กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 698: เจตนาสังหารภายในจิตใจ
สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น พวกมันอาจคิดว่าเป็นการเข้าใจ
ผิดกัน หลังจากโอรสเล่อกับผู้ติดตามโดนดูดเข้าไปใน
โลงทองคำ กลับปรากฎผลลัพธ์อย่างน่าประหลาดใจ
เหตุการณ์นี้ทำให้เหยียนชิงรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
ส่วนอีกสามคนที่เหลือก็คิดว่าไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับ
ตัวเอง หลังจากฟังคำตอบขององค์หญิงโย่วเสี่ยแล้ว
พวกมันก็รู้สึกว่าฟังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก
หลังจากผลออกมาแล้ว เหยียนชิงก็ไม่อยากเสียเวลา
อยู่ที่นี่ต่อ เนื่องจากว่ามันคงไม่อาจรีดความจริง
ออกมาจากปาก อู่ อวี้ ได้ นอกจากนี้มันกำลังจะ
กลับไปยัง อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เพื่อไป
สอบถามหาข่าวเพิ่มเติมกับโอรสเล่อ
จากนั้นมันก็มองมาทาง อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า ” จงจำไว้
เมื่อไหร่ที่เจ้าเดินทางไปยัง อาณาจักรโบราณเหยียน
หวงก็ตาม เจ้าก็จะไม่มีที่ไหนให้หลบซ่อนตัวอีก ”
หลังจากนั้นมันก็ไปกล่าวกับ โย่วชาง อีกครั้งว่า ” ไม่
ต้องส่ง เดี๋ยวข้าจะไปเอง ”
” ถ้าเช่นนั้นเราคงไม่รบกวนท่านแล้ว ขอตัวก่อน ”
เจี้ยน ตงจิ้ง พร้อมกับคนอื่น ๆ หลังจากกล่าวคำ
อำลาก็จากไป
พวกมันทั้งหมดล้วนมีตัวตนที่ชัดเจน ดังนั้นจักรวรรดิ
เปั่ยหมิงจึงไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลว่าจะเกิดความ
สับสนวุ่นวายอันใด
หลังจากพวกมันจากไป อู่ อวี้ ก็จมอยู่ในห้วงภวังค์
หมิงซวง เอ่ยคิดว่า ” เจ้าจงอย่าไปคิดเรื่องนี้ให้มาก
ความ คนส่วนใหญ่ไม่เห็นแม้แต่ร่างของพวกมัน ทั้ง
ยังไม่มีวิธีตรวจสอบว่าพวกมันตกตายไปแล้วจริง ๆ
หรือไม่ หากเจ้าแพร่งพรายหรือทำตัวมีพิรุธในวันนี้
ข้าว่าโอรสเล่ออาจจะกำลังจ้องมองเจ้าอยู่ก็ได้ การที่
ถูกคนแบบนี้จับจ้องอยู่ เจ้าไม่รู้สึกขนลุกรึไง? ฉะนั้น
ตั้งแต่วันนี้เจ้าควรเลิกสงสัยเกี่ยวกับโอรสเล่อน่าจะ
ดีกว่า”
“เข้าใจแล้ว” หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็พยายามทำใจให้
สงบ หลังจากไตร่ตรองข่าวที่ได้รับก็ผลสรุปได้ว่า
ยังไงก็ไม่มีทางที่จะสืบสาวมาถึงเขาได้อยู่ดี
ในเวลานี้ไม่มีผู้ใดอยู่แล้วโย่วชาง ก็เอามือไพร่เดิน
นำเข้าไปในตำหนักโย่วหมิง พร้อมกล่าวขึ้นว่า “พวก
เจ้าตามข้ามา”
หลังจากแขกจากไปเป็นที่เรียบร้อย ดูเหมือนว่าเขา
กำลังจะจัดการกับ อู่ อวี้ และ องค์หญิงโย่วเสี่ย
อู่ อวี้ หยุดความคิดเกี่ยวกับโอรสเล่อลงก่อนชั่วคราว
เนื่องจากโอรสเล่ออยู่ห่างไกลจากที่นี่มากนัก การที่
เขายังคงหมกมุ่นครุ่นคิดต่อไปก็ดูเหมือนจะไร้
ประโยชน์ เพราะในเวลานี้เขาควรให้ความสนใจกับ
สถานการณ์ตรงหน้าก่อน
โย่วชางเดินกลับมานั่งบนบัลลังก์สีดำของตนเอง จับ
จ้องมองไปที่องค์หญิงโย่วเสี่ย กับ อู่ อวี้ ท่าทีของเขา
เฉยเมยไม่ยินดียินร้าย หลังจากนั้นก็พูดขึ้นด้วย
น้ำเสียงเย็นชาว่า ” ข้าจะถามเจ้าหนึ่งคำถาม เอาล่ะ
…จงบอกมาว่าเห็นด้วยตาหรือไม่ว่าโอรสเล่อตกตาย
ไปจริง ๆ ? ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย ตอบในสิ่งที่นางเห็น ” ข้าคิดว่าเขา
ตายแล้ว ทว่าตอนนี้ดูเหมือนจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ”
อู่ อวี้ กล่าวเสริม “ข้าเองก็คิดเช่นนั้น เส้นทางเซียน
บรรพกาล นั้นช่างลึกลับมากจริง ๆ ”
“ ดี นี่เป็นเรื่องราวของบุคคลภายนอก ไม่
จำเป็นต้องกล่าวถึงอีก หากมีผู้ใดถามอีก ก็จงตอบไป
แบบนี้ ” ถ้าฟังจากสิ่งที่โย่วชางพูด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้
แสดงออกอันใด แต่ อู่ อวี้ ก็รู้ความหมายของมัน
โย่วชาง มองคนทั้งสองแล้วพูดว่า ” อู่ อวี้ ตอนที่เจ้า
อยู่ต่อหน้า เหยียนชิง เจ้าอ้างเกี่ยวกับจักรวรรดิเปั่ย
หมิงของข้า ในเวลานี้เจ้าถูกสั่งห้ามไม่ให้เหยียบ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ถ้าเช่นนั้นระหว่างที่เจ้า
อยู่ภายในจักรวรรดิเปั่ยหมิงของข้า เจ้าจะต้องทำ
การอันเป็นประโยชน์แล้วทำให้ข้าสบายใจ เจ้ามี
ปัญหาหรือไม่? ”
การกล่าวเช่นนี้เป็นเพราะว่าอย่างน้อย ๆ อู่ อวี้ ก็ถือ
เป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ ซึ่งดูจากศักยภาพของเขา
แล้วน่าจะใกล้เคียงกับองค์หญิงโย่วเสี่ย
แต่เขาไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะส่ายศีรษะแล้วตอบ
กลับมา “จริง ๆ แล้ว … ข้าไม่ต้องการทำงานให้กับ
จักรวรรดิเปั่ยหมิง ข้าแค่อยากทำงานให้กับองค์หญิง
โย่วเสี่ย นางช่วยข้า ๆ จึงอยากจะถวายชีวิตเพื่อช่วย
นางบ้าง ตราบใดที่นางไม่ขับไล่ข้าออกไป ข้าจะไม่ไป
จากที่นี่ ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย พูดเสริมว่า ” เสด็จอาท่านอย่าได้
กังวลไป เนื่องจากเราเป็นสหายกัน เนื่องจากเขาไม่มี
ทางไป หลานก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือคอยพึ่งพากันและ
กัน ก่อนหน้านี้ไม่ว่าหลานจะทำสิ่งใด เขาก็คอย
ช่วยเหลือดูแลหลานเสมอ ท่านอาได้โปรดท่าน
อย่าได้รังแกเขา ”
น้ำเสียงของนางช่างน่ารักน่าชังไพเราะเสนาะหู และ
นับเป็นคำพูดที่ฉลาดหลักแหลมยากจะปฏิเสธได้ นี่
คืออาวุธพิเศษของนาง
อย่างไรก็ตามดูเหมือนครานี้ โย่วชาง จะไม่ติดกับ
นางง่าย ๆ เขาพูดขึ้นมาว่า ” เจ้าออกไปก่อน ข้า
อยากจะคุยพูดกับเขาสักสองสามคำ ”
“ไม่มีทาง” องค์หญิงโย่วเสี่ยเป็นห่วงดุลยภาพของ อู่
อวี้ นางจึงรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
” อย่าดื้อกับอาโย่วเสี่ย ไม่เช่นนั้นอาจะบอกบิดาของ
เจ้า ”
มีเรื่องบางอย่างที่ โย่วชาง จำเป็นต้องเตือนเขาเป็น
การส่วนตัว ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ทราบดี ทั้งยังไม่กังวลว่าจะ
เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ด้วยเหตุนี้เขาจึงบอกให้นาง
ออกไปก่อนไม่ต้องเป็นห่วง ซึ่งถ้าหากมีอันใดเกิดขึ้น
ตัวเขา อู่ อวี้ ก็สามารถขี่เมฆาตลบฟั้าหลบหนี
ออกมาก็เท่านั้น
เขาเพียงต้องการอยู่ในนครหมิง แค่เผชิญหน้าแบบ
ตัวต่อตัวกับโย่วชางเพียงลำพัง เขาจะต้องผ่านไปให้
ได้!
“ คอยดูนะถ้าเสด็จอารังแกเขา ข้าจะไม่สนท่านอีก!
” โย่วเสี่ยคาดโทษโย่วชางพร้อมกับเหลือบมอง อู่ อวี้
จากนั้นนางก็เดินออกไป
หลังจากนางออกไป โย่วชาง ก็มายืนอยู่เบื้องหน้า อู่
อวี้ จ้องมองเขาตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า อู่ อวี้ หนาว
เย็นจนสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์ร่าง
“ คนหนุ่มสาวที่มายืนต่อหน้าข้า มีเพียงไม่กี่คน
เท่านั้นที่สามารถยืนนิ่งด้วยท่าทางสุขุมอยู่ได้ นับว่า
เจ้าเก่งมาก ” ระหว่างพูดโย่วชางก็เดินรอบร่างของ
เขา
อู่ อวี้ ยังคงไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา
” ข้าไม่ใช่คนที่ชอบกล่าววาจาไร้สาระ หากโย่วเสี่ย
เต็มใจเป็นสหายกับเจ้า ยินดีมอบที่พักพิงให้แก่เจ้า
ข้าก็จะให้ตามนั้น เพราะอย่างไรเสียตั้งแต่เล็กจนโต
ข้าก็ไม่เคยปฏิเสธนาง แต่มีบางเรื่องที่ข้าต้องบอกเจ้า
ให้ชัดเจน หลังจากที่ข้าลั่นวาจาออกไปแล้ว แต่เจ้า
ยังกระทำผิดพลาด ก็อย่าหาว่าข้าไม่สุภาพ ภายใน
จักรวรรดิเปั่ยหมิงแห่งนี้ ข้าสามารถทำให้เจ้าตกตาย
ได้นับหมื่นครั้ง ”
” เชิญใต้เท้ากล่าวมาได้เลย ข้ารอฟังอยู่ ” อันที่จริง
แล้วถึงเขาไม่กล่าวอันใด แต่ อู่ อวี้ ก็ทราบดี อย่างไร
ก็ตามมันหาได้สำคัญกับเขาไม่
โย่วชาง รู้สึกพึงพอใจในความตรงไปตรงมาของอู่ อวี้
จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า ” ก่อนอื่นองค์หญิงแห่ง
จักรวรรดิเปั่ยหมิงของข้า จะไม่รับสหายเต๋าเคียงคู่
เป็นคนนอกจากตระกูลอื่นเด็ดขาด ซึ่งสิ่งที่ข้า
ต้องการจะบอกก็คือ ถึงแม้ว่าโย่วเสี่ยจะสนใจเจ้า แต่
เจ้าก็ต้องอยู่ห่างจากนาง รักษาความสัมพันธ์ไว้ใน
ระดับสหาย หรือ ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น หาก
เจ้าละเมิดกฎตระกูลเปั่ยหมิงของข้าแม้เพียงครั้ง เมื่อ
ถึงตอนนั้น แม้แต่โย่วเสี่ยก็ไม่สามารถปกปั้องเจ้าได้
เรื่องนี้ เจ้าสามารถปฏิบัติตามได้หรือไม่?”
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ใต้เท้าโปรดวางใจ ระหว่าง
ข้ากับองค์หญิง มีเพียงมิตรภาพอันบริสุทธิ์ต่อกัน
เท่านั้น ข้ามาที่นี่เพื่อต้องการที่พักพิง ข้าจึงเข้าใจ
ขอบเขตของเรื่องนี้เป็นอย่างดี ”
โย่วชาง ไม่คิดว่าการสนทนาจะราบรื่นถึงเพียงนี้ เขา
มอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
จากนั้นก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” เจ้าเป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ
แต่กลับมีความคิดชัดเจนยิ่ง ตัดสินใจไม่ไปอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง นับว่าฉลาดไม่เลว ในเมื่อเจ้ารู้ว่า
ควรทำอะไร ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะไม่กล่าวให้มากความ
ส่วนเรื่องที่สอง ข้ากล่าวมาถึงตรงนี้ เจ้าก็น่าจะรู้แล้ว
ว่าเปั่ยหมิงของเรามีพระคุณต่อเจ้ามากแค่ไหน
ตลอดชีวิตนี้ของเจ้า จงอย่าได้ทำอะไรที่เป็นการ
ทรยศต่อเปั่ยหมิง มิฉะนั้น ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ ”
อู่ อวี้ พยักหน้า ” หากโดนข่มเหง จนต้องลงมืออย่าง
ไม่อาจหลีกเลี่ยง เรื่องการทรยศก็เป็นไปไม่ได้อย่าง
แน่นอน ”
เพียงบทสนทนาสั้น ๆ นี้ ก็ทำให้โย่วชางอดรู้สึกชื่น
ชม อู่ อวี้ ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ มันกวาดสายตา
ตรวจสอบ อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า ” กล่าวตามตรง ข้า
อยากรู้จริง ๆ ว่าสิ่งใดในร่างของเจ้า ที่ทำให้เจ้า
บรรลุความสำเร็จถึงขั้นนี้ได้ ข้าจะไม่แปลกใจถ้ามัน
เป็นมรดกชั้นยอด แต่น่าเสียดาย ที่เสี่ยเอ๋อห่วงใยเจ้า
เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นข้าจึงไม่อาจนำสิ่งนั้นออกมาจาก
ร่างของเจ้าได้ ส่วนเรื่องที่ว่าเสียเอ๋อจะปกปั้องเจ้าได้
นานแค่ไหนนั้น ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน เนื่องจากว่าใน
ท้ายสุดแล้วที่แห่งนี้คือจักรวรรดิเปั่ยหมิง ถึงแม้จะอยู่
ในกองทัพหมิงไห่ แต่ก็อาจมีผู้คนมากมายให้ความ
สนใจในตัวเจ้า บางทีสักวันหนึ่งเจ้าอาจถูกลอบ
สังหารอย่างเงียบ ๆ เจ้ากลัวหรือไม่?”
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” ข้าคงกระทำได้เพียง หาวิธีที่
ปลอดภัยมากที่สุดเท่านั้น เรื่องความเป็นความตาย
ล้วนขึ้นอยู่กับโชควาสนา ข้าหาได้เกรงกลัวไม่”
“ เยี่ยม ช่างเถรตรงยิ่งนัก ทว่าข้ายังมีข้อสงสัย
เล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเจ้าเป็นคนในตระกูลเหยียน
หวง แต่เมื่ออยู่ในกองทัพหมิงไห่ของข้า โดยทั่วไป
แล้วทั้งเคล็ดวิชาเต๋า และ ศาสตราต่าง ๆ ล้วน
เหมาะสมกับตระกูลเปั่ยหมิง แต่สำหรับเจ้า มันมิใช่
สิ่งที่ดีเท่าใดนัก หากเจ้าอยู่ในอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง เจ้าจะสามารถค้นหาสิ่งที่เหมาะสมกับ
ตนเองได้มากกว่า ดังนั้น เจ้าแน่ใจหรือไม่ ว่าต้องการ
เข้าร่วมกองทัพหมิงไห่จริง ๆ ? ”
เรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็พึ่งได้รับคำแนะนำจากองค์หญิงโย่ว
เสี่ยเช่นกัน
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี ทว่า
หากเปรียบเทียบกับเคล็ดวิชาเต๋าแล้ว อู่ อวี้
ปรารถนาจะบรรลุอาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
มากกว่า ซึ่งมันจำเป็นต้องใช้ความเข้าใจและการ
ฝึกฝน ดังนั้น อู่ อวี้ จึงพักเรื่องนี้ไว้ก่อนชั่วคราว แล้ว
กล่าวว่า ” เรื่องนี้หาได้สำคัญไม่ เคล็ดวิชาเต๋ามีอยู่
นับหมื่นนับแสน ต้องมีสักหนึ่งหรือสองวิชาที่เหมาะ
กับข้า แม้ว่าจะยากลำบากมากขึ้น แต่ก็ช่างมัน ”
” เป็นความคิดที่ไม่เลว ข้าอยากรู้นักว่า เมื่อเจ้าเข้า
ร่วมกับกองทัพหมิงไห่ของข้า เจ้าจะไปได้ถึงระดับ
ใด?” โย่วชาง กล่าวทิ้งท้ายพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
จากนั้นเขาก็กวักมือเรียกองค์หญิงโย่วเสี่ยเข้ามา
พร้อมกับนำปั้ายคำสั่งออกมาส่งมอบให้กับ อู่ อวี้
แล้วกล่าวว่า “ นำปั้ายคำสั่งของข้า ไปรายงานที่
กองทัพหมิงไห่ ”
โย่วเสี่ย เดินเข้ามาด้วยความรู้สึกกังวลบางส่วน แต่
เมื่อเห็นภาพนี้ นางก็โผทะยานเข้ากอดโย่วชางทันที
พร้อมกับหอมฟอดใหญ่ลงบนใบหน้าของเขา จากนั้น
ก็กล่าวขึ้นอย่างเริงร่าว่า ” ข้าคิดไม่ผิดจริง ๆ เสด็จ
อาดีกับข้ามากที่สุดเลย! ”
“ พอ ๆ หยุดได้แล้ว ” โย่วชาง เขกหัวของนางแล้ว
กล่าวว่า ” เจ้าไม่ใช่เด็กแล้ว ต้องรู้จักสำรวมมากกว่า
นี้ ดูสิตอนนี้เจ้ายังเทียบกับ อู่ อวี้ ไม่ได้เลย ”
” อีกไม่ช้าก็เร็วข้าจะต้องแซงเขาได้แน่ ๆ เราไปกัน
เถอะ!” โย่วเสี่ยหันมาส่งสายตาให้กับ อู่ อวี้ นางไม่
ต้องการจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป และคิดจะพา อู่ อวี้ ไปส่ง
กองทัพหมิงไห่ด้วยตนเอง
“ท่านผู้อาวุโส ข้าน้อยขอลา” อู่ อวี้ กล่าว
โย่วชางโบกมือ แล้วมองดู อู่ อวี้ เดินออกไปกับองค์
หญิงโย่วเสี่ยอย่างเงียบ ๆ หลังจากคนทั้งสองจากไป
เขาก็ขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า ” เกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยเอ๋อ?
หรือนางพึงพอใจในตัว อู่ อวี้ จริงๆ? อย่างไรก็ตามดู
เหมือนว่าจะมีความรักอยู่เพียงเล็กน้อย ซึ่งก็ไม่ได้
มากมายอะไร ส่วนใหญ่แล้วเป็นความวิตกกังวล
และห่วงหาอาดูรมากกว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่
ผ่านมา ข้าไม่เคยเห็นนางสนใจผู้ใดเท่านี้มาก่อน
เป็นไปได้หรือไม่ว่าเพราะอยู่ต่อหน้าข้า นางถึงได้จง
ใจเก็บซ่อนความรักที่มีต่อ อู่ อวี้ ไว้ … ”
“ ซึ่งตรงกันข้ามกับ อู่ อวี้ ที่แสดงออกอย่างชัดเจน
ยิ่ง บุคคลเช่นนี้ จะต้องมีขุมสมบัติเก็บซ่อนไว้ที่ตัวแน่
อย่างไรก็ตามการเก็บเขาไว้ในเปั่ยหมิง มีประโยชน์
มากกว่าจะเป็นอันตราย บางทีอาจจะได้รับกำไร
เพิ่มเติม ไม่ว่าจะอยู่หรือตาย หลังจากนั้นก็สามารถ
นำโชควาสนาของมันมาเป็นของตนได้… ”
โย่วชางไม่มีเหตุผลที่จะขับไล่ อู่ อวี้ แม้เขาจะรู้สึกว่า
เขาไม่ได้มีค่าอันใดแม้แต่น้อย แต่สมบัติที่เขาก็ครอง
อยู่มันมีค่ามากทีเดียว ด้วยเหตุนี้โย่วชางจึงให้เขาอยู่
ภายในกองทัพหมิงไห่ เพราะคิดว่า อู่ อวี้ ไม่สามารถ
หลบหนีจากสายตาของมันได้ อีกอย่างมันต้องการ
ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมของ อู่ อวี้
นอกจากนี้มันยังคิดว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ต้องการให้
อู่ อวี้ อยู่ข้างกายนาง
“ เด็กคนนี้ฉลาดมากทีเดียว ใช้ข้ออ้างดูแลโย่วเสี่ย
เพื่อปกปั้องตัวเอง หลังจากนั้นก็ผลักดันตัวเองให้เข้า
สู่กองทัพหมิงไห่ เพื่อเว้นระยะห่างจากโย่วเสี่ย ถ้า
เขามีความเข้าใจระดับนี้อนาคตก็สามารถคาดหวังได้
”
” อย่างไรก็ตามทุกสรรพสิ่ง ล้วนมีตัวแปรเข้ามา
เกี่ยวข้อง เหมือนที่มันกล่าวกับข้าว่า ชีวิตและความ
ตายล้วนขึ้นอยู่กับโชควาสนา… ถือกำเนิดในแดน
ทุรกันดาร ก็ถือเป็นเคราะห์กรรมเช่นกัน ”
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ