กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 708: แผนร้ายท่ามกลางความมืด
ยามนี้ กง สิงเว่ย รู้สึกไม่พอใจยิ่ง ทว่าตัวมันทำได้เพียง
แค่ถูกหามออกไปเท่านั้น
มันยังเป็นเพียงแค่ผู้เยาว์ ดังนั้นจึงไม่อาจกลัดกลั้น
อารมณ์ได้ดี ทำให้มันแสดงความไม่พอใจออกมาอย่าง
ชัดเจน
แต่ว่าด้วยสถานะและคำพูดของ องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้
ทำให้มันรู้สึกหวาดกลัวยิ่ง
ตัวมันหวาดกลัวอย่างจับจิตจับใจ
เหล่าพี่น้องที่อยู่ข้างกายยังดีหน่อย พวกมันมีสีหน้าที่
เย็นชาไม่แสดงออกอาการออกมา แต่มันกลับยิ่งทำให้
ตัวมันรู้สึกตึงเครียดมากกว่าเดิม ความจริงแล้วมันก็
ไม่ได้คาดคิดว่าพวกตนจะขายหน้ากลางนครที่เป็นถิ่น
ตัวเองเช่นนี้
ปกติแล้ว องค์หญิงและองค์ชาย ภายในราชวงศ์ จะไม่
ยุ่มย่ามกับสามัญชน อย่างที่สอง อีกฝ่ายจะไม่เล็งเป้า
มายังบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
และเป็นครั้งแรกที่ กง เสิ่นจุน อับอายถึงเพียงนี้ คาด
ว่ามันคงต้องงอาฆาตอย่างแน่นอน
“ต่อไปเจ้าจะต้องระมัดระวังตัว ด้วยนิสัยของคน
เหล่านี้ อาจจะเป็นไปได้ว่าหลังจากนี้มันจะเล็งเป้ามาที่
เจ้า” องค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าวขึ้นอย่างลับๆ
แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่ได้สนใจ กล่าวตอบไปว่า “เรื่องนี้ไม่ต้อง
ห่วง ข้ามีแผนการรับมือแล้ว”
การสนทนาของพวกเขาทั้ง 2 คน ไม่ได้ดูเหมือนว่าอยู่
กันคนละระดับ การะกระทำเช่นนี้ทำให้ทุกคนที่ได้เห็น
ยิ่งเข้าใจมากยิ่งขึ้น คนที่รายล้อมอยู่รอบๆนอกจากจะ
มีจำนวนไม่น้อยแล้ว ในความเป็นจริงทุกคนล้วนเป็น
ยอดฝีมือ แม้กระทั่งขั้น ค้นหาเต๋า ก็ยังมี
“ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่าง อู่ อวี้ กับองค์หญิง
โย่วเสี่ย จะไม่ธรรมดาจริงๆ”
“อู่ อวี้ ผู้นี้ แม้ว่าจะไม่ใช่คนจากตระกูลเป่ยหมิงของ
พวกเรา แต่ทว่าในตอนนี้กลับปลุกปั่นสร้างปัญหา
ให้กับนครหมิงของพวกเรา มันใช้องค์หญิงโย่วเสี่ยมา
เป็นที่กำบัง เช่นนั้นมันจึงทำตัวเย่อหยิ่งจองหองเช่นนี้
ได้!”
หยวน ซุนอวี้ ได้รับแรงกดดันที่ค่อนข้างหนักหน่วง
ยามที่ อู่ อวี้ มาถามมัน มันจึงฉุกคิดได้ว่าหากปล่อยให้
อู่ อวี้ ออกไปลาดตระเวนอย่างนี้ไปเรื่อยๆย่อมทำใก้
มันต้องเจอกับปัญหาร้ายแรงอีกแน่นอน คราแรก
‘ตำหนักราชครูกรมอาญา’ อาจจะยังไม่สนใจอะไร แต่
หากว่ามันเกิดขึ้นอีก เกรงว่าแม้แต่ชีวิตของมันเองก็
อาจจะรักษาเอาไว้ไม่ได้
“ตกลง ข้าจะไปยื่นคำร้องกับหัวหน้ากองพัน เพื่อ
รับรองให้เจ้าเข้าสู่พิภพต่างมิติเพื่อไปฝึกฝน” ยามนี้
หยวน ซุนอวี้ เห็นว่า อู่ อวี้ กล้าแม้กระทั่งตบตี กง สิง
เว่ย มันจึงได้หวาดกลัวในความกล้าหาญของ อู่ อวี้
และมันถึงกับสาบานในใจว่าหลังจากนี้ตัวมันจะไม่หา
เรื่องกับ อู่ อวี้ อีกต่อไป
เมื่อเหล่าองค์รักษ์หมิงไห่ได้ยิน ในใจก็เกิดเป็นความ
ตื่นเต้นยิ่ง ประการแรก เมื่อเปรียบเทียบกับการลาด
ตะเวนที่น่าเบื่อหน่าย คนอื่นๆคิดอยากที่จะเข้าพิภพ
ต่างมิติเพื่อไปฝึกฝนมากกว่า ประการที่สอง เมื่อมี อู่
อวี้ ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ประจำการอยู่ด้วย ก็กล่าวได้เลย
ว่ากองร้อยของพวกมันแข็งแกร่งกว่ากองร้อยของอื่นๆ
จนเรียกได้ว่าอยู่กันคนละระดับ
หลังจากที่ทุกอย่างได้ถูกแก้ไขแล้ว องค์หญิงโย่วเสี่ย ที่
กำลังเพ่งจับตามองเขาอยู่ท่ามกลางฝูงชน ก็ได้แยกตัว
จากไป
อู่ อวี้ ได้เดินเข้าไปยังหอลึกลับ บัดนี้หนี่หยางกับบิดา
ของนางรู้สึกตื่นเต้นมากจนกระทั่งพูดไม่ออก ก่อน
หน้า องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้ลั่นวาจาออกมาด้วยตัวเอง
แน่นอนว่าหลังจากนี้พวกมันจะไม่สามารถมาหาเรื่อง
กับพวกเขาได้อีก สองพ่อลูกจึงรู้สึกขอบคุณ อู่ อวี้ นับ
พันครั้งอยู่ภายในใจ
“ข้าต้องขอตัวลา” อู่ อวี้ เอ่ยคำอำลา
“ท่านผู้มีพระคุณ หลังจากนี้โปรดมาเยี่ยมเยียนที่นี่
บ่อยๆ ไม่ว่าท่านจะมองหาสิ่งใด พวกเราจะไม่คิดเงิน
ท่านสักแดงเดียว” ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยความ
ตื่นเต้น
อู่ อวี้ ยิ้มขึ้น เขาหันกายมุ่งหน้ากลับไปที่ค่ายขององค์
รักษ์หมิงไห่ บัดนี้หมดเวลาในการลาดตะเวนของเขา
แล้ว จะมีกองร้อยอื่นมารับหน้าที่นี้ต่อจากพวกเขา
ระหว่างทางเหล่าองค์รักษ์หมิงไห่รายล้อมรอบตัว อู่
อวี้ อดทนรอไม่ไหวต้องการที่จะถามถึงความลับ
ทั้งหมดของ อู่ อวี้ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์
ระหว่างเขากับ องค์หญิงโย่วเสี่ย
เมื่อกลับมาถึง ‘ค่ายทหารวิญญาณโลหิต’ หยวน
ซุนอวี้ ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันของ อู่ อวี้ ก็ได้ไป
ทำการตามหาผู้บัญชาการกองพัน เฮยคู มันได้บอก
ให้ อู่ อวี้ กับคนอื่นๆล่วงหน้ากลับไปที่ ‘กองร้อย
หยวนโย่ว’ก่อน
“พรุ่งนี้ข้าจะรอฟังข่าวดี”
ก่อนจะจากไป อู่ อวี้ ได้เอ่ยออกมาหนึ่งประโยค ซึ่งมัน
ทำให้ หยวน ซุนอวี้ ต้องตกใจจนขวัญเสีย
ความจริงมันรู้อยู่แล้วว่า ไม่ว่ายังไงก็คงจะต้องได้เข้าไป
ยัง พิภพต่างมิติ อย่างไม่ต้องสงสัย
ในตอนนี้ภายในกองร้อยหยวนโย่ว แม้ว่า อู่ อวี้ จะ
เป็นเพียงแค่องค์รักษ์หมิงไห่ แต่ว่าเขาได้กลายเป็น
แกนกลางสำคัญของกองร้อยไปแล้ว ไมว่าจะเป็น
หัวหน้าหมู่ หรือว่าหัวหน้ากองร้อย ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมา
เอ่ยคำพูดคุกคามต่อเขาได้
……………..
ยามดึกสงัด
แสงดาวสาดส่องทะลุผ่านเมฆหมอกบนทวีปเป่ยหมิง
ทุกสิ่งทุกอย่างพลันตกอยู่ท่ามกลางความมืดมิด
เงาร่างสีเขียวที่กำลังกระพริบอยู่กลางนภากาศ
บางครั้งได้นำพาความหนาวเหน็บถาโถมเข้าสู่นครหมิง
ภายในกองทัพหมิงไห่ ซึ่งกำลังถูกปกคลุมไปด้วยความ
มืดมิดเช่นเดียวกัน ยามนี้ภายในกองทัพหมิงไห่ตกอยู่
ในความเงียบสงัด องค์รักษ์หมิงไห่ส่วนใหญ่กำลังทำ
การปิดด่านฝึกฝนกันอยู่
รูปร่างอันใหญ่โตของ หยวน ซุนอวี้ ยามนี้กำลังมุ่งหน้า
กลับไปที่ กองร้อยหยวนโย่ว
“หัวหน้ากองพันช่างปราดเปรื่องกว่าข้ามากนัก มันรู้
ว่าความสัมพันธ์ของ อู่ อวี้ กับ องค์หญิงโย่วเสี่ย นั้นไม่
ธรรมดา ดังนั้นยามเมื่อข้ากล่าวออกมาว่านี่เป็นสิ่งที่ อู่
อวี้ เสนอร้องขอมา มันจึงเห็นด้วยในทันที”
“เจ้าจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้ ได้พา อู่ อวี้ มาประจำอยู่ใน
กองร้อยของข้า มันคงรู้อยู่แก่ใจว่าข้าเป็นคนใจร้อน
ย่อมเกิดการขัดแย้งกับ อู่ อวี้ ในท้ายที่สุด เช่นนั้นมัน
จึงจะได้รู้ความสามารถของ อู่ อวี้ ที่แท้จริงได้โดย
เพียงเฝ้ามอง!”
“นี่หมายความว่ามันต้องการที่จะใช้ให้ข้าเข้าไปเสี่ยง!
โชคดีที่ข้าไหวตัวได้ทัน ได้สติทันเวลา มิฉะนั้นหาก
จะต้องกลายเป็นศัตรูกับ อู่ อวี้ ก็เหมือนข้าเอาชีวิต
ตัวเองไปทิ้ง เขากระทั่งกล้าที่จะทำเช่นนี้ กับ กง สิง
เว่ย เกรงว่าหากเขาจะสังหารข้า ก็คงจัดการโดยไม่
แม้แต่ย่นคิ้วกระมั้ง”
หยวน ซุนอวี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห มันไม่ได้โมโห อู่ อวี้ ผู้ที่
มันรู้สึกเกลียดชัง แต่กลับเป็น เฮยคู ซึ่งเห็นได้ชัดว่า
หลังจากที่ได้ยินเรื่องในวันนี้แล้ว เฮยคู ก็มิได้มีเจตนา
ที่จะขัดขวาง อู่ อวี้ เลย กระทั่งปล่อยไปอย่างไม่แม้แต่
จะคิดเสียด้วยซ้ำ
เมื่อมีคำสั่งลงมาหยวน ซุนอวี้ ก็จะสามารถพาคนของ
มัน เข้าสู่ ‘พิภพต่างมิติ’ได้
เมื่อคิดไปถึง พิภพต่างมิติ ทัศนคติของ หยวน ซุนอวี้
กลายเป็นเคร่งขรึมจริงจัง ความจริงตัวมันไม่คิดที่จะ
เข้าไปข้างในนั้น เพราะภายในนั้นเป็นสถานที่ที่ช่างน่า
กลัว
“หากว่าบรรพบุรุษไม่ได้จัดตั้งค่ายกลและสร้างเมือง
ทับเอาไว้เอาไว้ เกรงว่านครหมิงจะต้องตกอยู่ในความ
วุ่นวายอย่างแน่นอน”
“บรรพบุรุษช่างปราดเปรื่องจริงๆ ไม่เพียงแต่ก่อตั้ง
นครหมิงลึกลับ แต่ยังให้กองทัพหมิงไห่เฝ้าประจำการ
อยู่ที่นี่ พร้อมทั้งฝึกฝนเหล่าทหารไปได้ในเวลาเดียวกัน
อีกด้วย เพื่อจะกวาด ‘สิ่งมีชีวิตประหลาด’ ได้ตั้งแต่
เนิ่นๆ นี่ก็เหมือนกับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”
นี่คือสิ่งที่มันรู้สึก ทว่าทันใดนั้นมันกลับได้ยินเสียงอัน
เย็นยะเยือกดังขึ้นมาจากเบื้องหลัง ซึ่งคนผู้นั้นกล่าวว่า
“หยุด”
หยวน ซุนอวี้ หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ เมื่อคิดว่าคน
ผู้นี้เข้ามาใกล้ตนเองเช่นนี้ได้ แต่มันกลับตรวจไม่พบ
เห็นได้ชัดว่านี่จะต้องเป็นคนที่มีฝีมือแข็งแกร่งกว่าตัว
มัน มันค่อยๆหันหลังกลับไป เพ่งพิจารณาดู เสียงกรีด
ร้องของมันได้ถูกอุดเอาไว้อยู่ภายในลำคอไม่อาจจะ
เปล่งเสียงใดๆออกมาได้
ที่เบื้องหน้าของมันปรากฏเงาร่างของคนกลุ่มหนึ่ง
หากมองดูดีๆทั้งหมดล้วนเป็นเพียงคนหนุ่มสาว
กระนั้นแต่ละคนกลับดูแล้วไม่ธรรมดา บุรุษสง่างาม
สมชายชาตรี ส่วนทางสตรีก็มีความงามที่โดดเด่น
สะดุดตา แต่ละคนเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่มีบรรยากาศ
อันลึกล้ำ
คนที่สั่งให้มันต้องหยุดอยู่กับที่ก่อนหน้านี้ ก็คือ กง
เสิ่นจุน
คนกลุ่มนี้ เป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ก่อเรื่องเมื่อตอน
กลางวัน
“อย่าส่งเสียงใดๆ” กง เสิ่นจุน มาปรากฏกายอยู่ต่อ
หน้ามัน ใช้สายตาที่เย็นชาจับจ้องมองไปที่ หยวน
ซุนอวี้
“ข้าน้อย เคยเห็นพวกท่าน……” ยามนี้หัวใจของ
หยวน ซุนอวี้ ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“อย่ากล่าวไร้สาระ ข้าขอถามว่าเจ้าอยู่ข้างเดียวกับ อู่
อวี้ หรือว่าข้างเดียวกับพวกข้า?” กง เสิ่นจุน กล่าว
ออกมาอย่างหงุดหงิด
หยวน ซุนอวี้ รีบกล่าวตอบไปว่า “อู่ อวี้ ไม่ใช่คนจาก
ตระกูลของพวกเรา แน่นอนว่าข้าย่อมอยู่ฝั่งเดียวกับ
พวกท่าน พวกท่านอยากรู้สิ่งใด ข้าน้อยย่อมตอบ
คำถามพวกท่านได้หมด”
มันไม่กล้าที่จะล่วงเกิน อู่ อวี้ ต่อหน้า อย่างไรก็ตามคน
เหล่านี้อยากจะรู้ข้อมูลอันใด มันก็ยินดีที่จะกล่าวตอบ
ไป
“เช่นนั้นก็ดี ข้าขอถามเจ้าก่อนว่า เจ้าอู่ อวี้ ผู้นี้มี
แผนการอะไรต่อ? ออกไปลาดตระเวนทุกวันรึ?” กง
เสิ่นจุน ถาม
เมื่อ หยวน ซุนอวี้ ได้ยิน ก็รู้ในทันทีว่าคนเหล่านี้คิดที่
จะล้างแค้น อู่ อวี้ มันจึงรีบตอบไปว่า “ทุกท่านมาหา
ถูกคนแล้ว อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ คิดที่จะเข้าไปภายใน
พิภพต่างมิติ ดังนั้นในวันนี้จึงได้ก่อเรื่องวุ่นวายขึ้น เพื่อ
บีบบังคับให้ข้าพามันเข้าไปในนั้น และตัวข้าก็เพิ่งจะ
ได้รับคำสั่งอนุญาตมาจากหัวหน้ากองพัน ให้เตรียม
ตัวนำกลุ่มคนเข้าไปภายใน พิภพต่างมิติ ”
กง เสิ่นจุน และคนอื่นๆสบตากัน สตรีที่อยู่ด้านข้างก็
เอ่ยขึ้นมา “พิภพต่างมิติ เช่นนั้นก็ดี ภายในพิภพต่าง
มิติมีคนของพวกเราอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมัน
ออกจาก ‘นครหมิงลึกลับ’ แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุ
อันใดขึ้น ก็ไม่มีผู้ใดจะช่วยเหลือมันได้”
กง เสิ่นจุน พยักหน้า มันหันไปกล่าวกับ หยวน ซุนอวี้
ว่า “ข่าวที่เจ้าบอกข้านับว่ามีประโยชน์มาก รอไว้ให้
พวกข้าจัดการกับมันให้ได้เสียก่อน ข้าจะตบรางวัลให้
เจ้า แต่หากว่าเจ้าโกหก ชีวิตของเจ้าก็จะต้องสิ้นไป
ในทันที เข้าใจหรือไม่?”
หยวน ซุนอวี้ รีบเร่งพยักหน้าตอบรับ กล่าวว่า
“ข้าน้อยเข้าใจแล้ว !” ยามนี้มันไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว
แต่กำลังกล่าวโทษ อู่ อวี้ อยู่ในใจ หากว่าเพียงแค่
ช่วยเหลือพวกมันอย่างลับๆ ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่อง
ยากลำบากอันใด
นอกจากนี้ตัวมันเองอาจจะได้รับรางวัลเป็นการตอบ
แทนอีกด้วย
“ นี่ก็คือยันต์ติดตามของ ‘ตำหนักราชครูกรมอาญา’
เจ้าแค่ประทับมันเอาไว้บนร่างของเจ้า จะทำให้คนของ
ข้าสามารถตามหาตัวเจ้าได้ เมื่อตามหาตัวเจ้าเจอก็จะ
ล่วงรู้ถึงตำแหน่งของ อู่ อวี้ ได้เช่นกัน”
“มิผิด!” หยวน ซุนอวี้ รับ ‘ยันต์ติดตาม’ จากนั้นมันก็
ทำการประทับไปบนร่างในทันที ด้วยวิธีนี้จะทำให้อีก
ฝ่ายทำการค้นหากลุ่มของ หยวน ซุนอวี้ ได้สะดวก
มากยิ่งขึ้น
“จงนำยันต์สื่อสารเหล่านีติดตัวไป เมื่อพวกเราไปถึง
จุดที่เจ้าอยู่จะแจ้งให้เจ้าได้รู้เอง ในเมื่อโอกาสมาถึง
แล้วเจ้าจะต้องรีบคว้าเอาไว้ เข้าใจหรือไม่? ” กง เสิ่น
จุน จ้องตาเขม็งไปที่มัน
“เข้าใจแล้ว ข้าน้อยเข้าใจทุกอย่าง ข้าน้อยก็ไม่ชอบ
พอ อู่ อวี้ ผู้นี้เช่นเดียวกัน” หยวน ซุนอวี้ รีบกล่าว
ตอบกลับไป
“เช่นนั้นก็เป็นเรื่องดี ทุกคนล้วนเป็นคนกันเองทั้งนั้น
ข้าก็ไม่อยากเสียเวลาที่นี่ต่อไปแล้ว อย่างไรก็ตามหาก
จัดการได้สำเร็จข้าจะตบรางวัลให้เจ้าอย่างงาม แต่
หากว่าเจ้าไม่ให้การช่วยเหลือข้า ทั้งยังทำให้แผนการ
ของพวกข้าต้องล้มเหลวละก็ ผลที่ตามมาคืออะไรเจ้า
น่าจะรู้ดีกว่าใคร ยังมีเรื่องสำคัญอีกอย่าง ไม่ว่ายังไง
เรื่องนี้ก็ห้ามรั่วไหลออกไป เจ้าเข้าใจดีหรือไม่?” กง
เสิ่นจุน ผู้นี้เป็นคนที่รอบคอบ มีความอำนาจอันน่า
เกรงขามมากว่าน้องชายของมันเป็นไหนๆ การจะ
จัดการกับ หยวน ซุนอวี้ ก็เป็นเรื่องงายราวกับปอก
กล้วยเข้าปาก
“เข้าใจขอรับ!” หยวน ซุนอวี้ พยักหน้าตอบรับอย่าง
รวดเร็ว
“เช่นนั้นก็ไปได้”
เมื่อมันได้รับอนุญาตให้ไปได้ หยวน ซุนอวี้ ก็รีบหนี
ออกจากความมืดมิดนี้ไปในทันที เหลือพวกมันเอาไว้ที่
ยังยืนอยู่ท่ามกลางเงามืด
กง เสิ่นจุน จ้องมองไปที่ กองร้อยหยวนโย่ว จากนั้นก็
ยกยิ้มเหยียดขึ้น “เพียงแค่คนจากตระกูลเหยียนหวง
คนหนึ่ง ก็ไม่นับเป็นตัวอะไรเลย อย่างไรก็ตามมัน
ได้รับการคุ้มครองจากองค์หญิงโย่วเสี่ย จึงกล้าที่จะ
กำเริบเสิบสานในถิ่นของพวกเราเช่นนี้ หากข้าไม่สอน
บทเรียนให้มันหลาบจำ ข้าก็ไม่ใช่คนแซ่กงแล้ว”
“บทเรียนราคาแพงงั้นรึ มันทำให้น้องชายสุดที่รักของ
ท่านกลายเป็นเช่นนี้ ต้องอับอายต่อหน้าประชาชน
จำนวนมากจนกลายเป็นที่หัวเราะเช่นนี้ การสังหารมัน
ไปยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ” สตรีที่อยู่ด้านข้าง หัวเราะ
ขึ้นเบาๆ
บุรุษอีกคนหนึ่งก็กล่าวขึ้น “กล่าวตามตรง เจ้า อู่ อวี้ ผู้
นี้มีความลับซุกซ่อนเอาไว้อยู่มากมาย บนร่างมัน
อาจจะมีเคล็ดลับในการปรับแต่งร่างกายอยู่ก็ได้ ทั้งยัง
มีศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณอีก ทั้งหมดล้วน
เป็นสมบัติล่ำค่า หากว่ามันไม่ได้รับการปกป้องจาก
องค์หญิงโย่วเสี่ย ยามนี้มันก็คงกลายเป็นศพไปแล้ว
ครั้งนี้โชคเข้าข้างพวกเรา เมื่อมันเข้าสู่พิภพต่างมิติ
เมื่อใด นั่นก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุดของพวกเราในการ
สังหารมันทิ้ง”
“ไม่เลว แม้ว่าจะได้รับศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณมา แต่ก็ยังไม่อาจเปิดเผยออกมาได้ในเวลา
สั้นๆ แต่หากว่าพวกเราขายมันออกไป ก็คงจะได้รับ
ทรัพย์สินมาเป็นจำนวนไม่น้อย ข้าละสงสัยจริงๆว่าบน
ร่างของมันยังซุกซ่อนอะไรเอาไว้อีกบ้าง ลงทุนเพียง
น้อยนิดแต่กลับได้กำไรมหาศาลจริงๆ”
ทุกคนยิ้มเหยียดหยามขึ้น
กง เสิ่นจุน กล่าวขึ้น “เอาล่ะ ข้าได้มอบหมายภารกิจ
ไปหมดแล้ว พรุ่งนี้จะเริ่มแผนทันที”
เมื่อกล่าวจบ ทุกคนก็แยกย้ายหายตัวไปท่ามกลาง
ความมืด
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ