กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 701: ค่ายทหารวิญญาณโลหิต
แม้ว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย จะจากไปแล้ว แต่ อู่ อวี้ ก็
ยังคงเป็นจุดสนใจของทุกคนอยู่ดี
ซึ่งบัดนี้เหล่า องค์รักษ์หมิงไห่ ที่ต่างปิติเมื่อเสร็จสิ้น
การทดสอบ กลับต้องมัวหมองไปกว่าครึ่งเพราะ อู่ อวี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่รู้ถึงสถานะและความ
แข็งแกร่งของ อู่ อวี้ จึงรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมยิ่ง
เมื่อคิดไปถึงความพยายามหลายปีของตนเองที่ดั้นด้น
กว่าจะฝ่ามาถึงจุดนี้ แต่เขาเป็นเพียงคนนอก กลับไม่
ต้องทดสอบอะไรเลยด้วยซ้ำ
มันจึงเป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับได้เกินไป
เบื้องหน้าพลันปรากฎหัวหน้ากองร้อยยืนอยู่หลายคน
เฮยคู ได้ทำการสุ่มชื่อเพื่อจัดสรรเข้าตามกองร้อย
ต่างๆ ความจริงในบรรดาเหล่าองครักษ์หน้าใหม่ทั้ง
300 คนนี้ มีทั้งเก่งและแย่ปะปนกันไป แต่กองทัพก็คือ
กองทัพ หากว่าผู้ที่มีคุณสมบัติที่ดีมาเข้าร่วมกองร้อย
ของตนเอง ก็จะมีโอกาสในอนาคตที่จะสามารถก้าว
ข้ามตนเองได้ แต่หากได้แย่ก็ถือว่าโชคร้ายไป ดังนั้น
เหล่าหัวหน้ากองร้อยจึงหวังอยากจะได้
ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เชื่อฟังว่านอนสอนง่าย
ซึ่งยกตัวอย่างเช่น อู่ อวี้ ด้วยความแข็งแกร่งที่พวกมัน
รับรู้มา หากมาอยู่กองร้อยตนเองแล้วจะควบคุมเช่น
ไร?
ดังนั้นเหล่าหัวหน้ากองร้อยทั้งหลายจึงกำลังสวดอธิ
ฐาน หวังว่า อู่ อวี้ จะไม่ได้มาอยู่ในกองร้อยของตน
มิฉะนั้นมันจะต้องเกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน ดง
เฮยคู เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
“หลิวชิง อยู่ในสังกัดของหัวหน้ากองร้อย หยวน
ซุนอวี้”
เวลานี้ถือเป็นตัวตัดสินอนาคตของเหล่าองค์รักษ์หมิง
ไห่ผู้มาใหม่ทั้งหลายเลยก็ว่าได้
ด้วยการที่มีหัวหน้ากองร้อยแตกต่างกัน หากมา
เผชิญหน้ากันในภายหลัง ผลลัพธ์ก็จะแตกต่างกัน
ออกไป มีหัวหน้ากองร้อยบางคนอยู่ในขั้นก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะระดับที่ 6 และบางคนอยู่ในระดับที่ 5
แน่นอนว่าความแข็งแกร่งย่อมแตกต่างราวฟ้ากับเหว
หัวหน้ากองร้อยที่มีนามว่า หยวน ซุนอวี้ ซึ่งถูก เฮยคู
ตบฉาดใหญ่เมื่อครู่ ยามนี้มันได้ซักถามเรื่องของ อู่ อวี้
อยู่ยกใหญ่ เพราะมันไม่ค่อยติดตามข่าวคราวเท่าใดนัก
และด้วยช่วงที่ผ่านมามันได้ปิดด่านฝึกตนอยู่ตลอดอีก
ด้วย ดังนั้นจึงไม่ได้ยินถึงสถานะและวีรกรรมที่ อู่ อวี้
ได้ก่อเอาไว้ภายในอาณาจักรเหมันต์อุดรในไม่กี่วัน
ก่อนหน้านี้
หยวน ซุนอวี้ ผู้นี้เป็นคนที่ทั้งดำทั้งอ้วน ใบหน้าปูดโปน
อัปลักษณ์ ตั้งแต่เกิดมามันไม่เคยชอบใจในใบหน้าของ
ตนเองเลย ยามนี้จึงกดศีรษะต่ำลง เนื่องด้วยความไม่
มั่นใจในใบหน้าเป็นทุนเดิม อีกทั้งยังถูกทำให้อับอาย
ขายหน้า มันจึงโกรธจัดเป็นอย่างยิ่ง
“ไอหนู เจ้าไม่รู้ที่ต่ำที่สูง กล้าผูกสัมพันธ์กับ องค์หญิง
โย่วเสี่ย หากว่าเจ้ามาอยู่ในกองร้อยของข้า ข้าก็ไม่เชื่อ
ว่าข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้!” หยวน ซุนอวี้ คิดในใจ คน
หลายร้อยคนได้ถูกคัดสรรจัดทัพกันเป็นที่เรียบร้อย
สุดท้ายก็เหลือ อู่ อวี้ เพียงคนเดียว เฮยคู มอง
ย้อนกลับไปยัง หยวน ซุนอวี้ และกล่าวออกมาว่า “อู่
อวี้ ประจำการกองร้อยของ หยวน ซุนอวี้”
“หยวน ซุนอวี้ ข้ารู้ว่าไม่ควรพูดเช่นนี้ แต่จงทำให้พวก
เราได้เห็นซะ” เฮยคู ลอบเอ่ยประโยคนี้ลับๆ แต่
กระนั้น หยวน ซุนอวี้ กลับไม่เข้าใจว่าให้ทำสิ่งใดกัน
แน่?
“ใช่แล้ว เป็นอย่างนี้นี่เอง….หัวหน้ากองพันจะต้องรู้สึก
ไม่พอใจกับผู้ที่มาจากตระกูลเหยียนหวงผู้นี้แน่นอน
อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่ายังมีองค์หญิงโย่วเสี่ยอยู่ จึง
ไม่สามารถแสดงออกมาได้ แต่กองทัพหมิงไห่ก็ย่อมมี
กฏของกองทัพหมิงไห่ ตอนนี้มันได้เข้าร่วมกับ
กองทัพหมิงไห่แล้ว และข้าก็เป็นหัวหน้ากองร้อยของ
มัน ด้วยสถานะของมัน ก็ไม่ได้แตกต่างจากองค์รักษ์ห
มิงไห่ คนอื่นๆ ข้าสามารถออกคำสั่งมันได้! เพียงแค่ข้า
ทำตามกฎก็เพียงพอแล้วนี่?”
ฝ่ามือนั้นทำให้ตัวมันไม่อาจจะลืมไปได้ มันต้องอับอาย
ขายขี้หน้า ยิ่งไปกว่านั้นมันยังโดนตบต่อหน้าเหล่าองค์
รักษ์ใหม่ทั้งหลายเหล่านี้อีกด้วย
“เอาล่ะ จากนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าทุกคนถือว่าได้เข้า
ร่วมกับกองทัพหมิงไห่อย่างเป็นทางการแล้ว จง
กลายเป็นองค์รักษ์หมิงไห่ผู้เกรียงไกร เพื่อเป็นเกียรติ
แก่บรรพบุรุษของเรา! บัดนี้พวกเจ้าทุกคนจะต้อง
ติดตามหัวหน้ากองร้อยของตัวเอง กลับไปยังค่ายของ
พวกเจ้า! จงจำเอาไว้ พวกเราทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ ล้วนแต่
เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ ‘ขุนพลโย่วหมิง’ พวกเรา
เป็นคนของ ‘ค่ายทหารทหารวิญญาณโลหิต’ แน่นอน
ว่าขุนพลโย่วหมิงของเราคนก่อนได้รับการเลื่อนขั้นไป
แล้ว ทำให้จากนี้จะมีผู้ขุนพลโย่วหมิงคนใหม่มา
บัญชาการเรา หวังว่าทุกท่านจะตั้งตารอ! ็น็”
ภายในกองทัพหมิงไห่ ขุนพลโย่วหมิงมี
ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่หลายหมื่นนาย ซึ่ง เฮยคู อยู่
ภายใต้สังกัดของ ‘ค่ายทหารวิญญาณโลหิต’ แน่นอน
ว่า ค่ายทหารวิญญาณโลหิต ยังมีหัวหน้ากองพันคน
อื่นๆอยู่อีก
หลังจากที่ เฮยคู กล่าวจบ หัวหน้ากองร้อยก็จากไป
มุ่งหน้ากลับไปยัง ‘ค่ายทหารวิญญาณโลหิต’ ‘ค่าย
ทหารวิญญาณโลหิต’ เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆของ
กองทัพหมิงไห่ เนื่องจากทั้งหมดทั้งมวลแล้วก็มีทหาร
กว่าร่วมหมื่นนาย ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ
แต่มันก็ยิ่งใหญ่อย่างมาก ที่แห่งนั้นมีสิ่งของที่จำเป็น
สำหรับการต่อสู้และการฝึกตน ซึ่งล้วนมีให้ใช้อย่าง
เพียงพอ ยิ่งกว่านี้ยังมีการมอบรางวัลและบทลงโทษที่
เข้มงวด ทั้งยังมีกฏระเบียบวินัยที่มากมาย หากสร้าง
คุณงามความดีก็ย่อมได้รับรางวัล และหากฝ่าฝืนกฏ
ระเบียบวินัยทหารก็ย่อมต้องได้รับโทษทัณฑ์ที่รุนแรง
ระหว่างทาง อู่ อวี้ ได้เห็นองค์รักษ์หมิงไห่ทั้งหลาย
สวมใส่ ‘ชุดเกราะหมิงไห่’ อยู่บนร่าง พวกมันแต่ละคน
มีท่าทีเย็นชา เต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง เมื่อคน
หลายๆคนได้รวมตัวกันมากเข้า พลันปลดปล่อย
บรรยากาศที่น่าอึดอัดใจออกมา มีความคล้ายคลึงกับ
กองทัพมังกรเพลิงที่ปรากฏตัวบนทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้งก็ไม่ปาน
“หากผู้ฝึกตนขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะนับหมื่น
เข้าประหัตประหาร เกรงว่าน่าจะเป็นวันสิ้นโลกเสีย
แล้ว” อู่ อวี้ ได้กลายเป็นทหารแล้ว กองทัพเช่นนี้คือ
สิ่งที่เขาใฝ่ฝัน แน่นอนว่าร่างอวตารทั้งหนึ่งพันร่างของ
เขาก็แข็งแกร่ง แต่ยามนี้มันถึงขีดจำกัดยากจะทะลวง
ไปต่อ หากเขาสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นก่อร่างกำเนิดจิต
เทวะ เขาก็สามารถครอบครองร่างอวตารได้รับหมื่น
ร่างเลยทีเดียว
กองทัพหมิงไห่ทั้งหมดเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หนาว
เหน็บ ลมอันหนาวเย็นที่พัดโชยไปถึงกระดูกนี้ได้ฉีก
กระชากพลังฟ้าดินอย่างแท้จริง สำหรับทหารผู้เข้ามา
ใหม่กองทัพหมิงได้เพิกเฉยเรื่องของ อู่ อวี้ ไปแล้ว
บัดนี้พวกเขามองไปรอบๆด้วยความสนใจ
กล่าวตามตรงสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ในฝันของพวก
เขา และในวันนี้พวกเขาก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในสถานที่
แห่งนี้แล้ว
ที่แห่งนี้แตกต่างกับกองทัพของอาณาจักรมนุษย์อย่าง
มาก นี่เป็นกองทัพของผู้ฝึกตน มีทั้งบุรุษและสตรี ไม่
เหมือนกับกองทัพของเหล่าสามัญชนที่มีเพียงแต่บุรุษ
เท่านั้นที่จะสามารถเข้าร่วมกองทัพได้ ดังนั้นภายใน
ค่ายทหารแห่งนี้ จึงมีทั้งบุรุษและสตรีเดินไปมากัน
อย่างขวักไขว่ สตรีเหล่านี้แต่งกายด้วยเครื่องแบบของ
ทหาร มีร่างกายที่สูงผอม ผิวพรรณขาวนวล มี
บรรยากาศที่ดูสง่างามและสูงส่ง มีกลิ่นหอมบางอย่าง
ที่ทำให้ผู้คนที่ได้กลิ่นแทบจะหลงเสน่ห์หัวปักหัวปำ
สาวงามที่เดินผ่านไปมาได้ดึงดูดความสนใจของเหล่า
องค์รักษ์หน้าใหม่ไปเสียส่วนใหญ่ราวกับเป็นสีสันเพียง
หนึ่งเดียวของที่นี่
ภายในค่ายทหารหมิงไห่ ไม่ได้กีดกันในเรื่องของสหาย
เต๋าเคียงคู่ ดังนั้นเรื่องการที่จะมีชายหญิงกลายเป็น
สหายเต๋าเคียงข้างจึงมีอยู่จำนวนไม่น้อย ซึ่งผู้ฝึกตนที่
ได้กลายเป็นสหายเต๋าเคียงข้างภายในกองทัพหมิงไห่ก็
จะกลายเป็นที่อิจฉาของผู้อื่นอย่างแท้จริง
สำหรับคนที่มาใหม่แล้ว ล้วนเป็นความปรารถนาอย่าง
ยิ่งยวด กระทั่งมีบางคนถึงกับอดไม่ได้ที่จะต้องเข้าไป
สนทนากับสาวงามที่เพิ่งเข้ามา ทำให้สถานที่แห่งนี้เกิด
เป็นการแข็งขันบางอย่างไปในที่สุด
ในกลุ่มของ อู่ อวี้ ทั้งหมดล้วนเป็นคนที่เพิ่งเข้าร่วม
กองร้อยของ หยวน ซุนอวี้ ทั้งสิ้น ซึ่งภายในกองร้อย
ของ หยวน ซุนอวี้ ก็มีคนอยู่ไม่มากเท่าไหร่นัก ได้ยิน
มาว่าก่อนหน้านี้ทหารทั้งหลายเกิดการบาดเจ็บล้มตาย
ลงไปมากมาย ดังนั้นในครั้งนี้จึงได้รับสมัครทหารใหม่
เป็นจำนวนมาก
หัวหน้ากองร้อยของกองทัพหมิงไห่ เป็นตำแหน่ง
หน้าที่นับว่าสูงพอสมควร เนื่องด้วย เฮยคู จะไม่มา
ยุ่มย่าม หยวน ซุนอวี้ จึงกลายเป็นผู้นำเพียงคนเดียว
ยามนี้มันกำลังเดินนำหน้า มือยื่นไปเปิดประตูแล้ว
กล่าวออกมาเสียงอันดังกังวานว่า “จากวันนี้เป็นต้นไป
พวกเจ้าได้กลายเป็นคนของกองทัพหมิงไห่แล้ว นี่ถือ
เป็นเกียรติยศอันสูงสุด การพวกเจ้าสามารถมา
ประจำการอยู่ที่นครหมิง ถือเป็นความใฝ่ฝันของชาว
จักรวรรดิเป่ยหมิงทุกคน! พวกเจ้ามาอยู่ในตำแหน่งที่
ทุกคนต่างต้องอิจฉา จงเงียบและฟังข้าให้ดีๆ!”
เมื่อเห็นทุกคนเงียบราวกับเป่าสาก มันจึงรู้สึกพอใจ
และกล่าวต่อว่า “ขอบอกพวกเจ้าเอาไว้ก่อน! กองทัพ
ก็คือกองทัพ ไม่เหมือนกับสถานที่ที่พวกเจ้าจากมา! ที่
แห่งนี้พวกเจ้าจักต้องเชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด
จะต้องเชื่อฟังกฏระเบียบของกองทัพ! เรื่องต้องห้าม
ของกองทัพหมิงไห่ เจ้าก็ไม่อาจจะฝ่าฝืนทำมันได้!
เกี่ยวกับรายละเอียดของกฏระเบียบ รอเอาไว้ให้ถึง
‘ค่ายทหารวิญญาณโลหิต’ ข้าจะให้พวกเจ้าท่องจำให้
ขึ้นใจ! โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเจ้าละเมิดฝ่าฝืนกฏ
จะต้องโดนลงโทษอย่างไม่ไว้หน้า จงจดจำให้ขึ้นใจ
เอาไว้ ฟังไว้ให้ดี เมื่ออยู่ภายในกองทัพหมิงไห่ จะไม่มี
การยกเว้นใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะตำแหน่งอะไรก็ตาม
หากทำคุณงามความดีก็จะได้รับรางวัล แต่หากฝ่าฝืน
กฏระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นใครก็จะได้รับการลงโทษ
แม้ว่าองค์หญิงโย่วเสี่ยจะเป็นคนพาเข้ามาก็ไม่มี
ข้อยกเว้น!”
ขณะมันกล่าว ล้วนไม่มีใครพูดแทรก ซึ่งยามที่มันเอ่ย
จบก็ได้มองมายัง อู่ อวี้ ที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน เห็นได้
ชัดว่านี่เป็นการเตือน อู่ อวี้ โดยเฉพาะ อู่ อวี้ ก็เหลือบ
มองไปที่ หยวน ซุนอวี้ เช่นกัน เขารู้สึกว่า หยวน
ซุนอวี้ ผู้นี้ช่างโง่เสียจริง มันคิดจะเปิดศึกตั้งตนเป็น
ศัตรูกับเขางั้นหรือ? ในเรื่องกฏระเบียบของกองทัพ
เขาสามารถปฏิบัติได้อย่างแน่นอน แต่ไม่เห็น
จำเป็นต้องเจาะจงเช่นนี้
“บางทีมันอาจจะยังไม่รู้จักข้า คิดว่าข้าเป็นเพียงแค่ผู้
ฝึกตนที่อยู่ในขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตธรรมดาๆ” อู่
อวี้ สามารถตีความได้เพียงแค่นี้เท่านั้น
ในความเป็นจริง เขาไม่ต้องการที่จะอยู่ในระดับล่าง
ของกองทัพหมิงไห่เป็นเวลานานนัก เขาต้องการไต่เต้า
ไปอยู่ในตำแหน่งสูงๆ ซึ่งถือเป็นการท้าทายของเขา
อย่างหนึ่งเช่นกัน! มันจะช่วยเหลือเขาได้มากใน
อนาคต
ระหว่างทางพวกเขาได้เดินผ่านค่ายทหารเป็นจำนวน
มาก มันเยอะจนนับไม่หวาดไม่ไหว ค่ายทหารแต่ละ
แห่งมีคนอยู่นับหมื่นคน ผู้ที่อยู่ในที่แห่งนี้ล้วนเป็นผู้ที่
อยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ เมื่อ อู่ อวี้ ลองนำ
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งมาเปรียบเทียบดู เขาก็
สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมคนที่อยู่ที่นี่ ถึงได้ไม่เห็นทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้งอยู่ในสายตา
ในตอนที่เขาอยู่ภายในอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ เขาก็ไม่
มองชาวบ้านที่อยู่เขตพรหมแดนอยู่ในสายตา
เช่นเดียวกับที่นี่
ค่ายทหารหมิงไห่ มีพลังฟ้าดินพุ่งสูงเสียดฟ้า เมฆาสีดำ
บนท้องนภาหมุนเกลียวไปมา ดูราวกับว่ามีมังกรทมิฬ
กำลังแหวกว่ายไปมา
ในที่สุดก็มาถึง ‘ค่ายทหารวิญญาณโลหิต’ กล่าวว่านี่ก็
คือค่ายทหาร มันไม่ได้เป็นกระโจมเช่นเดียวกับ
อาณาจักรมนุษย์ แต่มันเหมือนกับนครจักรพรรดิเพลิง
ภายในที่แห่งนี้มีตำหนักเรียงรายอยู่มากมายนับไม่ถ้วน
ตำหนักที่นี่สามารถจับจองได้ตามสะดวก ตำหนัก
ทั้งหมดล้วนมีการวางค่ายกลเอาไว้ หากได้รับมอบ
ตำหนักมาแล้ว คนภายนอกก็ไม่อาจผ่านเข้าไปได้หาก
ไม่ได้รับอนุญาต และไม่สามารถใช้กำลังฝ่าเข้าไปข้าง
ในได้
ภายในค่ายทหารวิญญาณโลหิต มีตำหนักที่เป็นสีโลหิต
เต็มไปทั่วทุกหนแห่ง เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมอัน
หนาวเหน็บ องค์รักษ์หมิงไห่ส่วนใหญ่ บ้างก็ออกไปทำ
ภารกิจ บ้างก็กำลังฝึกตนอยู่ หากไม่มีสิ่งใดทำ ปกติ
แล้วก็ไม่มีผู้ใดต้องการที่จะออกมาเพ่นพ่านข้างนอก
เช่นนั้นจึงจะเห็นคนได้ไม่มากนัก หยวน ซุนอวี้ เป็นผู้ที่
ครอบครองที่แห่งนี้ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่ามีบางครั้งองค์
รักษ์หมิงไห่ทั่วๆไปจะเข้ามาทักทายมันด้วยความ
เคารพ
“เหล่าทหารใหม่มาถึงแล้ว”
“อ้อเป็นทหารที่อยู่ใต้อาณัติของผู้บัญชาการ หยวน
ซุนอวี้ นี่เอง”
“ตาแก่ข้างๆผู้บัญชาการนี่ก็เริ่มอีกแล้ว มันมักมีนิสัย
ชอบกลั่นแกล้งข่มเหงทหารใหม่ ข้าละสงสารพวกมัน
จริงๆ”
“ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บัญชาการ หยวน ซุนอวี้ ก็ไม่สนใจสิ่ง
ใดอีก คิดว่าเขาก็รู้สึกอยากจะมอบบทเรียนให้กับเหล่า
ทหารใหม่เช่นกัน ขอให้พวกมันโชคดีเมื่ออยู่ใน
กองทัพหมิงไห่ล่ะนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า…….”
เมื่อเดินเข้าเข้าไปในส่วนลึกของค่ายทหารวิญญาณ
โลหิต ในที่สุดก็ถึงฐานที่ตั้งของกองร้อย หยวน ซุนอวี้
ซึ่งชื่อของมันก็คือ ‘กองร้อยหยวนโย่ว’ และ อู่ อวี้ ก็
อยู่ในสังกัดกองร้อยนี้
แน่นอนเขาไม่คิดว่าตนเองจะอยู่ภายในกองร้อยหยวน
โย่ว นี้เป็นเวลานานเท่าไหร่นัก
หลังจากที่เข้าไปอยู่ในตำหนักของกองร้อยหยวนโย่ว
ตรงพื้นที่ด้านนอนมีลานกว้างสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่อยู่
แห่งหนึ่ง มีความยาวและความกว้างหลายร้อยลี้ ยาม
ที่ย่างก้าวเดินเข้ามา พลันปรากฎที่ด้านหน้ามีเสียง
หวีดหวิวราวกับเสียงของวิญญาณ ซึ่งที่นั่นมีองค์รักษ์ห
มิงไห่อยู่หลายสิบคน ราวกับกำลังรอรับน้องทหารใหม่
ก็มิปาน……..
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ