กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 723: พายุที่กวาดผ่านไปทั่วทั้งแดนเหนือ
ประเด็นสำคัญสำหรับการไล่ล่าติดตามในครั้งนี้ของ ต้
วนอี้ คือมันมาดหมายสังหารปลิดชีพ อู่ อวี้ ด้วยการ
งัดสารพัดวิธีไล่ล่าอย่างสุดกำลัง ทว่า อู่ อวี้ ก็ยังคง
นอนอยู่บน ‘เมฆาตลบฟ้า’ ด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ
ราวกับกำลังนอนชมตลกปาหี่
ซึ่งคนทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง
ท้ายสุดแล้วพื้นฐานฝึกตนของ อู่ อวี้ อยู่แค่ระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกตเพียงเท่านั้น
“ ขุนพลโย่วหมิง ไม่มีปัญญาตามความเร็วระดับนี้ได้
ทันงั้นหรือ? อาาา ดูเหมือนว่าจะไม่ทันสินะ ” อู่ อวี้
บินหนีไปมารอบ ๆ ราวกับกำลังท่องเที่ยวพักผ่อน
หย่อนใจ แต่เขาก็ไม่ยอมให้ต้วนอี้ ติดตามได้ทัน
เมื่อมองจากระดับพื้นฐานฝึกตนของ ต้วนอี้ ความเร็ว
ในการไล่ล่าติดตามของมันก็ถือว่ารวดเร็วมากแล้ว ถึง
กระนั้นเมื่อเทียบกับความเร็วของเมฆาตลบฟ้าของ อู่
อวี้ มันไม่อาจเทียบได้เลยจริง ๆ
เมื่อไล่ล่าติดตามหนัก ๆ เข้า ต้วนอี้ ก็เริ่มรู้สึกว่าสภาพ
ของตนเองยามนี้ช่างน่าอดสูยิ่งนัก มันไม่คาดหวังว่า
เรื่องน่าอัปยศเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับมัน ช่างน่าอับอายเสีย
นี่กระไร
องครักษ์หมิงไห่จำนวนมาก กำลังรับชมภาพน่าอดสู
เช่นนี้อยู่ เมื่อเห็นภาพดังกล่าวพวกมันแต่ละคนต่างตก
ตะลึงไปตาม ๆ กัน ยามนี้พวกมันเข้าใจแล้วว่าไฉน
องค์หญิงโย่วเสี่ย ถึงให้ความสำคัญกับ อู่ อวี้ นัก บุรุษ
ผู้นี้ไม่เพียงแต่จะกล้าหาญชาญชัย แต่ยังเป็นผู้ที่มีของ
ดีจริงดั่งปากว่า ทั้งยังมีทักษะแลกลเม็ดเด็ดพราย
มากมาย
อนาคตในภายภาคหน้าความรุ่งโรจน์ของเขาจะต้องไม่
ธรรมดาอย่างแน่นอน
หากเจอคนดีมีฝีมือเยี่ยงนี้มาทำงานให้ตนเอง ผู้ใดกัน
จะไม่คิดปกป้องเขากันเล่า?
แม้ศักดิ์ฐานะปัจจุบันของ อู่ อวี้ จะเป็นเพียง
องครักษ์หมิงไห่ แต่อนาคตของเขาย่อมไม่อาจคาด
เดาได้ หากผู้ใดวิสัยทัศน์คับแคบคิดว่าเขาจะย่ำต๊อก
อยู่เพียงแค่ องครักษ์หมิงไห่ คนผู้นั้นช่างไร้เดียงสายิ่ง
นัก
กล่าวได้ว่าการไล่ล่าติดตาม อู่ อวี้ อย่างเอาเป็นเอา
ตายของ ต้วนอี้ ช่างเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดน่า
ละอายเป็นยิ่งนัก!
สำหรับตัวมันกลับ อู่ อวี้ มีข้อแตกต่างที่ไม่สามารถ
มองเห็นถึง 3 จุดใหญ่ ๆ ประการแรกเขาสามารถ
หลบหนีจากการถูกไล่โดยจักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ได้
สำเร็จ ซึ่งนี่ถือว่า อู่ อวี้ เป็นฝ่ายชนะ ประการที่สอง
คือเนตรเพลิงที่ทำให้เขาสามารถมองเห็นได้ทุกสรรพ
สิ่ง ทำให้การตัดสินใจของมันผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง
ประการที่สามก็คือการต่อสู้ในเวลานี้ ซึ่งเรื่องนี้มันพ่าย
แพ้ให้แก่ อู่ อวี้ ยับเยินอย่างที่เรียกว่าไม่สามารถไล่
ตามไม่ทัน
แน่นอนว่าหาก อู่ อวี้ ต้องเผชิญหน้ากับผู้อยู่ในระดับ
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 9 อย่างตรงไปตรงมา
สำหรับเขาแล้วยังนับว่าห่างไกลยิ่งนัก
ถึงพื้นฐานฝึกตนของเขายังห่างไกล แต่เขามีความเร็ว
ไม่เพียงแค่ต้วนอี้จะได้ตาม อู่ อวี้ ไม่ทันเท่านั้น แต่มัน
ยิ่งถูกเขาหยอกเย้าอนึ่งเป็นเพียงแค่ของเล่นก็มิปาน
แต่มันยังคงสงบพยายามติดตามด้วยความแน่วแน่
ระดับความเร็วของเขาเกินกว่าที่พวกมันจะ
จินตนาการได้ หัวหน้ากองพันหลายคนยังต้องยอมแพ้
เลิกลาไปในที่สุด
ปกติแล้ว ต้วนอี้ มักจะแสดงท่าทีว่าตนเองนั้นสูงศักดิ์
เหนือกว่าผู้ใด หากยามนี้มันได้มีโอกาสเห็นตนเอง
คาดว่ามันคงจะอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี อู่ อวี้
ทอดถอนหายใจด้วยเพราะไม่รู้ว่ายามนี้ อินอิง จะเป็น
ตายร้ายดีเยี่ยงไร
” ข้าหวังว่าคนของคฤหาสน์ตระกูลอิน จะสามารถ
ช่วยเหลือแม่นางได้ หากพวกเขายังไร้หนทาง ข้าจะ
เป็นคนกลับไปช่วยเหลือแม่นางกลับมาสู่โลกปัจจุบัน
ดังเดิม ซึ่งสำหรับนางแล้ว จะถือเป็นการดีที่สุดหาก
ช่วยเหลือนางออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่รั้งรอช่วงเวลาให้
เนิ่นนานมากเกินไป ”
อู่ อวี้ มองสภาพอันน่าอดสูของ ต้วนอี้ เขาจึงยิ้มพร้อม
เอ่ยขึ้นว่า ” เห็นทีครั้งนี้เจ้าคงต้องยอมรับเสียแล้วล่ะ
ว่า เจ้านั้นพ่ายแพ้อย่างหมดรูป หากเจ้าไม่มีปัญญา
มาถึงตัวข้า ก็อย่าได้ดิ้นรนต่อไปเลย ยิ่งเจ้าดื้อรั้น ยิ่ง
พยายามดิ้นรนมากเท่าไหร่ เจ้าก็จะยิ่งอับอายขาย
ขี้หน้ามากขึ้นเท่านั้น เอาไว้คราวหน้าเจ้าค่อยมาคิด
บัญชีแค้นกับข้าก็ยังได้ แต่ข้าคงต้องบอกไว้เสียก่อน
ถ้าเจ้าคิดจะสังหารข้าย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ หากเจ้ามี
สติปัญญาสักนิดก็น่าจะคิดได้ว่าฝีมือของข้านั้นอ่อน
ด้อยที่สุด ขณะเข้าไปยังเส้นทางเซียนบรรพกาล แต่ข้า
กลับสามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้อย่างไร้ซึ่งริ้วรอย
บาดแผล มาวันนี้เจ้าคิดว่าจะสามารถกำจัดข้าง่าย ๆ
เช่นนั้นหรือ? อย่าได้ฝัน ”
โดยปกติแล้วต้วนอี้จะเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดี ไม่
ยอมโดนปั่นหัวได้ง่าย ๆ แต่คราวนี้มันสุดจะทานทน
โทสะลุกโชนขึ้นเป็นฟืนเป็นไฟดวงตาแดงก่ำ
“อู่ อวี้!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องคำรามดังขึ้น อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้น
มองก็พบว่ามีผู้อื่นตามมาด้วย ทันทีที่คนผู้นี้มาถึงต้วน
อี้ก็หยุดติดตาม อันที่จริงต้วนอี้หมดปัญญาที่จะติดตาม
เขาแล้วเช่นเดียวกัน เมื่อคนผู้นี้มาถึงก็เสมือนกับว่ามัน
ได้รับอิสระ
ผู้ที่มาถึงนี่ก็คือขุนพลไห่หมิง อินหยาง
อินหยางมีชื่อเสียงอยู่ภายในกองทัพหมิงไห่ แม้ว่ามัน
จะไม่ใช่ผู้คุมค่ายผลาญของขุนพลไห่หมิง แต่ผู้คนส่วน
ใหญ่ที่นี่ต่างรู้จักเขา
ทันทีที่เขามาถึงองครักษ์หมิงไห่ ทุกผู้คนต่างตกตะลึง
ระคนประหลาดใจ จากนั้นพวกมันก็รีบคุกเข่าลงกับ
พื้นทำความคารวะอย่างพร้อมเพียงกัน
“ คารวะขุนพลหมิงไห่!”
อู่ อวี้ กับต้วนอี้หยุดการเคลื่อนไหวเช่นกัน
“ ลงมาซะ! ” อินหยางมองต้วนอี้ จากนั้นก็ตะคอก
เสียงดังลั่น เขาเพิ่งเห็นว่า อู่ อวี้ กำลังปั่นหัวต้วนอี้ราว
กับของเล่น ทว่าเวลานี้เขาไม่อยากที่จะพูดคุยกับ อู่
อวี้ จริง ๆ
“ อู่ อวี้ กระทำผิดพลาดครั้งใหญ่ หวังว่าขุนพลไห่หมิง
จะลงโทษมัน ” ต้วนอี้พยายามสะกดข่มจิตใจให้สงบ
ลง สิ่งที่มันกล่าวออกมาก็เพื่อแก้เก้อเพราะถูกขับไล่ลง
ไป แต่ยามนี้มันคงยังดื้อดึงไม่ยอมลงไป เห็นได้ชัดว่า
มันไม่ค่อยจะเต็มใจนัก
บนท้องนภาเหนือศีรษะของ อู่ อวี้ คือขุนพลไห่หมิง
ซึ่งอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
โดยปกติแล้วอินหยางค่อนข้างจะสุภาพกับ อู่ อวี้ ทว่า
ในเวลานี้ดวงตาของเขากับลูกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ
เหตุที่เขาขุ่นเคืองเป็นเพราะว่า อู่ อวี้ ไม่ยอมฟังคำ
เตือน จนทำให้ต้องเกิดเรื่องอัปยศเช่นนี้
” อู่ อวี้ เจ้ามีเหตุผลอะไร ที่จะทำให้ข้าไม่ลงโทษเจ้า
ก่อนหน้านี้ข้าได้บอกเจ้าอย่างชัดเจนแล้ว แต่ปัจจุบัน
เรื่องราวกลับเลยเถิดมาถึงจุดนี้ ฉะนั้นเจ้าควรจะรู้ผลที่
ตามมา! ”
อู่ อวี้ ยังคงเคารพคนผู้นี้ เขาโบกสะบัดชายเสื้อแล้ว
พูดว่า “ถ้าหากท่านต้องการเหตุผลจริง ๆ ล่ะก็ ข้าก็จะ
มีให้ท่าน ข้าคิดว่าผู้ที่ทำให้ อินอิง ต้องตกอยู่ในวิกฤต
คับขัน สมควรรับโทษทัณฑ์ถึงตาย แต่พี่ชายของท่าน
ทำให้ข้ารู้ว่า เขาหาได้มีความคิดจะกระทำเช่นนั้น
ทั้งหมดก็เพื่อต้องการปกปิดรักษาชื่อเสียงบุตรชาย
และ คฤหาสน์ตระกูลอิน ความสำคัญระหว่างหญิง
ชายนั้นช่างแตกต่าง สิ่งนี้คือความต่างในเส้นทางอย่าง
ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ หากท่านไม่คิดจะมอบความเป็น
ธรรมให้กับ อินอิง ข้าก็จะลงมือเอง ”
แรกพบกันความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ อินอิง ไม่ค่อย
ดีนัก แต่หลังจากนั้น เขาก็ได้ล่วงรู้นิสัยของนางอย่าง
แท้จริงว่าเป็นคนดีคุ้มค่าที่ได้ร่วมมือกัน
เมื่อ อินหยาง ได้ยินเรื่องนี้เขาก็นิ่งเงียบไปนานทีเดียว
หลังจากนั้นเขาก็ตะโกนสวนกลับมาว่า ” นี่เป็นเรื่อง
ของคฤหาสน์ตระกูลอินของข้า คนนอกอย่างเจ้าไม่
ควรมายุ่ง! ตอนนี้เจ้าสบายใจได้แล้ว เดี๋ยวพวกเราจะ
จัดการเรื่องนี้เอง! สิ่งที่เจ้ากระทำคือบีบบังคับให้
คฤหาสน์ตระกูลอินของข้า รวมถึงกองกำลังอื่น ๆ
ต้องการเป็นศัตรูต่อกัน! ตอนนี้เจ้าเหมือนคนที่แส่หา
เรื่องทำให้ทุกคนขุ่นเคือง เจ้าคิดจริง ๆ เหรอว่าองค์
หญิงโย่วเสี่ยจะสามารถปกป้องเจ้าจากความตายได้!
เจ้าคงคิดว่าตนเองเป็นผู้ทรงคุณธรรมมากสินะ แต่เจ้า
หารู้ไม่ว่ากำลังรนหาตาย! ”
” ข้าสามารถปกป้องเขาจากความตายได้ ” อินหยาง
เพิ่งพูดจบประโยค ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของสาวงามผู้
หนึ่งดังมาตามกระแสสายลมไม่ห่างไกลไปนัก ใช่แล้ว
เสียงนี้เป็นขององค์หญิงโย่วเสี่ย
” องค์หญิง ” อินหยางกัดฟันแน่น
องค์หญิงโย่วเสี่ยมองเขาแล้วพูดว่า ” อินอิงก็เป็นสหาย
ของข้าด้วย ฉะนั้นข้าคิดว่าเขาทำได้ดี แต่สำหรับใคร
บางคน ที่แอบลอบสังหารเขา ไฉนถึงจะป่าวประกาศ
ในที่แจ้งไม่ได้? คนเช่นนี้ข้ารังเกียจมากที่สุด ในเมื่อ
กล้าที่จะลงแข่งขันเป็นราชบุตรเขย ก็ควรแข่งขันกัน
อย่างเปิดเผยบริสุทธิ์ใจ หาใช่ทำลับ ๆ ล่อๆลอบ
สังหารผู้อื่นเยี่ยงนี้ มันหมายความว่าอย่างไรกัน ? ไม่มี
อะไรที่น่าอัปยศไร้ยางอายมากไปกว่านี้แล้ว”
นางไม่ได้เก็บซ่อนเสียงของตนเองแต่อย่างใด ฉะนั้น
คำพูดเหล่านี้ หลายคนต่างได้ยิน
แน่นอนว่าต้วนอี้ที่อยู่ด้านล่าง ก็ได้ยินเต็มสองหู
เช่นเดียวกัน
ตลอดเวลามันรู้สึกประทับใจ องค์หญิงโย่วเสี่ย เป็น
อย่างมาก ส่วนองค์หญิงเองก็ให้เกียรติมันเช่นกัน แต่
ในเวลานี้ทัศนคติขององค์หญิงนั้นแปรเปลี่ยนไปจาก
เดิมอย่างสิ้นเชิง ในประโยคคำพูดของนางแฝงไว้ด้วย
ความแดกดันต้วนอี้
ความใฝ่ฝันของต้วนอี้ คือการได้มาแทนที่โย่วชาง
ดังนั้นมันจึงจำต้องกลายเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ขององค์
หญิงโย่วเสี่ย นี่คือเป้าหมายรองของมัน ท่ามกลาง
บรรดาผู้แข่งขันที่แข็งแกร่งมากที่สุด อย่างน้อยมันก็
ติดหนึ่งในนั้น
แต่เมื่อองค์หญิงโย่วเสี่ยพูดเรื่องนี้ คำพูดที่นางได้เอ่ย
มาเป็นเสมือนดั่งคำสั่งให้ต้วนอี้ไปตาย เป็นเพราะ
ราชวงศ์จะไม่ยอมให้ องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้สหายเต๋า
เคียงคู่กับคนที่นางมิได้รักใคร่ชอบพอ
สหายเต๋าเคียงคู่นั้นจะต้องเห็นอกเห็นใจซึ่งกัน มิฉะนั้น
การเป็นสหายเต๋าก็จะไร้ประโยชน์ต่อกัน
ด้วยเหตุนี้สีหน้าของมันจึงเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงงง
งัน สิ่งที่มันได้ประสบพบเจอในวันนี้ เสมือนดั่งระเบิด
อันทรงพลังได้ร่วงตกลงกลางใจของมัน ความสะเทือน
ใจในครั้งนี้มันมากพอที่จะเปลี่ยนให้คนกลายเป็น
ปีศาจร้าย
มันคิดแผนลอบสังหารเพื่อจะขจัดศัตรูตัวฉกาจออกไป
ให้พ้นทาง กลับกลายเป็นว่าแผนนี้มาแว้งกัดสังหาร
ตนเองซะอย่างนั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ อู่ อวี้ ตั้งใจให้เกิดขึ้น
แต่แรก มิเช่นนั้นมันจะเป็นการแก้แค้นได้อย่างไรกัน
เล่า!
ไม่ว่าผู้ใดที่ได้ยินประโยคนี้ ต่างก็หายใจไม่ทั่วท้องไป
ตาม ๆ กัน พวกมันเข้าใจทุกอย่างลึกซึ้ง หากนี่คือการ
เผชิญหน้าระหว่าง อู่ อวี้ กับ ต้วนอี้ ผู้ที่พ่ายแพ้อย่าง
หมดรูปก็คือต้วนอี้
” องค์หญิง ความจริงยังไม่เปิดเผย ท่านอย่าด่วนตัดสิน
… ” อินหยางไม่คาดคิดว่านางจะมาที่นี่ มันจึงรีบ
คุกเข่าคาราวะนางทันที ซึ่งในชั่วพริบตานี่เองมันก็รู้สึก
หดหู่เป็นอย่างยิ่ง เมื่อองค์หญิงโย่วเสี่ยเข้ามาเกี่ยวข้อง
มันก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อีกต่อไป
โย่วเสี่ยก็กล่าวตอบไปว่า ” ประเสริฐ คิดงั้นรึว่าข้าไม่
ทราบจริง ๆ ว่า กองกำลังของพวกเจ้ามีความขัดแย้ง
กันเองอยู่ ดังนั้นเพื่อต้องการแก้ปัญหาภายใน พวกเจ้า
จึงยินยอมปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไป ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เห็น
คุณค่าของอินอิง คิดว่านางเป็นเพียงแค่เด็กน้อย แต่
การกระทำเช่นนี้ จะทำให้เจ้าถูกลงโทษในอีกไม่ช้า
กล่าวตามตรง สิ่งที่ทุกคนทราบในยามนี้คือความจริง
ถึงแม้เจ้าต้องการปกปิดอดีต เพื่อแก้ไขความขัดแย้ง
ภายใน โดยปรารถนาให้กองกำลังของพวกเจ้ายังคง
รักษาหน้าตาเอาไว้ได้ ข้าก็หาได้สนใจไม่ อู่ อวี้ ไปกัน
เถอะ ตามข้ากลับไปที่ ‘วังจักรพรรดิหมิง’สักสองสาม
วัน เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายในครั้งนี้ ”
นางตอกหน้าของมันกลับไปอย่างตรงไปตรงมา
จากนั้นก็บอกให้ อู่ อวี้ ติดตามนางไป ซึ่งคำกล่าวนี้ก็
ชัดเจนยิ่ง หากนางปรารถนาจะพา อู่ อวี้ ไปที่
พระราชวังจักรพรรดิหมิง ใครบ้างที่จะหาญกล้าไป
จับกุมตัวเขาในนั้น?
ดังนั้นหลังจากนางกล่าวจบ ทุกสรรพสิ่งก็เงียบเชียบลง
ในบันดล แม้แต่อินหยางก็ยังรู้สึกตกตะลึงไม่น้อย มัน
พบว่าตนเองดูถูกความใส่ใจที่องค์หญิงโย่วเสี่ยมีให้แก่
อู่ อวี้ มากเกินไป
สีหน้าของต้วนอี้ แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับคน
ตาย บางทีตั้งแต่เล็กจนโต มันคงไม่เคยสัมผัสกับ
ประสบการณ์อันเลวร้ายเช่นนี้มาก่อน!
“ รับทราบขอรับ องค์หญิง ” อู่ อวี้ เหลือมองไปทาง
ต้วนอี้ จากนั้นก็จะแสยะยิ้มขึ้นอย่างอิ่มเอมใจ ซึ่ง
รอยยิ้มน้อย ๆ ที่เชิดขึ้นบนมุมปากของเขา ถือเป็น
ตัวกระตุ้นและการยั่วยุครั้งใหญ่หลวงสำหรับมัน แต่
มันจะไปทำอะไรได้เพราะยามนี้ อู่ อวี้ กำลังก้าวเข้าสู่
พระราชวังจักรพรรดิหมิง
ต้วนอี้ ไม่สามารถเข้าสู่พระราชวังจักรพรรดิหมิงได้
ภายใต้การจับจ้องจากฝูงชน อู่ อวี้ ติดตามองค์หญิง
โย่วเสี่ยจากไป
” ขออภัยด้วย แต่ข้าต้องทำเช่นนี้จริง ๆ ” นี่คือสิ่งที่ อู่
อวี้ กล่าวกับอินหยางเป็นครั้งสุดท้าย อันที่จริงแล้วเขา
ทราบดีว่า อินหยาง หาได้รังเกียจเขามากมายเท่าใด
นัก แน่นอนว่าถ้าเปลี่ยนเป็นอินติ่งแล้วละก็ ผลลัพธ์
อาจเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็ได้
ฝูงชนเฝ้าดูเขาจากไป
หลังจาก อู่ อวี้ จากไป แน่นอนว่ากระแสของเหล่าฝูง
ชนย่อมเข้าถาโถมใส่ อินติ่ง , อินเสวียน , ต้วนอี้ , กง
เสิ่นจุน เป็นแน่แล้ว …
พวกมันล้มเหลว!
ต้วนอี้เดินคอตกแหวกฝ่าฝูงชนออกไปอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตามันก็หายไป
อินหยางทอดถอนหายใจ จากนั้นก็ทะยานหายไปบน
ท้องเวหา
เรื่องราวรายในครั้งเป็นเสมือนดั่งพายุลูกใหญ่ ที่ลุก
โหมกระหน่ำพัดกระพือออกไปอย่างต่อเนื่อง ผู้คน
จำนวนมากคอยจับตาเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ ฉะนั้นจึงไม่
อาจระงับข่าวคราวที่จะแพร่กระจายออกไปได้
เมื่อข้อมูลทั้งหมดถูกแพร่กระจายออกไปทั่วทั้ง นครห
มิง มันก็เป็นเสมือนดั่งบ่อน้ำโบราณไร้คลื่น ที่บัดนี้
เดือดพล่านปะทุขึ้นไปทั่วทั้งนครหมิง หลังจากที่ อู่ อวี้
กับ องค์หญิงโย่วเสี่ย กลับมายังพระราชวังจักรพรรดิห
มิง ที่พักของ อู่ อวี้ ก็ถูกจัดอยู่ข้าง ๆ ห้องบรรทมของ
องค์หญิงโย่วเสี่ย
” เจ้าสามารถพักผ่อนอยู่ที่นี่ได้เป็นเวลาหนึ่ง หรือ สอง
เดือนไม่มีผู้ใดจะสามารถเข้ามาในพระราชวัง
จักรพรรดิหมิงได้ ไม่มีผู้ใดสามารถมารบกวนเจ้า เมื่อ
ถึงวันนั้นกว่าที่เจ้าจะออกไปข้างนอก พวกเขาก็คงจะ
แก้ปัญหาทั้งหมดกันได้แล้ว ”
อู่ อวี้ ตอบ ” หากข้าออกไปรับโทษทัณฑ์ มันก็ไม่ใช่
หนักหนาอะไร อย่างมากก็จะถูกถอดยศ ฯลฯ อันที่
จริงในวันนี้ข้าก็จะได้รับการลงโทษแล้ว ”
องค์หญิงโย่วเสี่ย มองหน้าเขาแล้วพูดว่า ” รู้หรือไม่
บางครั้งเจ้าก็ดูน่ารักมาก เจ้าเป็นคนที่แบ่งแยกความ
รักและความเกลียดชังไว้อย่างชัดเจน สตรีที่ทำให้เจ้า
เป็นเดือดเป็นแค้นแทนนางได้นี้ ช่างโชคดียิ่งนัก ”
นางทอดถอนหายใจขณะกล่าว
อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึงระคนงงงวย จากนั้นเขาก็รีบกล่าว
ขึ้นว่า ” หาใช่เช่นนั้นไม่ ข้ามิได้เป็นเดือดเป็นแค้นแทน
นาง เราทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกัน อีกอย่างข้าก็
เกือบถูกฆ่าตายในนั้น ความสัมพันธ์ของเราค่อนข้าง
แปลกประหลาด บางครั้งก็รู้สึกว่าน่าอึดอัดใจเอามาก
ๆ เจ้าเองก็น่าจะเข้าใจว่าทั้งหมดนี้ล้วนขึ้นอยู่กับ
โชคชะตา เมื่อไม่นานมานี้เจ้าช่วยเหลือข้าเอาไว้มาก
ข้ายังจดจำทุกอย่างได้ดี เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป วันใดที่
เจ้าไม่อาจสร้างภัยคุกคามให้แก่ข้าได้อีกต่อไป ข้าจะ
ปลดปล่อยเจ้าให้เป็นอิสระ ”
นี่คือคำมั่นสัญญาของ อู่ อวี้
ตอนนี้เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เนื่องจากไม่อาจ
ยกเลิกวงเวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณได้เช่นกัน
องค์หญิงโย่วเสี่ย ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า ” ไม่สำคัญ
หรอก อันที่จริงมันก็ไม่ได้แตกต่างอันใด ด้วยเพราะผู้ที่
ควบคุมข้า หาใช่ชายธรรมดาสามัญทั่วไป ข้าเต็มใจที่
จะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้แก่เขา ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ อู่ อวี้ สัมผัสถึงความรู้สึกบางอย่างที่
แผ่ออกมา
เป็นไปได้ว่านางอาจจะชอบพอในตัวเขา
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ