กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 699: ขุนพลเทียนหมิง
แม้ว่าได้ออกจากพระราชหมิงไห่แล้ว แต่เรื่องการฟื้น
คืนชีพของโอรสเล่อพร้อมกับผู้ติดตามคนอื่น ๆ ทำ
ให้ อู่ อวี้ ค่อนข้างกระวนกระวายใจอยู่ไม่น้อย
เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในสุสาน คงบอกได้คำเดียวว่า
มันช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
เขากับองค์หญิงโย่วเสี่ย เดินทางลัดเลาะไปตามท้อง
ถนนนครหมิง
เนื่องจากนครหมิงมีขนาดกว้างใหญ่เกินไป ซึ่งที่แห่ง
นี้ได้รวบรวมยอดฝีมือชั้นเลิศ และ อัจฉริยะจำนวน
นับไม่ถ้วนจากจักรวรรดิเป่ยหมิงไว้ภายใน และ
เนื่องจากผู้คนเหล่านี้อยู่ภายในนครหมิงอันกว้างใหญ่
ระหว่างที่เดินออกมาเบื้องนอก ตลอดเส้นทางที่อยู่
ไกลออกไป อู่ อวี้ ได้พบเห็นคนเพียงไม่กี่ร้อยคน
เท่านั้น
ผู้คนเดินขวักไขว่ ล้วนเป็นผู้ฝึกฝนบำเพ็ญตนมา
พักผ่อนหย่อนใจของ แม้แต่ร้านรวงที่ตั้งขายของอยู่
สองฝั่งริมถนน สิ่งที่พวกเขาขายส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็น
สมบัติวิเศษล้ำค่ายิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาเต๋า
หรือ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ระดับสูง โดยเฉพาะศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ที่มีวางขายให้เห็นเกลื่อนกลาดอยู่ทั่วไป
หมด
หากจะให้พูดแบบเกินจริงหน่อยๆ คงต้องบอกว่า
แม้แต่เม็ดยาจิตเทวะร่วงหล่นบนพื้นถนนหนึ่งเม็ด ก็
ยังไม่มีผู้ใดก้มลงไปเก็บมันขึ้นมา ด้วยเพราะมันไร้ค่า
เกินไปที่จะเสียเวลามาใส่ใจกับมัน
” อันที่จริงแล้วคนส่วนใหญ่กำลังปิดด่านฝึกตน หาก
นครมีวันสำคัญหรือมีเรื่องต่าง ๆ ก็จะมีคนจำนวน
มากปี่กฎใน นครหมิง ซึ่งช่วงเวลานั้นคนนอกจะมี
โอกาสสั้น ๆ เข้ามาใน นครหมิง ” โย่วเสี่ยกล่าว
สำหรับ อู่ อวี้ ความยิ่งใหญ่ของนครหมิงเป็นเรื่องน่า
ตื่นตะลึงอย่างยิ่ง ส่วนเรื่องของโอรสเล่อฟื้นคืนชีพ
ขึ้นมาใหม่ ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลมากเท่าที่ควร
ฉะนั้นเขาจึงปลดปล่อยอารมณ์ชื่นชมกับความงดงาม
หนึ่งในสถานที่สำคัญมากที่สุดของ ดินแดนโบราณเห
ยียนหวง
ภายในนครหมิง ยังคงมีสถานที่ลึกลับหลบซ่อนอยู่
หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นตำหนักพระราชวังอันงดงาม
ล้วนมีวงเวทค่ายกลอันลึกลับป้องกันห้อมล้อมอยู่ทุก
ทิศทาง สถานที่เหล่านั้นไม่อาจทราบได้ว่า มียอด
ฝีมือเสือหมอบมังกรซ่อน ผู้แข็งแกร่งอยู่มากมาย
เพียงใด
วงเวทอันซับซ้อนยอดเยี่ยมมีให้เห็นอยู่ทั่วไปหมด
” ค่ายทหารหมิงไห่มีขนาดใหญ่มาก ขนาดของมันกิน
พื้นที่หนึ่งในสามของนครหมิง ถึงแม้ว่าภายในนครห
มิงจะดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวามากเท่าใด แต่ภายในค่าย
ทหารหมิงไห่กลับคึกคักยิ่ง ”
เมื่อไปถึงจุดหมายปลาย โย่วเสี่ยก็บอกเล่าเรื่องราว
ต่าง ๆ ให้กับ อู่ อวี้ ได้รับรู้
” เจ้าแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะไม่อยู่ในพระราชวัง
จักรพรรดิหมิงต่อ จะไปอยู่ที่กองทัพหมิงไห่จริง ๆ
น่ะหรือ? ” โย่วเสี่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดู
เหมือนว่านางจะหวังว่า อู่ อวี้ จะใช้เวลาอยู่ในวัง
มากกว่านี้
อู่ อวี้ ส่ายหัวแล้วพูดว่า ” ภายในวังมียอดฝีมือผู้แข่ง
แกร่งมากมายเหลือเกิน เวลาข้าอยู่ที่นั่นทำให้รู้สึกไม่
ปลอดภัย”
นับตั้งแต่ที่เขาเหยียบย่างเข้ามาภายใน พระราชวัง
จักรพรรดิหมิง เขาก็สัมผัสได้ถึงผู้แข็งแกร่งจำนวน
มากที่กำลังหลบซ่อนตัวเฝ้ามองเขาอยู่ แม้ภายนอก
จะพบเห็นผู้คนบางตา แต่แท้จริงแล้วพวกเขา
เหล่านั้น กำลังหลบซ่อนเร้นกายอยู่ในที่มืด กล่าวได้
ว่าผู้ที่มีพลังน่าสะพรึงกลัวไม่ได้มีเพียงแค่ โย่วชาง
แต่ด้วยเพราะโย่วชางเป็นผู้บัญชาการกองทัพหมิงไห่
ซึ่งก็เท่ากับว่าไม่มีผู้ใดแข็งแกร่งมากไปกว่าเขาอีก
แล้ว ไม่เช่นนั้นความน่าสะพรึงกลัวก็จะเพิ่มขึ้นเป็น
ทวีคูณ
” ถ้าเช่นนั้นเวลาที่เจ้าอยู่ภายในกองทัพหมิงไห่ มี
เรื่องเดือดร้อนอันใดให้ข้าช่วยเหลือ ขอให้รีบบอก
อย่าได้เกรงใจ ” โย่วเสี่ยกล่าวด้วยความเป็นห่วง
นางเป็นห่วงเป็นใยความปลอดภัยของ อู่ อวี้ โดยไม่รู้
เนื้อรู้ตัว ซึ่งอาจจะเป็นเพราะถ้าหาก อู่ อวี้ ตกตาย
นั่นก็หมายความว่านางจะต้องตกตายตามไปด้วย …
” ย่อมได้อยู่แล้ว ถึงแม้ส่วนใหญ่ข้าจะสามารถ
คลี่คลายปัญหาเหล่านั้นได้ด้วยตนเองก็ตาม ที่ข้า
ต้องการก็คือตัวตนของเจ้า ซึ่งเจ้าก็ไม่จำเป็นต้อง
คอยใส่ใจตามติดทุกฝีก้าว พอข้าเข้าสู่กองทัพ
จักรพรรดิหมิงไห่แล้ว เจ้าจะได้มุ่งมั่นฝึกฝนบำเพ็ญ
ตนเช่นดั่งก่อนหน้านี้ ” ท่าทีรวมถึงความเป็นห่วงเป็น
ใยที่องค์หญิงโย่วเสี่ยแสดงออกมา ทำให้ อู่ อวี้ พึง
พอใจเป็นอย่างมาก เพราะความจริงแล้วนางได้
ช่วยเหลือเขามากจริง ๆ
เมื่อได้ยินเขากล่าวเช่นนั้น โย่วเสี่ยจึงพยักหน้าอย่าง
ว่าง่าย
หลังจากนั้นไม่นานนักนางก็พูดว่า ” กองทัพหมิงไห่
มีระบบการมอบบำเหน็จและลงโทษอย่างยุติธรรม
นอกจากนี้ยังสามารถแลกเปลี่ยนทรัพยากรฝึกตนได้
มากมาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีความมุ่งมั่นแน่วแน่ ใส่
ใจแบบการฝึกฝนบำเพ็ญตน สำหรับเจ้าแล้ว มันอาจ
ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง”
อู่ อวี้ ล่วงรู้ดีว่าระบบระเบียบของกองทัพหมิงไห่
คล้ายคลึงกับ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ทว่ามัน
จะต้องเข้มงวดกว่ากองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงเป็น
แน่
” เจ้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าจะได้รับการฝากฝัง
แนะนำจากผู้บัญชาการกองทัพโดยตรง แต่ก็เป็นไป
ไม่ได้ที่เจ้าเลื่อนยศขึ้นไปถึงระดับขุนพล กระทำได้
เพียงเริ่มต้นจากพลทหาร ‘องครักษ์หมิงไห่’ ชั้น
ล่างสุดเท่านั้น อย่างไรก็ตามด้วยความแข็งแกร่งของ
เจ้า ตำแหน่งของเจ้าจะต้องเลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็ว
แน่นอน เนื่องจากกองทัพหมิงไห่ ยึดถือข้อปฏิบัติ
สองข้อใหญ่ นั่นก็คือ ความแข็งแกร่ง กับ แต้ม
ผลงาน ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้จะช่วยหนุนเสริมให้เจ้า
ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ทว่ายามนี้เจ้าขาดแต้มผลงาน
แต่กลับมีความแข็งแกร่งสูงเกินกว่า องครักษ์หมิงไห่
สามัญทั่วไป ดังนั้นถึงแม้ว่าต้องพบเจอกับอุปสรรค์
ขวากหนาม แต่ในไม่ช้าเจ้าก็จะผ่านมันไปได้ เมื่อถึง
ตอนนั้น เจ้าก็จะมียศเหมาะสมกับระดับของตน โดย
พื้นฐานแล้ว ‘หัวหน้ากองร้อย’ ทั้งหมดในกองทัพห
มิงไห่ ย่อมไม่สามารถต่อกรกับเจ้าได้อย่างแน่นอน ”
กองทัพหมิงไห่นั้นมีประวัติความเป็นมาอย่าง
ยาวนาน จึงทำให้ระบบต่าง ๆ ที่ถูกวางไว้สมบูรณ์
แบบไร้ช่องโหว่ นอกจากนี้เรื่องของความแข็งแกร่ง
และ แต้มผลงานยังมีการคิดคำนวณอย่างเข้มงวด ซึ่ง
ทั้งสองคือสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ แต่ถ้ามีด้านหนึ่ง
มากมายกว่าปกติ การจะเลื่อนตำแหน่งก็มิใช่ปัญหา
อันใด
” โดยทั่วไปองครักษ์หมิงไห่ จะมีระดับการฝึกตนอยู่
ในอาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ซึ่งมักได้รับการ
ฝึกฝนมาตั้งแต่เยาว์วัย จากนั้นก็ถูกเลื่อนขึ้นมาจาก
กองกำลังสำรอง นอกจากนี้เมื่อบรรลุถึงอาณาจักร
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่สาม ตราบใดที่มีแต่
ผลงานมากพอ เจ้าสามารถเลื่อนขั้นเป็น ‘หัวหน้าหมู่’
นำกลุ่มย่อยต่ำกว่าสิบคน ”
กล่าวได้ว่า ความแข็งแกร่งของจอมจักรพรรดิใน
ปัจจุบัน เป็นได้เพียงหัวหน้าหมู่เท่านั้น …
นอกจากนี้หัวหน้าหมู่ในกองทัพหมิงไห่ ยังมีจำนวน
อยู่มากมายอีกด้วย
โย่วเสี่ย ยังคงแนะนำต่อว่า ” ส่วนผู้ที่บรรลุ
อาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 5 และตราบใด
ที่มีแต้มผลงานเพียงพอ โดยพื้นฐานแล้วสามารถ
เลื่อนขึ้นเป็นหัวหน้ากองร้อย ควบคุมทหารนับร้อย
คน ซึ่งผู้ที่มียศเป็นถึงหัวหน้ากองร้อยนั้น จักมี
สถานะสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง ”
“ ส่วนผู้ที่บรรลุระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 7 มี
แต้มผลงานและความสามารถโดดเด่น สร้าง
คุณูปการใหญ่หลวง ในขณะเดียวกันก็มีจิตใจตั้งมั่น
แน่วแน่บริสุทธิ์ และผ่านการประเมินบางอย่าง โดย
พื้นฐานแล้วคนผู้นั้นสามารถขึ้นเป็น ‘หัวหน้ากองพัน’
บังคับบัญชาทหารหลายพันนาย ทั้งยังถือว่ามีศักดิ์
ฐานะสูงเป็นอย่างยิ่ง ทั่วทั้งจักรวรรดิเป่ยหมิง
หัวหน้ากองพันแห่งกองทัพเป่ยหมิงนั้น กล่าวได้ว่ามี
ตำแหน่งสูงส่งเสียยิ่งกว่าเจ้าแคว้น ”
โดยพื้นฐานแล้วด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของ อู่
อวี้ ท่ามกลางหัวหน้ากองร้อยทั้งหมด ย่อมไม่มีผู้ใด
สามารถต่อกรกับเขาได้ สำหรับหัวหน้ากองพัน เขา
จำต้องมีคุณสมบัติเสียก่อน เนื่องจากว่าโดยปกติแล้ว
หัวหน้ากองพันแห่งกองทัพเป่ยหมิง มีการบำเพ็ญตน
เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 250 ปี ซึ่งหลายคนได้ฝึกฝนมา
จนถึงคอขวด ยากที่จะทะลวงฝ่าต่อไปได้
ถึงแม้จะถูกเรียกว่าหัวหน้ากองร้อย แต่ถ้าหากนำ
หัวหน้ากองร้อยแห่งกองทัพหมิงไห่ มาเปรียบเทียบ
หัวหน้ากองร้อยของกองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง
กองพยุหะทั้งสองนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
หนึ่งเป็นสวรรค์ ส่วนอีกหนึ่งเป็นปฐพี
เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้วเกณฑ์การเข้าร่วมเป็น
องครักษ์หนิงไห่ จำเป็นต้องมีพื้นฐานอยู่ในระดับก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ ซึ่งเทียบเท่าได้กับระดับของ 7
เซียนกระบี่แห่งซูซัน
หากลองนึกภาพดูแล้ว จะเห็นได้ว่ากองทัพหลักหมิง
ไห่นั้น มีพลังในการรบน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด…
องค์หญิงโย่วเสี่ย ยังคงกล่าวแนะนำต่อไป ” และผู้ที่
อยู่เหนือหัวหน้ากองพันขึ้นไป ต้องมีพื้นฐานการฝึก
ตนสูงกว่าระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 9 มี
ผลงานยอดเยี่ยมโดดเด่น นอกจากนี้ยังต้องรับการ
ประเมินจากผู้บัญชาการกองทัพเป็นการส่วนตัว จึง
จะสามารถกลายเป็น ‘ขุนพลโย่วหมิง’ ซึ่งขุนพลโย่วห
มิงนี้เป็นเสมือนดั่งหัวใจหลักของกองทัพหมิงไห่
ควบคุมกองพยุหะทหารหมื่นนาย เท่าที่ข้าทราบ ‘ต้
วนอี้’ ที่กำลังเดินทางมาเข้าร่วมกับกองทัพหมิงไห่ ก็
น่าจะถูกแต่งตั้งเป็นหนึ่งในขุนพลโย่วหมิงโดยตรง
เนื่องจากว่ามันเคยอยู่ในกองทัพแคว้น มี
ประสบการณ์เคยเป็นขุนพลหลี่เทียน ทั้งยังโดดเด่น
ในด้านการต่อสู้และความเข้าใจวงการทหาร ”
“ต้วนอี้?”
หากนางไม่กล่าวถึง อู่ อวี้ ก็เกือบจะลืมมันไปแล้ว อู่
อวี้ จำได้ว่า มันก็ตั้งใจมาเข้าร่วมกับกองทัพหมิงไห่
เช่นกัน
อันที่จริงแล้ว หลังจากขุนพลโย่วหมิง ยังมีตำแหน่งที่
สูงขึ้นไปอีกขั้นนั่นก็คือ ‘ขุนพลไห่หมิง’ ซึ่งขุนพลไห่ห
มิงนี้จะถูกแต่งตั้งขึ้นมาจากขุนพลโย่วหมิง
จำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งอยู่ในอาณาจักรค้นหา
เต๋า ซึ่งขุนพลไห่หมิงมีอำนาจในการควบคุมสั่งการ
กองทัพทหารกว่าหนึ่งแสนนาย โดยมีขุนพลโย่วหมิ
งอยู่ภายในสังกัดสิบคน
อย่างไรก็ตาม ขุนพลไห่หมิง ยังไม่ใช่ตำแหน่งสูงสุด
ตำแหน่งที่เหนือขึ้นไปกว่านั้นก็คือ ‘ขุนพลเทียนหมิง’
ซึ่งขุนพลเทียนหมิงจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งอัน
ลึกล้ำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังล่ำลือกันว่า คนผู้นั้น
ต้องผ่านภัยพิบัติเต๋าให้ได้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง แน่นอน
ว่าท่ามกลางกองทัพหมิงไห่ทั้งหมด มีขุนพลเทียนหมิ
งอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น อยู่ภายใต้ผู้บัญชาการกองทัพ
รับคำสั่งจากโย่วชางโดยตรง กล่าวได้ว่าขุนพล
เทียนหมิงแต่ละคน ล้วนมีศักดิ์ฐานะสูงส่งถึงขีดสุด
อีกทั้งยังเป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงเลืองลื่อ แผ่ขจรไปทั่ว
ทั้งจักรวรรดิเป่ยหมิง
ยามนี้ อู่ อวี้ ต้องการบรรลุอาณาจักรก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะโดยเร็วที่สุด ซึ่งขุนพลโย่วหมิง ขุนพลไห่หมิง
ขุนพลเทียนหมิง ยังอยู่ไกลเกินไปสำหรับเขา ดังนั้น
อู่ อวี้ จึงมิได้ให้ความสำคัญกับมันเท่าใดนัก
เขาก็ครุ่นคิดอยู่นาน จนตัดสินใจวางเรื่อง โอรสเล่อ
ลงก่อนชั่วคราว
หลังจากปล่อยวางเรื่องนี้ลงแล้ว อู่ อวี้ ก็รู้สึกผ่อน
คลายเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเมื่อนึกถึง อาณาจักรก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ เขาก็ยังคงโหยหา และรอคอย
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้อยู่
” หวังว่ากองทัพหมิงไห่ จะมอบโอกาสในการ
ยกระดับเปลี่ยนแปลงให้แก่ข้า!”
ขณะที่เขากำลังคิดอะไรเลื่อยเปื่อยอยู่นั้น โย่วเสี่ยก็
กล่าวขึ้นว่า ” อันที่จริงแล้วในบรรดาแปดกองทัพ
หลัก เนื่องจากกองทัพหมิงไห่ต้องทำหน้าที่เฝ้าคุ้มกัน
นครหมิง ซึ่งโดยปกติแล้วก็มีภารกิจหน้าที่ค่อนข้าง
น้อย และไม่มีสงครามการต่อสู้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม
กองทัพก็จำเป็นต้องขัดเกลาฝึกฝนการต่อสู้ ดังนั้น
เสด็จอาของข้าจึงจัดตั้งความท้าทายเอาไว้มากมาย
เพื่อใช้ในการฝึกฝนกองทัพ หลังจากเจ้าเข้าไปก็จะ
ทราบรายละเอียดเหล่านี้ ซึ่งข้าก็ยังไม่ทราบแน่ชัด
นัก ถึงแม้ว่ามันจะคล้ายคลึงกับ เส้นทางเซียนบรรพ
กาล แต่ก็หาได้มีมิติว่างเปล่าใหญ่โตถึงขนาดนั้น
นอกจากนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดอยู่ภายใน
ด้วยการต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดนี้ มันจะ
ช่วยขัดเกลาการต่อสู้ให้เหนือยิ่งขึ้น ”
” มิติ? ” นี่คือสิ่งที่ อู่ อวี้ ไม่คาดคิด แต่กองทัพก็
จำเป็นต้องผ่านการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษา
ประสิทธิภาพในการรบให้อยู่ในระดับสูงสุด นี่คือ
สาเหตุที่เขาเดินทางมายังดินแดนโบราณเหยียนหวง
ระหว่างที่พูดคุย ในที่สุดก็เดินทางมาถึงกองทัพหมิง
ไห่
บรรพชนของตระกูลเป่ยหมิง ตั้งใจใช้อาณาเขต
ดินแดนหนึ่งในสามของนครหมิง บ่มเพาะสร้างกอง
กำลังพิเศษอย่างกองทัพหมิงไห่ขึ้นมา ความรู้สึกแรก
ที่ อู่ อวี้ มายืนอยู่เบื้องหน้าประตูทางเข้าของค่าย
ทหาร คือความตกตะลึงอย่างยิ่งยวด ด้านหน้าของ
เขาคือพระราชวังมากมายตั้งเรียงรายกันอยู่ กลิ่น
อายฟ้าดินม้วนทะยานแพร่กระจายไปทั่วทุกแห่งหน
เมฆาทมิฬลอยปกคลุมบดบังอยู่เหนือค่ายทหาร
ผสานไปกับจิตสังหารอันท่วมท้นของผู้คนจนทำให้
โลหิตเย็นเหยียบ อีกทั้งด้านข้างของประตูทางเข้า
ค่ายทหาร ยังมีรูปปั้นมังกรทมิฬตัวมหึมาที่ดูราวกับ
กำลังมีชีวิตตั้งตระหง่านอยู่สองตัว พื้นที่โดยรอบมีธง
มากมายกำลังโบกสะบัดปลิวพริ้วไสวไปตามสายลม
บนผืนธงนี้มีรูปของมังกรเทวะทมิฬถูกถํกทอเอาไว้
อยู่ ซึ่งนี่ก็คือสัญลักษณ์ของกองทัพหมิงไห่
ค่ายทหารที่อยู่เบื้องหน้า ดูเสมือนดั่งลานสังหาร
ขนาดใหญ่ ท่วมท้นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความบ้าคลั่ง
และความกระหายเลือด
นี่คือโลกของตระกูลหมิง ปราณทมิฬอันหนาวเหน็บ
พุ่งทะยานขึ้นไปทุกแห่งหน ไม่ว่าชายหรือหญิงล้วน
เต็มไปกลิ่นอายแห่งด้วยความเย็นชาไม่แยแส รูปร่าง
ผอมเพรียว นัยน์ตาเย็นชา เป็นไปได้ว่านี่อาจมีความ
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับดินแดนแห่งทวีปเป่ยหมิง โลกที่
มีเพียงผืนน้ำแข็งทมิฬอันหนาวเหน็บ ทั้งยังมี
อุณหภูมิติดลบแบบสุดขั้ว ถ้าไม่ใช่เพราะว่าทุกคนนั้น
คือผู้ฝึกตน และเป็นเพียงมนุษย์ปกติสามัญ ก็เป็นไป
ไม่ได้เลยที่จะมีชีวิตอยู่รอดท่ามกลางโลกแห่งน้ำแข็ง
และหิมะอันเย็นยะเยือกนี้ได้
ความเหน็บหนาวทมิฬนี้ สะท้อนอยู่ภายในค่ายทหาร
ทุกแห่งหน อู่ อวี้ กำลังเดือดพล่าน ลุกโหมกระหน่ำ
เหมือนดั่งเปลวเพลิง กล่าวตามตรงในสภาพแวดล้อม
เช่นนี้ เขารู้สึกตื่นเต้นมากจริง ๆ
” องค์หญิง! ” ด้านข้างองค์หญิงโย่วเสี่ย มีองครักษ์ห
มิงไห่ ที่ยืนประจำการอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้าค่าย
ทหาร พวกมันรีบก้มคุกเข่าคราวะนางที หลังจากโย่ว
เสี่ยตอบรับ พวกมันก็ลุกขึ้นยืน คนเหล่านี้มีความ
แข็งแรงอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ สายตาเย็น
ชาแข็งกร้าว เปี่ยมล้นไปด้วยเจตจำนงอันแรงกล้า
ทั้งยังมีขอบเขตจิตเทวะเหนือล้ำยิ่งกว่าคนจากทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง
“ ขออภัยองค์หญิงโย่วเสี่ย มีสิ่งใดที่ท่านต้องการจาก
ค่ายทหารงั้นหรือ? ต้องการหาผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา
ใช่หรือไม่? ” ชายชราผู้หนึ่งรีบเอ่ยถามขึ้นอย่าง
รวดเร็ว
” ไม่ ข้าต้องการเข้าไปที่ ‘ตำหนักมังกรซ่อน’ ข้า
ทราบตำแหน่งของมัน เจ้าไม่ต้องนำทาง ” โย่วเสี่ย
เดินเข้าไปภายในพร้อมกับ อู่ อวี้
ตำหนักมังกรซ่อน เป็นสถานที่แต่งตั้งองครักษ์หมิง
ไห่คนใหม่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ตรวจสอบประเมิน
กองทหารสำรองจากทั่วทั้งจักรวรรดิ หลังจากการ
ประเมิน อาจมีคนถูกตัดออก และผู้มีความสามารถก็
ได้อยู่ต่อ
……
เผื่อใครงงนะจร้า หัวหน้าหมู่>หัวหน้ากองร้อย>
หัวหน้ากองพัน>ขุนพลโย่วหมิง>ขุนพลไห่หมิง>
ขุนพลเทียนหมิง
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ