กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 700: เฮยคู
เมื่อเข้าใกล้ประตูค่ายทหาร มีองครักษ์หมิงไห่จำนวน
มากกำลังฝึกซ้อมรบอยู่ พวกมันต่างก็ตื่นเต้นจนอด
ไม่ได้ที่จะมารอชมโฉมองค์หญิงโย่วเสี่ยเสด็จมาถึง
ถึงแม้ว่าพวกมันจะโดนลงโทษทางวินัยก็ตามที
เหตุผลที่เหล่าทหาร มีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ เป็น
เพราะว่า โดยปกติแล้ว องค์หญิงโย่วเสี่ย ไม่ค่อยมา
เยือนที่นี่
นางคือองค์หญิงของเป่ยหมิง เป็นเป็นสตรีผู้มี
เกียรติยศสูงส่งมากที่สุดในแดนเหนือ ฉะนั้นการที่
นางเป็นจุดสนใจของทุกคนย่อมเป็นเรื่องธรรมดา
เมื่อได้แลเห็นรูปโฉมบารมีขององค์หญิงโย่วเสี่ย
หลายคนต่างแสดงความเลื่อมใส และสายตาที่เผยให้
เห็นถึงความปรารถนา
มีข่าวลือเรื่องจอมจักรพรรดิหมิงไห่ กำลังคัดเลือก
สหายเต๋าเคียงคู่ให้กับองค์หญิง ซึ่งตำแหน่งนี้เป็น
ความใฝ่ฝันของบุรุษทุกผู้คน ทว่าน่าเสียดายที่มีคน
เก่งกว่ามันเสมอ
ฉะนั้นสิ่งที่มันสามารถคิดได้ก็เป็นเพียงแค่ความฝัน
ยามนี้ อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ด้านหลังนาง ไม่ช้าก็กลายเป็นที่
สนใจของผู้คนจำนวนมาก เมื่อพวกมันเหล่านั้นมอง
มายัง อู่ อวี้ ก็พบว่าเขาช่างแตกต่างจากพวกมัน
ลึกลับ ไม่ว่าจะเป็นชาติตระกูลฤาความสามารถ
ความแตกต่างนี้ทำให้บรรยากาศเริ่มร้อนระอุ มันคือ
ความร้อนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ยินยอม
ความรู้สึกว่าเขาช่างไม่เหมาะสมคู่ควรกับตระกูลเป่ย
หมิง
พวกมันเหล่านี้เคยได้ยินชื่อเสียงของ อู่ อวี้
ชื่อเสียงแลอัตลักษณ์ของเขาค่อย ๆ แพร่กระจายไป
ทั่วฝูงชน
“คนจากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งงั้นรึ? ดินแดนผนึก
ปีศาจ? ยังมีคนอาศัยอยู่ด้วยหรือเนี่ย?”
” ข้าได้ยินมาว่า หลังจากปีศาถูกผนึกไว้ที่ดินแดน
แห่งนี้ ที่นั่นก็กลายเป็นดินแดนที่แห้งแล้งเสื่อมโทรม
ผู้แข่งแกร่งที่เคยอยู่ที่นั่นก็ย้ายมาอยู่ในดินแดน
โบราณเหยียนหวงกันหมด ส่วนพวกที่ยังเหลืออยู่ที่
นั่นล้วนเป็นทายาทของคนยากจนแร้นแค้น ”
” ข้ายังเคยได้ยินมาว่า อู่ อวี้ ผู้นี้ได้เข้าไปในเส้นทาง
เซียนบรรพกาล หนำซ้ำเมื่อไม่กี่วันมานี้ข้ายังได้ยิน
มาว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ออกไปรับมันด้วยพระองค์
เอง อีกทั้งมันยังสามารถเอาชนะ อิน เสวียน ซึ่งเป็น
หลานชายของอิน กั๋วกง ”
“ เจ้าว่ากระไรนะ! คนผู้นี้ไม่แม้แต่อยู่ในขั้นจิตเทวะ
ด้วยซ้ำ! อยู่แค่แก่นแท้ตำหนักม่วงไม่น่าจะแข็งแกร่ง
ถึงเพียงนี้ได้! ”
เพียงแค่ทั้งสองเหยียบย่างมาถึง องครักษ์หมิงไห่ก็
พูดคุยกันอย่างดุเดือด หากไม่เพราะเกรงใจผู้มี
ตำแหน่งสูงอยู่ที่นี่ คาดว่าพวกมันคงจะพูดคุยกัน
เสียงดังยิ่งกว่านี้
” อย่าได้สนใจ ทำสิ่งที่ควรทำต่อไป!”
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ กับ องค์หญิงโย่วเสี่ย ชั่วพริบตาก็
หายตัวไปต่อหน้าต่อตาพวกมัน
อันที่จริงค่ายทหารอยู่ใกล้กับ ตำหนักมังกรซ่อน เป็น
อย่างมาก ใช้เวลาไม่นานนักทั้งสองก็มาถึง ตำหนัก
มังกรซ่อน ภายในนี้มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่สามารถ
รองรับคนได้นับหมื่นคน ทว่าอันที่จริงภายในนั้นกลับ
มีคนอยู่ไม่มาก ด้านบนมีอาคารตั้งรายล้อมอยู่เป็น
จำนวนมาก รอบทิศทางถูกล้อมด้วยค่ายกลป้องกัน
อย่างแน่นขนัด นอกจากนี้ยังมีภูผาบรรพตแลลำธาร
ธารา อันที่จริงสถานที่เหล่านี้เป็นสถานที่ทดสอบอัน
โหดร้ายมากทีเดียว
” ตำหนักมังกรซ่อนมีสถานที่ทดสอบอยู่หลายพัน
แห่ง แต่ละการทดสอบมียากง่ายแตกต่างกันไป
กล่าวได้ว่ามันคือฝันร้ายของเหล่าทหารองครักษ์หมิง
ไห่เลยก็ว่าได้ ผู้ที่อยากเข้าร่วมเป็นทหารในกองทัพห
มิงไห่ จะต้องมาทดสอบคุณสมบัติที่นี่เสียก่อน แต่
เจ้าถือเป็นกรณีพิเศษเพราะถูกฝากฝังโดยท่านอา
ของข้าโดยตรง เจ้าไม่ต้องเข้ารับการทดสอบ
เหมือนกับคนอื่น ๆ ก็สามารถเข้าร่วมเป็นองครักษ์ห
มิงไห่ได้เลย ”
การทดสอบเพื่อเข้าร่วมเป็นทหารองครักษ์หมิงไห่
สำหรับ อู่ อวี้ แล้วการทดสอบเหล่านี้ไม่สามารถ
สร้างแรงกระตุ้นอันใดกับเขาได้ ฉะนั้นเขาจึงไม่ได้ใส่
ใจมากนัก
” การสร้างสถานที่เอาไว้ทดสอบหลายพันแห่งเช่นนี้
แสดงให้เห็นว่ากองทหารหมิงไห่เข้มงวดมากจริง ๆ ”
ภายในตำหนักมังกรซ่อนเป็นจัตุรัสสีดำขนาดใหญ่
ในเวลานี้เสียงร้องตะโกนของคนหลายคนดังขึ้นมา
จากด้านใน องค์หญิงโย่วเสี่ย กับ อู่ อวี้ เดินตรงไป
หาเสียงนั้น ระหว่างทางเหล่าทหารองครักษ์หมิงไห่
แลเห็นองค์หญิงโย่วเสี่ยผู้โด่งดัง แต่พวกมันก็ไม่กล้า
ที่จะหยุดยั้งนาง
” ไม่ทราบว่าองค์หญิง มาที่ตำหนักมังกรซ่อนด้วย
เหตุผลอันใด? ต้องการปฏิญาณ… ”
ขณะที่ทหารผู้นั้นยังกล่าวไม่ทันจบ องค์หญิงโย่วเสี่ย
กับ อู่ อวี้ ก็เดินผ่านมันไป ทางเดินนี้ทอดยาวไปสู่
ตำหนักวังหลายแห่ง ด้านหน้าเป็นทรงจัตุรัสสีดำ
ขนาดใหญ่พื้นปูด้วยอิฐสีดำเต็มไปด้วยลายเส้น
วิญญาณ แสงสว่างเปล่งประกายไปไกล
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ มีคนหลายร้อยคนยืน
อยู่ในจัตุรัส ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นผู้เยาว์ทั้งสิ้น ทว่า
พวกมันทั้งหมดสวมใส่ชุดเกราะของกองทัพหมิงไห่ สี
หน้าเผยให้เห็นถึงความเหนื่อยล้า ทว่าแววตากลับ
เป็นไปด้วยความตื่นเต้น ท่าทางดูอึดอัดวางตัวไม่ถูก
แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าสำหรับพวกมันช่วงเวลานี้
เป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิต
เห็นได้ว่าพวกมันแต่ละคนนั้นล้วนผ่านการประเมิน
อย่างยากลำบาก และในที่สุดก็มีคุณสมบัติเป็น
องครักษ์หมิ่งไห่ ดังนั้นนี่จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น
ที่มากที่สุดสำหรับพวกมัน แต่ละคนที่ออกมานั้น
ล้วนส่งเสียงดีใจประดุจไก่โดนเชือด
ด้านหน้าของพวกมัน คือกลุ่มทหารที่สวมใส่ชุด
เกราะสงครามของกองทัพหมิงไห่ คาดว่ากลุ่มคน
เหล่านี้น่าจะเป็นผู้ประเมิน ซึ่งมีอายุเหยียบย่างเข้าสู่
วัยกลางคนเป็นอย่างน้อย
” องค์หญิงโย่วเสี่ย? ”
เมื่อพวกเขาเดินเข้ามา คนทั้งหมดก็มองมาทางนี้เป็น
ตาเดียว แน่นอนว่าการปฏิญาณตนต้องถูกหยุดลง
โดยธรรมชาติ ผู้คนหลายร้อยที่ได้ยินเสียงนี้ต่างหัน
มามองทีละคน ๆ หลังจากได้แลเห็น องค์หญิงโย่ว
เสี่ย ในตำนานตัวเป็นเป็น ๆ ชั่วขณะนั้นเองพวกมันก็
ตื่นเต้นดีใจมากยิ่งขึ้น สีหน้าของบางคนแดงก่ำ
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ไม่คาดคิด
ว่าหลังจากได้เป็นองครักษ์หมิงไห่ จะได้พานพบกับ
องค์หญิงโย่วเสี่ย ผู้เป็นเสมือนดั่งตำนานเช่นนี้
ด้วยตนอันสูงส่งของนาง แน่นอนว่าทุกผู้คนย่อมก้ม
คารวะให้กับนางทันที ในจักรวรรดิเป่ยหมิงแห่งนี้ ถือ
เป็นเรื่องยากที่จะมีผู้ใดได้แลเห็น อู่ อวี้ ตั้งแต่แรก
เนื่องจากสายตาส่วนใหญ่ล้วนจับจ้องไปที่องค์หญิง
โย่วเสี่ย
เหล่าผู้คนที่กลายเป็นองครักษ์หมิงไห่ ส่วนใหญ่แล้ว
ล้วนมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับก่อร่างกำเนดจิตเท
วะขั้นที่ 1
” องครักษ์หญิงไห่ชุดใหม่นี้ ข้าจะให้เจ้าเข้าร่วมกับ
พวกเขา ” โย่วเสี่ยหันมากล่าวกับ อู่ อวี้
“ไม่มีปัญหา” อู่ อวี้ พยักหน้า
กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหน้า เมื่อแลเห็นว่ามีคนอีกผู้หนึ่ง
ยืนอยู่ข้างกาย องค์หญิงโย่วเสี่ย หนึ่งในนั้นก็เริ่มหัน
มาให้ความสนใจ อู่ อวี้ คนผู้นี้สวมใส่ชุดเกราะ
สงครามสีดำทมิฬ ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิต
จำนวนมาก มีใบหน้าและมือแห้งเหี่ยวเสมือน
ซากศพ ผิวคล้ำ ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยปราณทมิฬ
มีดวงตาคู่สีเขียวมรกต ช่างดูน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
ไม่คาดคิดว่าบุคคลบุคคลผู้นี้จะเป็นผู้ฝึกตนนอกรีต
แน่นอนว่าจักรวรรดิหมิงไห่ปฏิเสธผู้บำเพ็ญตนในวิถี
มาร หากมีผู้ใดอยากจะฝึกฝน ก็ต้องเตรียมพร้อม
จ่ายค่าตอบแทน แต่นี่มันอะไรกัน บุคคลผู้นี้สามารถ
เป็นได้ถึงหัวหน้ากองพันในกองทัพหมิงไห่
อู่ อวี้ คาดเดาตัวตนและพื้นฐานฝึกตนของคนผู้นี้
เป็นไปได้ว่ามันมีความแข็งแกร่งอยู่ในอาณาจักรก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 8
ซึ่งมันรับหน้าที่เป็นผู้คัดเลือกองครักษ์หมิงไห่ในครั้ง
นี้ เมื่อโย่วเสี่ยได้พบกับคนผู้นี้ นางก็แสดงท่าทีลังเล
เล็กน้อย จากนั้นก็หันไปกล่าวกับ อู่ อวี้ ว่า ” บุคคล
นี้มีนามว่า ‘เฮยคู’ ฝึกฝนบำเพ็ญตนในวิถีมาร มีนิสัย
ดุร้ายเหี้ยมโหด ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของมันอยู่บ้าง
ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เต็มใจทำงานสกปรก แต่มันยินดี ซึ่ง
ชื่อเสียงของมันก็เลวร้ายเป็นอย่างยิ่ง เจ้าคิดว่าเรา
ควรหาหัวหน้ากองพันคนใหม่หรือไม่ … ”
การคัดเลือกองครักษ์หมิงไห่มาแต่ละคนนั้น
จำเป็นต้องเลือกคนผู้นั้นเป็นหัวหน้ากองพัน
อู่ อวี้ กล่าว ” ไม่จำเป็น เขาทำอะไรข้าไม่ได้” คนผู้นี้
ไม่สามารถทำให้ อู่ อวี้ หวาดกลัวได้
ในเวลานี้หัวหน้ากองร้อยคนอื่น ๆ ของ เฮยคู กำลัง
คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า องค์หญิงโย่วเสี่ย จากนั้นเฮยคูก็
กล่าวขึ้นด้วยน้ำแหบแห้งเฉื่อยชา ราวกับไม่ได้ดื่มน้ำ
มานับสิบปีว่า “ขออภัยด้วยองค์หญิง ท่านมีอันใดให้
กระหม่อมเฮยคูรับใช้เช่นนั้นหรือ? ”
องค์หญิงโย่วเสี่ยเข้าเรื่องในทันที นางหยิบป้ายคำสั่ง
ของโย่วชางขึ้นมา จากนั้นก็โยนไปให้เฮยคูพร้อมกล่า
ว่า ” นี่คือป้ายคำสั่งของเสด็จอาข้า ให้มาแนะนำฝาก
ฝัง ‘อู่ อวี้’ เข้าร่วมกับกองทัพหมิงไห่ ให้เขาเข้าร่วม
หน่วยของเจ้า แต่งตั้งเขาเป็นองครักษ์หมิงไห่ เฮยคู
เจ้าเห็นด้วยหรือไม่? ”
หลังจากเฮยคูได้ยินเช่นนั้น มันก็เงยหน้าขึ้นมอง อู่
อวี้ จากนั้นก็แสยะยิ้มขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวว่า ”
ป้ายคำสั่งของท่านผู้บัญชาการเช่นนั้นหรือ ข้าย่อม
ไม่คัดค้านอยู่แล้ว นับเป็นเกียรติของเฮยคู ที่ได้รับคน
ผู้นี้เข้าร่วมหน่วย ”
แน่นอนว่ามันย่อมไม่กล่าวมากความ เนื่องจากโย่
วชางผู้บัญชาการแห่งกองทัพหมิงไห่ เป็นคนแนะนำ
ฝากฝังเขาด้วยตนเอง
ไม่มีที่ว่างให้ปฏิเสธ เพราะนี่คือคำสั่ง
บทสนทนานี้ทำให้ผู้คนมากมายรู้สึกเศร้าสลดหดหู่
เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้ว อู่ อวี้ นั้นแตกต่างจาก
พวกมัน แต่ในขณะนั้นเองหัวหน้ากองร้อยผู้หนึ่งที่อยู่
เบื้องหลังเฮยคู ก็กล่าวขึ้นด้วยความสงสัยว่า ” องค์
หญิง อู่ อวี้ ผู้นี้เป็นคนของตระกูลเหยียนหวง แล้วจะ
ปล่อยให้เขาเข้าร่วมกับกองทัพหมิงไห่ของเราได้
อย่างไร? นี่ถือเป็นสิ่งต้องห้าม… ท้ายสุดแล้ว
กองทัพหมิงไห่ของเรา มีหน้าที่เฝ้าพิทักษ์ดูแลนครห
มิง แต่ถ้าให้คนจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวงเข้า
ร่วม… ”
ยังกล่าวไม่ทันจบ เฮยคู ก็ง้างมือแล้วตบฉาดลงบน
ใบหน้าของมัน จนคนผู้นั้นกลิ้งลงไปบนพื้นสามตลบ
จากนั้นเฮยคูก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงแหบพร่าว่า ” เจ้า
กล้าตั้งคำถามกับการตัดสินใจของท่านผู้บัญชาการ
เช่นนั้นหรือ คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่? ”
เมื่อเจอเช่นนี้เข้าไปคนผู้นั้นก็รีบขออภัยทันที
เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ สายตาของผู้คนก็ถูกเบนมาที่ร่าง
ของ อู่ อวี้ เนื่องจากพวกมันยังได้ยินนามไม่ชัดเจน
ตอนนี้จึงรู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามพวกมันไม่เคยได้ยินนามของ อู่ อวี้ ทั้ง
ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า อู่ อวี้ เป็นใคร ท่ามกลางฝูงชน มี
บุรุษเยาว์วัยหน้าตาหล่อเหลา ซึ่งมีพื้นฐานฝึกตนอยู่
ในอาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ เมื่อเห็นภาพที่
เกิดขึ้น มันก็กล่าวขึ้นด้วยเนื้อตัวสั่นเทาว่า “ทำไม!
ไม่ใช่ว่ากองทัพหมิงไห่มีความเป็นกลางและเที่ยง
ธรรมมากที่สุดงั้นหรือ! เราต้องพยายามอย่างหนัก
ฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย ทั้งยังต้องรับการประเมินอยู่
หลายปี ผันผ่านประสบการณ์ชีวิตและความตาย ถึง
จะสามารถกลายเป็นองครักษ์หมิงไห่ได้ เหตุใดบุคคล
ผู้นี้ถึงเข้าร่วมกับกองทัพหมิงไห่ได้โดยตรง? ข้าไม่
อยากจะเชื่อ … ”
แม้ว่ามันจะไม่ได้กล่าวเสียงดัง แต่ก็มีหลายคนได้ยิน
” หลิวชิง หุบปาก!” คนที่อยู่ถัดไปรีบรั้งมันไว้ทันที
ถึงแม้จะรู้ว่ามันได้กล่าวสิ่งที่อยู่ในใจของพวกเขา
ออกไปก็ตาม
อู่ อวี้ ก็มองมันเช่นกัน อันที่จริงผู้เยาว์คนนี้น่าชื่นชม
มาก มันก็แค่พูดในสิ่งที่ผู้คนไม่กล้าพูดเท่านั้น
แน่นอนว่าผู้คนเหล่านี้มิได้ตระหนักถึงความสามารถ
ของ อู่ อวี้
เนื่องจากพวกมันเห็นว่า อู่ อวี้ มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตเท่านั้น ซึ่งมันยังไม่ถึง
เกณฑ์ของมองครักษ์หมิงไห่ด้วยซ้ำ
” เจ้าตบปากตนเองห้าสิบที จากนั้นก็ออกไปจาก
กองทัพหมิงไห่เสีย ” เฮยคูหันไปกล่าวกับ หลิวชิง
ชั่วขณะนี้เอง ทุกผู้คนรู้สึกเห็นอกเห็นใจมันเป็นอย่าง
ยิ่ง กองทัพหมิงไห่คือความฝันของมัน พวกเขาต้อง
พยายามอย่างหนัก กว่าจะบรรลุถึงความฝันของตน
ในวันนี้ ไม่คาดคิดว่าเพียงคำพูดแค่คำเดียว จะทำให้
ทุกอย่างพังทลายลง
สำหรับหลิวชิงแล้ว นี่เป็นเสมือนดั่งการถูกสายอัสนี
ฟ้าผ่าลงใส่กลางวันแสก ๆ สีหน้าของมันซีดเผือด จับ
จ้องไปยังเฮยคูด้วยความตกตะลึง
ในช่วงเวลานี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็ก้าวออกมาพร้อม
กับกล่าวว่า ” ไม่ต้อง อย่าไปสร้างความลำบากให้เขา
เลย ”
เฮยคู รีบเปลี่ยนน้ำเสียงอย่างรวดเร็ว มันกล่าวว่า ”
ยังไม่รีบขอบคุณองค์หญิงยอีก ”
ภายใต้การเตือนจากคนที่อยู่ข้างกาย หลิวชิง รีบ
คุกเข่าลงพื้น พร้อมก้มคารวะให้กับองค์หญิงโย่วเสี่ย
ทันที ในเวลานี้มันรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากมันเกือบจะสูญเสียความฝันของตนเองไป
เสียแล้ว น้ำตาไหลนองเอ่อ รู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างหา
ที่สุดไม่ได้ หยดน้ำตาถูกกลืนลงสู่จิตใจของมันครั้ง
แล้วครั้งเล่า
อู่ อวี้ มองมัน โดยไม่คิดอันใดให้มากความ เขาทราบ
ดีว่ามีผู้คนมากมายรู้สึกไม่มั่นใจในตนเองเท่าใดนัก
อย่างไรก็ตามแค่เพียงองครักษ์หมิงไห่ตัวเล็ก ๆ หาใช่
เป้าหมายในการแข่งขันของเขาไม่
” ถ้าเช่นนั้นข้าจะมอบ อู่ อวี้ ให้แก่เจ้า เขาจะปฏิบัติ
ตามกฎของกองทัพหมิงไห่ ข้าไม่ต้องการให้ผู้ใดมา
ปฏิบัติกับเขาเป็นพิเศษเช่นดั่งเด็กฝากมีเส้นมีสาย ”
องค์หญิงโย่วเสี่ยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ จากนั้นก็
หยุดที่ อู่ อวี้ นางมอบตราประทับสื่อสารให้กับเขา
จากนั้นก็กล่าวคำอำลา ถึงแม้ว่านางจะดูผิดหวังอยู่
บ้าง ทว่า อู่ อวี้ ก็จำต้องปล่อยนางไป การอยู่เคียง
ข้างนางตลอดเวลาไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง
หลังจากโย่วเสี่ยจากไปทุกคนเฝ้าจับตามอง อู่ อวี้
เฮยคูกระแอมไอแล้วพูดว่า “เอาล่ะ เริ่มกันเลย ข้าจะ
จัดพวกเจ้าไปประจำกองร้อยแต่ละกอง”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ