กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 73 : เคล็ดตรึงกายา
เป็นเวลากว่า 4 วัน ไม่กิน ไม่ดื่ม เผชิญแดด เผชิญฝน
คนธรรมดาทั่วไปย่อมไม่สามารถทนต่อสภาวะเช่นนี้
ได้
ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะในวันนั้น อู่ อวี้ ได้มอบวิญญาณ
เซียน จนนางก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการฝึกฝนและได้ช่วย
เพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายแล้ว เกรงว่า
นางคงยากจะรอดจวบจนถึงยามนี้
โชคยังดีที่ช่วงไม่กี่วันมานี้สภาพอากาศหนุนน า
แต่หากมองดีๆแล้ว จะเห็นได้ว่าสีหน้าของ อู่ หยู๋ เริ่ม
ขาวซีด ริมฝีปากแห้งแตกระแหง
แต่กระนั้น นางกลับไม่ยอมปริปากขอความเมตตา
แม้แต่ค าเดียว อย่างน้อยก็ยังนับว่ามีโชคที่ อู่ อวี้
ไม่ได้ปรากฎตัวโดยเอาชีวิตมาทิ้งอยู่ที่นี่ตามที่พวกมัน
คาดหวัง
“เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งวัน แล้วข้าจะฝึกฝน เคล็ดตรึง
กายา ได้ทันรึ ?”
ความคับแค้นที่สุมอยู่ในอก อู่ อวี้ เวลานี้มันได้มาถึง
ขีดจ ากัด
หากไม่ค านึงถึงความปลอดภัยของ อู่ หยู๋ มาก่อน
ด้วยนิสัยของเขายังไงก็ไม่มีทางอดทนรอปล่อยให้
เวลาล่วงเลยมาจนถึงปุานนี้
หมิงซวง เอ่ยวาจาตอบด้วยท่าทีไม่ทุกข์ไม่ร้อน “เจ้า
วางใจเถอะ เปิดปากท่องอักขระตามข้า ค าชี้แนะของ
‘ราชาวานร’ จะปรากฏขึ้นเอง หากจะใช้งานเคล็ด
วิชานี้เพียงเบื้องต้น แค่เวลา 1 ลมหายใจก็เพียงพอ
แล้ว แต่ถ้าอยากจะบรรลุจนแตกฉาน เจ้าจ าเป็น
จะต้องหมั่นฝึกฝนเป็นแรมปี”
“1 ลมหายใจ?”
อู่ อวี้ เกิดความสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย เคล็ดวิชาที่พอจะ
ท าให้สวรรค์ปั่นปุวนอย่าง เคล็ดตรึงกายา กลับ
สามารถท าความเข้าใจด้วยเวลาเพียงอึดใจเดียว ?
“หากเจ้าไม่ใช่ผู้สืบทอด อย่าว่าแต่เพียง 1 ลม
หายใจ กระทั่ง 10 ล้านปี เจ้าก็ยังมิอาจจะท าความ
เข้าใจและเรียนรู้มันได้” ราวกับว่า หมิงซวง ได้อ่าน
ความคิดของเขาออก นางจึงเปิดถลึงตาใส่ขณะเอ่ย
ขึ้น
“ท่องตามข้า”
“ตกลง”
หลังจากที่ อู่ อวี้ มองไปยัง อู่ หยู๋ ในใจเขาก็ได้ภาวนา
ให้นางสามารถอดทนรอเขา
“ก าหนดลมหายใจ ดวงดาราโคจรบรรจบ ธารวารี
รินไหล พยัคฆ์มังกรกระโจนสู่ผืนธรณี ดูดซับพลังเข้า
สู่ไขสันหลัง ย้อนกลับไปสู่จิต ผ่านทางเที่ยงตรง มุ่งสู่
ห้วงสมาธิอันล้ าลึก….”
ข้อความอักขระหลายร้อยตัวอักษร อู่ อวี้ ได้ท่องตาม
หมิงซวง ค าแล้วค าเล่าโดยมิคลาดเคลื่อนบิดพริ้ว
จากนั้นเขาได้ปิดตาลงโดยไม่รู้สึกตัว ช่วงแรกที่เริ่มขึ้น
ไม่มีสิ่งใดน่าแปลกใจ แต่พอเมื่อท่องไปได้กว่าร้อยค า
ทุกค าที่เอื้อนเอ่ยออกมานั้น มันราวกับเกิดฟูาผ่า
เลื่อนลั่น แผ่นดินสั่นไหวจนยากจะยืน ท่ามกลาง
จิตใจที่สั่นคลอน กลางความวุ่นวาย แสงแห่งธรรม
พลันส่องทอดยาวลงมา ในครานี้ราวกับว่าตนเองนั้น
ได้หลุดออกไปจากโลกหนึ่งก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง!
ฟูุวววว!
ทันใดนั้น เบื้องหน้าเขาก็ปรากฏเปลวเพลิงสีทองลุก
โชติช่วงชัชวาล
ท่ามกลางเปลวไฟสีทองที่ลุกโชน ได้มีอักขระกว่า
หลายร้อยค าปรากฏขึ้น บรรดาอักขระเหล่านั้นคือ
อักขระที่ หมิงซวง ได้ให้ อู่ อวี้ ท่องตาม
ปุูง ปุูง ปุูง ปุูง!
จากนั้น อักขระมากมายได้เปล่งเสียงค ารามกึกก้อง
เพียงชั่วอึดใจ อักขระเหล่านี้ก็ได้ผสานรวมกัน ก่อร่าง
เป็นรูปลักษณ์มนุษย์ปรากฎอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้
เมื่อสังเกตมองจะเห็นว่า บุคคลที่อยู่นี้ไม่ใช่มนุษย์ที่มี
กายสีทองแต่กลับเป็นวานร เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ก็คือ
ราชาวานร ผู้ไร้เทียมทาน! ทั้งเกราะขุนพลสวรรค์
รองเท้าหนังหุ้มข้อ ขนวิหคสองเส้นที่เสียบปักบน
มงกุฏ ผ้าคลุมสีชาดปลิวไสว ล้วนแต่เผยถึงความ
องอาจน่าย าเกรง เขาผู้นี้คือยอดนักรบที่หาผู้ใด
เทียบเทียมเสมอเหมือน!
“นิ่งไปซะ!”
ราชาวานรบัดนัันน าหัตถ์ปูองปากเอาไว้ จากนั้นก็ได้
เปุาลมออกไป ชั่วพริบตา เปลวไฟที่ลุกโชติชัชวาล
เสมือนดั่งวันโลกาวินาศ ก็ได้มลายหายไป ราวกับ
ภาพวาดที่ถูกแปรเปลี่ยนในชั่วเสี้ยววินาที
มันคือ เคล็ดตรึงกายา!
อู่ อวี้ ที่ตื่นตระหนกและตกตะลึง ระหว่างที่ถูกน าพา
มายังที่นี่นั้น ก็ได้มีนักรบวานรสีทองมาปรากฎตัว ณ
เบื้องหน้า จากนั้นวานรตัวนั้นได้เอื้อมมือออกมา
พริบตาก็พลันปรากฏสิ่งที่ดูเหมือนกับสัญญาลักษณ์สี
ทอง พุ่งเข้าสู่หว่างคิ้วของ อู่ อวี้ ก่อนที่จะเลือนหาย
อู่ อวี้ เหมือนจะรู้ว่าสิ่งใดที่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายเขา
“นี่คือต้นก าเนิดแห่ง ‘เคล็ดตรึงกายา’ ”
หากมีมัน ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะสามารถใช้
เคล็ดตรึงกายาได้
แพล๊ง!
ทันใดนั้น โลกที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีทอง และราชา
วานรผู้เกรียงไกร ก็ได้หายวับไปต่อหน้าต่อตา อู่ อวี้
เบื้องหน้า อู่ อวี้ ในตอนนี้ มีเพียงนคร เย่วอู่ ที่เงียบ
สงบเฉกกาลก่อน
แต่ภาพที่น่าตื่นตาเมื่อครู่ ชั่วชีวิต อู่ อวี้ ก็ไม่มีวันลืม
มันลงอย่างแน่นอน
“นั่นคือกลิ่นอายของ ‘ราชาวานร’ ผู้เป็นเซียน
อมตะอย่างนั้นหรือ?”
ค าถามนี้ ไว้หลังจากที่ช่วย อู่ หยู๋ ได้แล้ว เขาค่อย
น ามาถามกับ หมิงซวง
ในใจของ อู่ อวี้ ตอนนี้ได้เกิดค าถามขึ้นมามากมาย
“ส าเร็จแล้วสินะ เจ้าที่ได้ดิ่งลงไปในห้วงสมาธิ
เท่าที่ข้าคิด เจ้าน่าจะสามารถใช้ ‘เคล็ดตรึงกายา’ ได้
แล้ว แน่นอนว่าจงอย่าได้หวังพึ่งมันมากเกินไป เพราะ
ในตอนนี้เจ้าพึ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น” หมิงซวง
กล่าว
อู่ อวี้ เข้าใจอย่างถ่องแท้ ไม่ว่าจะเป็น กายาเพชร
อมตะ มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน และรวมทั้งเคล็ดตรึง
กายา ทั้งหมดทั้งมวลที่เขาฝึกฝนมา ล้วนแต่เป็น
ขั้นต้นทั้งนั้น
เขารู้อยู่แก่ใจว่าควรประเมินพลังของตนเองในระดับ
ใด
เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้น ก็ได้ทราบว่าเวลาที่ตนจมอยู่ใน
ห้วงภวังค์นั้น ยังไม่ถึง 1 เค่อ(15นาที) เสียด้วยซ้ า
“เจียง จุนหลิน! หยวนเฉิน!”
ในที่สุดก็ถึงเวลาสักที ตอนนี้ไม่ว่า หมิงซวง จะเอ่ยค า
ใด อู่ อวี้ ก็ไม่คิดจะแยแสสนใจ เขาได้กระชับพลอง
พิชิตมารและมุ่งหน้าตะลุยไปยังทิศทางก าแพงเมือง!!
ในสายตาของเขายามนี้ สนเพียงแค่ อู่ หยู๋ คนเดียว
เท่านั้น
ที่จริงแล้ว ในช่วงเวลา 5 วันมานี้ เหล่าชาวบ้าน
ใกล้เคียงมากมายต่างมองไปยัง อู่ หยู๋ ด้วยแววตา
เวทนาสงสาร กระทั่งมียอดฝีมือบางคนที่กระโจนเข้า
ไปหวังจะช่วย เพียงแต่คนเหล่านั้นกลับถูก เจียง จุน
หลิน สังหารจนสิ้น ในขณะนี้จึงมีแต่เหล่าผู้คนนับ
หมื่นได้แต่จับจ้องอยู่รอบๆเท่านั้น
“เวลามาถึงแล้ว ดูเหมือนว่า องค์ชายอวี้ คงจะไม่
มาแล้วล่ะ”
“อย่ากล่าววาจาไร้สาระ องค์ชาย อวี้ ไม่ใช่คน
เช่นนั้น!”
ขณะ อู่ อวี้ ได้วิ่งผ่านสถานที่ต่างๆ เขาก็สามารถได้
ยินเสียงสนทนาตามท้องถนน
ตุ้บ!
ขณะนั้น อู่ อวี้ ได้ล่อนลงตรงด้านนอกก าแพงประตู
เมือง
แรงสั่นสะเทือนจากเท้าที่หยั่งถึงพื้นจนท าให้พื้นดิน
ส่วนนั้นแตกระแหง ท าให้ความเงียบสงบภายใน นคร
เย่วอู่ พลันมีชีวิตชีวาขึ้นในทันใด
ส่วนทางด้าน หมิงซวง ก็ยังไม่ได้กล่าวอะไรออกมา
เช่นกัน
“องค์ชายอวี้”
“ในที่สุดองค์ชาย อวี้ ก็มาแล้วว!”
ชั่วพริบตา ข่าวก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้ง นครหลวงเย่ว
อู่ ในตอนนี้มีหลายต่อหลายคนได้ค่อยๆทยอยกันเข้า
มาเพื่อรับชมเหตุการณ์ต่อจากนี้ บรรดาคนทั้งหลาย
ต่างพากันคลายกังวล เพราะพี่น้อง อู่ คู่นี้ ล้วนเป็นที่
รักของเหล่าราษฏร ท าให้พวกเขาหวังจะให้พี่น้องทั้ง
สองผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้!
“อู่ อวี้!”
เสียงสนทนาที่ดั่งสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งเมือง ท าให้ อู่
หยู๋, เจียง จุนหลิน และ หยวนเฉิน ทราบแล้วว่า อู่
อวี้ ได้ปรากฎตัวออกมาแล้ว ในความเป็นจริงส าหรับ
ผู้ฝึกตนนั้น ด้วยระยะเวลา 5 วัน มันสั้นเสมือนการ
กระพริบตาเท่านั้น ฉะนั้นการปรากฏตัวของ อู่ อวี้
นับว่ายังอยู่ในความคาดหวังของพวกเขา
“ในที่สุดเจ้าก็มา ข้าล่ะนึกว่าสตรีนางนี้จะอยู่ได้อีก
ไม่นาน”
เจียง จุนหลิน ที่อยู่เหนือก าแพงเมืองได้กระโดดลงมา
จนตัวมันอยู่ชั้นล่างของก าแพงประตูเมืองที่เดียวกับ
อู่ อวี้
ส่วน หยวนเฉิน ที่ยืนพิงก าแพงอยู่ด้านบนนั้น มันจด
จ้องมายัง อู่ อวี้ ด้วยแววตาที่ดุร้ายกระหายเลือด
เป็นเพราะวันก่อน พ่อ แม่ และน้องชาย ของมันล้วน
ตายลง ด้วยเงื้อมมือของ อู่ อวี้ ทั้งสิ้น
“ศิษย์พี่เจียง ได้โปรดตัดศีรษะมัน แล้วน ามาแขวน
ไว้ที่นี่ด้วย!” เมื่อหยวนเฉิน มอง อู่ อวี้ ความโกรธที่
สุมภายในจิตใจของมันก็แทบจะระเบิดปะทุ มันไม่
อาจสงบเยือกเย็นได้อย่าง เจียง จุนหลิน เพราะเหล่า
บรรดาคนที่ตายจากไป ล้วนเป็นผู้มีสายเลือดเดียวกับ
มัน
ยามนั้น อู่ หยู๋ เปิดเปลือกตาขึ้นด้วยความฉงน เมื่อได้
เห็น อู่ อวี้ ปรากฏตัวขึ้น นางท าได้เพียงหัวเราะทั้ง
น้ าตา ความจริง นางรู้อยู่แล้วว่าด้วยนิสัยของ อู่ อวี้
จะต้องปรากฏตัวขึ้นมาอย่างแน่นอน แต่ก่อนหน้านี้ที่
เขาไม่ปรากฏตัวออกมา คงจะมีเหตุผลบางประการ
“ท่านพี่” อู่ อวี้ มองเข้าไปยังนัยน์ตาของนาง
ในใจเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว พร้อมทั้งความ
โกรธแค้นดั่งเปลวเพลิงอันร้อนระอุที่มีต่อ เจียง จุน
หลิน
ก่อนหน้านี้เขาไม่คิดจะตอแยกับ เจียง จุนหลิน แต่
เมื่อมันท ากับ อู่ หยู๋ จนมีสภาพอิดโรยเช่นนี้ นางเป็น
ญาติเพียงหนึ่งเดียวของเขายามนี้ แถมยังเป็นพี่น้องที่
เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก ตัวเขาไม่มีวันที่จะอภัยให้
มันอย่างเด็ดขาด
“อู่ อวี้ รีบหนีไป….” อู่ หยู๋ กล่าวออกมาด้วยเสียง
ที่แหบแห้งและอ่อนแรง
แต่ถึงตอนนี้นางจะกล่าวอะไรออกมาก็ไร้ประโยชน์
นางรู้ดีว่าตัวตนของ ฮ่าวเทียน และ เจียง จุนหลิน
นั้นต่างกันราวกับขุนเขาและก้อนกรวด การสังหาร
ฮ่าวเทียน ถึงแม้จะไม่มีใครแยแสสนใจ แต่หากสังหาร
เจียง จุนหลิน ไป จะต้องเกิดปัญหาใหญ่ระหว่าง
นิกายเป็นแน่แท้
ปั้งงง!
อู่ อวี้ ได้กระแทกพลองพิชิตมารลงพื้น ทันใดนั้นพื้น
ก าแพงก็เกิดรอยแตกระแหงจนกลายเป็นรูปใยแมลง
มุมขนาดยักษ์!
“หึหึ”
เจียง จุนหลิน แสยะยิ้มบนมุมปาก มันได้จ้องมองไป
ยัง อู่ อวี้ ขณะที่ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาประชิด ตัวมัน
คือยอดฝีมือหลอมรวมลมปราณ ขั้นที่ 4 อีกเพียงครึ่ง
ก้าวก็จะเข้าสู่หลอมรวมลมปราณ ขั้นที่ 5 แล้ว ด้วย
บัญญัติก่อก าเนิดระดับ 4 เพียงแค่มันค่อยๆก้าวไปยัง
ด้านหน้าและปลดปล่อยพลังออกมา ก็สามารถสร้าง
แรงกดดันอันมหาศาลให้แก่ อู่ อวี้ ได้แล้ว!
พลังศักดิ์สิทธิ์ของอีกฝุายที่กดทับลงมานั้น มันมีความ
แข็งแกร่งและปริมาณเกือบจะ 2 เท่าของ อู่ อวี้ เลย
ทีเดียว
ฟื้มมมมม!
แม้ว่าอีกฝุายจะไม่ได้ชิงลงมือ แต่พื้นดินตรงจุดที่ อู่
อวี้ ยืนนั้นกลับค่อยๆทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว
เสื้อขนสัตว์หนังจิ้งจอกที่มันใส่นั้น ยิ่งท าให้ตัวมันดูน่า
ย าเกรงมากยิ่งขึ้น
ขณะนี้ ในใจผู้คนนับหมื่นต่างเกิดความอึดอัดขึ้นมา
การเผชิญครั้งนี้ ไม่มีการพูดพร่ าท าเพลง ทั่งคู่ได้เริ่ม
เปิดฉากการต่อสู้ในทันที!
ตอนที่ อู่ อวี้ จมลมสู่พื้นดินนั้น เจียง จุนหลิน ก็ได้
กลายเป็นล าแสงสีทองปนขาวพุ่งเข้าไปราวกับศรที่ถูก
ปล่อยจากคันธนู เพียงชั่วพริบตา ท าให้ทั้งคู่อยู่ใน
ระยะที่ใกล้จนเกือบจะเข้าประชิดหา!
ฝูงชนที่ก าลังชมดู ต่างพากันตื่นเต้นจนหัวใจเต้น
ระทึกไม่เป็นจังหวะ
ส่วนอีกด้านหนึ่ง….
“อู่ อวี้ ถึงเจ้าจะมาก็ไร้ประโยชน์!”
อู่ อวี้ และ เจียง จุนหลิน ที่เกือบจะปะทะกันนั้น
หยวนเฉิน ที่อยู่บนก าแพงเมืองที่เดินปูวนเปี้ยน
วนเวียน อู่ หยู๋ อยู่ ก็เหลือบมองไปยังการต่อสู้ของทั้ง
คู่ ก่อนจะชักศาตราแห่งเต๋าที่เป็นหอกยาวออกมาเพื่อ
ตัดเถาวัลย์ที่พันธนาการ อู่ หยู๋ ออก!
แน่นอนว่าการตัดเถาวัลย์ออกในครั้งนี้ มันต้องการที่
จะให้ อู่ หยู๋ ได้ตายเฉกเช่นเดียวกับ หยวนฮ่าว และ
หยวนซี ซึ่งก็คือการถูกแขวนคอ!
อู่ อวี้ ที่ติดตามการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด แน่นอนจึงได้
เห็นฉากนี้ด้วยตา!
ที่จริงเขาได้คาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วว่า หยวนเฉิน
จะต้องมีแผนกระท าเช่นนี้ เพราะยังไงแล้ว อู่ หยู๋ ก็มี
ไว้เพื่อหลอกล่อให้ อู่ อวี้ ปรากฏตัว
แต่ทว่า ยามนี้เบื้องหน้าเขากลับมี เจียง จุนหลิน ที่พุ่ง
เข้ามาหมายมุ่งจะสังหารอยู่ในระยะสายตา!
หาก อู่ อวี้ ประสงค์จะช่วย อู่ หยู๋ เขาจะต้องก าจัด
เจียง จุนหลิน ที่เป็นอุปสรรคเบื้องหน้าให้ได้เสียก่อน
แต่ด้วยพลังของ เจียง จุนหลิน เขาจะสามารถ
เอาชนะได้ง่ายๆเชียวหรือ?
นี่มันเท่ากับว่าไปรนหาที่ตาย กระทั่งเด็กอมมือก็ยังดู
ออก คราวนี้สงสัยว่า องค์หญิง อู่ หยู๋ ผู้เป็นที่รักของ
ปวงประชา คงถึงคราววาระจบสิ้น
ผู้คนมากมายต่างพากันข่มน้ าตา จนขอบตาของพวก
เขากลายเป็นสีแดงก่ า!
เป็นเพราะเคยได้รับความเมตตาช่วยเหลือจาก องค์
หญิงอู่ หยู๋ พวกเขาจึงรักไคร่ องค์หญิง เช่นนี้
ณ พระราชวัง อู่ หยู๋ ที่ซึ่งรวบรวมเหล่าเด็กก าพร้า
เอาไว้ พวกเขานั้นต่างพากันร่ าไห้ด้วยความโศกเศร้า
“องค์หญิง!!”
เหล่ายอดฝีมือชั้นฟูาขั้นที่ 2 และ 3 จ านวนมาก ต่าง
อุทิศตนฝึกฝนพลัง เพื่อหวังจะได้กลายเป็นคู่ครองอัน
เหมาะสมกับ อู่ หยู๋
เมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเขาเหล่านั้นต่างพากันปิดตัวอยู่
ในที่พักเพื่อฝึกฝน แต่ในวันนี้ เพื่อนางแล้ว พวกเขา
กลับยอมออกมาโดยสละชีวิตปกปูององค์หญิง
ในเวลานี้ พวกเขาต่างพากันกรูขึ้นไปยังก าแพงประตู
เมืองอย่างไม่คิดชีวิต หมายมุ่งจะช่วยองค์หญิง แต่
กระนั้น พวกเขาก็ยังไม่ใช่คู่มือของ หยวนเฉิน จึงได้
แต่พากันล้มหายตายจาก
ตอนนี้ชีวิตของนางแขวนอยู่บนเส้นด้าย!
อู่ อวี้ ได้ถูกร่างกายก าย าสูงใหญ่ของ เจียง จุนหลิน
บดบังทัศนวิสัยจนหมดสิ้น ดวงตาของเขาพลันเบิก
กว้างขึ้น จนสามารถมองเห็น หยวนเฉิน ที่ตัดเถาวัลย์
ส่วนใหญ่ออกไปเกือบจะหมด ท าให้ อู่ หยู๋ ที่ไร้
เรี่ยวแรง โอนเอนไปมาจนเกือบพลัดตกจากก าแพงสูง
“มัวดูอะไรนักหนา คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า เจียง จุน
หลิน ผู้นี้!”
เจียง จุนหลิน เผยรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา จากนั้นก็
ได้อ้าแขนทั้งสองเพื่อปิดกั้นสายตาของ อู่ อวี้ จนมิด
ครานี้ ทั้งคู่เริ่มลงมือเกือบจะพร้อมกันในทันที!
ชั่วพริบตา ที่หว่างคิ้วของ อู่ อวี้ พลันส่องประกาย
แสงขึ้น
บัดนี้เขานึกย้อนกลับไปยังตอนที่อยู่ในห้วงเปลวเพลิง
ที่ลุกโชติชัชวาล หวนถึงทุกอิริยาบถของวานรผู้เกรียง
ไกร ตลอดจนรายละเอียดปลีกย่อยทั้งหมด
ความลี้ลับของ เคล็ดตรึงกายา ที่ดูแล้วเหมือนจะ
เข้าใจ แต่ก็ยากจะเข้าใจ
ส่งผลให้ อู่ อวี้ เกิดความตึงเครียด ทว่าภายใต้
สถานการณ์เช่นนี้ ดูเหมือนว่าจู่ๆเขาก็ฉุกคิดอะไร
ขึ้นมาได้
“นิ่งไปซะ!!!”
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ