กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 725: วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ
ในยุคที่ หมิงซวง อยู่ในจุดสูงสุด นางย่อมรู้จักสมบัติ
ทุกชิ้น ซึ่งมากกว่า อู่ อวี้ อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่าในในยามที่นางไต่มาจนถึงจุดสูงสุด นางก็ได้
ผ่านกาลเวลามาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว
จึงนับได้ว่านางก็เป็นเหมือนกับคนที่มาจากสมัย
โบราณ
“เจ้านึกอะไรออก?” บัดนี้ อู่ อวี้ รู้สึกสงสัยอย่างยิ่ง
หมิงซวง มีท่าทีตื่นเต้น นางร้องดีใจจนเสียงหลงเป็น
เวลานาน จากนั้นจึงกล่าวว่า “พรรคเต๋าวิถีอสูร พรรค
นี้ไม่ได้มีความแข็งแกร่งมากนัก แต่เนื่องจากว่ามันมี
ความพิเศษยิ่ง มันไม่ได้อยู่ในยุคของพวกเรา คาดว่า
มันน่าจะอยู่ก่อนหมื่นปีจากยุคของข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่า
มันมีความพิเศษอันใด?”
“อย่ามัวชักช้า แน่นอนว่าข้าย่อมไม่รู้” อู่ อวี้ เอ่ยตอบ
ทุกครั้งที่เป็นเช่นนี้ หมิงซวง จะรู้สึกว่าอยู่เหนือ อู่ อวี้
ราวกับเป็นเจ้านาย นางยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วกล่าวว่า
“ความพิเศษของมันก็คือว่ามันเป็นพรรคที่จัดตั้งโดย
ปีศาจตนหนึ่ง อย่างที่เรารู้จักกันดี ปีศาจส่วนใหญ่
มักจะอาศัยแก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ที่ส่งผ่านทาง
สายเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคล็ดแก่นแท้พลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่ง มันทรงพลังยิ่งกว่าเคล็ดอิทธิฤทธิ์
ของผู้ฝึกตนอยู่ไม่น้อย คงรู้อยู่แล้วว่าเคล็ดอิทธิฤทธิ์
ของผู้ฝึกตนทั้งหลายก็มีต้นกำเนิดมาจากปีศาจทั้งนั้น”
“ความจริงเคล็ดอิทธิฤทธิ์ของผู้ฝึกตนก็นับว่าไม่เลว
แน่นอนในทางกลับกัน ปีศาจก็สามารถเรียนรู้เคล็ด
วิชาเต๋าของผู้ฝึกตนได้ ด้วยพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม
ความสามารถในการทำความเข้าใจที่สูงส่ง พวกมันจึง
สร้างสรรค์เป็นเคล็ดวิชาเต๋าขึ้นมา เมื่ออยู่ในยุคของข้า
นั้น เคยได้ยินมาว่ามีปีศาจตนหนึ่งได้ก่อตั้งพรรคขึ้นมา
ซึ่งพวกมันส่วนใหญ่แล้วเป็นปีศาจที่มีเคล็ดแก่นแท้
พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่แข็งแกร่ง จึงรวมตัวกันขึ้นเพื่อ
ทำการศึกษาเคล็ดวิชาเต๋า และประสบความสำเร็จได้
เหนือความคาดหมาย พวกมันสรรค์สร้างเป็นเคล็ด
วิชาเต๋าของปีศาจที่ไม่ซ้ำใครและทรงพลังอำนาจอย่าง
ยิ่งยวดขึ้นมา แม้ว่าจะเป็นปีศาจ แต่ในด้านการสร้าง
เคล็ดวิชาเต๋าก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ฝึกตน ยิ่งไปกว่านั้น
ด้วยร่างกายอันแข็งแกร่งของพวกมันจึงทำให้สร้าง
เคล็ดวิชาเต๋าที่อยู่เหนือกว่าผู้ฝึกตนอยู่หลายขุม”
นับว่าแปลกล้ำลึกพิศดาลอย่างยิ่ง
หรือว่ายอดเขาที่ถูกสายอัสนีล้อมรอบซึ่งมีความ
คล้ายคลึงกับนิกายเซียนซูซัน จะเป็นพรรคนิกายที่มี
ชื่อเรียกว่า ‘พรรคเต๋าวิถีอสูร’
หมิงซวงกล่าวต่อ “ความพิเศษอีกอย่าง ในตอนที่
พรรคเต๋าวิถีอสูรเจริญรุ่งเรืองสูงสุด พวกมันยังได้
รวบรวมกระทั่งปีศาจสมุทรจำนวนมาก จนอำนาจ
พวกมันไต่เต้าขึ้นสู่จุดสูงส่งบนดินแดนโบราณเหยียน
หวง พวกมันครอบครองกองกำลังที่เทียบเท่ากับ
จักรวรรดิเป่ยหมิงในตอนนี้ แต่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้าง
ผู้คน นิกายหรือว่าสมบัติทั้งหมด กลับสูญหายไปอย่าง
ไร้ร่องรอยภายในชั่วข้ามคืน…….”
แปลกเกินไปแล้ว…
จะเป็นไปได้อย่างไรที่ทุกอย่างจะหายไปในค่ำคืน
เดียว?
หากว่าทั่วทั้งนครหมิงนี้หายไปอย่างฉับพลัน ย่อมถือ
ว่าเป็นเรื่องน่าแปลกเกินจะหยั่งถึงแล้ว!
แน่นอนว่า อู่ อวี้ คิดว่าข่าวลือนี้ไม่น่าจะผิดพลาด
ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่ได้พบมันบนเส้นทางเซียนบรรพ
กาล
“หรือว่าภายในชั่วข้ามคืนทุกสิ่งทุกอย่างในพรรคเต๋า
วิถีอสูร จะถูกโยกย้ายไปที่เส้นทางเซียนบรรพกาล?”
อู่ อวี้ ถาม
“ข้าก็คิดว่ามันจะเป็นเช่นนี้เหมือนกัน เพราะว่า
เส้นทางเซียนบรรพกาลเป็นสถานที่ที่แปลกประหลาด
มากเกินไป แต่สาเหตุที่ว่าทำไมเรื่องนี้จึงเกิดขึ้น ข้าก็
ไม่อาจคาดเดาได้ ใต้ฟ้าสวรรค์แห่งนี้มีความลับซุก
ซ่อนอยู่มากนัก”
“ทั่วทั้งพรรคถูกโยกย้ายไป แล้วผู้คนล่ะ? ดูเหมือนว่า
จะไม่ได้ปรากฏอยู่บนเส้นทางเซียนบรรพกาลด้วย!” อู่
อวี้จำได้ว่าพรรคที่อยู่บนยอดเขาอัสนี ยังมีสิ่งของ
จำนวนมากที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ แต่ดูเหมือนคนที่
อยู่ข้างในจะหายตัวไปอย่างฉับพลัน
หากคนเหล่านั้นได้มาเยือนยังเส้นทางเซียนบรรพกาล
พรรคที่เคยเห็นก็อาจจะไม่ได้มีสถาพอย่างที่ อู่ อวี้
เห็น
มีความเป็นไปได้ว่าตัวพรรคเต๋าวิถีอสูรได้มาถึง
เส้นทางเซียนบรรพกาลแล้ว แต่ตัวผู้คนภายในพรรค
กลับถูกส่งไปยังสถานที่อื่น เช่นนั้นแล้ว คนเหล่านั้นไป
อยู่ที่ไหนกัน?
เรื่องนี้มันก็ผ่านไปมากกว่าสองแสนปีแล้ว แน่นอนว่า
อู่ อวี้ ย่อมไม่รู้
อย่างไรก็ตามถึงรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ เรื่องนี้เป็นเรื่อง
ลึกลับ อีกทั้งผู้คนก็ลืมเลือนไปตามกาลเวลา และ
แม้ว่าจะรู้ความจริงในตอนนี้มันก็ไม่สามารถเอาไปใช้
ประโยชน์อันใดได้
เขาเพียงแค่อยากรู้ว่าสิ่งใดกันที่สามารถทำให้พรรคทั้ง
พรรคสูญหายไปภายในระยะเวลาแค่คืนเดียว?
อู่ อวี้ ก้มลงไปมองแผ่นป้ายจารึก ราวกับว่าแผ่นป้าย
จารึกแผ่นนี้ได้กลับมามีชีวิต ความจริงมันน่าจะเป็น
ศาตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นหนึ่ง ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นถึง
‘ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ’ เลยก็เป็นได้
“สิ่งนี้เอาไว้ใช้ทำอะไรกันแน่?“ อู่ อวี้ เอ่ยถาม
หมิงซวง กล่าวว่า “หากข้าเดาไม่ผิด สมบัติชิ้นนี้น่าจะ
เรียกว่า ‘ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชนิดพิเศษ’ สิ่งที่ทำให้มัน
แตกต่างจากศาสตราเต๋าวิถีแท้ธรรมดาก็คือ เจ้า
ศาสตราเต๋าชิ้นนี้มีความสามารถพิเศษบางอย่าง มัน
ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อโจมตี ป้องกัน คุมขัง ในความ
เป็นจริงมีถุงจักรวาลบางชิ้นได้ถูกสร้างขึ้นจน
กลายเป็นถึงศาสตราเต๋าวิถีแท้ ซึ่งพวกมันเหล้านั้นก็
นับเป็น ‘ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชนิดพิเศษ’ เช่นกัน
เพียงแต่ว่าไม่มีถ้อยคำที่จะอธิบายเกี่ยวกับศาสตราเต๋า
วิถีแท้ชนิดพิเศษมากนัก ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชนิดพิเศษ
ไม่ได้พบเห็นกันบ่อยๆนัก และสิ่งที่อยู่ในมือเจ้าอาจจะ
มีระดับที่สูงส่งอย่างยิ่งทีเดียว สำหรับวิธีการใช้งานมัน
นั้น…….”
และบัดนี้ อู่ อวี้ ก็ได้ยินเสียงเอ่ยขึ้นอีกครา
มันได้ถามเขาว่า ต้องการที่จะเข้าไปท้าทาย วิหาร
บัญญัติเต๋าปีศาจ หรือไม่
จากชื่อของแผ่นป้ายจารึกนี้ หรือว่ามันจะเป็นของ ‘
วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ ’ ?
นอกจากนี้มันยังคิดว่า อู่ อวี้ เป็นสาวกของ ‘พรรคเต๋า
วิถีอสูร’
หมิงซวง ตบหัวตัวเองแล้วกล่าวว่า “ใช่แล้ว ศาสตรา
เต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชนิดพิเศษ ไม่จำเป็นต้อง
กำราบเพื่อเป็นเจ้าของ ผู้ที่สร้างสรรค์มันขึ้นมา
สามารถตั้งข้อกำหนดขึ้นมาได้ ทำให้ไม่ว่าผู้ใดก็
สามารถจะใช้งานมันได้ อย่างไรก็ตามบทบาทสมบัติ
ชิ้นนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เอาไว้ใช้ควบคุม แต่เป็นสมบัติที่เอาไว้
ใช้ ‘ท้าทาย’สถานที่บางแห่ง เรียกได้ว่าอาจจะเป็น
สถานที่ที่มีความคล้ายคลึงกับเจดีย์ล่องกำเนิด
เพียงแต่ว่าเจดีย์ล่องกำเนิดนั้นลึกลับยิ่งกว่า”
มันมีไว้เข้าไปยังพื้นที่สำหรับท้าทาย
อู่ อวี้ เริ่มจะเข้าใจบางส่วนแล้ว
“เป็นไปได้ว่าศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ มันอาจจะเป็น
สถานที่เอาไว้ใช้ฝึกฝน เหล่าสาวกของพรรคสามารถ
เข้าไปทำการท้าทาย ‘วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ’ นี้เพื่อ
เก็บเกี่ยวบางสิ่งบางอย่างจากภายในนั้น…… ”
“มันน่าจะเป็นเช่นนี้แหละ”
“งั้นข้าจะลองท้าทายดูสักหน่อย ดีกว่าไม่รู้สิ่งใดเลย?”
“คงไม่ใช่ตลกปาหี่กระมั้ง?”
เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ ในหัวของ อู่ อวี้ เริ่มผุดความคิด
ต่างๆนานาออกมามากมาย
“ข้าต้องการท้าทาย” เขาตอบสนองต่อคำกล่าวของ
‘วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ’
ในยามที่สิ้นเสียง แผ่นป้ายจารึกของวิหารบัญญัติเต๋า
ปีศาจนี้ ก็ได้ลอยออกจากฝ่ามือของ อู่ อวี้ ปักลงไปอยู่
บนพื้นดิน คำว่า บัญญัติเต๋า ได้เปลี่ยนจากแนวนอน
ไปอยู่ในแนวตั้ง ส่วนคำว่า ‘สรรพสิ่ง’ ได้แปรเปลี่ยน
กลายเป็นคำว่าวิหารปีศาจ
หลังจากนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง คำทั้ง 4 นี้
ได้เปล่งลำแสงสีขาวออกมา แผ่นป้ายจารึกที่ตั้งอยู่บน
พื้นได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นประตูเล็กๆส่องแสงสว่าง
จ้าออกมา
แน่นอนว่าประตูบานนี้ย่อมเชื่อมต่อเข้าไปยัง ‘วิหาร
บัญญัติเต๋าปีศาจ’
อู่ อวี้ รู้สึกตื่นเต้น เขายันกายยืนขึ้น โดยไม่พูดพร่ำทำ
เพลงใดๆ เขาโน้มตัวเข้าไปภายในประตูแสงนี้ในทันที
หลังจากที่เขาเข้าไปแล้ว ลำแสงของประตูก็มืดสลัวลง
ไป เปลี่ยนกลับไปอยู่ในรูปแบบแผ่นป้ายจารึกดังเดิม
จากนั้นก็ตกไปอยู่บนพื้นภายในเจดีย์ล่องกำเนิด…
ภายในแผ่นป้ายจารึกแผ่นนี้เป็นเช่นเดียวกับเจดีย์ล่อง
กำเนิด มันเป็นพื้นที่ว่างเปล่า แน่นอนว่าพื้นที่ว่าง
เปล่าเช่นนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากวงเวทหลากหลาย
ประเภท
ยามนี้ราวกับว่า อู่ อวี้ ได้หลุดเข้ามาอยู่ในโลกอีกใบ
หนึ่ง
โลกใบนี้ถูกล้อมรอบเอาไว้ด้วยเมฆาสีขาวจำนวนนับไม่
ถ้วน แม้แต่เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ก็ไม่อาจมองเห็นได้
ไกลนัก
ท่ามกลางความเลือนลางนี้จะสามารถได้ยินสุ้มเสียง
ของเหล่าบรรดาอสูรกายทั้งหลาย หรือบางทีมัน
อาจจะเป็นเสียงของปีศาจ
บ้างก็กรีดร้อง บ้างก็หมอบคลาน บ้างก็จำศีล บางครั้ง
ยังได้ยินเสียงกรีดร้องแหลมเล็กดังออกมา
ที่แห่งนี้คือ ‘วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ’
“เจ้าจะต้องทำการเลือกท้าทาย ‘บรรพชน’ เพื่อช่วง
ชิงเคล็ดวิชาเต๋าที่เจ้าต้องการจะฝึกฝน!”
หลังจากเข้ามาแล้ว เสียงของ ‘วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ’
ก็ดังก้องขึ้นภายในหูของ อู่ อวี้
“บรรพชน?“
อู่ อวี้ มุ่งไปข้างหน้าด้วยความสงสัย
เขาบินฝ่าทะลวงหมู่เมฆา
หลังจากที่เดินทางไปไม่นาน อู่ อวี้ ก็ต้องรู้สึก
ประหลาดใจเมื่อเห็นว่าท่ามกลางมวลหมู่เมฆานี้ กลับ
ปรากฏเวทีขึ้น เวทีนี้มีความคล้ายคลึงกับเวทีเซียน
เหลียว เป็นเวทีทรงกลม ส่องประกายแพรวพราว
สามารถมองเห็นกำแพงค่ายกลทรงครึ่งวงกลมที่ปก
คลุมเวทีนี้ได้อย่างเลือนลาง มันน่าจะเป็นเช่นเดียวกับ
เวทีเซียนเหลียว เมื่อเข้าไปแล้วจะไม่สามารถออกมาได้
กลุ่มเมฆาได้ลอยตัวปกคลุมเวทีลึกลับนี้เอาไว้ ทำให้
พื้นที่ภายในตัดขาดจากโลกภายนอก
อู่ อวี้ หรี่ตามอง ก็เห็นได้ว่าตำแหน่งตรงกลาง เป็น
ชิ้นส่วนบางอย่างที่มีสีขาวราวกับหยก มันเหมือนกับ
เป็นผลึกน้ำแข็ง ฝังประดับอยู่ใจกลางเวที สามารถ
มองเห็นได้ว่าภายในผลึกน้ำแข็งมีม้วนตำราอยู่ 1
ม้วน!
รูปลักษณ์ของตำราม้วนนี้ คล้ายคลึงกับม้วนตำราที่ อู่
อวี้ เคยเห็นยามที่อยู่บนยอดเขาอัสนีไม่มีผิดเพี้ยน
“รางวัลของการท้าทายน่าจะเป็นม้วนตำราเคล็ดวิชา
เต๋า”
ในตอนที่ อู่ อวี้ อยู่ภายใน ‘ถ้ำเต๋าสมุทรทมิฬ’ เขา
รู้สึกว่าเคล็ดวิชาเต๋าเป็นเรื่องที่น่าปวดหัว แต่ไม่
คาดคิดว่าแผ่นจากรึกที่เขานำมาโดยไม่ได้ตั้งใจจะ
สามารถแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของเขาในเวลานี้ได้
คำถามคือคู่ต่อสู้ที่เขาจะต้องท้าทาย อยู่ที่ไหนกัน?
อู่ อวี้ ค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้กับเวที แต่เขาก็ยังไม่ได้ใจ
ร้อนกระโดดขึ้นไปบนนั้นทันที เนื่องจากเขาคาดเดาว่า
ภายในกลุ่มเมฆาเหล่านี้อาจจะมีเวทีที่เขาสามารถท้า
ทายได้เช่นนี้อยู่อีกไม่น้อย
เมี่อเขาขึ้นมาปรากฏตัวอยู่เหนือเวที ทันใดนั้นพื้นที่
ภายในก็เกิดการเปลี่ยนแปลง บนเวทีปรากฏวงเวท
จำนวนมากมายขึ้นมาอย่างฉับพลัน ตรงแก่นกลางของ
วงเวทส่วนใหญ่แล้วเป็นสัญลักษณ์เวทโบราณ
ตรงตำแหน่งจุดศูนย์กลางก็เหมือนกับเกิดระลอกคลื่น
ยามนี้ก็อสูรค่อยปรากฏตัวขึ้นมาจากพื้นเวที เมื่อ
เพ่งมองดูจะเห็นได้ว่ามันมีความยาวถึง 3 จั้ง ทั่วทั้ง
ร่างเป็นสีขาวราวหิมะ มันคือพยัคฆ์ขาวบริสุทธิ์ไร้ซึ่ง
รอยด่างพร้อย ฟันของพยัคฆ์ตนนี้ราวกับเป็นกระบี่อัน
แหลมคม ดวงเนตรทั้ง 2 ข้างเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ตั้งแต่
ที่มันปรากฏตัวออกมาก็จับจ้องไปที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตา
ที่ไม่แยแสต่อการคงอยู่ของเขา
“นี่คืออะไรกัน?” อู่ อวี้ รู้สึกได้ว่ากลิ่นอายปีศาจที่อยู่
บนร่างของอีกฝ่ายให้ความรู้สึกเดียวกับขอบเขตก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ ทว่านี่กลับไม่ใช่ปีศาจที่แท้จริง! มัน
คล้ายกับเป็นหุ่นเชิด!
อย่างไรก็ตามหุ่นเชิดตัวนี้ ถูกประกอบขึ้นจากสมบัติล้ำ
ค่าแทบทุกส่วน
พยัคฆ์ขาวที่อยู่เบื้องหน้าให้ความรู้สึกเหมือนว่ามีเลือด
เนื้อ เพียงแต่ว่าความรู้สึกของขอบเขตก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะนั้นยังไม่สมบูรณ์ และมันก็ไม่ใช่ปีศาจที่
แท้จริง
“นี่น่าจะเป็นวิธีการใช้วงเวทในสมัยโบราณ มันใช้
ซากศพของคนตาย นอกจากนี้ยังเป็นขอบเขตก่อร่าง
กำเนิดเทวะที่ไม่สมบูรณ์ มีการสลักวงเวทเอาไว้บนร่าง
เช่นเดียวกับ ‘หุ่นเชิดซากศพ’ อย่างไรก็ตามนี่เป็น
ความยินยอมของผู้ตาย โดยปกติหลังจากที่ตายไปแล้ว
หากต้องการที่จะสร้างประโยชน์ให้กับพรรค ก็จัก
เลือกทำเช่นนี้ ถึงแม้ว่าจะตายไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยินดี
ที่จะชี้แนวทางให้คนรุ่นหลัง ยามนี้วิธีเช่นนี้ได้สูญ
หายไปแล้ว ” หมิงซวง เอ่ยด้วยความแปลกใจ
ดังนั้นปีศาจพยัคฆ์ขาวตัวนี้ ก็น่าจะเป็น ‘บรรพชน’ ที่
แผ่นป้ายจารึกเพิ่งจะกล่าวถึง
แม้ว่า ‘บรรพชน’ จะตายไปแล้ว แต่ก็ยังใช่วิธีการนี้ใน
การเก็บรักษาเอาไว้ซึ่งซากศพ กลายเป็นส่วนหนึ่งของ
‘วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ’ คอยชี้นำคนรุ่นหลัง
ภายในโลกแห่งการฝึกตน คนเหล่านี้นับเป็น ผู้ที่มีจิต
วิญญาณอันยิ่งใหญ่ ควรค่าแก่การนับถือ
นี่คือความแตกต่างอันยิ่งใหญ่กับการเป็นหุ่นเชิด
ซากศพ
หุ่นเชิดซากศพคือความอัปยศอดสูสำหรับคนตาย
หลังจากที่ปีศาจพยัคฆ์ขาวปรากฏออกมา ค่ายกลบน
เวทีหยกขาวก็เปลี่ยนไป ปรากฏเป็นตัวอักษรยาวขึ้น
มาถึง 2 ย่อหน้า
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ