กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 727: เขตแดนโลหิตกําสรวลผสาน
ภายใต้การเผาไหม้ของเขตแดนเนตรทองคำ ผสานกับ
การโจมตีสังหารของร่างอวตารทั้งพัน แต่วานรปีศาจ
โลหิตกลับยังคงเลือกที่จะใช้เคล็ดเขตแดนโลหิต
กำสรวล มันกรีดร้องคำรามออกอย่างบ้าคลั่ง หมาย
เผด็จศึก อู่ อวี้ ให้ได้ก่อน
นี่ทำให้ อู่ อวี้ เริ่มมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่า บรรพชน
ที่อยู่ภายในที่แห่งนี้น่าจะสำแดงออกแต่เคล็ดวิชาเต๋า
ที่ตัวพวกมันสร้างขึ้นมาเท่านั้น
เช่นวานรปีศาจโลหิตตัวนี้ก็ใช้ออกแต่ ‘เคล็ดเขตแดน
โลหิตกำสรวล’ ในการต่อสู้เพียงแค่เคล็ดวิชาเดียว
ถือได้ว่าพวกเขาได้มอบโอกาสให้ ‘ผู้ท้าทาย’ ได้เห็นถึง
ความร้ายกาจของเคล็ดวิชาเต๋าของบรรพชนอย่าง
แท้จริง
หากคิดที่จะศึกษาเคล็ดวิชาเต๋า ก่อนอื่นก็จะต้อง
ประสบกับพลังอำนาจของเคล็ดวิชาเต๋านั้นๆด้วย
ตนเองเสียก่อน เมื่อถึงคราวต้องทำการฝึกฝน ก็จะ
ช่วยย่นระยะเวลาได้ เนื่องจากว่าเคยถูกโจมตีจึงเข้าใจ
ถึงพลานุภาพของเคล็ดวิชาเต๋านั้นได้อย่างถ่องแท้
ในตอนนี้เขตแดนเนตรทองคำของอู่ อวี้ นับว่าสูสีกับ
เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลของอีกฝ่ายไม่น้อย
หูของเขาราวกับว่ากำลังถูกฉีกกระชาก วิญญาณของ
เขารู้สึกเจ็บปวดทรมาน มันเป็นเรื่องยากที่จะทนได้
ไหว
สำหรับพลังอำนาจของเคล็ดวิชาเต๋า มันอาจจะ
เกี่ยวพันถึงความแข็งแกร่งของวานรปีศาจโลหิตใน
ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ สุดท้ายยิ่งเป็นเคล็ดวิชาชั้นสูงมาก
เท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับยากมากขึ้นเท่านั้น
เพราะเพียงแค่ขอบเขตช่วงชั้นที่อ่อนแอที่สุดภายใน
‘วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ’ อู่ อวี้ ก็รับมือได้อย่าง
ยากลำบากแล้ว
วานรปีศาจโลหิต ซึ่งถูก อู่ อวี้ ขัดขวางด้วยร่างอวตาร
จำนวนมาก จึงทำให้อีกฝ่ายไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับ
เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นมัน
ยังต้องแบกรับการเผาไหม้จากเขตแดนเนตรทองคำอีก
แต่ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ที่ตกอยู่ภายใต้เคล็ดเขตแดนโลหิต
กำสรวล ก็ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ทรมานเกินรับ
ไหว เขารู้สึกว่าตนเองแทบจะทนรับไม่ได้อยู่
ตลอดเวลา
เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กันและกัน ภายใต้
การโจมตีของร่างอวตารทั้งหลายของ อู่ อวี้ หลังจาก
ผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง วานรปีศาจโลหิตก็ไม่
สามารถต้านทานได้อีกต่อไป เคล็ดเขตแดนโลหิต
กำสรวลถูกขัดขวางอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นการเผาไหม้
ของเขตแดนเนตรทองคำก็ดูเหมือนจะแผดเผาอีกฝ่าย
จนแทบจะกลายเป็นเถ้าถ่าน
“ยินดีด้วย เจ้าทำการท้าทายสำเร็จ เจ้าจะได้รับ
‘เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวล’” เมื่อได้ยินเสียงนี้ อู่ อวี้
ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ยามนี้เคล็ดเขตแดน
โลหิตกำสรวลของอีกฝ่ายได้สลายไปแล้ว แม้ว่าจะผ่าน
ไปเป็นเวลานานแล้ว แต่จิตวิญญาณของ อู่ อวี้ ก็ยัง
รู้สึกเจ็บปวดอยู่
ต้องใช้เวลาถึงครึ่งวันจึงจะฟื้นคืนสู่สภาพเดิมได้
นี่คือเคล็ดวิชาเต๋าที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อสองแสนปีก่อน ซึ่ง
ตอนนี้มันถือว่าได้สูญหายไปแล้ว
เขาเก็บ ‘เขตแดนเนตรทองคำ’ กับ ร่างอวตารคืน
กลับคืน ‘เวทีท้าทาย’กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง จะ
สามารถเห็นได้ว่าวานรปีศาจโลหิตยืนอยู่นิ่งๆที่เดิม
อย่างไรก็ตามในเวลานี้วานรน้อยกลับดูเป็นมิตร
กว่าเดิมอย่างมาก ตัวมันกำลังทำท่าทางสนุกสนาน
บางครั้งก็เหลือบมองไปทาง อู่ อวี้ ยักคิ้วหลิ่วตาให้กับ
เขา และจับจ้องไปด้วยความสนใจ
และที่ตำแหน่งใจกลางของ ‘เวทีท้าทาย’ ซึ่งเป็นที่ตั้ง
ของผลึกโปร่งแสงที่ได้เก็บม้วนตำราวิชาเอาไว้ ยามนี้
ผลึกโปร่งแสงได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นของเหลวอย่าง
ฉับพลัน ตัวอักษรม้วนตำราวิชาเต๋าพลันปรากฎขึ้นบน
ผิวน้ำ
สามารถมองเห็นตัวอักษรบนม้วนตำราสีโลหิตที่เขียน
เอาไว้อย่างเลือนรางว่า ‘เคล็ดวิชาเขตแดนโลหิต
กำสรวล’
เขารีบก้าวไปข้างหน้า และหยิบม้วนตำราออกมา
“หลังจากที่ฝึกสำเร็จ ให้นำม้วนตำรากับไปวางไว้ใน
ตำแหน่งเดิม” เสียงที่มาจาก ‘วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ’
เอ่ยเตือน อู่ อวี้
เสียงเหล่านี้ถูกเก็บซ่อนเอาไว้อยู่ภายในวงเวท
ยามนี้ ‘เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวล’ อยู่ในมือของเขา
เป็นที่เรียบร้อย และเมื่อได้สืบทอดเคล็ดเขตแดนโลหิต
กำสรวลที่ทรงพลังอำนาจเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็แทบจะอดรน
ทนรอไม่ไหวที่จะฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ให้สำเร็จ
เขาคิดว่าหากสามารถนำ ‘เคล็ดเขตแดนโลหิต
กำสรวล’ ออกไปภายนอก และฝึกฝนอยู่ภายในเจดีย์
ล่องกำเนิด แต่ทว่าเพราะเขารู้สึกไม่แน่ใจว่าการที่เข้า
มาภายในนี้ผ่านเจดีย์ล่องกำเนิดแล้วความเร็วของเวลา
จะเท่ากับภายในเจดีย์ล่องกำเนิดหรือไม่
เพราะว่าเวลาภายในเจดีย์ล่องกำเนิดเร็วกว่าโลก
ภายนอกถึงสองเท่าตัว
ในขณะที่เขาลองเพื่อจะออกไป กลับถูกกำแพงของ
‘เวทีท้าทาย’ แห่งนี้ขัดขวางเขาเอาไว้
กล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า วิหารบัญญัติเต๋าอสูร ไม่
ต้องการให้เขานำเคล็ดวิชาเต๋าออกไปสู่โลกภายนอก
ตามความจริงแล้ว เขาสามารถลองใช้ ‘เมฆาตลบฟ้า’
ดูก็ไม่แน่ว่าอาจจะออกไปได้
แต่ถึงอย่างนั้น หมิงซวง ก็กล่าวออกมาว่า “ตามกฏ
ของศาสตราเต๋าวิถีแท้ประเภทนี้ย่อมไม่ยินยอม
เนื่องจากว่าเคล็ดวิชาเต๋าอันล้ำค่าเหล่านี้ มีความ
เป็นไปได้สูงที่มันจะหลงเหลืออยู่เพียงแค่ม้วนเดียว
เท่านั้น ดังนั้นหลังจากที่สาวกแห่งพรรคเต๋าวิถีอสูรทำ
การท้าทายสำเร็จ ก็จะต้องทำการฝึกฝนภายในนี้จน
สำเร็จและส่งมอบเคล็ดวิชาเต๋ากลับคืนตำแหน่งเดิม
แน่นอนว่าการที่ออกไปกลางคันก็เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่
ไม่อาจนำม้วนตำราออกไปพร้อมกับเจ้าได้ ยิ่งไปกว่า
นั้นการฝึกฝนอยู่ที่แห่งนี้ยังมีข้อดีอยู่อีกอย่างหนึ่ง
เพราะมันจะไวกว่าเนื่องจากมีคนคอยช่วย”
“อะไรนะ?”
หมิงซวงชี้ไปที่วานรปีศาจโลหิต จากนั้นกล่าวออกมา
ว่า “มันคอยรั้งอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ เห็นได้ชัดว่าก็
เพื่อที่จะคอยชี้แนะให้เจ้าฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ให้สำเร็จ
ถึงแม้ว่าจะไม่อาจสื่อสารกันผ่านทางวาจา แต่เมื่อมี
มันอยู่ภายในที่แห่งนี้แล้ว เจ้าก็มั่นใจได้เลยว่าเจ้าจะ
สามารถฝึกฝนได้สำเร็จอย่างแน่นอน”
ที่ หมิงซวง กล่าวมาก็มีเหตุผล
ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจที่จะศึกษาเคล็ดเขตแดนโลหิต
กำสรวลภายในที่แห่งนี้จนกว่าจะเชี่ยวชาญ
“จิ๊ๆ!” เมื่อเห็น อู่ อวี้ เปิดม้วนตำราวิชาเต๋าออกมา
วานรปีศาจโลหิตก็ได้กระโดดขึ้นไปอยู่ด้านบนของ
ม้วนตำรา เอียงหัวจ้องมอง อู่ อวี้ แล้วก็เดินไปเดินมา
อยู่บนม้วนตำรา
ตอนนี้ อู่ อวี้ เริ่มทำการศึกษาความลี้ลับของเคล็ดวิชา
ยามที่เขามองดูเนื้อหาในตำรา วานรปีศาจโลหิตก็อยู่
กับเขาตลอดเวลา บางครั้งก็สำแดงเคล็ดเขตแดนโลหิต
กำสรวลออกมา เพียงแต่ไม่ได้ปลดปล่อยพลังโจมตี
ออกมาด้วย แม้กระทั่งยังคอยโคจรบัญญัติคาถาของ
เคล็ดวิชาเต๋านี้ออกมาให้ อู่ อวี้ ได้เห็นทีละขั้นตอนอีก
ด้วย
เคล็ดวิชาเต๋าที่ถูกสร้างขึ้นโดยปีศาจ ด้วย
ประสบการณ์และยังมีชี้แนะโดยผู้ที่สร้างมันขึ้นมา
ผนวกกับความสามารถในการรู้แจ้งของ อู่ อวี้ เขาก็
พบว่าการฝึกเคล็ดวิชาเต๋านี้มันง่ายดายกว่าที่เขาคิด
เอาไว้เยอะมาก
วานรปีศาจโลหิต เป็นถึง ‘บรรพชน’ แต่มันกลับน่ารัก
เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้าที่แสดงออกถึง
ความไม่ได้รับความเป็นธรรมของมัน ทำให้รู้สึกราวกับ
ว่ามันพร้อมที่จะร้องไห้ออกมาตลอดเวลา……..
หมิงซวง แทบจะอดไปเล่นกับอีกฝ่ายไม่ไหว
“เจ้านี่มันมีอายุมากกว่าข้าเสียอีก แต่กลับมาทำตัว
น่ารักอยู่ภายในที่แห่งนี้ได้เช่นไร!” หมิงซวง กล่าว
ออกมาด้วยความรู้สึกไม่พอใจ
“เจ้าก็ไม่ต่างกันมิใช่หรือ เจ้าอายุอานามเท่าไหร่แล้ว
ไยจึงทำตัวเป็นเด็กสาวตัวเล็กเช่นนี้เล่า” อู่ อวี้ กล่าว
ออกมาพร้อมกับหัวเราะ
คำกล่าวนี้ทำให้ หมิงซวง รู้สึกหงุดหงิดและก่นด่า
ออกมาว่า “ไอ้หยา เจ้าหลานชาย หากไม่มีข้า ไม่รู้ว่า
เจ้าจะเป็นตายร้ายดียังไงแล้ว? เจ้าจะรู้ว่าสมบัติชิ้นนี้
คือสิ่งใดเช่นนั้นรึ? หากเจ้ายังกล้าหัวเราะเยาะข้าอีก
เชื่อหรือไม่ว่าในอนาคตท่านย่าจะตัดหัวเจ้ามาทำเป็น
โถอุจาระ”
“ข้าไม่เชื่อ”
“โอ้ว เดี๋ยวนี้เจ้าปีกกล้าขาแข็งแล้ว เจ้าเห็นหรือไม่ว่า
ตัวข้านั้นยังไม่ถ่ายออกมาเลย”
…………..
เมื่อเวลาผันผ่านไป
อู่ อวี้ ได้ลองออกไปภายนอก และรู้สึกตกตะลึงยิ่ง ดู
เหมือนว่าหากอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด แล้วใช้งาน
วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจขึ้น เวลาภายในวิหารบัญญัติ
เต๋าปีศาจก็ยังเป็นดั่งเหมือนอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด
กล่าวได้ว่าเวลาภายในวิหารบัญญติเต๋าปีศาจก็ถูก
เจดีย์ล่องกำเนิดควบคุม
นี่แสดงให้เห็นว่าระดับของเจดีย์ล่องกำเนิดอยู่สูงกว่า
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งดี หาก อู่ อวี้ รั้งอยู่ภายในวิหาร
บัญญัติเต๋าปีศาจ ย่อมทำให้เขาสามารถมุ่งเน้นไปที่
การฝึก ‘เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวล’ได้
วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจเป็นสวรรค์สำหรับการฝึกฝน
เคล็ดวิชาเต๋า และยิ่งไปกว่านั้น อู่ อวี้ ก็ได้ฝึกฝนกับผู้
ที่สร้างเคล็ดวิชาเต๋าต่างโดยตรง
ไม่มีผู้ใดคุ้นเคยกับเคล็ดวิชาเต๋าไปยิ่งกว่าคนที่สรรค์
สร้างมันขึ้นมาได้อีกแล้ว
ไม่รู้ว่าในยุคของพรรคเต๋าวิถีอสูร วานรปีศาจโลหิต ได้
ชี้แนะคนรุ่นหลังให้สำเร็จเคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวล
ไปแล้วกี่คน
ดังนั้นเมื่อ อู่ อวี้ พบเจอกับปัญหาในด้านไหน เขาก็
สามารถรับรู้ได้ทันท่วงทีว่าตนผิดพลาดประการใดไป
เป็นการชี้แนะที่ตรงจุดอย่างถ่องแท้
ไม่จำเป็นจะต้องใช้ความคิดมากนัก จุดไหนที่เขาไม่
เข้าใจก็สามารถแก้ไขได้โดยเร็ว
“ร้ายกาจยิ่ง!”
อู่ อวี้ เพียงแค่ต้องใช้เวลา ทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าคอย
หาจุดที่ยังไม่เข้าใจ ตราบใดที่เขาเริ่มทดลองสำแดง
เคล็ดวิชาออกมา หากจุดไหนที่เกิดปัญหา วานรปีศาจ
โลหิต จะเริ่มเหลือบมองทันที
การฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋าก็คือการลอกเลียนแบบเต๋าของ
คนรุ่นก่อน แม้ว่าจะฝึกฝนแตกต่างกัน แต่ก็จำเป็นที่
จะต้องใช้ความเข้าใจของตนเอง ให้ตัวเองได้ทำการรู้
แจ้งโดยเจตจำนงตนเอง อย่างไรก็ตามการฝึกเคล็ดวิชา
เต๋า เพียงแค่ทำตามแนวคิดของคนรุ่นก่อน ก็สามารถ
เรียนรู้เต๋าขั้นพื้นฐานได้แล้ว
ดังนั้นภายใต้การการฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋าโดยมีคนคอย
ชี้แนะจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดยิ่งขึ้น
หากไม่เชี่ยวชาญโดยถ่องแท้ ก็อย่าพูดถึงเรื่องใช้งาน
จริง
หลังจากผ่านไปเป็นเวลา 2 เดือน
แน่นอนว่าโลกภายนอกเพิ่งจะผ่านไปเพียงแค่ 1 เดือน
เท่านั้น
เวลาสั้นๆนี้ อู่ อวี้ ก็ได้คุ้นเคยกับเคล็ดเขตแดนโลหิต
กำสรวลแล้ว
ไม่เพียงแต่เขาจะสามารถใช้งานมันออกมาได้ แต่ก็ยัง
ใช้ออกอย่างเชี่ยวชาญยิ่ง และแม้แต่ร่างอวตารทั้งหมด
ของเขาก็สามารถใช้เคล็ดวิชานี้ได้เช่นกัน
เมื่อร่างอวตารนับพันได้สำแดงเคล็เขตแดนโลหิต
กำสรวลออกมาพร้อมกัน ก็ก่อตัวเป็น ‘เขตแดนโลหิต
กำสรวล’ถึงพันเขตแดน เมื่อผนวกกับเขตแดนโลหิต
กำสรวลของร่างต้นอย่าง อู่ อวี้ ก็ถือเป็นเขตแดน
ทำลายล้างที่ทรงพลังอย่างมากทีเดียว
มันกลับกลายเป็นเขตแดนที่ผสานเขตแดนเข้าด้วยกัน
เป็นการเพิ่มพูนพลันอำนาจทับซ้อน!
นี่คือสาเหตุที่ทำให้ อู่ อวี้ ตัดสินใจฝึกฝนเคล็ดเขตแดน
โลหิตกำสรวลแต่แรก
ยามนี้เขาจึงมั่นใจในกระบวนท่าจู่โจมเพิ่มมากขึ้นอีก
หลายส่วน
เวลายังคงมีอยู่ เขาจึงคิดที่จะไปท้าทายเคล็ดวิชาเต๋า
วิชาอื่น!
เคล็ดวิชาเต๋าภายในวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ ทั้งหมด
ล้วนเป็นเคล็ดวิชาเต๋าที่ยอดเยี่ยมล้ำเลิศ เมื่อมีวิหาร
บัญญัติเต๋าปีศาจ อู่ อวี้ ก็หมดความสนใจในเคล็ดวิชา
เต๋าที่อยู่บนจักรวรรดิเป่ยหมิงไปโดยสิ้นเชิง
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็ได้ออกมาจาก วิหารบัญญัติเต๋า
ปีศาจ
ภายในพระราชวังจักรพรรดิหมิง องค์หญิงโย่วเสี่ย
ไม่ได้จากไปไหนไกล แม้ว่า อู่ อวี้ จะไม่สนใจในตัวนาง
อะไรนัก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความก้าวหน้าของนางไม่
น้อย
“ฝึกฝนสำเร็จแล้ว?” โย่วเสี่ย เอ่ยถาม
“ใช่ เรื่อง อินอิง เป็นเช่นไรบ้าง?”
โย่วเสี่ย กล่าวว่า “ว่ากันว่าพวกเขาได้ไปเสาะหาคน
จากตระกูลเหยียนหวงจำนวนไม่น้อย แต่ก็ยังทำไม่
สำเร็จ นางยังคงอยู่ภายใน ‘ผลึกน้ำแข็งนิรันดร์’ หาก
ว่ายังทำไม่สำเร็จ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า อิน กั๋วกง จะ
กลับมาคิดค้นหาวิธีแก้ไข สำหรับ ต้วนอี้ มันถูกปลด
ออกจากตำแหน่งขุนพลโย่วหมิงไปแล้ว ซึ่งมันถูกลด
ระดับไปเป็นหัวหน้ากองร้อย อีกทั้งจะต้องสะสมแต้ม
ผลงานตั้งแต่ต้น กง เสิ่นจุนและคนอื่นๆก็ถูกทำโทษ
เช่นกัน ส่วนอินเสวียนถูกกักขังเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งมันไม่
น่าจะทำอะไรได้ในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ผู้อาวุโสที่
เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมดจะต้องเดินทางไปที่
คฤหาสน์ตระกูลอินเพื่อขอขมา”
นับว่าเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ไม่น้อย
คฤหาสน์ตระกูลอิงไม่สามารถสังหาร ต้วนอี้ และคน
อื่นๆได้ เพราะยังไงแล้ว อินอิง ก็ไม่ใช่บุคคลที่สำคัญ
ภายในตระกูลอินที่คุ้มเสียจะทำเช่นนั้น
แต่หากเปลี่ยนเป็น อินเสวียน ปัญหานี้นก็น่าจะรุนแรง
ยิ่งกว่า แม้ว่าเป้าหมายหลักของ ต้วนอี้ และคนอื่นๆก็
คือ อู่ อวี้ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ แต่ที่ อินอิง เป็น
เช่นนี้ก็เป็นผลพวงจากพวกมันอยู่ดี
“เจ้าต้องการที่จะออกไป?” โย่วเสี่ย เอ่ยถาม
อู่ อวี้ พยักหน้าตอบกลับไปแล้วกล่าวขึ้นมาว่า
“แน่นอน ข้ายังต้องการที่จะไปที่พิภพต่างมิติ ข้า
จะต้องเร่งทะลวงระดับให้เร็วที่สุด”
โย่วเสี่ย ตอบกลับ “ครั้งที่แล้วข้าได้ไปลองถามเสด็จอา
ดู ท่านบอกว่าข้าสามารถพาเจ้าไปยังพิภพต่างมิติได้”
“จะดีหรือ?” อู่ อวี้ คิดอย่างหนักหัวมาโดยตลอดว่า
ตนจะเข้าไปอีกได้ด้วยวิธีใด แต่สุดท้ายกลับต้องพึ่งพา
โย่วเสี่ยอีกครา
“แน่นอน เช่นนั้นก็อย่ารอช้า รีบไปกันเถอะ”
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ