นเซียนอมตะหรือไม่? ” องค์
หญิงโย่วเสี่ย ถาม
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า ” ใครบ้างไม่อยากเป็น
เซียนอมตะ เป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของข้าก็คือ
การได้กลายเป็นเซียนนี่แหละ ”
” เมื่อเจ้ากลายเป็นเซียน แล้วข้าล่ะ…ควรทำอย่างไร?
” องค์หญิงโย่วเสี่ย ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเครือโศกเศร้า
อู่ อวี้ ตอบ ” ถ้าข้าสามารถกลายเป็นเซียนอมตะได้
จริง เมื่อนั้นข้าจะคิดหาวิธีทำให้เจ้ากลายเป็นอิสระ ”
เมื่อเขาเอื้อนเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา ก็ทำให้องค์หญิง
โย่วเสี่ยรู้สึกมีความหวังขึ้นมาไม่น้อย นางไม่ได้เอื้อน
เอ่ยถ้อยวจีใด ได้แต่ร่ำไห้ออกมาเท่านั้น
อันที่จริง หากเวลานั้นมาถึงทั้งนาง และ จักรวรรดิ
เป่ยหมิง คงไม่สามารถคุกคาม อู่ อวี้ ได้อีกต่อไป
และหลังจากนั้นเขาจะหาวิธีช่วยนาง เท่ากับว่าทุกสิ่ง
ที่เขาทำ ก็แค่ปกป้องตัวเองเท่านั้น
ถึงแม้ปัจจุบัน อู่ อวี้ จะมีสมบัติวิเศษมากมาย แต่ก็
ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเขาจะกลายเบ็นเซียนอมตะ
ด้วยเพราะการไปสู่ระดับนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย
บางครั้งความเป็นความตายอาจกำลังรอคอยอยู่ภาย
ภาคหน้า ซึ่งถ้าหากระหว่างทางเขาตกตายไป
เสียก่อน มรดกที่ได้รับก็ไร้ประโยชน์
หมิงซวง เองก็เคยเป็นเหมือนเขา สุดท้ายแล้วนางก็
ต้องพบกับโศกนาฏกรรม
นครเซียนเหมันต์อยู่ใกล้กับนครหมิง ฉะนั้นเขายังคง
ใช้เวลาเหลือพอสมควร โดยเฉพาะในเวลานี้ไม่มีผู้ใด
ติดตามเขามา อู่ อวี้ จึงลดระดับความสูงเมฆาลง
เพื่อชื่นชมทัศนียภาพลำธารธาราแลภูผาบรรพตของ
จักรวรรดิเป่ยหมิง
ด้านล่างมีเทือกเขาสูงชัน มีทะเลสาบขนาดใหญ่ ป่า
ไม้เขียวขจีหนาแน่น อาคารบ้านเรือนดูอบอุ่น
สะดวกสบาย
ส่วนในเรื่องของวงเวทค่ายกล หรือ การกลั่นสกัด
ปรุงยา มีให้พบเห็นอยู่ทุกหนทุกแห่งบนโลกหล้านี้
ภายในอาคารบ้านเรือนหลายแห่งต่างติดตั้งเตา
หลอมปรุงยาระดับสูง
สำหรับ อู่ อวี้ นี่เป็นอีกโลกหนึ่งอย่างแท้จริง
ตลอดทางเส้นทางที่ผ่าน
หลังจากเพลิดเพลินดื่มด่ำกับทัศนียภาพ อันงดงาม
ละลานตาของสถานที่แห่งนี้มาเป็นเวลานาน ทันใด
นั้นก็มีนครหนึ่งปรากฏขึ้น นครนี้ค่อนข้างดูวุ่นวาย มี
เสียงเซ็งแซ่ดังอื้ออึงส่งออกมา เสียงดังที่ว่านี้เป็น
เสียงของการต่อสู้รวมทั้งกลิ่นคาวโลหิตโชยคละคลุ้ง
ล่องลอยอยู่บนอากาศ ทั้งหมดที่ว่ามานี้ดึงดูดความ
สนใจของ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง มองลงไปยังนครที่อยู่
ค่อนข้างไกล เขาก็ไม่คาดคิดว่าจะได้พบเห็นสิ่งที่น่า
เหลือเชื่อ
เขาเห็นว่าขนาดของนครนี้ มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่ง
ของนครจักรพรรดิเพลิงทั้งยังไม่ได้ดูดีกว่านคร
จักรพรรดิเพลิง เมื่อดูจากระดับพลังคนเหล่านี้ พวก
เขาจัดได้ว่ามีระดับค่อนข้างต่ำใน จักรวรรดิเป่ยหมิง
ผู้อยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะมีค่อนข้างจำกัด
ในเวลานี้มีสัตว์ประหลาดตัวสีม่วง กำลังอาละวาดอยู่
ภายในเมือง ทุกหนทุกแห่งถูกบดขยี้ เศษชิ้นส่วน
ถนนหนทาง กำแพง และค่ายกลวงเวทล้วนถูก
ทำลาย นอกจากนี้ยังมีเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้
ฝึกตนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปีศาจตนนี้มีพลังมหาศาล
จริง ๆ ส่งผลให้สถานการณ์ตอนนี้ดุเดือดเลือดพล่าน
อย่างที่สุด!
” จักรวรรดิเป่ยหมิง มีปีศาจด้วยหรือ? ” อู่ อวี้ รู้สึก
ประหลาดดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนี้ถูกยึดโดย
สมบูรณ์
” มีสิ… ปีศาจแข็งแกร่งส่วนใหญ่อยู่ในน่านน้ำทะเล
ซึ่งเป็นส่วนที่เราไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปได้ ในบันทึก
ดินแดนโบราณเหยียนหวงก็มีอาณาจักรที่ตั้งขึ้นโดย
ปีศาจ แต่เหลือให้เห็นไม่มากนัก ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่ามัน
อยู่ที่ใดบ้าง แล้วก็อาจมีที่สามารถเปิดภูมิปัญญาได้
แต่ว่าพวกมันจำเป็นต้องบำเพ็ญเพียรนานหลายปียัง
จำอีกทั้งยังต้องมีสายเลือดตกทอดอีกด้วย ซึ่งปีศาจที่
ทรงพลังสูงมาก ๆ จะยังหลบซ่อนตัวอยู่ ถึงกระนั้น
มันก็ไม่สามารถต่อกรกับเราได้ ไม่ว่าจะเป็นสรรพสิ่ง
ใดที่อยู่ภายในดินแดนโบราณเหยียนหวง ก็สามารถ
ถือกำเนิดเป็นปีศาจได้ทุกสิ่ง ”
คงต้องบอกว่า เมื่อเห็นผู้ฝึกตนต้องถูกเข่นฆ่าโดย
ปีศาจ องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็รู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย ด้วย
เพราะคนเหล่านี้ล้วนเป็นสหายคนในตระกูลเป่นหมิง
ไม่สำคัญว่า อู่ อวี้ จะอยู่ที่นี่หรือไม่ แต่ว่าตอนนี้เวลา
นี้นางได้ผ่านมาแล้ว แล้วนางก็อยากจะเข้าไป
ช่วยเหลือ
อู่ อวี้ รู้ว่านางหมายถึงอะไรแล้วเขาก็พูดว่า “งั้นเราก็
ไปกันเลย!”
เขาสั่งให้เมฆาตลบฟ้าพุ่งตรงเข้าไป ชั่วขณะที่คนทั้ง
สองบบินผ่านนคร ก็กระโดดทะยานลงมาจากท้อง
เวหาทันที
ชั่วขณะนี้ อู่ อวี้ ก้มองเห็นปีศาจ ทั่วทั้งร่างเป็นสีม่วง
ร่างกายถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดแข็งเสมือนดั่ง
เหล็กกล้า รูปร่างเพรียวบาง มีสี่อุ้งเท้า สี่กรงเล็บ
นอกจากนี้บริเวณส่วนหัวของมันยังมีนอแหลมคม
งอกอยู่ เมื่อดูจากภาพลักษณ์โดยรวมของมันแล้วช่าง
คล้ายคลึงกับมังกรเทวะ แต่มันไม่ใช่มังกรเทวะ
เพราะมังกรเทวะบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์มาก แต่เจ้าตัว
นี้ดูค่อนข้างชั่วร้ายป่าเถื่อน มันควรจะเป็นปีศาจ
มังกรเกร็ดแข็ง
มังกรเกร็ดแข็ง หรือรู้จักในนามของปีศาจมังกร
ถึงแม้มันจะมีสายเลือดมังกร แต่ก็ไม่อาจเทียบเท่าได้
กับ มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา หรือ วูซาน เซี่ยชือ
แต่ปีศาจมังกรตัวนี้ มีความแข็งแกร่งมากกว่า วูซาน
เซี่ยชือ ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ในท้ายสุดแล้วสถานที่แห่ง
นี้คือดินแดนโบราณเหยียนหวง เป็นสถานที่
เหมาะสมที่จะพัฒนาเติบโต ต่อให้เป็นสายเลือดปกติ
ทั่ว ๆ ไป ก็ยังมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเติบโต
แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง!
” ปีศาจมังกร! กล้ากำแหงมาทำร้ายเผ่าพันธุ์มนุษย์
ของข้า หากเจ้ายังไม่ยอมหยุด ข้าจะสังหารทิ้งเสีย! ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย ทะยานลงมาตำแหน่งใกล้เคียงกับ
ปีศาจมังกรร่างสีม่วง อู่ อวี้ ก็อยู่ที่นี่เช่นกัน ถึงแม้คน
ทั้งสองจะปรากฏตัวขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้ง
มังกรปีศาจได้
แต่คาดไม่ถึงว่า เมื่อปีศาจมังกรจะรู้ถึงตัวตนที่แท้จริง
ของ องค์หญิงโย่วเสี่ย มันจะกล่าวขึ้นอย่างเย้ยหยัน
ว่า ” ข้านี่มันโชคดีจริง ๆ ข้าไม่คิดว่าวันนี้จะได้เจอ
องค์หญิงโย่วเสี่ย ฉะนั้นข้าไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับ
ขยะพวกนี้อีกแล้ว ”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ