กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 721: ถ้ําเต๋าสมุทรทมิฬ
ณ วิหารผลงานหมิงกง เวลานี้ยังไม่มีผู้อื่นเข้ามาลงชื่อ
แลกเปลี่ยนแต้มตามผลงาน
ดังนั้นคำพูดของ อู่ อวี้ จึงดึงดูดความสนใจของผู้คน
จำนวนมากทันที
” เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? อินอิงเข้าไปใน
พื้นที่ระดับ 5 จึงถูกจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์โจมตี
แล้วนางก็ได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่!? จะบอกว่าเจ้าโชค
ดีรอดพ้นจากการถูกจู่โจมแล้วก็หลบหนีมาได้เช่นนั้นรึ
อู่ อวี้! ”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วยิ้ม ” ก็ไม่เชิง… จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่า
ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ เป็นความจริงที่ว่านางได้รับบาดเจ็บจาก
การโจมตีด้วยแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของ จักรพรรดิ
อสูรแดนเหมันต์ ที่มีชื่อเรียกว่า ‘ผลึกน้ำแข็งนิรันดร์’
แต่ท่านก็น่ารู้ดีที่สุดว่าอยู่ ๆ จักรพรรดิอสูรแดน
เหมันต์ มาปรากฏอยู่ในพื้นที่เขต 5 หลังจากมันไม่เคย
ย่างกรายมายังพื้นที่ที่ว่านี้มานานหลายปีจะไม่มี
เงื่อนงำ? ”
เมื่อทุกคนขบคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ มันก็เป็นดั่ง
เช่นที่เขากล่าวมาจริง ๆ
เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ กำลังแฝงนัยสำคัญบางอย่างใน
คำพูด
” ถ้าเช่นนั้น เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่? ” ระหว่าง
นั้นเองก็มีผู้ฝึกตนวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินออกมาจาก
ด้านใน วิหารผลงานหมิงกง ด้วยท่าทางจริงจังขึงขัง
รูปร่างสูงเพรียวบางเฉกเช่นดั่งต้นไผ่ ดวงตาแข็งกร้าว
ขึงขังทรงอำนาจ เมื่อคนอื่น ๆ ภายในวิหารผลงานหมิ
งกงเห็นชายผู้นี้เดินออกมา ก็รีบกุลีกุจอทำความ
เคารพในทันที ” คารวะท่านเจ้าวิหารกงหยาง”
อู่ อวี้ จำได้ว่าภายในวิหารแห่งนี้ มีเจ้าวิหารอยู่สอง
หรือสามคนเห็นจะได้ พลังฝีมือ และ ศักดิ์ฐานะของ
เขาอยู่ในระดับหัวหน้ากองพันแห่งกองทัพหมิงไห่
คนผู้นี้นามว่า ‘กงหยาง ฝู’ เป็นหนึ่งในเจ้าวิหารหลัก
ของที่นี่
เมื่อเจ้าวิหารปรากฏตัวขึ้นมา อู่ อวี้ ก็ไม่ได้ตื่น
ตระหนกแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเขากลับพูดตอบโต้
อย่างสุขุมใจเย็น ” ถ้าเช่นนั้นข้าจะเล่าเรื่องราวความ
จริงอย่างรวบรัดให้ท่านฟัง อย่างที่ทุกคนรู้ข้ามีสัมพันธ์
อันดีกับ องค์หญิงโย่วเสี่ย สิ่งนี้ทำให้เหล่าผู้สมัครเป็น
ราชบุตรเขยค่อนข้างกังวลมากพอสมควร ยกตัวอย่าง
เช่นหัวหน้าค่ายผลาญนภา ที่พึ่งได้รับตำแหน่งเป็น
ขุนพลไห่หมิงมาหมาด ๆ เขาก็คือหนึ่งในผู้สมัครเป็น
ราชบุตรเขย พูดได้ว่าพวกเขาเกลียดชังข้าอย่างที่สุด
ฉะนั้นเมื่อสบโอกาสเห็นว่าข้ากำลังจะเข้าสู่พิภพต่าง
มิติ เขาจึงวางแผนสร้างสถานการณ์ดึงดูด จักรพรรดิ
อสูรแดนเหมันต์ ออกมาสังหารข้า โดยไม่ทันได้รู้เนื้อ
รู้ตัว ทว่า…เรื่องราวก็ไม่เป็นไปดั่งที่เขาคาด นอกจาก
ข้าจะสามารถรอดพ้นจากเงื้อมมือ จักรพรรดิอสูรแดน
เหมันต์ หลบหนีออกมาได้ ข้ายังเห็นเขาด้วย แต่โชค
ร้ายที่แม่นาง อินอิง ต้องมาพัวพันเกี่ยวข้องอย่างไม่รู้อิ
โหน่อิเหน่ เนื่องจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ แม่นาง
อินอิงคงไม่สามารถมาอธิบายหรือเป็นพยานให้กับ
เรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ แล้วแต้มความสำเร็จเหล่านี้ล่ะ ไม่
คิดจะลองนับดูหน่อยหรอ ทั้ง ๆ ที่มันเด่นทนโท่อยู่
เหนือหัวข้าขนาดนี้? ทุกคนก็น่าจะเห็น นี่ถือเป็น
หลักฐานชั้นยอด ”
หลังจากคำพูดนี้ ทหารใหม่จำนวนมากทุกคนต่างหัน
ไปมองที่ กงหยาง ฝู เป็นตาเดียว เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้
ทำให้พวกมันตื่นตกใจเป็นอย่างมาก
” อู่ อวี้ เรื่องสำคัญเยี่ยงนี้อย่าได้พูดจาเหลวไหลไร้
สาระ! ” กงหยาง ฝู ตะคอกดังราวกับเสียงฟ้าร้อง
ออกไปด้วยโทสะ
อู่ อวี้ ตอกกลับไปด้วยน้ำเสียงก้องกังวาล ” หึ! ไร้สาระ
งั้นรึ อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่เห็น ขุนพลไห่หมิงอินหยาง
พาตัว ต้วนอี้ , อินเสวียน , กง เสิ่นจุน ไปที่คฤหาสน์
ตระกูลอิน? ป่านนี้พวกมันคงถูกสืบสวนกันอย่างหนัก
แล้ว ถ้าให้ข้าคาดการณ์ เจ้าแคว้นหลี่เทียน กับ ราชครู
กรมราชทัณฑ์ คงกำลังวิ่งวุ่นไปที่คฤหาสน์ตระกูลอิน
เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ครั้งใหญ่นี้! ”
หากตัดสินจากการแสดงออกปัจจุบันของ อู่ อวี้ กล่าว
ได้ว่ามิได้โป้ปดแม้แต่น้อย
” เจ้าเห็นกับตาจริง ๆ เช่นนั้นหรือว่าต้วนอี้เป็นคนชัก
นำจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์มา ” กงหยาง ฝู ซักถาม
อู่ อวี้ ตอบกลับไปว่า ” ใช่…ทุกคำพูดของข้าล้วนเป็น
เรื่องจริง แรงจูงใจของเขามันชัดเจนเกินไป อีกอย่าง
เป็นเพราะเขาประมาทข้ามากเกินไป เลยมิได้เห็นข้า
อยู่ในสายตา ลืมมันไปเสียเถอะ… ตอนนี้ข้าแค่อยากรู้
ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับ อินอิง ข้ายังสามารถ
ได้รับแต้มผลงานหรือไม่? หากข้าจำไม่ผิดในกรณีของ
อินอิง นั้นถือเป็นกรณีพิเศษ ถ้าหากข้ามีหลักฐาน
เพียงพอนางก็ไม่จำเป็นต้องมาที่นี่ ”
คำพูดของเขาเสมือนดั่งยิงลูกระเบิดเข้าใส่ฝูงชน แต่
พวกมันกับแสร้งทำเป็นว่าไม่สนใจ แล้วก็มุ่งเน้นไปที่
แต้มผลงานแทน
ด้วยศักดิ์ฐานะของผู้ที่ถูกเอ่ยนามออกมานั้น ล้วน
เกี่ยวข้องกับกองกำลังสำคัญหลายกอง
” คำนวณแต้มผลงานให้เขา! ” กงหยาง ฝู ออกคำสั่ง
อู่ อวี้ ยืนอยู่ด้านหน้าเพียงผู้เดียว หลังจากนั้นเขาก็เริ่ม
ตรวจสอบแต้มผลงานอย่างรวดเร็ว
กงหยาง ฝู จ้องมอง อู่ อวี้ แล้วพูดว่า ” ข้าจะเตือนเจ้า
เป็นครั้งสุดท้าย อย่าได้พูดจาเหลวไหลไร้สาระไม่รู้จัก
แยกแยะอีก! ”
อู่ อวี้ ตอบกลับไปว่า ” สิ่งที่ข้าพูดมาทั้งหมดล้วนเป็น
เรื่องจริง การที่ท่านเอ่ยมาเช่นนี้ก็เป็นที่ชัดเจน ข้าเพิ่ง
กลับมาจากคฤหาสน์ตระกูลอิน ฉะนั้นอดใจรอสักครู่
เดี๋ยวเรื่องนี้จะกระจายไปทั่วทั้งนครหมิง เรื่องของ
หลานสาวตระกูลอินถูกแช่แข็งอยู่ใน ‘ผลึกน้ำแข็งนิ
รันดร์’ ข้ามั่นใจว่าตระกูลอินจะต้องไม่หยุดเพียงเท่านี้
แต่เมื่อรู้ว่าอินเสวียนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ พวกเขา
จะต้องรู้สึกหดหู่อย่างยิ่ง อินเสวียน ช่างมีจิตใจ
เหี้ยมโหดอำมหิตยิ่งนัก ถึงแม้จะรู้ว่าอินอิงอยู่กับข้า
แต่เขาก็ยังไม่หยุดการกระทำอันชั่วช้า พวกเขาร่วมมือ
วางแผนอันต่ำทราม พวกมันช่างเหี้ยมโหดอำมหิตยิ่ง
นัก! ”
ระหว่างนั้นแต้มผลงานก็ถูกคำนวณออกมาได้อยู่ที่
231 แต้ม นอกจากนี้ยังมีส่วนของอินอิงเพิ่มเติม ช่าง
น่าเสียดายที่อินอิงไม่อาจใช้แต้มเหล่านี้ได้
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลว่าทำไม อู่ อวี้ ถึงมาพูดความจริง
ที่นี่ ด้วยเพราะตัวเขาต้องการทวงความยุติธรรมให้แก่
นาง เขาอยากจะให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้าง ต้องการให้ต้
วนอี้พังพินาศย่อยยับสูญเสียชื่อเสียง หลังจากการ
คำนวณเสร็จสิ้น เขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่
งอก
” ข้าขอลา ” อู่ อวี้ มิได้รั้งอยู่ที่นี่อีกต่อไป แต่พุ่งทะยาน
ออกไปโดยตรง แน่นอนเขารู้ว่าตนเองได้ทิ้งเชื้อไฟ
เอาไว้แล้ว คนที่นี่ทั้งหมดจะต้องเคลือบแคลงสงสัย
แล้วข่าวนี้จะต้องแพร่กระจายออกไปอย่างแน่นอน
ด้วยการพูดคุยกันปากต่อปาก แผนการลงมือสังหาร
อย่างเหี้ยมโหดของขุนพลโย่วหมิงคนใหม่แห่งค่าย
ผลาญนภา ในอีกไม่ช้าทุกคนจะต้องได้รับทราบ
เมื่อใดที่ต้วนอี้ออกมาจากคฤหาสน์อิน คาดว่าเมื่อนั้น
มันถึงจะรู้ว่าผู้คนส่วนใหญ่ในนครหมิงกำลังกล่าวขวัญ
ถึงมัน
อู่ อวี้ จุดฉนวนรอไว้อยู่แล้ว สิ่งต่อไปที่เขาจะต้องทำก็
คือการเฝ้ารอ ๆ ให้เกิดการระเบิดขึ้น รอให้เวลานั้น
มาถึง
” ข้าเพิ่งได้รับ 200 แต้มผลงาน ดังนั้นข้าควรไปดู
หน่อยว่า 200 แต้มผลงานนี้ จะสามารถนำไป
แลกเปลี่ยนทรัพยากรฝึกตนอะไรได้บ้าง ”
อู่ อวี้ พร้อมแล้ว หลังจากแลกเปลี่ยนแต้มผลงาน เขา
ก็มุ่งหน้าไปที่ ‘ถ้ำเต๋าสมุทรทมิฬ’
ถ้ำเต๋าสมุทรทมิฬ ตั้งอยู่ภายในค่ายผลาญนภา มีเคล็ด
วิชาเต๋าอยู่ภายในนั้นมากมาย ตราบใดที่มีแต้มผลงาน
เพียงพอ ก็สามารถแลกเปลี่ยนได้
ซึ่งคำอธิบายก็เป็นไปตามชื่อของมัน ถ้ำเต๋าสมุทรทมิฬ
เป็นมหาวิถีอันเยือกเย็น ลึกล้ำ และสงัดเงียบ
ระหว่างเส้นทางสองฟากฝั่ง มีเคล็ดวิชาเต๋าตั้งเรียงราย
อยู่มากมาย ยิ่งเดินลึกเข้าไปมากเท่าไหร่ เคล็ดวิชาเต๋า
ก็ที่มียอดเยี่ยมมากขึ้นเท่านั้น
เป็นเคล็ดวิชาเต๋า ที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าพลังอิทธิฤทธิ์
ตอนนี้ อู่ อวี้ มีพลังอิทธิฤทธิ์อยู่ 4 วิถี ส่วนอาวุธเขาก็มี
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ สิ่งเดียวที่ขาดไปคือ
เคล็ดวิชาเต๋าโจมตี
เคล็ดวิชาเต๋ามีความลึกล้ำซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ใน
ระหว่างการต่อสู้ เขาสามารถประยุกต์ใช้งานมัน และ
ปลดปล่อยความสามารถอันหลากหลายออกมาได้
เมื่อใช้ร่วมกับพลังอิทธิฤทธิ์ อำนาจการทำลายล้างของ
อู่ อวี้ จะยกระดับขึ้นอีกหลายเท่า ซึ่งตัวเขาก็ไม่ได้
ฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋ามานานแล้ว ส่วนวิชาเต๋าก่อนหน้า
นี้ ก็ไม่อาจนำมาใช้ต่อกรกับศัตรูในปัจจุบันได้
ดังนั้นตัวเขาที่มีมากกว่า 200 แต้มผลงาน จึงมุ่งตรง
เข้าไปที่ถ้ำเต๋าสมุทรทมิฬทันที
ถ้ำเต๋าสมุทรทมิฬ มีบางอย่างที่พิเศษอยู่ นั่นก็คือ
ตลอดเส้นทางทั้งหมด มีการวางวงเวทที่ถูกเรียกว่า
‘ค่ายกลพิภพอเวจีสยบ’ เอาไว้อยู่
ยิ่งเดินลึกเข้าไปภายในถ้ำเต๋าสมุทรทมิฬมากเท่าไหร่
แรงกดดันที่เขาต้องเผชิญก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
เรื่อย ๆ มันคืออำนาจสะกดข่มที่ผลักดันให้เขาออกไป
หากปรารถนาจะได้รับเคล็ดวิชาเต๋าที่ทรงพลัง ไม่
เพียงแต่ต้องมีแต้มผลงานมากเพียงพอ ทว่าคนผู้นั้นก็
จำเป็นต้องมีความสามารถในการต่อต้านแรงกดดันอัน
มหาศาลจากค่ายกลด้วย ไม่ว่าจะเป็นกายเนื้อหรือ
พลังศักดิ์สิทธิ์ ล้วนถูกนำมาใช้เพื่อทำลายแรงกดดันนี้
ซึ่งการฝ่าทะลวงเข้าไปด้านใน ผู้คนส่วนใหญ่ล้วน
พึ่งพาพลังศักดิ์สิทธิ์ของตน อย่างไรก็ตามสำหรับ อู่ อวี้
แล้ว เขาอาศัยทั้งพลังศักดิ์สิทธิ์และกายเนื้อ เพื่อบดขยี้
ทำลายแรงกดดันนี้ให้สิ้น
ซึ่งถือว่านี่เป็นรูปแบบการจัดการที่ดีมาก เพราะใน
ท้ายที่สุดแล้วถึงแม้ว่าจะได้รับเคล็ดวิชาเต๋าที่ทรงพลัง
ไป แต่คนผู้นั้นยังมีระดับการฝึกตนไม่เหมาะสม
เท่าที่ควร วิชานั้นก็คงเป็นเพียงขยะไร้ค่า
กล่าวได้ว่าการเข้าไปในถ้ำเต๋าสมุทรทมิฬ ถือเป็นความ
ท้าทายอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้
ด้านหน้าของเขาคือทางเข้าสู่ถ้ำเต๋าสมุทรทมิฬ ภายใน
นั้นเป็นถ้ำลึกอันมืดทมิฬ ถึงแม้ว่าจะมีเนตรเพลิง แต่ก็
ยังยากที่จะมองเห็นส่วนลึกภายในนั้นได้ และสิ่งที่เขา
แลเห็นได้ คือชั้นคัมภีร์ที่เรียงรายอยู่สองฟากฝั่งของตัว
ถ้ำ บนชั้นมีเคล็ดวิชาเต๋ามากมายตั้งเรียงรายอยู่
และม้วนคัมภีร์ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับทางเข้าประตูถ้ำ มี
ระดับการแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 10 แต้มผลงาน
นับตั้งแต่บริเวณนี้ ลึกเข้าไปด้านในถ้ำประมาณหนึ่ง
ร้อยจั้ง มีองครักษ์หมิงไห่มากมาย กำลังเลือกเฟ้น
เคล็ดวิชาเต๋าอยู่
ทุกคนกำลังค้นหามันอย่างจริงจัง โดยที่ไม่มีผู้ใด
รบกวนรบกวนกันแม้แต่น้อย
โดยทั่วไปจำนวนผู้เลือกเฟ้นเคล็ดวิชาเต๋า จะรวมตัว
กันอยู่ตรงประตูทางเข้ามากที่สุด
ซึ่งเป็นไปได้ว่าผู้คนเหล่านี้ คงเลือกเฟ้นวิชาอยู่ภายใน
ถ้ำเต๋าสมุทรทมิฬหลายวันแล้ว จึงทำให้ไม่ทราบว่าเกิด
อะไรขึ้นภายนอกบ้าง
อู่ อวี้ สวมใส่ชุดเกราะหมิงไห่ จากนั้นก็ลดหมวกลง
พร้อมกับเดินเข้าไปในถ้ำเต๋าสมุทรทมิฬ ระหว่างทาง
เขาเดินเข้าไปเบื้องหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่มีผู้ใด
สังเกตเห็นหรือใส่ใจเขาแม้แต่น้อย
เพียงก้าวเข้ามา เขาก็สัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของแรง
กดดันที่ถาโถมเข้ามา
มันคืออำนาจสะกดข่มจากภายในที่ผลักดันให้เขา
ออกไปเบื้องนอก เสมือนดั่งนาวาที่ขับเคลื่อนทวน
กระแสน้ำ หากผ่อนกำลังก็จะถูกผลักดันออกไป
เขาเดินผ่านทหารคนแล้วคนเล่า ด้วยท่าทางผ่อน
คลายยิ่ง ซึ่งมันทำให้องครักษ์หมิงไห่รู้สึกสนอกสนใจ
ในตัวเขาอยู่ไม่น้อย อย่างไรก็ตามความสนใจนี้เกิดขึ้น
หลังจากที่ อู่ อวี้ เดินผ่านพวกมันไปแล้ว
ซึ่งการมองแค่เบื้องหลัง ทำให้ไม่มีผู้ใดจดจำเขาได้
อู่ อวี้ หยุดเดินเป็นครั้งคราว เพื่อสังเกตดูม้วนคัมภีร์
วิชาเต๋าที่วางอยู่บนชั้น ถึงแม้วิชาเต๋าในบริเวณนี้จะมี
ราคาอยู่ที่ประมาณ 20 แต้มผลงาน แต่อันที่จริงแล้ว
คัมภีร์แต่ละเล่มล้วนทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเหล่า
ผู้เยาว์ที่อยู่ในบริเวณนี้ เป็นเสมือนดั่งคำอธิบายบอกว่า
เคล็ดวิชาเต๋าเหล่านี้ จะแสดงประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับผู้ใช้ที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะขั้นที่ 3 หรือขั้นที่ 4
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เป้าหมายของเขา
เขายังคงเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ซึ่งตั้งแต่เริ่มต้นเขาก็ใช้
อำนาจกายเนื้อ เป็นตัวช่วยในการยืนหยัดอยู่บน
พื้นดิน
” กว่า 9 ใน 10 ส่วนของคัมภีร์วิชาเต๋าเหล่านี้ ไม่
เหมาะสมสำหรับข้า ส่วนใหญ่แล้วมันมีไว้สำหรับผู้ฝึก
ตนในตระกูลเป่ยหมิง ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความหนาวเย็น
และมืดมิดทมิฬสุดขั้ว!” ยิ่งเดินลึกเข้าไปมากเท่าไหร่ อู่
อวี้ ก็ค้นพบมันมากขึ้น
“ ถ้าโย่วเสี่ยมิได้เป็นองค์หญิงของจักรวรรดิเป่ยหมิง
แต่เป็นองค์หญิงของอาณาจักรอื่น ๆ เช่นดินแดนผู้ฝึก
ตนเซียนอย่าง อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ก็คงจะดี
”
หากเป็นเช่นนั้น เขาคงเลือกเฟ้นทรัพยากรฝึกตน และ
เคล็ดวิชาเต๋าได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
ยิ่งเดินลึกเข้าไป รอบ ๆ บริเวณก็เริ่มปรากฏหัวหน้า
กองร้อยขึ้นมาให้เห็น หัวหน้ากองร้อยเหล่านี้ไม่รู้จัก อู่
อวี้ อีกทั้งพวกมันยังหาได้มีจำนวนมากมายเท่าใดนัก
ส่วนใหญ่แล้วล้วนตั้งมั่นจดจ่ออยู่กับการเลือกเฟ้นวิชา
เต๋า
เมื่อมาถึงบริเวณนี้ แรงกดดันที่ต้องแบกรับก็เพิ่มขึ้น
เป็นทวีคูณ นอกจากกายเนื้อแล้ว อู่ อวี้ยังต้องใช้พลัง
แก่นแท้ตำหนักม่วงหนุนเสริมไปด้วย เขายึดมั่นตรึง
ร่างกายตนเองไว้ที่ตำแหน่งนี้ จากนั้นก็กวาดสายตา
ค้นหาคัมภีร์วิชาเต๋าไปรอบ ๆ
โดยพื้นฐานแล้ว คัมภีร์วิชาเต๋าในระดับนี้จำเป็นต้องใช้
แต้มผลงานประมาณ 100 แต้มเพื่อแลกเปลี่ยน ซึ่ง
แต้มผลงานที่ อู่ อวี้ มีอยู่ เพียงพอที่จะแลกวิชาเต๋าได้
สองเล่ม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พบเห็นทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกหดหู่เป็น
อย่างยิ่ง อันที่จริงแล้วเขาก็มีแต้มผลงานอยู่ไม่น้อย
ดังนั้นเพื่อค้นหาวิชาเต๋าที่เหมาะสมกับตนเอง เขาจึง
เดินลึกเข้ามาในนี้ ซึ่งเคล็ดวิชาเต๋าที่เหมาะสมกับการ
ฝึกฝนเขา หากตีเป็น 100 ส่วนก็มีแค่ 3 ส่วน จากหนึ่ง
พันเล่มมีเพียง 30 เล่มเท่านั้น
แต่ปัญหาก็คือ 30 เล่มที่ว่ามานี้ อู่ อวี้ ยังรู้สึกไม่พอใจ
เท่าใดนัก เนื่องว่ามันยังไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
หากเดินลึกเข้าไป กายเนื้อของเขาก็ยังสามารถทาน
ทนได้อยู่ ทว่าแต้มผลงานของเขาคงมีไม่มากพอ ถ้ายัง
ดึงดันต่อไป อู่ อวี้ ก็คิดว่าคงไม่มีวิชาที่เหมาะสมกับ
ตนเองอยู่ดี
ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก
เขาไม่ต้องการบ่มเพาะเคล็ดวิชาเต๋าชนิดอื่น ๆ
ดังนั้นจึงจะทำได้เพียงเดินออกมา
คาดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับต้วนอี้ภายนอก คงแพร่กระจาย
ไปทั่วแล้ว
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ