กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 696: เหยียนชิง
คนสุดท้ายคือผู้มาจาก ‘ผู้ฝึกตนกระบี่นิรันดร์’
“คนผู้นี้มีชื่อว่า ‘เจี้ยน ตงจิ้ง’ ดูเหมือนว่าจะเป็น
อาจารย์ของ เฟิง เจี้ยนชิง ผู้ฝึกตนกระบี่นิรันดร์กับ
อาณาจักรผู้ฝึกตนอื่นๆไม่ค่อยเหมือนกัน พวกเขาจะ
ให้ความสำคัญกับผู้สืบทอดอย่างมาก”
นับว่าน่าสนใจไม่น้อย มันค่อนข้างคล้ายคลึงกับ
พรรคนิกายที่อยู่บนทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
คำพูดที่ องค์หญิงโย่วเสี่ย เอ่ยออกมา เป็นการบอก
เขาเกี่ยวกับสถานะและความแข็งแกร่งของคน
เหล่านี้ พวกเขาทุกคนล้วนเป็นสุดยอดอัจฉริยะ
ระดับสูง เช่นนั้นจะต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาอย่าง
รอบคอบ
สำรหับ อู่ อวี้ ที่เพิ่งจะมาเหยียบดินแดนโบราณเห
ยียนหวง การที่ถูกล้อมรอบด้วยตัวตนที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้
มันเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจจริงๆ ตอนนี้เขาเป็น
เหมือนกับกระต่ายปั่าตัวหนึ่งที่หลงเข้ามาอยู่
ท่ามกลางฝูงของสิงโต จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอกสั่น
ขวัญแขวน
โชคยังดีที่ยังมี องค์หญิงโย่วเสี่ยว เป็นเหมือนกับลูก
สิงโต และลูกสิงโตตัวนี้ก็ยังถูกตนเองควบคุมเอาไว้
อยู่ มิฉะนั้นด้วยภูมิหลังและสมบัติบนตัวของเขา
เกรงว่าคงจะถูกฝูงสิงโตเหล่านี้กลืนกินไปจนหมดสิ้น
แม้ว่าจะมีองค์หญิงโย่วเสี่ย อู่ อวี้ ก็เกรงว่ามันคงจะ
เป็นเรื่องยากที่จะลืมช่วงเวลานี้ได้ กลุ่มคนที่ทรงพลัง
อำนาจเช่นนี้ ให้ความรู้สึกว่าพวกเขาสามารถที่จะ
คร่าชีวิตของเขาได้ตลอดเวลา
จริงๆแล้วพวกเขาคิดที่จะสอบถาม อู่ อวี้ ไม่ใช่ โย่ว
เสี่ย จึงยังไม่ได้ออกไปจากจักรวรรดิเปั่ยหมิง และ
เมื่อได้ยินว่า อู่ อวี้ ได้มาถึงที่นี่ พวกมันก็รีบมา
ปรากฏตัวในทันที
เหยียนชิง รีบถามก่อน “เจ้าคือ อู่ อวี้ จากนคร
จักรพรรดิเพลิงบนทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งใช่
หรือไม่?“
มันจงใจยกนครจักรพรรดิเพลิงขึ้นมา เพื่อบ่งบอกถึง
ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดเป็นนัยๆ อู่ อวี้ พยักหน้า แต่
เขาไม่รู้ว่าจะเรียกขานมันว่าอะไร จึงตอบกลับไป
อย่างง่ายๆ “ขอรับ”
อีกฝั่ายเร่งถามตรงๆเพื่อจะได้ไม่เป็นการเสียเวลา
กล่าว “สถานการณ์ในตอนนี้เจ้าก็น่าจะพอรู้อยู่แล้ว
เส้นทางเซียนบรรพกาลกำลังจะปิดตัวลงไปในไม่ช้า
แต่ยังมีอีกหลายคนยังไม่ได้ออกมา เจ้ากับองค์หญิง
โย่วเสี่ย เป็นผู้ที่ออกมาเป็นลำดับสุดท้าย มันเกิด
เรื่องอะไรขึ้นบนยอดเขาอัสนี พวกเขาอยู่ที่ไหน
อธิบายมาให้ชัดเจนได้หรือไม่?”
‘ชิง เสี่ยอิ้น’ แห่งราชวงศ์มารฟั้า กล่าวว่า “ไม่ต้อง
อ้อมค้อมแล้ว เจ้ากล่าวถึงเรื่องที่เกิดบนยอดเขาอัสนี
มาเลยดีกว่า ก่อนที่จะจากไปเจ้าได้เห็นคนที่มีชื่อว่า
องค์ชายเฟิง ชิงอู่ หยุนซื่อ องค์ชายน้อย และ เฟิง
เจี้ยนชิง หรือไม่?”
อู่ อวี้ พยักหน้าจากนั้นก็กล่าวตอบไปว่า “เวลา
ทั้งหมดข้ามักจะอยู่คนเดียว หลังจากที่เข้าไปภายใน
ยอดเขาอัสนี เนื่องจากว่ามันเกี่ยวข้องกับศาสตรา
เต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ จึงทำให้ข้าต้องหลบหนี
ตลอด จากนั้นทุกคนก็เป็นเช่นเดียวกัน ต้อง
เผชิญหน้ากับอสรพิษอัสนีขย้ำ อสรพิษอัสนีขย้ำนั้น
น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง จึงทำให้คนจำนวนมากเร่งจาก
ไป และยามที่ข้าลังเลอยู่นั้น ข้าจึงตัดสินใจที่จะอยู่
ต่อ”
“ในท้ายที่สุดข้าก็ได้ปีนได้ไปถึงยอดเขา ข้าได้พบกับ
องค์หญิงโย่วเสี่ยที่นั่น แต่ด้วยที่แห่งนั้นมีอสรพิษ
อัสนีขย้ำมากเกินไป จึงทำให้แม้ว่าก่อนหน้านี้พวก
เราจะมีความขัดแย้งมาก่อน แต่ก็ได้จับมือช่วยเหลือ
ซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดมิตรภาพอันลึกซึ้ง แต่
สถานการณ์ย่ำแย่กว่าที่คาด เราจึงถูกล้อมเอาไว้จน
ไปไหนไม่ได้ และตอนนั้นข้าก็ไม่ได้พบกับคนอื่นๆ
อีก”
“ต่อมาพวกเราจึงพยายามที่จะหนีออก แต่ก็ยังไม่มี
ทาง ทั้งยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวสิ่งใดได้ องค์หญิงโย่ว
เสี่ย จึงตัดสินใจที่จะกลับออกมาก่อน ส่วนตัวข้าก็
ยังคงรั้งอยู่ที่นั่นอีกสักพัก สุดท้ายเนื่องจากถูกจำกัด
การเคลื่อนไหวมากเกินไป แม้ว่าจะยังมีเวลาอีกครึ่ง
ปีแต่ก็น่าจะทำอะไรไม่ได้แล้ว ผนวกกับเรื่องของ
บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ข้า
จึงต้องออกจากเส้นทางเซียนบรรพกาล ยามที่
ออกมาน่าจะเหลือเวลาอีก 3 เดือน ซึ่งตอนนั้นบรรพ
บุรุษมารกลืนสวรรค์ได้ถูกจัดการไปสิ้น และ
เนื่องจากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งมีความแห้งแล้ง
ยากจะพัฒนาฝีมือ องค์หญิงโย่วเสี่ย จึงเชื้อเชิญข้า
มายังที่นี่”
เขาครุ่นคิดมาเป็นอย่างดี และคิดว่าการหยิบยกทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้งออกมาพูด ถือว่าเป็นหัวข้อที่ดีไม่
น้อย อีกทั้งยังจบประเด็นเรื่องยันต์เซียนบรรพกาล
โดยไม่ต้องเอ่ย เนื่องจากเขาได้ดั้งด้นมายังอาณาจักร
เซียนเหมันต์อุดรด้วยตนเอง
สิ่งที่เขากล่าวมาแทบไม่ต่างกับคำพูดของ องค์หญิง
โย่วเสี่ย ซึ่งถูกอสรพิษอัสนีขย้ำกดดันจนไปไหนไม่ได้
เพียงแต่ว่าเขาออกมาช้ากว่านิดหน่อย
“หมายความว่าเจ้าไม่รู้ว่าองค์ชายน้อยของพวกข้า
อยู่ที่ไหนเช่นนั้น?” เหยียนชิง ถามขึ้นอย่างร้อนใจ
อู่ อวี้ พยักหน้าและตอบกลับไปว่า “ข้าไม่รู้จริงๆ
หากว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ข้าก็บอกให้พวกท่านรู้แล้ว ข้า
คิดว่าตอนที่อยู่บนยอดเขาอัสนี ทุกคนน่าจะออกไป
แล้วเสียอีก เนื่องจากอสรพิษอัสนีขย้ำนั้นกระจัด
กระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่งและอันตรายอย่าง
แท้จริง มันได้จำกัดการเคลื่อนไหวของพวกเราอย่าง
สมบูรณ์ บางทีพวกเขาอาจจะพบกับโชควาสนา
บางอย่าง ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่พวกเขาจะออกมา
หากเวลานั้นมาถึงเมื่อไหร่ไม่แน่ว่าพวกเขาก็จะ
กลับมาอย่างแน่นอน”
บัดนี้คนทั้งสี่รู้สึกร้อนใจยิ่ง แต่ในความเป็นจริงพวก
มันก็เข้าใจดี แม้ว่า อู่ อวี้ จะรู้ว่าคนเหล่านี้จะอยู่ที่
ไหน แต่มันก็เป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์หากว่าพวกเขา
กลับออกมาไม่ได้อยู่ดี
ชิง เสี่ยอิ้น เอ่ยขึ้เน “อู่ อวี้ เจ้าสามรถสาบานได้
หรือไม่ว่าที่เจ้ากล่าวออกมานั้นมันเป็นเรื่องจริง? เจ้า
น่าจะรู้หากว่าเจ้ากล้าหลอกลวงพวกข้า ผลที่ตามมา
มันจะร้ายแรงถึงเพียงไหน”
อู่ อวี้ รีบพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ทุกท่าน เรื่องที่
สำคัญเช่นนี้ ข้าไม่มีความกล้าพอที่จะมาพูดโกหกกับ
พวกท่านได้”
เมื่อเห็นเขาแสดงความจริงใจออกมาเช่นนี้ พวกมันก็
ไม่กล่าวอะไรต่อ แน่นอนพวกมันล้วนจะไม่คิดว่าคน
ที่ตนเองกำลังรอคอยอยู่จะถูก อู่ อวี้ สังหารไป
หมดแล้ว
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้ฝึกตนวิถีกระบี่นิรันดร์
‘เจี้ยน ตงจิ้ง’ ขมวดคิ้วขึ้น กล่าวว่า “ข้ามีข้อสงสัย
อยู่อย่างหนึ่ง ในเมื่อพวกเจ้าทั้ง 2 คนอยู่ด้วยกัน
องค์หญิงโย่ว เสี่ยไม่คิดที่จะแย่งชิงศาสตราเต๋าวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณของเจ้าเช่นนั้นรึ?”
นี่คือคำถามที่น่าสงสัยไม่น้อย อู่ อวี้ และ โย่วเสี่ย
สบตากัน พวกเขามีการเชื่อมต่อกันผ่าน วงเวท
พันธะโลหิตควบคุมวิญญาณอยู่ ทำให้มีคำตอบแบบ
เดียวกัน องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าวว่า “กล่าวตามตรง
ในตอนแรกข้าได้บังคับให้เขาส่งมอบศาสตราเต๋าวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณ แต่ในเวลานั้นรอบด้านมีอสรพิษ
อัสนีขย้ำมีจำนวนมากเกินไป จึงเป็นเรื่องยากที่จะนำ
มันไปจากเขา จากนั้นพวกเราทั้ง 2 คนต่างได้
พยายามช่วยเหลือกันเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งการที่เขา
ได้ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ดังนั้น…….สำหรับศาสตราเต๋า
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ในภายภาคหน้าข้าก็อาจจะมี
โอกาสที่จะครอบครองมันได้ แต่ไม่ใช่กับการแย่งชิง
จากสหายของข้า!”
นางไม่พูดให้มากความ เนื่องจากพวกมันรู้ดีว่า
ความสัมพันธ์ของชายหญิงยามเมื่อผ่านสถานการณ์
อันเลวร้ายมาได้จะปรากฎเป็นความรู้สึกดีๆต่อกัน
เมื่อเวลายิ่งมายิ่งกระชั้นชิด ตั้งแต่ที่ เมื่อ อู่ อวี้ และ
องค์หญิงโย่วเสี่ย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น คน
ทั้งสี่ก็ไม่เร่งเร้าถามต่อ อย่างไรก็ตามพวกมันก็ยัง
ไม่ได้จากไปในทันที พวกมันกำลังรอให้เส้นทางเซียน
บรรพการปิดตัวลง
พวกมันยังคงมีความหวัง
ทุกคนอยู่กันอย่างเงียบๆ องค์หญิงโย่วเสี่ย ต้องการที่
จะจากไป ทันใดนั้น เหยียนชิง ก็มองไปที่ อู่ อวี้ แล้ว
กล่าวว่า “เนื่องจากว่าเจ้าเป็นคนจากนครจักรพรรดิ
เพลิง ก็ถือว่าเป็นสายเลือดของตระกูลเหยียนหวงเรา
หลังจากนี้เจ้าจะต้องตามข้ากลับไปที่อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง”
น้ำเสียงของมันเหมือนกับเป็นคำสั่ง และไม่ปล่อย
โอกาสให้ อู่ อวี้ ปฏิเสธ
แน่นอนที่มันทำเช่นนี้ มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่
สมเหตุสมผล
คนอื่นๆก็ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไร
อู่ อวี้ กับ องค์หญิงโย่วเสี่ย คาดเดาว่ามันจะมาไม้นี้
จึงทำให้เตรียมคำตอบเอาไว้แล้ว อู่ อวี้ รีบตอบ
กลับไปตรงๆว่า “ไต้เท้าเหยียน อู่ อวี้ ตัดสินใจที่จะ
อยู่ภายในจักรวรรดิเปั่ยหมิง คอยติดตามองค์หญิง
โย่วเสี่ย ตัวข้ายังไม่อาจจะไปที่อาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงได้”
องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็กล่าวเสริมขึ้นทันทีว่า “ไม่ผิด ใน
ตอนที่อยู่ภายในเส้นทางเซียนบรรพกาลพวกเราได้
สร้างมิตรภาพที่ลึกซึ้ง อู่ อวี้ ก็เต็มใจที่จะอยู่ที่นี่ ข้า
จึงยื่นเงื่อนไขที่ดีที่สุดให้กับเขา การกลับมาในครั้งนี้
ข้าคิดที่จะแนะนำให้ อู่ อวี้ เข้าร่วมกับ ‘กองทัพหมิง
ไห่’ ของเสด็จอา”
ในขณะที่พูดนางก็เหลือมองไปที่ โย่วชาง โดยใช้
สายตาออดอ้อน บัดนั้น โย่วชาง ก็เข้าใจความหมาย
ได้ในทันที
การปฏิเสธของ อู่ อวี้ นี้ เป็นสิ่งที่ เหยียนชิง ไม่เคย
คาดคิดมาก่อน มันตกตะลึงสักครู่ พร้อมกับกล่าว
ออกมาว่า “เรียกได้ว่าครึ่งตัวของเจ้านั้นคนของ
ตระกูลเหยียนหวง แล้วจะอยู่ที่ตระกูลเปั่ยหมิงได้อ
ย่างไร? ที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นสถานที่ของเจ้า ข้าเห็นว่า
จะก็ถือเป็นอัจฉริยะและเปียมด้วยวาสนาที่จะทำให้
เจ้าโดดเด่นกว่าผู้อื่น หากเจ้ายังยืนกรานปฏิเสธ มัน
ไม่ใช่เรื่องโง่เขลาเกินไปหน่อยหรือ?”
ในความเป็นจริงมันค่อนข้างรู้สึกขุ่นเคือง เนื่องจาก
เรื่องของ องค์ชายน้อย ทำให้อยู่ในอารมณ์ที่ฉุนเฉียว
การปฏิเสธของ อู่ อวี้ จึงยิ่งทำให้มันรู้สึกขายขี้หน้า
อู่ อวี้ ไม่อาจที่จะแสดงความกลัวออกมาได้ เมื่อต้อง
เผชิญหน้ากับยอดฝีมือ เขาจึงยังคงรักษาท่าที่สงบนิ่ง
เอาไว้ ยามนี้เขาแสดงสีหน้าจริงจังและกล่าวออกมา
ว่า “ไต้เท้าเหยียน ตัวข้าเป็นคนตรงไปตรงมา และ
จะเป็นการดีที่จะกล่าวตามตรง ท่านก็รู้ว่าตัวข้ามา
จากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง การมาที่ดินแดนโบราณ
เหยียนหวงในครั้งนี้ ไม่ว่าข้าจะไปอยู่ที่ไหน ข้าก็ไม่
สามารถพึ่งพาสิ่งใดได้ อย่างไรก็ตามเรื่องที่ข้าได้รับ
ศาสตราเต๋าวิถีบนเส้นทางเซียนบรรพกาลมา ก็อย่าง
ที่ทุกท่านทราบกันดี ไม่ว่าข้าจะไปที่ใด ก็จะ
กลายเป็นแกะอ้วนในสายตาของคนอื่น ทุกคนคิดที่
จะแย่งชิงสมบัติของข้า คนเดียวที่ข้าเชื่อใจบน
ดินแดนโบราณเหยียนหวงแห่งนี้มีเพียงแค่ องค์หญิง
โย่วเสี่ย เมื่ออยู่ที่นี่ข้าก็จะสามารถปกปั้องศาสตรา
เต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณของข้าได้ แต่หากไปที่
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง…..ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อใจ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง แต่เนื่องจากว่าข้าไม่มี
คนหนุนหลัง ไม่มีผู้ใดที่จะมาสนใจว่าข้าจะมีจุดจบ
เช่นไร ใช่หรือไม่?”
คำกล่าวนี้นับว่าตรงประเด็นยิ่ง
อู่ อวี้ เปิดเผยความยากลำบากใจผ่านคำพูดของเขา
เมื่อคนทั้งสี่ได้ฟังก็เข้าใจและก็รู้ถึงสถานการณ์ของ อู่
อวี้ เป็นอย่างดี หากไปที่อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง ไม่ต้องกล่าวถึงสมบัติเช่นศาสตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณเลย แม้แต่สมบัติที่อยู่บนร่าง ก็ไม่
อาจจะครอบครองได้
ดังนั้นเขาจึงอาศัยอยู่ที่นี่ และนับว่าเป็นทางเลือกที่
เหมาะสมที่สุดแล้ว
อย่างน้อยเมื่อพิจารณาดูแล้ว เขาก็ค่อนข้างจะมี
ความสัมพันธ์อันดีกับ องค์หญิงโย่วเสี่ย
เมื่อ เหยียนชิง ได้ฟังจนจบสีหน้าก็ไม่สู้ดีนัก ความ
จริงสิ่งที่มันต้องการคิดจะพูดก็คือ แม้ว่าจะอยู่ภายใน
จักรวรรดิเปั่ยหมิง และได้รับการปกปั้องจากองค์
หญิงโย่วเสี่ย สุดท้ายก็อาจตายได้อยู่ดี แต่มันไม่
สามารถพูดต่อหน้า องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้
“เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าต้องการที่อยู่ในจักรวรรดิเปั่ย
หมิงแห่งนี้ ไม่กลับไปที่อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ด้วยกันกับข้า? เจ้าจะต้องรู้ว่าคนที่มีความคิดที่จะหนี
จากตระกูลของตนเช่นเดียวกับเจ้า จะพบกับจุดจบ
เช่นไร?” เหยียนหวง เอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำ
ภายในน้ำเสียงของมันแฝงเอาไว้ด้วยความหมายข่มขู่
อู่ อวี้ หันไปมองที่ องค์หญิงโย่วเสี่ย แล้วกล่าวว่า
“ไม่ว่าข้าจะพบจุดจบเช่นไร ข้าก็ไม่เสียใจภายหลัง
แน่นอน”
ยามนี้หากไปที่อาณาจักรโบราณเหยียนหวงโดยที่ไม่
มีคนหนุนหลัง ก็ไม่ต่างกับการพาตัวเองไปตาย
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เป็นสถานที่ที่อันตราย
ยิ่งสำหรับเขา
หลังจากที่ได้ยินเขากล่าวออกมาเช่นนี้ เหยียนชิงก็
ยิ้มอย่างเย็นชาขึ้น “ตกลง เมื่อเจ้าตัดสินใจเช่นนี้ ข้า
ก็จะไม่บีบบังคับเจ้า แต่ว่า อู่ อวี้ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจ
ที่จะอยู่ที่นี่แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงของพวกข้าเป็นอัน
ขาดกัน! จากนี้เป็นต้นไป ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าเข้ามา
ในอาณาเขตของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
กระทั่งละทิ้งบ้านเกิดของตน นี่ยังนับว่าน้อยไปเสีย
ด้วย!”
มันรู้สึกอึดอัดใจอยู่เล็กน้อย เพราะแม้แต่คนจาก
จักรวรรดิเปั่ยหมิงก็ยังสามารถเดินทางไปที่
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงได้
แต่ในเวลานี้ อู่ อวี้ ไม่อยากจะอยู่ต่อ ซึ่งหากคน
เหล่านี้รีบไปได้เร็วเมื่อไหร่ก็ยิ่งดีสำหรับ อู่ อวี้ ดังนั้น
เมื่อ เหยียนชิง ได้ตัดสินใจที่จะจัดการเช่นนี้ออกไป
เขาก็ไม่กล่าวอะไรออกมาอีก
“เสด็จอา ข้ากับ อู่ อวี้ คงต้องขอตัวลาไปก่อน” องค์
หญิงโย่วเสี่ย กล่าว
“ไม่ต้องรีบร้อน พวกเขากำลังมาแล้ว เมื่อเส้นทาง
เซียนบรรพกาลปิดลง เรามาดูว่าจะมีข่าวดีหรือไม่”
โย่วชาง ยกยิ้มขึ้น
บัดนี้เวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ