กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 691: กองทัพหลี่เทียน
เมืองที่เคยสงบสุข บัดนี้กลับพังเละเทะจนไม่เหลือ
เค้าเดิม
ซากปรักหักพังปรากฏทุกที่ ทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ
และผู้เสียชีวิตอีกเป็นจำนวนมาก
สำหรับผู้ฝึกตนของเมืองนี้ เจ้ามังกรปีศาจตัวนี้ดู
เหมือนจะแข็งแกร่งมากเกินไป และมันยังปรากฏตัว
ออกมาอย่างฉับพลัน จึงไม่อาจจะเตรียมการป้องกัน
ได้ทัน แม้แต่ค่ายกลพิทักษ์เมืองก็ยังไม่ทันได้เริ่มใช้
งาน ทำให้เมืองแห่งนี้ถูกปีศาจโจมตีทำลายจาก
ภายใน
อู่ อวี้ คาดว่าอาจจะเป็นเพราะว่าปีศาจตัวนี้ มันได้จำ
ศีลอยู่ที่ด้านใต้เมืองนี้มาเป็นเวลานานแล้ว ทันทีที่มัน
ปรากฏตัวออกมา จึงสามารถก่อให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้
ได้อย่างรวดเร็ว มิฉะนั้นตราบใดที่ค่ายกลพิทักษ์เมือง
ได้ถูกเปิดใช้งานขึ้น ก็อาจจะพอถ่วงเวลามันได้สัก
ระยะเวลาหนึ่ง
หลังจากที่มันได้เห็น องค์หญิงโย่วเสี่ย มันก็ยังไม่ล่า
ถอย ยามนี้ความทะเยอทะยานในหัวใจของมันยิ่ง
มากขึ้นกว่าเดิม แม้กระทั่งอาจหาญหมายที่จะจับตัว
องค์หญิงโย่วเสี่ย
ไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของมันคืออะไร แล้วไยจึงมีความ
กล้าบ้าบิ่นเช่นนี้ได้?
ภายในจักรวรรดิเป่ยหมิง องค์หญิงโย่วเสี่ย ถือเป็น
คนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก มีคนจำนวนมากเคยเห็น
รูปลักษณ์ของนาง ดังนั้นภายในเมืองเดิมทีที่ผู้คน
กำลังหลบหนีเอาชีวิตรอด เมื่อพวกเขาได้พบกับนาง
สถานการณ์จึงสงบลงอย่างรวดเร็ว
“องค์หญิง โปรดสังการปีศาจตัวนี้ทิ้งเสีย มันได้ก่อ
กรรมทำชั่วที่ร้ายแรง ไม่เพียงแต่สังหารผู้คนไป
เท่านั้น มันยังได้กลืนกินผู้คนไปเป็นจำนวนมาก
ความผิดที่มันได้ก่อทำให้ฟ้าดินต้องเดือดดาล!”
“ไม่รู้ว่าเจ้าปีศาจตัวนี้จำศีลอยู่ภายใน ‘ทะลเสาบ
มังกรม่วง’ เป็นเวลากี่ปีแล้ว หลังจากผ่านมาเป็น
เวลานานกลับไม่มีผู้ใดค้นพบตัวตนของมัน ได้ยิน
เพียงแค่ว่ามีคนหายไปภายในทะเลสาบมังกรม่วง
เกรงว่ามันได้วางแผนมาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ!”
คนที่ยังมีชีวิตชีวิตรอด ยามนี้สายตาของพวกเขาแดง
ก่ำ รู้สึกเกลียดชังปีศาจตัวนี้มากมาจากก้นบึง ในหมู่
พวกเขา มีญาติสนิทมิตรสหายไม่น้อย ที่ต้องตกตาย
ภายใต้เงื้อมมือของปีศาจตัวนี้
“จะเอะอะโวยวายทำไม อยากตายมากใช่มั้ย รอข้า
จับแม่สาวคนสวยของพวกเจ้าให้ได้ก่อน แล้วข้าจะ
ทำให้พวกเจ้าได้เห็นถึงสิ่งที่เรียกว่าความสิ้นหวัง!”
มังกรปีศาจเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส ยามนี้ร่างอัน
ใหญ่โตของมันกำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางนภากาศ
พุ่งทะยานไปยังทิศของ องค์หญิงโย่วเสี่ย และ อู่ อวี้
แม้จะกล่าวว่า ระหว่างคนทั้งสอง อู่ อวี้ จะเป็น
เจ้านาย แต่ทว่า อู่ อวี้ ก็ไม่ปล่อยให้ องค์หญิงโย่ว
เสี่ยเป็นผู้จัดการกับเรื่องนี้ ถึงแม้จะปิดด่านฝึกตนจน
ระดับสูงขึ้น แต่ประสบการณ์ต่อสู้ก็ยังถือเป็น
สิ่งจำเป็นที่สุด
ขอบเขตของมังกรปีศาจตัวนี้ก็ไม่เลว คาดว่าจะอยู่ใน
ขั้นก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 6 ดังนั้นมันจึง
หวาดไม่กลัวองค์หญิงโย่วเสี่ย ดูเหมือนว่าพลังรบของ
มันกับ องค์หญิงโย่วเสี่ย จะทัดเทียมกัน
ยามนี้ไอเย็นสีม่วงพวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง บางที
นี่อาจจะเป็นแก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง คาด
ว่ามันย่อมทรงพลังอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะหลบหนีไปที่ใด
มันก็จะแช่แข็งทุกสิ่งอย่างที่อยู่ภายในรัศมี
แต่ อู่ อวี้ กลับลงมือได้รวดเร็วยิ่งกว่า!
เทียมฟ้าจรดดิน!
ในชั่วพริบตาสั้นๆ ร่างกายของเขาเกิดการ
เปลี่ยนแปลง พลังกายเนื้อและโลหิตเพิ่มขึ้นอย่าง
รวดเร็ว กลายร่างเป็นคนยักษ์ผู้หนึ่งที่เต็มเปี่ยมไป
ด้วยพละกำลัง!
บัดนี้ในมือของเขาพลันปรากฏพลองหมื่นมังกรพิภพ
อนันต์ซึ่งยามนี้มันก็ขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นด้วย
เช่นกัน อู่ อวี้ ไม่ได้ถือพลองหมื่นมังกรนี้ด้วยมือเพียง
แค่ข้างเดียว แต่เขากระชับมันเอาไว้บนมือทั้ง 2 ข้าง
ยามนี้พลองหมื่นมังกรมีความยาวหลายสิบจั้ง มันได้
แทบจะไม่ต่างกับเสาทองคำที่คอยค้ำจุนท้องฟ้า
เอาไว้
ยามนี้สามารถมองเห็น 2 คำบนร่างของ อู่ อวี้ ได้
อย่างชัดเจน นั่นคือ พละกำลัง
หนึ่งพลองทะยานขึ้นฟ้าอย่างฉับพลัน ยามนี้ อู่ อวี้
กำลังพุ่งฝ่าไอเย็นที่อยู่เบื้องหน้า พลองหมื่นมังกร
ขนาดใหญ่พลันถูกเหวี่ยงด้วยเรี่ยวแรงอันมหาศาล
ทะลวงเข้าไปอย่างไม่สนใจสิ่งใด!
ก่อนที่กระแสความเย็นจะกลืนกิน อู่ อวี้ เข้าไป อู่
อวี้ ก็สามารถทะลวงผ่านมันเข้าไปได้ก่อน พร้อมกับ
พลองที่ฟาดไปยังบนหัวของมังกรปีศาจโดยตรง!
เปรี้ยงงงง!!
ในช่วงที่มังกรปีศาจกำลังลำพองใจ กลับถูกโจมตีโดย
ไม่ทันตั้งตัว ยิ่งไปกว่านั้นการที่มันต้องรับพลังโจมตีที่
น่าหวาดกลัวของ อู่ อวี้ ทำให้พริบตาเดียวในหัวของ
มันคั่งไปด้วยโลหิต
ความจริงเป้าหมายในการโจมตีของมันก็คือองค์หญิง
โย่วเสี่ย ใครจะคาดคิดว่าก่อนหน้านี้คนที่ไม่ได้รับ
ความสนใจแต่อย่างใด กลับสามารถระเบิดพลังจู่โจม
มันได้ถึงเพียงนี้?
ยิ่งไปกว่านั้นมันก็ไม่คาดคิดว่าว่าพลองนี้จะมีพลัง
โจมตีที่รุนแรงถึงระดับนี้ มันถูกฟาดจนกระเด็นกลิ้ง
หมุนหลายตลบอยู่กลางอากาศ
ทุกคนเห็นได้ชัดว่าพลองหมื่นมังกรที่มีขนาดมหึมาได้
ฟาดมังกรปีศาจเข้าอย่างจังจนกระเด็นไปไกลหลายลี้
ทำให้ผู้พบเห็นต่างพากันอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง
แต่นี่เพิ่งจะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
สำหรับ อู่ อวี้ ผู้ที่เชี่ยวชาญในการต่อสู้ในระยะ
ประชิดแล้ว เมื่อมันดูถูกเขา ก็นับว่าเข้าทาง! อู่ อวี้
เร่งกระชับวงล้อมเข้าประชิดหมายเผด็จศึกในทันที
ในขณะที่มังกรปีศาจกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่กลาง
อากาศ อู่ อวี้ ก็รีบใช้เทียมฟ้าจรดดินย่อขนาดตัวเอง
ให้เล็กลงและเพิ่มความเร็วด้วยเคล็ดก้าวเทวะ ด้วย
ความช่วยเหลือจากเคล็ดก้าวเทวะทำให้เขาสามารถ
หลบหลีกจากกระแสความเย็นมาได้ ชั่วพริบตา เขาก็
ได้มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของมังกรปีศาจแล้ว!
ยามนี้ อู่ อวี้ มีความสูงเพียงแค่ 1 ฉื่อ มังกรปีศาจจึง
มองหาเขาไม่เจอ ภายใต้คลองจักษุของมัน จู่ๆ อู่ อวี้
กลับปรากฏตัวต่อหน้าตัวมันโดยไม่รู้ตัว บัดนี้พลอง
หมื่นมังกรพลันขยายขนาดกลับมาหลายสิบจั้ง
เหมือนเดิม มังกรนับหมื่นกำลังเดือดพล่าน
เคลื่อนไหวไปมาอยู่บนตัวพลอง เนื่องด้วยพลองหมื่น
มังกรนี้เป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณที่มี
เกล็ดมังกรแท้จริงเป็นวัตถุดิบ มันจึงทรงพลังอำนาจ
และหนักหน่วงยามโจมตีอย่างยิ่ง!
ปั้งงงงง!!!
พลังอำนาจเอ่อล้นพลันฟาดไปยังร่างของมังกรปีศาจ
อีกครั้ง มังกรปีศาจถึงกับต้องกรีดร้องออกมาอย่าง
เจ็บปวดพร้อมกับร่างของมันที่ดิ่งลงสู่ผืนดินจนจมลง
ไปในภูเขาลูกหนึ่ง บัดนี้แผ่นดินสั่นสะเทือนเลือนลั่น
ไปทั่วทิศ!
“ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ” จนกระทั่งยาม
นี้ เมื่อมันถูกฟาดไปถึง 2 ครั้งอย่างเต็มเหนี่ยว มังกร
ปีศาจจึงตระหนักได้ถึงตัวตนของ ศาสตราเต๋าวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณ แต่ตอนนี้มันก็สายไปเสียแล้ว
การเปิดฉากต่อสู้ อู่ อวี้ เป็นฝ่ายคว้าโอกาสโจมตี
ก่อน หากว่ามันไม่สามารถทนการโจมตีระลอกแรก
ของ อู่ อวี้ ได้ก็จบ แต่หากมันสามารถทานรับการ
โจมตีได้ ผลที่ตามมาก็จะถูกพิรุนพลองกระหน่ำฟาด
ไม่ยั้ง!
หลังจากที่โดนโจมตีไป 2 ครั้งจังๆ มันก็ทำให้มังกร
ปีศาจรู้สึกหนึบชายิ่ง มันรู้สึกราวกับโลกใบนี้กำลัง
หมุนรอบตัวอยู่ ขณะที่ร่างของมันปลิวกระเด็นไปทุก
ทิศทุกทางอย่างไม่รู้จบ
“อู่ อวี้ มังกรปีศาจสังหารผู้คนไปมากมาย ตามกฏ
ของจักรวรรดิเป่ยหมิงเราแล้ว ไม่อาจจะปล่อยให้มัน
มีชีวิตรอด” องค์หญิงโย่วเสี่ย เห็นว่า อู่ อวี้ สามารถ
ทำให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้ไปได้อย่างรวดเร็ว นางจึงรีบ
ตะโกนบอก อู่ อวี้
นางกับ อู่ อวี้ รู้สึกว่าไม่สามารถปล่อยมังกรปีศาจตัว
นี้ไปได้อีก เนื่องจากมันกระทำสิ่งเลวทรามชั่วช้า
อย่างยิ่ง หากปล่อยไปย่อมเกิดหายนะตามหลัง
แน่นอนคนที่อยู่ในเมืองล้วนคิดว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย
เป็นผู้ลงมือ แต่ไม่คาดเลยว่าจะกลับกลายเป็น อู่ อวี้
ที่สามารถระเบิดพลังโจมตีจัดการปีศาจได้เช่นนี้
“สมควรตายแล้ว” อู่ อวี้ เห็นว่ามังกรปีศาจตัวนี้ชั่ว
ร้ายมากเกินไป วันนี้ต้องสังเวยผู้บริสุทธิ์ไปเป็น
จำนวนมาก เขาจึงจำเป็นจะต้องลงทัณฑ์มันแทน
สรวงสวรรค์ อู่ อวี้ ยกพลองหมื่นมังกรขึ้น พร้อมกับ
ปลดปล่อยพลังทั้งหมดไปยังการโจมตีนี้ หากว่ามังกร
ปีศาจถูกโจมตีครานี้ เกรงว่ามันคงสิ้นชีวิตอย่างแน่
แท้แล้ว
“อย่า! ภายในท้องของข้า ยังมีคนที่รอดชีวิตอยู่อีก
หลายร้อยคน หากเจ้ากล้าสังหารข้า ข้าก็จะสังหาร
พวกมันทิ้งให้ตายไปพร้อมกับข้า!” เมื่อมังกรปีศาจ
เห็นท่าไม่ดีมันจึงรีบเงยหน้าขึ้น พร้อมกับใช้เรี่ยวแรง
ทั้งหมดแผดเสียงตะโกนบอก อู่ อวี้
ยามนี้ อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึงยิ่ง กระทั่งองค์หญิงโย่วเสี่ย
เองก็คิดอยากจะให้เขาหยุดมือลงก่อน
ก่อนหน้านี้เขาได้ยินผู้คนที่อยู่ในเมืองกล่าวว่า มังกร
ปีศาจตัวนี้ได้ทำการสังหารอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังกิน
ผู้ฝึกตนเข้าไปเป็นอาหาร จึงยากที่จะรู้ได้ว่าผู้ที่ถูกกิน
เข้าไปจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?
หากยังมีชีวิตอยู่ แน่นอนว่าถ้าช่วยเหลือพวกเขา
ออกมาได้ย่อมเป็นการดีที่สุด
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าผู้คนในเมืองต่างคุกเข่าอ้อน
วอนขอให้ อู่ อวี้ อย่าเพิ่งลงมือ
คนหลายร้อยคนต่างหลั่งน้ำตาออกมา อ้อนวอน
ขอร้องให้ อู่ อวี้ ช่วยเหลือญาติๆและสหายของพวก
เขาออกมาให้ได้
แน่นอนว่าพวกเขากำลังอ้อนวอนขอร้อง องค์หญิง
โย่วเสี่ย ซึ่งยามนี้พวกเขามองว่า อู่ อวี้ เป็นองค์รักษ์
ของ องค์หญิงโย่วเสี่ย
อันที่จริงมันก็เป็นเรื่องยากมากที่จะรู้ว่าพวกเขายังมี
ชีวิตรอดอยู่หรือไม่ เนื่องจากถูกกินเข้าไปแล้วจะรอด
อยู่ได้ยังไง?
เมื่อมองเห็น อู่ อวี้ หยุดมือ แต่ด้วยเป็นช่วงวิกฤต
มังกรปีศาจจึงรีบเอ่ยซ้ำขึ้นในทันที “อยากรู้ใช่มั้ยว่า
ทำไมข้าถึงออกอาละวาดในครั้งนี้ ข้าจะบอกให้ก็ได้
ข้าต้องการที่จะออกจากสถานที่บ้าๆเช่นนี้ยังไงเล่า!
ข้าต้องการจะไปยังมหาสมุทร สู่อิสรภาพ! ข้าจะได้
ไม่ต้องฝึกตนอย่างหวาดวิตกเช่นนี้! ยามนี้ชีวิตของ
คนหลายร้อยคนอยู่ในมือของข้า ตราบใดที่พวกเจ้า
สัญญาว่าจะส่งข้าออกไปจากจักรวรรดิเป่ยหมิง ข้าก็
จะปล่อยพวกมันออกมา!“
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้…
อันที่จริงบนดินแดนโบราณเหยียนหวงเป็นที่ตั้งของผู้
ฝึกตนทั้งหลาย จึงเป็นเรื่องยากที่ปีศาจจะสามารถ
อาศัยอยู่บนดินแดนแห่งนี้ ยกตัวอย่างเช่นมังกร
ปีศาจตัวนี้ ตั้งแต่เล็กมันต้องคอยหลบซ่อนตัวอยู่
ภายใน ‘ทะเลสาบมังกรม่วง’ เนื่องจากมันคอย
ระมัดระวังตัวมาโดยตลอด จึงทำให้มีชีวิตรอดมา
จนกระทั่งถึงทุกวันนี้
สัตว์อสูรวารีเช่นมังกรเกล็ดแข็ง หากว่ามันอยู่ใน
อาณาเขตมหาสมุทร มันก็เปรียบเหมือนกับปลาที่
แหวกว่ายอยู่ในสายธารา
ดังนั้นมันจึงมีความปรารถนาที่จะออกไปจาก
จักรวรรดิเป่ยหมิง ในความเป็นจริงที่ต่างๆในดินแดน
โบราณเหยียนหวง ก็มีปีศาจมากมายที่มีความใฝ่ฝัน
เช่นนี้
นับว่าค่อนข้างสมเหตุสมผล
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงมองเข้าไป แต่เนื่องจากกายเนื้อ
ของมันปิดกั้นเอาไว้อยู่ และมังกรปีศาจตัวนี้ก็ได้
ขัดขวางการมองเห็นของ อู่ อวี้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่
อาจตรวจสอบความจริงได้ว่าคนที่ถูกมันกินเข้าไปใน
ท้องจะอยู่หรือว่าตายไปแล้ว
“ข้าต้องการใช้พวกมันเป็นตัวประกัน แน่นอนว่า
พวกมันยังมีชีวิตอยู่! แต่ไม่ว่ายังไงข้าก็สามารถ
สังหารพวกมันได้ตลอดเวลา! พวกเจ้าอย่าก่อปัญหา
จะดีกว่า! ข้าบอกว่าตราบใดที่ส่งข้าออกไปจาก
จักรวรรดิเป่ยหมิงได้ ข้าก็จะปล่อยพวกมัน!” มังกร
ปีศาจกล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกัก และยามนี้มันมี
สีหน้าที่ค่อนข้างเคร่งเครียด
อย่างไรก็ตามเมื่อมันเปิดปากออกมาก็ปรากฎคนผู้
หนึ่งหลุดออกมาด้วย คนผู้น้ำเปียกแฉะไปด้วย
น้ำลายของมัน ดูแล้วน่าขยะแขยงอย่างมาก ซึ่งยาม
นี้อยู่ในอาการจวนเจียน แต่ก็ยังคงมีชีวิต!
มันโยนคนผู้นั้นไปทาง อู่ อวี้
จากนั้น อู่ อวี้ ก็ส่งไปให้ องค์หญิงโย่วเสี่ย ภายใน
เมือง ผู้เป็นแม่เมื่อเห็นบุตรชายตนเองรอดตาย นาง
จึงร่ำไห้ออกมาราวกับเขื่อนแตก และทันใดนั้นเอง
เมื่อรู้ว่าผู้คนที่ถูกกินเข้าไปยังมีชีวิต ชาวเมืองจึงต่าง
พากันอ้อนวอนให้ช่วยเหลือพวกเขากันอย่างโกลา
หน
แต่สำหรับ องค์หญิงโย่วเสี่ย แล้ว นางค่อนข้าง
ลำบากใจ เนื่องจากว่าตามกฏของจักรวรรดิเป่ยหมิง
แล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้ปีศาจหนีรอด หากว่า
นางปล่อยปีศาจตัวนี้ไป ไม่ใช่ว่าปีศาจตัวอื่นจะใช้
วิธีการเดียวกับมันหรอกหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้นเดิมที องค์หญิงโย่วเสี่ยและคนอื่นๆก็
กำลังจะเดินทางไปยังนครหมิง หากทำตามความ
ต้องการของมังกรปีศาจแล้ว พวกนางก็จำเป็น
จะต้องย้อนกลับไปยังอาณาจักรเซียนเหมันต์อุดร
เรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่จะจัดการได้ ดังนั้น องค์หญิง
โย่วเสี่ย จึงไม่รู้ว่าควรที่จะทำเช่นไรดี
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ยังไม่ลงมือ มังกรปีศาจจึงรู้สึก
ลำพองใจ ยามนี้มันควรที่จะคว้าจับจุดอ่อนของอีก
ฝ่ายเอาไว้ จึงกล่าวออกมาว่า “ตอนนี้ชีวิตพวกมันอยู่
ในมือของข้า พวกเจ้าจะจัดการเช่นไรก็จงคิดให้
รอบคอบ! ในฐานะที่เป็นถึงองค์หญิง เรื่องจะลงเอย
ยังไงก็อยู่ที่การตัดสินใจของเจ้า!”
ยามนี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย คิดอะไรไม่ออก อู่ อวี้ คิดว่า
หากคนที่อยู่ในท้องของมันยังไม่ตายก็น่าจะพอหาวิธี
ช่วยได้
ในเวลานี้ ในพื้นที่ห่างไกลพลันปรากฏกลุ่มคน
จำนวนหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามา ดูๆแล้วคาดว่าน่าจะเป็น
กองทัพ! คนกลุ่มนั้นสวมใส่ชุดเกราะสีดำเปี่ยมด้วย
พลังอำนาจ ซึ่งยามนี้ได้เข้ามาใกล้ทุกขณะแล้ว
เมื่อมังกรปีศาจเห็นเช่นนั้น มันกลับไม่ได้รู้สึก
หวาดกลัว เพราะไม่ว่ายังไง ยามนี้มันก็ถือไพ่
เหนือกว่า ”กองทัพ หลี่เทียน งั้นเรอะ มาช้าเป็น
บ้า!”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ