กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 692: หอกดําทมิฬ
ขณะนี้ พื้นที่ที่ อู่ อวี้ และ โย่วเสี่ย อยู่ เป็นอาณาเขต
ของ ‘แคว้นหลี่เทียน’ ที่อยู่ภายในจักรวรรดิเป่ยหมิง
จักรวรรดิเป่ยหมิงแบ่งแยกเป็นนครและหัวเมือง
พิเศษ ซึ่งตำแหน่งเจ้าแคว้นนี้แทบไม่ต่างกับ โย่วห
ยวนผู้ปกครองอาณาจักรเซียนเหมันต์อุดร
กองทัพที่อยู่ใต้สังกัดของ แคว้นหลี่เทียน มีขนาด
ค่อนข้างใหญ่ คนส่วนใหญ่ล้วนอยากที่จะเข้าร่วม
เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพของ แคว้นหลี่เทียน เพราะ
เมื่อเข้าร่วมกับกองทัพก็มีสิทธิพิเศษในการเข้าถึง
ทรัพยากรมากมาย ทำงานเพื่อรับใช้เจ้าแคว้น คอย
ปกป้องรักษานครเอาไว้ จะทำให้มีสถานะที่ค่อนข้าง
สูง
เมื่อครอบครองสถานะเป็นนายทหารภายในกองทัพ
แม้แต่ครอบครัวหรือว่าพ่อแม่ก็จะถูกยกระดับญา
สำหรับผู้ฝึกตนหนุ่มสาวภายในจักรวรรดิเป่ยหมิง
โดยเฉพาะผู้ที่มีต้นกำเนิดต้อยต่ำ เชื่อว่าส่วนใหญ่
แล้วพวกเขาล้วนมีเป้าหมายอันดับหนึ่งคือการเข้า
ร่วมแปดกองทัพหลัก จากนั้นก็เป็นกองทัพหลวง
ต่อมาก็กลายเป็นทหารประจำเมืองนคร
ทหารประจำการของเมืองนี้ ถูกมังกรปีศาจทำลาย
จนหมดสิ้นไปแล้ว ส่วนเจ้านครก็ตกตายไปเป็นคน
แรก แต่ทั้งหมดทั้งมวลเนื่องจากว่าเมืองนี้มีขนาดเล็ก
เกินไป ทหารประจำเมืองจึงไม่แข็งแกร่งมากเท่าใด
นัก
หากว่าที่แห่งนี้เป็นนครหลัก ผู้ที่ประจำการก็จะเป็น
ถึงทหารหลวง
การบุกรุกของมังกรปีศาจในครั้งนี้ ผู้คนที่อยู่ในเมือง
แจ้งขอความช่วยเหลือไปยังทหารหลวงเป็นอันดับ
แรก ในตอนนั้นไม่คาดคิดว่าเรื่องจะร้ายแรงเช่น
ในตอนนี้ เนื่องจากเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ผู้ที่
หาญกล้ามาท้าทายจักรวรรดิเป่ยหมิงเช่นนี้ก็มีไม่มาก
นัก
เมื่อ อู่ อวี้ มาถึงจักรวรรดิเป่ยหมิง สิ่งที่ตราตรึงใจ
เขามากที่สุดคือ ความเข้มงวดของสถานที่แห่งนี้ มี
การจัดลำดับเป็นขั้นๆ คล้ายคลึงกับอาณาจักรมนุษย์
แต่ทว่าเข้มงวดมากกว่า
เช่นในเวลานี้เมื่อทหารหลวงมาถึง ก่อนหน้านี้ผู้คนที่
ยังรู้สึกลำบาก แต่บัดนนี้พวกเขาได้ถอนหายใจ
ออกมาด้วยความโล่งอก ทหารหลวงที่มาในครั้งนี้มี
มากมายนับร้อยคน ส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ใน
ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ กองกำลังขนาดใหญ่
เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเพียงพอที่จะสังหารมังกรปีศาจตัว
นี้ให้สิ้นไปหลายร้อยครา
กองทัพหลี่เทียน มาเพื่อที่จะจัดการเรื่องของมังกร
ปีศาจ อู่ อวี้ จึงไม่อาจเข้ามายุ่งเกี่ยวได้ เนื่องจากว่า
มีคนเดินทางเข้ามา อู่ อวี้ ก็เตรียมพร้อมที่จะหลีก
ทางให้พวกเขาเป็นคนจัดการต่อ เนื่องจากว่าสุดท้าย
แล้วพวกเขาก็เป็นคนของจักรวรรดิเป่ยหมิง
อย่างไรก็ตามกลุ่มคนที่มีจำนวนนับร้อยนี้ ล้วนไม่ใช้
คู่มือของเขา แต่ว่ายกเว้นอยู่คนหนึ่ง คนผู้นั้นมี
สถานะเป็นถึงผู้บัญชาการ ซึ่งมันกำลังนั่งอยู่บนนก
อินทรีสีดำขนาดมหึมา นกอินทรีตัวนั้นก็อยู่ใน
ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ แต่ดูเหมือนว่าถูกคน
ผู้นั้นกำราบจนยอมศิโรราบ และกลายเป็นพาหนะ
ของเขา
คนผู้นี้สวมชุดเกราะสีครามตัดดำ แม้ว่าชุดเกราะนี้
จะเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าชุดเกราะ
ของคนผู้นี้นับว่าสูงล้ำกว่าทั่วไปมาก! คาดว่าวงเวท
ของมันก็อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับศาสตราเต๋าวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณ และเมื่อเป็นถึงศาสตราเต๋าวิถีแท้ ก็
ย่อมมีพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าศาสตราธรรมดานับ
สิบเท่า
คนผู้นี้รวบผมยาว ดวงตาทั้ง 2 ข้างมีสีที่แตกต่างกัน
ข้างหนึ่งเป็นสีดำ ดำสนิทราวกับสีของหมึก ส่วนอีก
ข้างเป็นสีคราม ราวกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ หรือ
อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว
ด้วยดวงตาที่มีสีแตกต่างกัน ทำให้บรรยากาศของคน
ผู้นี้ดูไม่ธรรมดา เมื่อดูแล้วเขามีความสามารถเพียง
พอที่จะครอบครองตำแหน่งที่สำคัญภายในทหาร
หลวง แน่นอนว่าจะต้องมีประสบการณ์ในการสู้รบ
มากมาย ด้วยประสบการณ์ดังกล่าว บนร่างของเขา
จึงปลดปล่อยบรรยากาศที่ดุดันออกมา นี่ก็คือ
บรรยากาศของผู้ที่ผ่านประสบการณ์เฉียดตายมานับ
ครั้งไม่ถ้วน
แน่นอนว่า อู่ อวี้ มีเนตรเพลิงอยู่ จึงเห็นได้ว่าคนผู้นี้
จะต้องฝึกตนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 70 ปี มีอายุมากกว่า
50 ปี เขาจึงไม่สามารถเข้าไปภายในเส้นทางเซียน
บรรพกาลได้
ขอบเขตของเขาสูงมาก พลังตำหนักม่วงและจิตเทวะ
จึงมีขนาดใหญ่ เมื่อเผชิญหน้ากัน เขาก็รับรู้ได้ถึงแรง
กดดันที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่า อู่ อวี้ จะไม่แน่ใจ แต่ก็คาดได้
ว่าอย่างน้อยคนผู้นี้ก็อยู่ในขั้นก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ระดับที่ 8 หรืออาจจะระดับที่ 9 แม้กระทั่งอาจจะสูง
กว่านี้!
แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในขั้นสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า แต่เขา
ก็ทรงพลังอย่างมาก หากเขายังคงฝึกฝนต่อเนื่องไป
อีกสัก 200-300 ปี ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะสำเร็จ
กลายเป็นเซียนอมตะ! กล่าวได้ว่าพรสวรรค์ของคนผู้
นี้ไม่ได้ด้อยไปกว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย เลย
“ต้วนอี้?” องค์หญิงโย่วเสี่ย จดจำเขาได้
เมื่อความคิดของนางแล่นเข้ามา อู่ อวี้ ก็รู้ถึงสถานะ
ของ ต้วนอี้ ผู้นี้ มันคือหลานชายของ เจ้าแคว้นหลี่
เทียน เป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่โดดเด่นตั้งแต่เด็ก แม้ว่า
ตัวตนจะไม่สูงส่งเท่ากับ อินเสวียน ที่ อู่ อวี้ เอาชนะ
มาได้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามพรสวรรค์และความ
อุตสาหะของเขาก็น่ากลัวยิ่งกว่ามันเสียอีก อายุไม่
ต่างกับ อินเสวียน มากนัก แต่กลับอยู่ในขอบเขตก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 9 จึงทำให้กลายเป็นหนึ่งใน
ผู้มีพรสวรรค์ภายในทวีปเป่ยหมิง
ตลอดมาเขาต่อสู้ในฐานะแนวหน้าของทัพหลวงของ
แคว้นหลี่เทียน เขาเติบโตและถูกขัดเกลาท่ามกลาง
การสงครามการต่อสู้ พึ่งพาความสามารถของตนเอง
ไต่เต้าขึ้นมาจากชั้นนายทหารจนกระทั่งมาถึง
ตำแหน่งนี้ เขาเป็น ‘ขุนพลหลี่เทียน’ ของทัพหลวง
แคว้นหลี่เทียน ที่ปกครองทหารหลวงร่วมหมื่นนาย
โย่วเสี่ย จึงรู้สึกประทับใจในตัวเขา นั่นก็เป็น
เพราะว่า ต้วนอี้ ได้ถูกพิจารณาจากราชวงศ์และ
จอมจักรพรรดิแห่งเป่ยหมิง ให้เป็นหนึ่งในผู้ที่มี
คุณสมบัติที่จะแต่งงานกับ องค์หญิงโย่วเสี่ย แม้ว่าใน
ด้านของสถานะจะต่ำกว่า อินเสวียน อยู่นิดหน่อย
แต่ทว่าในด้านอื่นๆเขาล้วนเหนือกว่า
ได้ยินมาว่าคนในราชวงศ์ล้วนชื่นชอบในตัวของ ต้วน
อี้
“ระวังเอาไว้ด้วย ในช่วงที่พวกเราเข้าไปในเส้นทาง
เซียนบรรพกาลเขาได้ไปฝึกฝนอยู่ภายในเขตแดน
สมุทร เพิ่งจะกลับมาเมื่อเร็วๆนี้ มีคนกล่าวว่าเขา
ครอบครองศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
เช่นเดียวกับเจ้า”
เมื่อ องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้เห็นการมาถึงของเขาจึงรีบ
เอ่ยเตือน อู่ อวี้ เพราะว่าอีกฝ่ายมีพลังต่อสู้ที่
แข็งแกร่งกว่า อินเสวียน จนเทียบกันไม่ติด
เมื่อ อู่ อวี้ ได้รับรู้ถึงเกียรติศักดิ์ของ ต้วนอี้ ในใจของ
เขาก็ชื่นชมยิ่งกว่าเดิม อายุยังน้อยนิดแต่มีความกล้า
ที่จะออกไปฝึกตนบนโลกภายนอก นอกจากนี้ยัง
ได้รับศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณมา
ครอบครองอีก คนผู้นี้จัดว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
ยามที่ทั้งคู่พบเห็น ต้วนอี้ มันก็มองเห็นพวกเขาด้วย
เช่นกัน องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้ทำให้แววตาอันเย็นชา
ของเขาเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย บัดนี้เขาได้เห็นแล้ว
ว่ามังกรปีศาจได้ถูกเกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนน ศีรษะ
ของมันมีเลือดไหลเจิ่งนองลงมาอยู่บนพื้น จึงพอจะ
คาดเดาได้แล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
แน่นอนว่าจะต้องเป็น องค์หญิงโย่วเสี่ย ที่ช่วยเหลือ
เขาในการจัดการกับปัญหาใหญ่เหล่านี้
ขณะนี้นกอินทรีที่เขานั่งอยู่ก็เปลี่ยนมาอยู่ใน
รูปลักษณ์ของมนุษย์ กองทัพมายังเบื้องหน้าอย่าง
รวดเร็ว พร้อมกับลงมาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า องค์หญิง
โย่วเสี่ย ต้วนอี้ ได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนัก
แน่น “กองทัพหลี่เทียน ขุนพลหลี่เทียน ‘ต้วนอี้’ ได้
นำทัพหลวง มาเข้าเฝ้าองค์หญิงโย่วเสี่ย”
“ลุกขึ้นเถอะ” องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าว
มังกรปีศาจไม่เต็มใจที่จะถูกเพิกเฉย ต้วนอี้ เพิ่งจะ
มาถึง มันจึงเปิดปากของมันขึ้นแล้วกล่าวว่า “ไม่
คาดคิดว่าแม้แต่ ต้วนอี้ ผู้โด่งดังก็มาด้วย! เฮอะ
ยิ่งใหญ่เชียวนะ ยามนี้คนหลายร้อยคนยังมีชีวิตอยู่
ภายในท้องของข้า ตราบใดที่เจ้า ต้วนอี้ พาข้า
ออกไปจากจักรวรรดิเป่ยหมิงจนไปสู่มหาสมุทรได้
ข้าจะไว้ชีวิตคนหลายร้อยคนที่อยู่ในท้องข้า มิฉะนั้น
ทุกคนจะต้องตกตายทั้งหมด! เอ้า…เอายังไง
เกี่ยวพันกับชีวิตคนหลายร้อย ต้องคิดดีๆหน่อยนะ ต้
วนอี้.. ”
มังกรปีศาจได้เตรียมตัวเพื่อวันนี้มาเป็นเวลานานแล้ว
ดังนั้นยามนี้มันจึงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ก่อนที่กองทัพหลี่เทียนจะเดินทางมาถึงพวกเขาก็ได้
สื่อสารกับคนในเมืองนี้มาตลอดทาง ดังนั้นจึงพอจะ
เข้าใจรายละเอียดในสถานการณ์แห่งนี้อยู่บ้าง เมื่อ
มังกรปีศาจทำการข่มขู่ ต้วนอี้ ก็ไม่รอช้า กล่าวตอบ
ไปว่า “นครสุสานม่วง อยู่ในเขตการปกครองและ
ดูแลของ แคว้นหลี่เทียน ในฐานะของขุนพลใหญ่
กลับไม่สามารถปกป้องนครสุสานม่วงได้ อีกทั้งยังทำ
ให้ปีศาจเที่ยวก่อความวุ่นวายไปทั่ว นอกจากนี้ต้อง
ลำบากให้ องค์หญิง ต้องลงมือด้วยตัวเอง ต้วนอี้ มี
ความผิดอันใหญ่หลวง! หลังจากจบเรื่องนี้ ต้วนอี้ จะ
ไปรับโทษต่อหน้าท่านเจ้านครที่หน้าหลุมศพด้วย
ตัวเอง ต้วนอี้ ขอเป็นตัวแทนของนครสุสานม่วง
ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือขององค์หญิงในครั้ง
นี้!”
องค์หญิงโย่วเสี่ย รู้ว่าเขาเป็นคนที่มีนิสัยเข้มงวด จึง
กล่าวว่า “เรื่องเล็กน้อย ที่สำคัญคือที่มังกรปีศาจมัน
ได้ข่มขู่ด้วยผู้คนเช่นนี้ เจ้าจะจัดการกับมันอย่างไร?”
ต้วนอี้ กล่าวตอบว่า “การจัดการกับเจ้าปีศาจใน
เรื่องนี้ ให้เป็นหน้าที่ของข้าน้อยเอง ขอให้องค์หญิง
โปรดรอสักครู่ ข้าจะนำคำตอบที่น่าพอใจมามอบให้
ท่าน”
เขาลุกยืนขึ้นมา ในเวลานี้เขากำลังจ้องมองไปที่มังกร
ปีศาจด้วยสายตาที่เย็นชา
ภายในนครสุสานม่วง ทุกคนกำลังเฝ้ามองอย่าง
จริงจัง เพื่อรอคอยการช่วยเหลือของชาวเมือง
มังกรปีศาจสบตากับ ต้วนอี้ มันรู้สึกหวาดกลัว
เล็กน้อย แต่ก็ยังปากแข็งพร้อมกับกล่าวมาว่า
“ความจริงข้าก็ไม่ได้มีนิสัยโหดเหี้ยมอำมหิต เพียงแค่
อยากออกไปจากที่แห่งนี้ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ของข้า
ตราบใดที่ปล่อยให้ข้าหนีไป ข้าก็จะปล่อยพวกมันไป
เนื่องจากการสังหารพวกมันก็ไม่ถือว่าเป็นการดี
สำหรับข้า”
ยามนี้ทุกคนจ้องไปที่ ต้วนอี้
บุคคลผู้มีนามว่า ต้วนอี้ ไม่กล่าวสิ่งใด เขาค่อยๆย่าง
ก้าวเข้าไปใกล้มังกรปีศาจ ชุดเกราะสีครามตัดดำของ
เขาส่องประกายสง่างามภายใต้แสงของดวงอาทิตย์
“เจ้าอย่าเข้ามานะ หากเจ้าข้ามาข้าจะสังหารพวก
มันทีละ 2-3 คนเดี๋ยวนี้!” มังกรปีศาจเห็นว่า
ระยะห่างของเขากับตัวมันอยู่ใกล้เกินไป จึงมีท่าที
ลุกลี้ลุกรน
อู่ อวี้ ก็อยากจะรู้ว่าเขารับมือกับเรื่องนี้อย่างไร นี่
เกี่ยวพันถึงชีวิตของคนหลายร้อยคน หากลังเลหรือ
สับสน เขาก็จะถูกตำหนิและลงโทษ
ในขณะที่เขาคิดเช่นนี้ ต้วนอี้ ก็หายตัวไปอย่าง
ฉับพลัน!
เขามีความเร็วที่น่าทึ่ง ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ไม่อาจหลุด
รอดจากเนตรของ อู่ อวี้ ไปได้
“หรือว่าจะเสี่ยงสังหารปีศาจตนนี้!” อู่ อวี้ คาดเดา
ถึงความตั้งใจของเขาได้อย่างแช่มชัด
รูปแบบการทำงานของคนผู้นี้ค่อนข้างเด็ดขาดยิ่ง อีก
ทั้งยังไร้ซึ่งความลังเล บางทีเขาอาจจะไม่คิดว่าจะ
ปล่อยให้มังกรปีศาจตนนี้หลบหนีไปจากจักรวรรดิ
เป่ยหมิงได้ หากว่ามันออกไปด้วยวิธีนี้ ประการแรก
ปีศาจตนอื่นๆก็อาจจะทำตาม ประการที่สองมันจะ
ทำให้จักรวรรดิเป่ยหมิงและ แคว้นหลี่เทียน ต้องขาย
ขี้หน้า จะปล่อยให้กองทัพ แคว้นหลี่เทียน อันทรง
เกียรติถูกปีศาจตนนี้ปั่นหัวเช่นนั้นรึ?
ดังนั้นมันจึงเลือกอย่างง่ายดาย ลงทุนเสี่ยงชีวิตของ
คนหลายร้อยคนนี้
อู่ อวี้ รู้สึกว่าคนผู้น่าช่างน่ากลัว เขากล้าเอาชีวิตคน
มากมายมาเสี่ยงเช่นนี้ ไม่ว่าเขาจะมีความมั่นใจ
หรือไม่ เขาก็ยินดีที่จะให้คนเหล่านี้เสียสละ
อย่างไรก็ตามเขามีพลังที่แข็งแกร่ง สามารถกดดัน
ฝ่ายตรงข้ามได้อย่างอยู่หมัด พริบตาเดียว อู่ อวี้ ก็
เห็นเขานำหอกยาวสีดำทมิฬออกมา หอกยาวนั้นดู
เก่าและเต็มไปด้วยสนิม ตัวหอกที่สีดำล้วนพลัน
ปลดปล่อยบรรยากาศที่ข่มขวัญผู้คนออกมา และเมื่อ
หอกปรากฏออกมา ท้องฟ้าได้แปรเปลี่ยนจนเกิด
ความโกลาหนอย่างที่สุด
พริบตานี้เขาปรากฏตัวอยู่ข้างกายของมังกรปีศาจ
หอกยาวได้ทิ่งแทงจนทะลุช่วงท้องของมังกรปีศาจ
“เจ้า!” ในพริบตาที่อีกฝ่ายโจมตี มังกรปีศาจก็
คำรามออกมาด้วยความเดือดดาล คนผู้นี้ยอมจ่าย
ด้วยชีวิตของคนหลายร้อยชีวิต เห็นได้ชัดว่าคนหลาย
ร้อยชีวิตนี้ยังมีชีวิตอยู่ แต่ด้วยโทสะของปีศาจมังกร
มันจึงย้ายจิตสำนึกพุ่งเข้าสังหารผู้คนที่อยู่ในท้อง
ทันที
มันไม่คาดคิดว่า หอกยาวสีดำนี้มันจะเป็นศาสตรา
เต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ นับว่าโชคร้ายอย่างยิ่งที่
มันได้พบเจอกับสองผู้ถือครองศาสตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ!
ยิ่งไปกว่านั้นตัวหอกยังเต็มไปด้วยความชั่วร้าย มืด
หม่น!
ยามที่หอกยาวแทงทะลุช่องท้องของมังกรปีศาจ
มังกรปีศาจก็ไม่คาดคิดว่าตัวมันเองจะต้องตกตายไป
ภายในชั่วพริบตาเช่นนี้
ทั้งหมดที่ อู่ อวี้ เห็นคือ โลหิตของมังกรปีศาจชโลม
ไปทั่วทั้งร่างของมัน ทันใดนั้นมันก็ฟุบตัวลงพร้อมกับ
กลายเป็นซากศพไปในทันที ครู่ต่อมา ต้วนอี้ ก็ได้บิด
หอกเบาๆ ซากศพของมันก็กลายเป็นฝุ่นผงไปใน
พริบตา
นับว่าเขาสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดียิ่ง
เนื่องจากว่าหลังจากที่ซากของมังกรปีศาจกลายเป็น
ฝุ่นผง ปรากฎว่าคนที่อยู่ในท้องก็ยังคงมีชีวิตอยู่
หลายคน แต่เนื่องจากการชิงลงมือครั้งสุดท้ายมังกร
ปีศาจ จึงทำให้คนต้องตกตายไปประมาณ 50 คน
และยังเหลือผู้ที่รอดชีวิตอยู่อีก 300 คน
การลงมือครานี้นับว่าหมดจดและเฉียบขาดยิ่ง
……………..
ศัตรูหัวใจและศัตรูแอดมินมาแล้ว!!
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ