กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 724: พรรคเต๋าวิถีอสูร
เมื่อเข้าสู่เส้นทางผู้ฝึกตน การจะหาสหายเต๋าเคียงข้าง
นั้นถือเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ
ในตอนแรกเขาคิดว่าจะลงเอยกับ หนานกง เหว่ย แต่
สุดท้ายก็ไม่ใช่ อาจเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่ได้ถูกลิขิต
ให้อยู่ร่วมกันแต่แรก
ทุกวันนี้เขาจึงได้เปิดใจยอมรับคนอื่นๆบ้างแล้ว
สิ่งที่เรียกว่าสหายเต๋าเคียงข้าง จะต้องมีชะตากรรม
และวาสนาที่เหมาะสมกัน
สำหรับ โย่วเสี่ย นางไม่ใช่คนที่ อู่ อวี้ ถวิลหา ซึ่งในจุด
นี้ โย่วเสี่ย ก็รู้ตัวดีอยู่แล้ว
ผู้ฝึกตนแม้ว่าไม่มีสหายเต๋าเคียงข้างก็ยังสามารถไล่
ตามเต๋าของตนได้ และแม้กระทั่งอาจจะกลายเป็น
เซียนอมตะก็ยังได้
สหายเต๋าเคียงข้างไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ ดังนั้น
องค์หญิงโย่วเสี่ย จึงรู้สึกว่าชีวิตนางหลังจากนี้จะไล่ล่า
ตามเต๋าของตนเอง และนางก็ไม่เห็นด้วยที่คนใน
ราชวงศ์ได้จัดการหาคู่ครองให้กับนาง
แน่นอนว่าอู่ อวี้ ล้วนก็รู้เรื่องความคิดของนางทั้งหมด
ผ่านทางวงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ
แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ โย่วเสี่ย กลับไม่มีทีท่าสะทก
สะท้านหากว่า อู่ อวี้ จะรู้ความคิดนี้
เมื่อเปรียบเทียบนางกับตอนก่อนหน้า จะเห็นความ
แตกต่างได้อย่างชัดเจน สำหรับนางแล้ววงเวทพันธะ
โลหิตควบคุมวิญญาณไม่ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงอะไร
อย่างน้อยในเวลาสั้นๆนี้ จิตใจที่อ่อนไหวของนางกลับ
กำลังก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดดจนเกิดเป็นการรู้
แจ้งที่เกินจินตนาการ
“ข้ารู้สึกได้ว่าอีกไม่นานก็จะทะลวงสู่ขอบเขตก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะระดับที่ 7 ได้แล้ว นับว่าไวมากกว่าที่ข้า
คิดไว้เสียอีก อย่างน้อยก็เร็วกว่าที่ข้าคิดไว้หลายปี บน
ดินแดนโบราณเหยียนหวงแห่งนี้ คนที่อายุเท่ากับข้า
คงไม่มีผู้ใดที่จะมีความสำเร็จเช่นข้าได้อย่างแน่นอน”
นางกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง
“ขอแสดงความยินดีด้วย นี่เป็นสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ
แล้ว” อู่ อวี้ ยิ้มขึ้น
เขาตระหนักได้ว่า สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว บางครั้งความ
ยากลำบากก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย มันอาจจะกลายเป็น
แรงผลักให้ตัวเองเอาชนะอุปสรรคทั้งหลาย
ยามนี้ที่ด้านนอกของพระราชวังจักรพรรดิหมิงเต็มไป
ด้วยความโกลาหล ทว่าภายในที่แห่งนี้เงียบสงบยิ่ง ตัว
อู่ อวี้ เองก็ชอบที่ได้รับความสงบเช่นนี้
โย่วเสี่ย ได้จัดการหาที่พักที่เงียบสงบให้กับตัวเขา
เพื่อที่เขาจะได้เริ่มทำการครุ่นคิดเกี่ยวกับวิถีเต๋าของ
ตนเองโดยเฉพาะ
“เนื่องจาก อินอิง เป็นถึงหัวหน้ากองร้อย ซึ่งตำแหน่ง
นี้สามารถเข้าไปภายในพิภพต่างมิติลำพังได้ แต่ตอนนี้
กลับประสบพบเจอกับอุบัติเหตุเสียแล้ว ข้าทำได้เพียง
แค่เข้าไปด้วยกันกับ ‘หยวน ซุนอวี้’ เพียงอย่างเดียว
เท่านั้น”
“แต่เมื่อเกิดเรื่องเกี่ยวกับจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์
หยวน ซุนอวี้ จึงหวาดกลัวเป็นเต่าหัวหดและไม่กล้า
พาเข้าไปยังพิภพต่างมิติอีก”
“มีเพียงแค่หาคนอื่นให้พาเข้าไป แต่ว่าผู้ใดกันเล่าที่
ต้องการจะเข้าไปพร้อมกับข้า?”
เขารู้สึกว่าในยามนี้เขาไม่อาจจะเข้าไปยัง ‘พิภพต่าง
มิติ’ ได้ชั่วคราว
หากเป็นเช่นนั้น ก็นับว่าเป็นการดีที่จะฝึกอย่างสงบอยู่
ที่นี่เพื่อรอให้ความโกลาหนภายนอกจางลงเสียก่อน
ความจริงในครั้งที่แล้วที่เข้าไปภายในพิภพต่างมิติ เขา
ก็เก็บเกี่ยวมาได้อย่างมหาศาล สรรพเทวะวิญญาณก็
นับว่ามันถือกำเนิดออกมาจากเต๋า พายุภายในพิภพ
ต่างมิติ ก็ถือเป็นเต๋าประเภทหนึ่ง นี่คือสิ่งที่ อู่ อวี้ คิด
จะแสวงหาและจะเข้าไปทำการรู้แจ้งภายในนั้นอีก
ขอบเขตแห่งเต๋าค่อยๆเพิ่มพูน นอกจากนี้บางครั้ง อู่
อวี้ ก็ยังคงศึกษาเกี่ยวกับด้านของวงเวท ที่จริงตั้งแต่ที่
เขาออกมาจากเส้นทางเซียนบรรพกาลมาจนกระทั่งถึง
ตอนนี้ ในด้านของวงเวทก็มีความก้าวหน้าไปไม่น้อย
“หากมุ่งมั่นเพื่อกลายเป็นเซียน จะต้องมีวิธีการโจมตี
หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเคล็ดอิทธิฤทธิ์ ศาสตราเต๋าวิถี
แท้หรือว่ายันต์เวท เคล็ดอิทธิฤทธิ์เป็นสิ่งที่จำเป็น
จะต้องฝึกฝน ในตอนนี้ดูเหมือนว่าข้าเกือบจะถึงขีดสุด
แล้วในด้านของเคล็ดอิทธิฤทธิ์ แต่ยังคงขาดแคลน
เคล็ดวิชาเต๋าอยู่อีก ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีวิธีในการรับมือ
กับศัตรูมากนัก หากวันใดอีกฝ่ายได้ศึกษาตัวข้าโดย
ละเอียด มันอาจจะทำให้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่
อันตรายได้”
ด้วยเหตุนี้เขาจึงออกไปค้นหาเคล็ดวิชาเต๋าที่เหมาะสม
กับตัวเขา
ยิ่งไปกว่านั้นร่างอวตารทั้งหลายของเขา ก็ยังสามารถ
ฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋าได้ สำหรับในตอนนี้บทบาทในการ
ต่อสู้ของร่างอวตารก็มีไม่มากนัก จึงต้องใช้เคล็ดวิชา
เต๋ามาช่วยส่งเสริมในจุดนี้
ตอนนี้เขามีร่างอวตารอยู่ถึงหนึ่งพันร่าง เมื่อเขาเข้าถึง
ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ไม่แน่ว่ามันอาจจะเพิ่ม
มาเป็นหมื่นร่าง และหากทั้งหมื่นร่างนี้ระเบิดเคล็ด
วิชาออกมา….
ฉากนั้นคงน่าดูชมไม่น้อย
และเกรงว่าคงจะไม่มีใครค้นหาร่างจริงของ อู่ อวี้ ที่
ซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางร่างอวตารนับหมื่นนี้ได้อีกต่อไป
“เต๋าของจักรวรรดิเป่ยหมิง ไม่เหมาะสมกับตัวข้า
นับว่าช่างน่าเสียดายยิ่งนัก” อู่ อวี้ รู้สึกว่าในด้านเคล็ด
วิชาเต๋าของตนเองได้เดินมาถึงทางตันแล้ว
เขาจึงเข้าไปภายในเจดีย์ล่องกำเนิด ลงไปนั่งขัดสมาธิ
อยู่บนพื้น
ที่แห่งนี้มีเวลาที่ช้ากว่าภายนอกถึง 2 เท่า เขาอาศัย
ช่วงเวลาที่อยู่ในนี้เพื่อทำการรู้แจ้งอย่างต่อเนื่อง
ภายด้านนอกมีปัญหาวุ่นวานมากมาย การเดินหมากนี้
ของ องค์หญิงโย่วเสี่ย ทำให้เหล่ากองกำลังทั้งหลายไม่
สามารถทำอะไร อู่ อวี้ ได้ และทำได้เพียงแค่แก้ไข
เรื่องราวต่างๆด้วยตนเองเท่านั้น
อู่ อวี้ คร้านเกินไปที่จะมาจัดการเรื่องเหล่านี้ เขาจึง
เข้าสู่ภวังค์แห่งการฝึกตน หลังจากที่จบการต่อสู้ การ
นำประสบการณ์ที่ได้รับมาทำการรู้แจ้งเพิ่มเติมก็จะทำ
ให้ขอบเขตของเต๋าเกิดการก้าวหน้าขึ้นได้
บางครั้ง อู่ อวี้ ก็ควาญหาสิ่งของภายในถุงจักรวาลของ
ตนเอง ภายในนี้ยังคงมีสมบัติที่ได้รับมาจาก องค์ชาย
น้อย มังกรเหมันต์พิสุทธิ์เก้าดารา องค์ชายเฟิง
หลงเหลืออยู่ แม้ว่าสมบัติส่วนใหญ่ที่เป็นการยืนยัน
สถานะของพวกมันได้ถูกโยนทิ้งไปแล้ว แต่ก็ยังคง
เหลือสมบัติติดตัวอยู่อีกมากมาย เขาจึงค้นหาดูเผื่อว่า
ภายในนี้จะมีเคล็ดวิชาเต๋าอยู่สักวิชาสองวิชา
แน่นอนว่าเขาก็ไม่มีทางที่จะลืมเรื่องการเกิดใหม่อย่าง
แปลกประหลาดของโอรสเล่อ เขาได้กำชับให้องค์หญิง
โย่วเสี่ยไปสืบข่าวคราวมา ได้ยินมาว่าหลังจากที่ โอรส
เล่อ ออกมาแล้ว มันก็อยู่อย่างเงียบๆจนน่าประหลาด
อีกทั้งความแข็งแกร่งก็เพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ความก้าวหน้าของมัน แม้แต่ โย่วเสี่ย ก็ไม่อาจจะตาม
ได้ทัน ก่อนหน้า นางเพิ่งจะกล่าวว่าคนที่อายุเท่ากับ
ตนเองนั้นไม่มีใครก้าวหน้าได้เร็วเท่า แต่คาดว่านางคง
จะลืม โอรสเล่อ ไป
ระยะห่างระหว่าง โอรสเล่อ กับ อู่ อวี้ ห่างกันจน
เทียบไม่ติด ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างกังวลไม่น้อย
หากว่าพวกเขาเผชิญหน้ากันอีกครา อู่ อวี้ ก็ไม่รู้ว่า
ควรจะทำตัวเช่นไรเมื่อเจอกับคนที่ควรจะ ‘ตาย’ ไป
แล้ว
“นี่มะน………..“ ในตอนที่เขาเพิ่งจะคิดถึง โอรสเล่อ
ทันใดนั้นเขาก็ค้นพบบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ใช่ของจาก
เหล่าอัจฉริยะทั้งหลาย
มันก็คือแผ่นป้ายที่ถูกสลักไปด้วยตัวอักษรสีทองซึ่ง
เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจซึ่งเขียนว่า ‘วิถีเต๋าสรรพ
สิ่ง’
ในตอนแรก อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าแผ่นป้ายนี้โผล่มาจากไหน
ในที่สุดเขาก็จำได้ ปรากฏว่าเขาได้รับมันมาจากตอนที่
เขาติดอยู่ภายในยอดเขายามนั้น ในภูเขาลูกแรกเต็มไป
ด้วยม้วนตำราเคล็ดวิชาเต๋า เขาไม่คิดว่าตนเองจะมี
ความสามารถในการได้รับม้วนตำราเคล็ดวิชาเต๋า
เหล่านั้นมาได้ แต่ในตอนท้าย เขากลับคว้าแผ่นป้ายนี้
มาได้
“หากว่าในเวลานั้นข้าได้ฝึกฝนเมฆาตลบฟ้าได้สำเร็จ
ละก็! บางทีคงจะสามารถเข้าไปหยิบม้วนตำราวิชาเต๋า
เหล่านั้นได้! ก็ไม่รู้ว่าเป็นพรรคนิกายอะไรที่ทิ้งม้วน
ตำราเหล่านั้นเอาไว้ ตำราจำนวนมากมายเช่นนั้น มัน
จะต้องมีสักวิชาที่เหมาะสมกับข้า! แม้กระทั่งอาจจะมี
เคล็ดวิชาเต๋าขั้นสูงให้เห็น! ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก!”
เมื่อคิดไปถึงม้วนตำราที่อยู่บนชั้นวางนั้น อู่ อวี้ ก็รู้สึก
หดหู่ ตอนนี้เข้าอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด เขาวางแผ่น
ป้าย ‘วิถีเต๋าสรรพสิ่ง’ เอาไว้บนขาทั้ง 2 ข้าง เมื่อคิด
ไปถึงเคล็ดวิชาเต๋าเหล่านั้นเขาก็ยังรู้สึกเสียดายอยู่
เล็กน้อย
“วิถีเต๋าสรรพสิ่ง”
ทั้ง 4 คำนี้ ช่างเป็นคำที่ดูห้าวหาญ ทันใดนั้นในใจของ
เขาก็เกิดเสียงคำรามขึ้น เสียงคำรามนี้ดังสะท้อนอยู่ใน
หูของเขา
“เต๋า คือทุกสิ่งที่อยู่ในฟ้าดิน สวรรค์ นรก โลกมนุษย์
ทุกๆสิ่งล้วนมีเจตจำนงค์แห่งเต๋า ทุกๆแห่งล้วนมี
กฏเกณฑ์ของมัน นั่นคือวิถีเต๋าสรรพสิ่ง”
ถ้อยคำเหล่านั้นอัดแน่นอยู่บนแผ่นป้าย แต่ทั้ง 4 คำนี้
แฝงไปด้วยจิตวิญญาณได้อย่างไรกัน?
ยามนี้เขารู้สึกได้ถึงแผ่นป้ายที่ตัวเขาลืมเลือนไปแล้ว
ยิ่งมา อู่ อวี้ ยิ่งรู้สึกสงสัย ยิ่งเขาถือมันนานมาก
เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงพลังอำนาจอันทรงได้มากขึ้น
เท่านั้น ราวกับว่าตัวเขากำลังโอบกอดสัตว์ร้ายที่กำลัง
จะตื่นขึ้นจากการหลับใหล
ตูมตูม!
ไม่รู้ว่าแผ่นป้ายที่มาจาก ‘เส้นทางเซียนบรรพกาล’
เหตุใดจู่ๆจึงเกิดความร้อนขึ้นมา
ตัวอักษร 4 ตัวที่อยู่บนแผ่นป้ายในฝ่ามือของ อู่ อวี้
ลายเส้นตัวอักษร พลันให้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ราว
กับว่ามันได้เปลี่ยนกลายเป็นใบหน้าร่างกายและส่วน
อื่นๆของอสูรกาย เหมือนว่าภายในตัวอักษร ‘วิถีเต๋า
สรรพสิ่ง’ นั้นก่อตัวขึ้นมาจากอสูรร้ายหลายสิบตัว
ยามนี้ภายในเจดีย์ล่องกำเนิดเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง
คำรามของ มังกรแลพยัคฆ์
อู่ อวี้ ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าแผ่นป้ายที่ได้รับมาจาก
บนยอดเขาอัสนีนี้ จะไม่ใช่สิ่งของธรรมดา!
แผ่นป้ายนี้เก็บงำความลึกล้ำเอาไว้อย่างแท้จริง ก่อน
หน้าบังเกิดสิ่งต่างๆรุมเร้ามากมายจนไม่เห็นถึงตัวตน
ของมัน แต่เมื่อสัมผัสถึงมันได้ คนจึงรู้สึกตกตะลึงกับ
‘วิถีเต๋าสรรพสิ่ง’ เป็นอย่างยิ่ง
จำได้ว่าในตอนนั้น ทุกอย่างภายในวังอยู่ในสภาพที่
สมบูรณ์ มีเพียงแผ่นป้ายนี้ที่หลุดออกมาโดดๆเท่านั้น
ราวกับสวรรค์จงใจให้เก็บสิ่งนี้มา……..
อู่ อวี้ จำได้ว่าในตอนที่ตนยังอยู่บนยอดเขา เขาเห็น
เพียงแต่ม้วนตำราวิชาเต๋าจำนวนมากมายเหล่านี้ แต่
ทว่าไม่มีสิ่งใดที่เขาจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ เช่นนั้นจึง
หยิบฉวยมันมาอย่างจนปัญญา มันเป็นเพียงชั่วครู่ที่
เขาคิดว่าตัวเขาไม่ควรจากไปมือเปล่าได้………..
แล้วสิ่งที่อยู่ในมือซึ่งราวกับอสูรนับหมื่นกำลังคึก
คะนองนี้มันคืออะไรกัน?
สิ่งที่ หมิงซวง ชื่นชอบมากที่สุดก็คือการเข้าร่วมกับสิ่ง
น่ารื่นเริงเช่นนี้ ซึ่งในยามนี้นางกลับได้ดี๊ด๊าและวิ่ง
พล่านไปทั่ว นางถึงกับตกตะลึงกับความเปลี่ยนแปลง
นี้จนเบิกตากว้างแล้วกล่าวขึ้น “เจ้านำสมบัติชิ้นนี้
กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ไปเอามันมาจากไหน? บน
เส้นทางเซียนบรรพกาลใช่หรือไม่?”
อู่ อวี้ จึงได้บอกเล่าเกี่ยวกับสถานที่ที่เขาพบเจอมัน
“พระเจ้า!!…มันคือสมบัติล้ำค่าแท้ๆ บนยอดเขาลูกนั้น
เต็มไปด้วยม้วนตำราเคล็ดวิชาเต๋า แต่ทว่าพวกมันกลับ
ถูกวางวงเวทปิดผนึกเอาไว้ ในตอนท้ายทุกสิ่งทุกอย่าง
พลันพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ จึงทำให้ม้วนตำราวิชา
เต๋าทั้งหมดสูญหายไป…. ไหนขอข้าดูหน่อย เจ้าโชคดี
ได้นำแผ่นป้ายที่เป็นถึงศาสตราเต๋าวิถีแท้ หรืออาจจะ
เป็นถึงศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณกลับมาเสีย
ด้วยซ้ำ ลองดูซิ๊ว่ามันเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นอีกรึเปล่า?”
หากเป็นเช่นนั้นเขาคงต้องลองกำราบมันดูเสียหน่อย
อู่ อวี้ จึงเร่งปิดตาลง ทำจิตใจให้สงบ ในความเป็นจริง
เขาอาจจะรู้สึกได้ว่าสมบัติชิ้นนี้จะต้องเป็นศาสตราเต๋า
วิถีแท้ที่ซุกซ่อนความลึกล้ำเอาไว้ อาจจะเป็นไปได้ว่าที่
เปลือกนอกของมันจะมีการวางค่ายกลปกปิดเอาไว้อยู่
ดังนั้นจึงไม่สามารถสังเกตออกว่ามันเป็นศาสตราเต๋า
วิถีแท้ หลังจากที่เกิดความสงสัยจึงจะค้นพบความลับ
นี้โดยบังเอิญ
หากใช้วิธีกำราบกับศาสตรา เช่นนั้นเขาย่อมสัมผัสได้
ถึงแผ่นป้ายนี้อย่างแน่นอน และหากเป็นเช่นนั้น มัน
ย่อมเป็นเฉกเช่นเดียวกับพลองหมื่นมังกรและเจดีย์
ล่องกำเนิด หากว่ามันเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้ชั้นยอด
จริงๆ การจะควบคุมมันจึงไม่น่าจะใช่เรื่องง่ายดาย!
ในขณะที่ค่ายกลวงเวทปกปิดถูกปลดออก ก็บังเกิด
เป็นสุ้มเสียงที่ดังออกมาจากแผ่นป้ายจารึกดังก้องอยู่
ภายในหัวของ อู่ อวี้ เพียงได้ฟังก็รู้เลยว่านี่เป็นเสียงที่
ส่งผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่
เคร่งขรึม “สาวกแห่งพรรคเต๋าวิถีอสูรเอ๋ย เจ้าต้องการ
ที่จะท้าถาย ‘วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ’หรือไม่?”
อู่ อวี้ ไม่กล้าเอ่ยตอบกลับไป สุ้มเสียงนี้แปลก
ประหลาดมากเกินไป เมื่อพบว่านี่เป็นสถานการณ์ที่ไม่
ปกติ เขาจึงไปถาม หมิงซวง ก่อนแล้วค่อยลองคิดดูอีก
ที
“พรรคเต๋าวิถีอสูร วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ?”
หมิงซวง เอียงศีรษะ บางทีนางรู้สึกอาจจะคุ้นเคยกับ
คำเหล่านี้ นางบอกให้ อู่ อวี้ อย่าเพิ่งตอบตกลง
เพื่อที่จะนึกเสียก่อน จากนั้นนางก็ได้พึมพำออกมาว่า
“นี่น่าแปลก ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนกับว่าเคยได้ยินมา
ก่อน? พรรคเต๋าวิถีอสูร?”
“เคยได้ยินรึ? นี่อาจจะเป็นพรรคนิกายภายในเส้นทาง
เซียนบรรพกาล เจ้าจะเคยได้ยินมันได้อย่างไร?” อู่ อวี้
รู้สึกมึนงง
หมิงซวง หมุนกายไปอยู่เบื้องหน้าของเขาแล้วกล่าว
ออกมาว่า “แปลกจริง ข้าจำได้ว่าข้าเคยได้ยินมันมา
จริงๆนะ ทั้งสมบัติชิ้นนี้ยังเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้ แต่ก็
ไม่ใช่ศาศตราเต๋าวิถีแท้ธรรมดาๆ จำได้ว่ามีเพียงแค่
พรรคนิกายโบราณ จึงจะสามารถครอบครองศาสตรา
เต๋าวิถีแท้เช่นนี้ได้ และศาสตราเต๋าวิถีแท้ประเภทนี้ได้
สูญหายไปตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว!”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ทันใดนั้นนางก็กระโดดขึ้น กล่าว
ออกมาว่า “อ๊ะ นึกออกแล้ว!”
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ