กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 707: เหล่าอัจฉริยะแห่งนครนครหมิง
หยวน ซุนอวี้ แข้งขาอ่อน หวาดกลัวจนล้มไปกองกับ
พื้นนานแล้ว
สายตาที่มันจ้องมอง อู่ อวี้ เต็มไปด้วยความหดหู่
หวาดกลัว นับแต่จาก อู่ อวี้ ออกหน้าต่อสู้ ภายในหัว
ของมันก็ครุ่นคิดหาวิธีแก้ไขจนหัวแทบระเบิด หลังจาก
นั้นมันก็หลบซ่อนตัวอยู่ภายในกลุ่มองครักษ์หมิงไห่
หากมีอะไรเกิดขึ้นรุนแรง มันจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
นั่นเพราะมันรู้ดีว่า ตระกูลของ กง สิงเว่ย เป็นตระกูล
ขุนนางใหญ่ที่มีบิดาเป็นถึงราชครูกรมอาญา ภายใน
นครหมิงมันมีทั้งกองกำลัง มีทั้งอำนาจอิทธิพล การที่
กง สิงเว่ย กล้าอวดเบ่งอำนาจบาตรใหญ่เช่นนี้ อันที่
จริงมันก็แฝงไปด้วยความจริงบางอย่าง
แล้วทุกคนต่างก็รู้ความจริงในเรื่องนี้
อู่ อวี้ สั่งสอน กง สิงเว่ย จนกระทั่งบัดนี้ก้นของมัน
เปรอะเปื้อนด้วยโลหิต
นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ในเวลา
นี้คนจากตำหนักราชครูกรมอาญาเริ่มทยอยออก
มาแล้ว ซึ่ง อู่ อวี้ ต้องแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้
เพียงแค่องครักษ์หมิงไห่ จะสามารถต่อสู้คนตำหนัก
ราชครูกรมอาญาได้อย่างไร?
ด้วยสิ่งที่ อู่ อวี้ แสดงออกมา ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าหากคน
ของ ‘ตำหนักราชครูกรมอาญา’ มาถึง จะต้องมีการ
ต่อสู้อย่างดูเดือดเกิดขึ้นเป็นแน่ ผู้คนเริ่มถอยห่างทิ้ง
ระยะ แม้แต่องครักษ์หมิงไห่บางคนก็ยังถอยห่างแล้ว
เช่นกัน คนเหล่านี้ไม่กล้าเข้าใกล้ อู่ อวี้ เพราะกลัวโดน
ลูกหลงไปด้วย สุดท้ายคนที่ยังเกาะกลุ่มอยู่กับ อู่ อวี้ ก็
เหลือเพียงแค่ทหารใหม่ที่เพิ่งเข้ากองทัพหมิง
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ กง สิงเว่ย ไม่กล้าอ้าปากเน่า ๆ
ของมันแม้แต่น้อย มันไม่สามารถจัดการอะไรได้
เนื่องจากว่าหากมันเอ่ยปาก อาจทำให้ตนต้องโลหิต
สาดกระเซ็นมากกว่านี้ …
อู่ อวี้ เดินเข้าไปภายใน หอลึกลับ สภาพด้านในยังคง
ยุ่งเหยิงข้าวของพังเสียหาย สองพ่อลูกโอบประคอง
สรรพเทวะวิญญาณค่อย ๆ ยืนขึ้น
อันที่จริงสัตว์น้อยตัวนี้ ไม่ได้มีพิษมีภัยอันใดแม้แต่น้อย
นิด มันแค่น่ารักน่าชัง อีกทั้งครอบครัวของพวกเขายัง
ผูกพันรักใคร่มันอย่างลึกซึ้ง กง สิงเว่ย ต้องการสัตว์
น้อยตัวนี้ก็เพราะแค่อยากจะเล่นสนุกกับมันเท่านั้น
” ผู้มีพระคุณ ท่านควรรีบหนีตอนที่ยังหนีได้ คนของ
ตำหนักราชครูกรมอาญากำลังมาที่นี่แล้ว ท่าน
แข็งแกร่งก็จริงแต่ควรห่วงชีวิตตนเองบ้าง ” ผู้เป็นบิดา
รีบเอ่ยปากเตือนด้วยน้ำตานองน้ำ
“ไม่ต้องห่วง” อู่ อวี้ มองไปทางบุตรสาวของเขา ซึ่งนาง
เองก็กำลังมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาซาบซึ้งอย่างอย่าง
ที่สุด เช่นเดียวกับ ‘เสี่ยวหยุน’ เขาจำได้ว่าหมิงซวงเคย
ตั้งชื่อให้กับ เสี่ยวโต่ว ว่า เสี่ยวหยุน เช่นกัน …
“พี่ชายข้าชื่อ หนี่หยาง” คิ้วของนางคมเข้ม
ละเอียดอ่อน ดวงตาสดใสประดุจหยดน้ำค้าง หน้าตา
เช่นนี้ทำให้ อู่ อวี้ นึกถึงครั้งแรกที่ได้พบกับ หนานกง
เหว่ย
ซึ่งตอนนี้เขาไม่รู้ว่านางอยู่ที่ไหน …
อู่ อวี้ นำตราประทับสื่อสารออกมามอบให้แก่นาง ”
ถ้ามีปัญหาอันใด ให้รีบแจ้งข่าวกับข้าเป็นคนแรก ข้า
สามารถมาที่ด้วยเวลาไม่นาน ”
ถึงแม้เขาจะอยู่ภายใน ‘กองทัพหมิงไห่’ เขาก็สามารถ
ใช้เสี่ยวโต่ว เดินทางมาที่นี่ได้ในเวลาไม่นาน แต่ถ้าอยู่
ภายในพิภพต่างมิติกับ กง สิงเว่ย ก็ยังคงสามารถสร้าง
ปัญหาให้กับที่นี่ได้ ฉะนั้นเขาเองก็คงต้องใช้วิธีอื่น
หลังจาก อู่ อวี้ ตัดสินใจช่วยพวกเขา เขาก็จะไม่ยอม
ให้สองพ่อลูกต้องตกอยู่ในความเสี่ยงเด็ดขาด
ขณะ อู่ อวี้ ลูบหัวของ ‘เสี่ยวหยุน’ ด้านนอกก็มีเสียง
ดังอึกทึกเกิดขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นไปได้ว่าคนจากตำหนัก
ราชครูกรมอาญาได้มาถึงในไม่ช้า ทางด้านบิดาของห
นี่หยางรีบเร่งเร้าให้ อู่ อวี้ หลบหนีไปโดยด่วน ทว่า อู่
อวี้ หาได้ฟังเขาไม่ซ้ำร้ายยังรีบพุ่งตัวออกไปด้านนอก
หอลึกลับ
เมื่อออกมาก็พบกับคนหนุ่มสาวจำนวนหนึ่ง เสื้อผ้า
อาภรณ์ที่พวกมันสวมใส่ทั้งหญิงชาย ดูหรูหราสง่างาม
ทั้งยังเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้ ทุกอิริยาบถดูโดดเด่นบ่ง
บอกว่าเป็นชนชั้นสูง แม้ว่าจะไม่สูงส่งเท่าองค์หญิงโย่ว
เสี่ย แต่ก็ไม่ได้ดูด้อยกว่ามากมายนัก หากมองด้าน
พื้นฐานฝึกตนคาดว่าจะบำเพ็ญเพียรมานานพอสมควร
น่าจะสักประมาณ 70 ปีเป็นอย่างต่ำ ส่วนพื้นฐานฝึก
ตนอยู่ในระดับก่อร่างกำหนดจิตเทวะ ขั้นที่ 6 ถึง 7
สำหรับคนวัยหนุ่มสาว คงต้องบอกว่าคนกลุ่มนี้
แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก พวกมันทั้งหมดจะต้องเป็น
อัจฉริยะอย่างแน่นอน
ในบรรดาคนหนุ่มสาวทั้งหมด มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง
คล้ายคลึงกับ กง สิงเว่ย ชายหนุ่มผู้นี้กำลังมองดู
อาการบาดเจ็บของ กง สิงเว่ย แล้วกง สิงเว่ยก็กล่าว
ขึ้นว่า “พี่สาม! ฝีมือของมัน! ไม่เพียงมันจะทำร้ายข้า
แถมมันยังข่มขู่ข้าอีกด้วยว่า มันมิได้สนใจบิดาของเรา!
ไอ้คนโอหังผู้นี้มันทำร้ายข้า! แค่สังหารมันยังไม่
สามารถระบายโทสะภายในจิตใจของข้าได้! ท่านพี่
ช่วยจัดการให้ข้าด้วย!”
กง สิงเว่ย ไม่สามารถเทียบเคียงกับชายหนุ่มผู้นี้ได้เลย
ทั้ง ๆ ที่พวกมันเพิ่งจะมีอายุอยู่ในวัยยี่สิบต้น ๆ เท่า ๆ
กัน
หากเป็นดินแดนโบราณเหยียนหวง คนหนุ่มสาว
เหล่านี้อาจเป็นผู้มีคุณสมบัติสูงส่ง ทุกคนมีอายุเกือบ
สามสิบปี ซึ่งถือว่าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ในความเป็น
จริงแล้วพวกมันเกือบมีอายุพอ ๆ กับ อู่ อวี้
อัจฉริยะในจักรวรรดิเป่ยหมิงก็นับว่าไม่น้อยเช่นกัน
อาทิเช่น ต้วนอี้, อินเสวียน ส่วนคนหนุ่มสาวที่อยู่
ด้านหน้าพลังฝีมือก็ไม่เลวอีกด้วย คนกลุ่มนี้ให้
ความรู้สึกแตกต่างกัน อู่ อวี้ เดาว่าพวกมันต้องมาจาก
ครอบครัวที่แตกต่างกัน นี่คงเป็นการพบปะแบบ
เฉพาะกาล ด้วยเพราะได้ยินว่าชีวิตของ กง สิงเว่ย
กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นตาย พวกมันจึงได้มา
รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
” ข้า กง เสิ่นจุน! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าทำ
เรื่องโอหังภายใน นครหมิง กล้าทำร้ายน้องชายของข้า
เยี่ยงนี้! ” มันใช้ดวงตาคู่สีดำจ้องเขม็งมาทาง อู่ อวี้
พื้นฐานฝึกตนของมันอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ขั้นที่ 7 ความสามารถของมันนับว่าสร้างภัยคุกคามแก่
อู่ อวี้ ได้ นับเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากสำหรับเขา ซึ่ง
มันมีพลังฝีมือเหนือกว่า อินเสวียน
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ได้หวาดกลัวมันแม้แต่น้อย เขา
โบกมือไปมาแล้วกล่าวขึ้นว่า ” นามของข้าหาได้สำคัญ
เมื่อกลายเป็นองครักษ์หมิงไห่แห่งกองทัพหมิงไห่
กำลังปฏิบัติหน้าที่จัดการปัญหาที่ยุ่งเหยิง อันเกิดจาก
น้ำมือน้องชายท่านได้ก่อไว้กับร้านค้านี้ ทุกคนที่นี่
สามารถเป็นพยานได้ ในฐานะที่ข้าเป็นสมาชิกของ
กองทัพหมิงไห่ผู้หนึ่ง จึงไม่อาจนิ่งเฉย ข้าต้องทำหน้าที่
แบกรับความรับผิดชอบ จึงทำการลงโทษตามสมควร
เป็นเรื่องธรรมดา ”
หนุ่มสาวที่ยืนเคียงข้างอยู่รอบชายผู้นี้ ก็กำลังจับจ้อง
มาที่ อู่ อวี้ เช่นเดียวกัน
” พี่สาม มันพูดเหลวไหล พามันกลับไปที่ตำหนักของ
เราเลย ข้าจะทรมานมันอย่างช้า ๆ เอง! ” กง สิงเว่ย
คร่ำครวญ
” ลืมมันซะ อย่าได้พูดจาเหลวไหลอีก เอาไว้ค่อยพูดคุย
กันตอนกลับบ้าน ยิ่งอยู่ที่นี่นานมากเท่าไหร่ เจ้าก็ยิ่ง
ทำให้วงศ์ตระกูลเสื่อมเสียอับอายขายขี้หน้ามากขึ้น
เท่านั้น ” สตรีรูปโฉมงดงามซึ่งยืนถัดไปกล่าวขึ้นอย่าง
แผ่วเบา ส่วนสายตาของนางยังคงจ้องมองมาที่ อู่ อวี้
อย่างเย็นชา
กง เสิ่นจุน กล่าวว่า ” ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นใคร อู่ อวี้ ผู้ถูกพา
กลับมาโดยองค์หญิงโย่วเสี่ยใช่หรือไม่ ผู้เข้าสู่เส้นทาง
เซียนบรรพกาล คนจากทวีปผนึกปีศาจ ร่ำลือกันว่า
เจ้าเพิ่งมาถึงนครหมิง วันนี้ได้พบเจอ ก็รู้ว่าเจ้านั้นมี
ความกล้าหาญอยู่ไม่น้อย อย่างไรก็ตามการหาเรื่องคน
ในตระกูลของเรา ต่อให้เป็นองค์หญิงโย่วเสี่ยก็ไม่
สามารถปกป้องเจ้าได้ ”
เมื่อเห็นคนเหล่านี้ ผู้คนโดยรอบก็อดรู้สึกเป็นห่วง อู่
อวี้ อย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะบิดาและบุตรสาวของ
หอลึกลับแห่งนี้ พวกเขาก็รู้สึกหวาดกลัวเช่นเดียวกัน
อันที่จริงแล้ว อินเสวียน ผู้เคยปราชัยให้แก่ อู่ อวี้ ก็อยู่
ในกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย เพียงแต่มันไม่ได้ปรากฏตัว
ออกมาก็เท่านั้น
” ถูกต้องแล้ว ถือว่าช่วยล้างแค้นในส่วนของ อินเสวียน
ด้วยเลยแล้วกัน ” ชายหนุ่มที่อยู่ถัดออกไปยิ้มอย่างเย้ย
หยัน
” ท่านทั้งหลายจงดู วันนี้ข้าจะสยบ อู่ อวี้ ” กง เสิ่นจุน
รับรู้ถึงกฎระเบียบข้อบังคับของกองทัพหมิงไห่ดี
สำหรับพวกมัน สิ่งเหล่านี้ล้วนไร้ประโยชน์
ถึงแม้มันจะไม่สามารถรับมือกับ อู่ อวี้ ได้ แต่เมื่อมีคน
อื่น ๆ รอบตัวคอยช่วยเหลือ อู่ อวี้ ก็จะตกอยู่ภายใน
วงล้อมแห่งวิกฤตอย่างไม่อาจหลบหนีไปได้ อย่างไรก็
ตามในท้ายสุดแล้ว เขารู้สึกไม่พอใจบุคคลชั้นนำ
เหล่านี้
อย่างไรก็ตามขณะที่ กง เสิ่นจุน กำลังจะเริ่มลงมือ
ทันใดนั้นก็มีเสียงของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้น พร้อมกับบิน
ทะยานมายังทิศทางนี้ในทันที
” ใครกันที่บอกว่าข้าปกป้องเขาไม่ได้? ”
สตรีนางนี้ตกเป็นจุดสนใจจากผู้คนนับหมื่น นางร่อน
ลงมายืนหยัดอยู่ข้างกาย อู่ อวี้ จากบนท้องเวหา
เสมือนดั่งดอกบัวที่ปรากฏขึ้นจากผิวน้ำ รูปลักษณ์ของ
นางนั้น งดงามเหนือล้ำทุกผู้คน แน่นอนว่าบุคคลผู้นี้ก็
คือองค์หญิงโย่วเสี่ย
“คารวะองค์หญิง! ” เมื่อองค์หญิงโย่วเสี่ยปรากฏกาย
ขึ้น แน่นอนว่าทุกผู้คน ย่อมต้องก้มหัวคารวะให้แก่นาง
ทันที
อันที่จริงแล้ว ผูฎที่รู้สึกตกตะลึงมากที่สุดก็คือ หยวน
ซุนอวี้ มันอดรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เดิม
ทีมันคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่าง อู่ อวี้ กับ องค์หญิง
โย่วเสี่ย นั้นตื้นเขินเป็นอย่างยิ่ง โดยที่องค์หญิงเป็นแค่
ผู้ช่วยฝากฝัง อู่ อวี้ เข้าร่วมกับ กองทัพหมิงไห่เท่านั้น
แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นนี้เห็นได้ชัดว่า ความสัมพันธ์ของคน
ทั้งสอง ใกล้ชิดสนิทสนมกว่าที่ทุกคนคาดเอาไว้
หยวน ซุนอวี้ หวนนึกขึ้นมาได้ในทันทีว่า องค์หญิงโย่ว
เสี่ย เป็นผู้ไปรับ อู่ อวี้ มาจากนครสวรรค์เซียนเหมันต์
ด้วยตนเอง
กง เสิ่นจุน คิดว่าองค์หญิงโย่วเสี่ยจะไม่มา มันถึงได้
หาญกล้ากล่าวออกไปเช่นนั้น ทว่าบัดนี้องค์หญิงได้
ปรากฏขึ้น แถมยังยืนอยู่ฝั่งเดียวกับ อู่ อวี้ แค่นี้ก็
อธิบายทุกอย่างได้ชัดแล้ว
อันที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของพวกมันกับ
องค์หญิงโย่วเสี่ย สามารถกล่าวได้ว่ามีมิตรภาพอันดี
ต่อกันบางส่วน ซึ่งพวกมันก็คิดว่า ด้วยความสัมพันธ์ที่
มีนี้ ย่อมต้องเหนือกว่าไอ้คนบ้านนอกจากต่างแดน
อย่างไรก็ตามภาพที่ปรากฏขึ้นในยามนี้ เห็นได้ชัดว่า
หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้ยืนอยู่ฝั่ง
เดียวกับ อู่ อวี้ อย่างสมบูรณ์
“ กง เสิ่นจุน เจ้านี่หาญกล้าไม่เบา อะไรที่ทำให้เจ้าคิด
ว่า สามารถพูดจาพล่อย ๆ ยังไงก็ได้? อาณาจักรเป่ย
หมิงแห่งนี้ ไม่ใช่ดินแดนของ ‘ตระกูลกง’ ” โย่วเสี่ยใช้
สายตาเย็นชาจับจ้องไปยังมัน พร้อมกับกล่าวขึ้น
กง เสิ่นจุน รู้สึกกระดากกระเดื่องอับอายยิ่ง มันรีบ
กล่าวแก้ตัวเป็นพัลวันว่า” องค์หญิงโปรดระงับโทสะลง
ก่อน ข้าแค่ช่วยระบายความโกรธเกรี้ยวแทนน้องชาย
ของข้าก็เท่านั้น จึงได้กระทำการหุนหัน มิไตร่ตรองให้
ดีก่อน หวังว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย จะไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่
ใจ ”
ส่วนคนอื่น ๆ ก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย มันไม่เข้าใจจริง ๆ
ว่าเหตุใด องค์หญิงโย่วเสี่ย ถึงได้ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับ อู่
อวี้ แล้วในตอนนั้นเอง สตรีนางหนึ่งกล่าวขึ้นอย่าง
รวดเร็วว่า ” องค์หญิง คนผู้นี้กลั่นแกล้งรังแก กง สิง
เว่ย ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชอัปยศ แต่ กง
สิงเว่ย กลับไม่สามารถได้รับความยุติธรรม หรือระบาย
ความเกลียดชังได้ เหตุใดคนผู้นี้ถึงมีสิทธิ์กลั่นแกล้ง
รังแกคนอื่น ๆ ได้? ข้ารู้ว่ามันอาศัยบารมีขององค์หญิง
ถึงได้หาญกล้ากระทำเช่นนี้ แต่ถ้ายิ่งปล่อยให้เป็นแบบ
นี้ต่อไป ข้าเกรงว่า… ”
โย่วเสี่ย หาได้แยแสพวกมันไม่ นางโบกมือพร้อมกับ
กล่าวว่า ” พอแล้ว ข้าทราบแล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
ที่นี่ กง สิงเว่ย อาละวาดทำลายข้าวของภายในนครห
มิง แถมนี่ยังไม่ใช่ครั้งแรกอีกด้วย อู่ อวี้ เพิ่งกลายเป็น
องครักษ์หมิงไห่ จึงทำให้ยังไม่ทราบถึงตัวตนของทุก
ท่านอย่างชัดเจน เมื่อเห็นคนละเมิดกฎ จึงเข้าไป
หยุดยั้ง นับว่าเป็นการลงมือตามสถานการณ์ ส่วนทาง
ฝั่ง กง สิงเว่ย ได้อาศัยอำนาจอิทธิพลของตระกูล
กระทำสิ่งต่าง ๆ มากมายที่ทำให้วงศ์ตระกูลต้องเสื่อม
เสียชื่อเสียง เจ้าพาเขากลับไปซะ แล้วนำไปลงโทษ
ด้วย”
คำกล่าวของ องค์หญิงโย่วเสี่ย ทำให้พวกมันไม่
สามารถหาเหตุผลมาโต้เถียงได้อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้
ศักดิ์ฐานะของพวกมันก็ยังไม่ดีเท่ากับ องค์หญิง ดังนั้น
ความปรารถนาที่จะสั่งสอน อู่ อวี้ ในวันนี้ จึงเป็นไป
ไม่ได้อย่างสิ้นเชิง แต่พวกมันก็ยังคงพยายามหาเหตุผล
เพื่อโต้แย้งกลับไป
แต่ที่แน่ ๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใด องค์หญิงโย่วเสี่ย
ก็ออกหน้าปกป้อง อู่ อวี้ นี่คือความจริงที่ไม่อาจ
ปฏิเสธได้ หากนางมิได้ปกป้องเขา ต่อให้ อู่ อวี้ มี
เหตุผลนับหมื่น พวกมันก็สามารถจัดการและพาตัว อู่
อวี้ ออกไปได้อย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ กง สิงเว่ย กับ
พรรคพวกของมันต่างตระหนักได้อย่างชัดเจน
พวกมันจึงจำต้องแยกย้ายกันออกไปอย่างช่วยไม่ได้
ถึงแม้ภายในจิตใจของพวกมันจะรู้สึกเศร้าสลดหดหู่
เป็นอย่างยิ่ง รวมถึงโทสะที่ไม่อาจระบายได้ แต่ไม่ว่า
ด้วยเหตุใดพวกมันก็กระทำได้เพียงพยักหน้าเท่านั้น
พร้อมกับลาก กง สิงเว่ย มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า องค์
หญิง พร้อมกับกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้น พวกเราขอลา
หลังจากย้อนกลับไปแล้ว กระหม่อมคิดว่าเหตุการณ์
ครั้งนี้ คงถือเป็นบทเรียนอย่างดีกับน้องชายของ
กระหม่อม ”
ขณะที่กล่าวมาถึงช่วงท้าย มันก็หันมามอง อู่ อวี้ อย่าง
เย็นชา อู่ อวี้ ทราบดีว่าพวกมันไม่ยินยอม แต่เขาก็หา
ได้แยแสไม่ เนื่องจากภายในนครหมิงแห่งนี้ ผู้ใดจะมี
ตัวตนสูงส่งยิ่งกว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ไปได้เล่า?
” กง สิงเว่ย จงจำไว้ว่า หากเจ้ายังหาญกล้าสร้าง
ปัญหาให้กับ ‘หอลึกลับ’ หรือที่นี่อีก ข้าจะลงมือสะบั้น
หัวของเจ้าด้วยตนเอง ”
นี่คือสิ่งที่ อู่ อวี้ สั่งให้ องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าว
หลังจากพวกจากไปแล้ว กง สิงเว่ย ก็สามารถ
ย้อนกลับมาแก้แค้นให้ตลอดเวลา การที่ องค์หญิงโย่ว
เสี่ย เอื้อนเอ่ยออกไปเช่นนั้น มันจะทำให้กง สิงเว่ย มิ
กล้ากระทำอันใดอีก นอกจากนี้ยังต้องส่งคนมาปกป้อง
ที่นี่อีกด้วย เป็นเพราะมันทราบดีว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย
กำลังจับตาดูมันอยู่
จากเหตุการณ์นี้ทำให้ อู่ อวี้ เข้าใจอย่างสุดซึ้งถึง
ประโยชน์ของสถานะอันสูงส่งของ องค์หญิงโย่วเสี่ย
ว่ามันยอดเยี่ยมมากเพียงใด
เขากระซิบข้างหูของ หยวน ซุนอวี้ ว่า ” ถ้าเจ้ายังไม่
ยอมพาข้าไปพิภพต่างมิติ บางทีเรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้น
ทุกวันก็ได้ นับจากนี้ข้าจะเป็นเสี้ยนหนามที่คอยทิ่ม
แทงเจ้าทุกวัน ๆ เจ้าคิดว่าอย่างไร? ”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ