กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 74 : บรรทัดทองค า
นิ่ง !
ค านี้เป็นค าที่ลึกลับอย่างยิ่ง
ตามความเข้าใจของ อู่ อวี้ แล้วการจะท าให้ เคล็ด
ตรึงกายา แสดงศักยภาพออกมาให้มากที่สุด มัน
ขึ้นอยู่กับความเข้าใจและแตกฉานเกี่ยวกับเคล็ดวิชานี้
รวมถึงเกี่ยวข้องกับพลังศักดิ์สิทธิ์ของฝุายตรงข้าม
และยังรวมถึงระยะทางความห่างอีกด้วย
กระบวนท่านี้ยิ่งระยะโจมตีใกล้มากเท่าใด
ประสิทธิภาพก็จะรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น!
เหตุเพราะพลังศักดิ์สิทธิ์ของ เจียง จุนหลิน ร้ายกาจ
กว่า อู่ อวี้ ถึง 2 ขั้นนั้น ดังนั้นเขาถึงตัดสินใจเลือกใช้
เคล็ดวิชานี้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้เคล็ดตรึงกาย มันให้ความรู้สึก
ราวกับว่าพลังแห่งราชาวานรได้ระเบิดพวยพุ่งออกมา
ในความเป็นจริงแล้ว กลับไม่มีสิ่งใดได้ระเบิดพวยพุ่ง
ออกมาทั้งสิ้น!
แต่ส าหรับ อู่ อวี้ ย่อมล่วงรู้ดีว่าในเวลานี้เขาได้
ประสบความส าเร็จ!
นี่เป็นเพียงแค่การทดลอง!
หมิงซวงบอกกล่าวแก่เขาว่า เคล็ดตรึงกาย ที่เขาใช้ยัง
ห่างไกลจาก เคล็ดตรึงกาย ที่แท้จริง ตอนนี้เคล็ดที่
เขาใช้ออกเป็นแค่ของเลียนแบบเท่านั้น ทุกอย่างล้วน
ขึ้นอยู่กับเมล็ดพันธุ์แห่งการบ่มเพาะของ เคล็ดตรึง
กาย เมื่อเขาใช้เคล็ดนี้ออกเป็นครั้งแรก จึงท าได้เพียง
แสดงผลออกมาเล็กน้อยเท่านั้น!
แต่ว่า เพราะยังไงแล้วอีกฝุายก็ยังอยู่ในขั้นหลอมรวม
ลมปราณอยู่ดี นอกเหนือจากนั้นที่เขาใช้มันออกก็เป็น
เหมือนแค่การเรียนรู้และฝึกฝนเท่านั้น แต่มันกลับถูก
ใช้งานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เจียง จุนหลิน ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า ในเวลานี้
ร่างกายของมันจะถูกตรึงไว้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะ
เป็นมือเท้า หรือ แม้กระทั่งพลังศักดิ์สิทธิ์ ราวกับว่า
พวกมันก าลังถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา จนร่างกายไม่
สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย แม้ว่ามันจะเกิดขึ้น
เพียงแค่ช่วงเวลาไม่นานนัก แต่มันก็ส่งผลกระทบอัน
ใหญ่หลวง!
” เกิดอะไรขึ้น! ”
ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะมีวิชา
เช่นนี้อยู่
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นช่างน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
โชคดีที่ความรู้สึกเมื่อยล้า และ การตรึงกายผ่านไป
เพียงชั่วครู่เท่านั้น ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่เรียบ
ง่าย เหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว!
แต่แค่เพียงชั่วพริบตา อู่ อวี้ ก็ได้ก้าวเข้ามาประชิดอยู่
ด้านข้างตัวมันเสียแล้ว!
ผู้ที่เคยมีระดับพลังอันอ่อนด้อย บัดนี้กลับสามารถ
ประชิดใกล้วงแขนของมัน!
หวืด!
บรรลุเคล็ดแปลงอสูร!
ในยามนี้ โลหิตภายในกายของ อู่ อวี้ ก าลังเดือด
พล่าน!
ในช่วงเวลาแห่งความส าเร็จ อู่ อวี้ รีบพุ่งทะยานเข้า
ใส่ เจียง จุนหลิน ทันที พลองพิชิตมารที่อยู่ในมือของ
เขา ได้ถูกโยนพุ่งหลาวออกไปอย่างรวดเร็ว
พลองพิชิตมารพุ่งทะยานเข้าใส่ ราวกับลูกศรด้วย
ความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ภายใต้ความแข็งแกร่งของ
ร่างกาย อู่ อวี้ พลองนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีทอง
และ พุ่งทะยานเข้าไปด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว!
” ลาก่อน อู่ หยู๋ ” ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง
หยวนเฉิน ก าลังปล่อยเถาวัลย์
ตู้มมมม!
ทันใดนั้น ประกายแสงสีทองก็อัดกระแทก เข้าไปที่
หน้าอกของมันอย่างจัง ตามมาด้วยเสียงดังสนั่น เวลา
นี้ด้ามของพลองพิชิตมาร จมลึกฝังเข้าไปในก าแพง
กว่าครึ่ง!
“อั้กก!”
หยวนเฉินมองลงมายังหน้าอกของตัวเอง ขณะถูก
พลองพิชิตมารฟาดเข้าใส่หน้าอก มันตกตะลึงไป
ชั่วขณะ ไม่นานนักความเจ็บปวดอย่างล้นหลาม ก็เริ่ม
เล่นผ่านเข้ามาสู่ตัวของมัน พลองนี้มีพลังท าลายล้าง
มหาศาลอย่างยิ่ง ฟาดเพียงหนึ่งครั้งสามารถท าลาย
อวัยวะภายในของมันอย่างต่อเนื่อง กระดูกภายในร่าง
ของมันหักสะบั้นขณะร่วงตกลงมา ในเวลานี้มันก าลัง
ร่วงลงสู่กระแสธาราแห่งความตาย!
” ศิษย์พี่เจียง ชะ … ช่วย … ข้าด้วย ”
อั่คคค!!! พรวดดดด!!!
โลหิตสีแดงสด พ่นออกมาจากปากของหยวนเฉิน
ใบหน้าของมันขาวซีด ขณะยื่นมือออกมาขอความ
ช่วยเหลือ อย่างหมดท่า ขณะที่ เจียง จุนหลิน หัน
กลับไปมองนั้น อู่ อวี้ ก็ได้เข้าประชิดถึงตัว องค์หญิง
อู่ หยู๋ แล้ว หลังจากที่ท าการช่วยเหลือเสร็จ พลอง
พิชิตมารก็ถูกเก็บไว้กับตัวของเขาเช่นเดิม ในเวลา
เดียวกันร่างกายหยวนเฉิน ที่ร่วงตกลงมาราวกับใบไม้
ร่วงนั้น ก็อัดกระแทกลงสู่พื้นอย่างจัง กระดูกเกือบทั่ว
ทั้งร่างของมันแตกละเอียดในทันที
” อั่กก ! ”
ในเวลานี้ศีรษะของ หยวนเฉิน บิดผิดรูป บัดนี้ร่างของ
มันได้ไร้ซึ่งลมหายใจ
ภาพสุดท้ายที่มันมองเห็น คือ อู่ อวี้ ลงสู่พื้นโดยอุ้ม
ร่างของ อู่ หยู๋ เอาไว้ นางก าลังซบพิงไหล่ของเขา
แม้ว่าสภาพของนางจะดูอิดโรยอย่างยิ่ง แต่ทว่านางก็
ยังมีชีวิตอยู่ นางยังมีลมหายใจ
” หยวนเฉิน! ”
ในความเป็นจริงแล้ว อู่ อวี้ ไม่มีเจตนาที่จะสังหารเขา
แต่ประการใด แต่เนื่องจากสถานการณ์ในตอนนั้นมัน
ช่างบีบคั้น จึงเป็นเหตุให้ต้องท าเช่นนั้น ด้วยช่วงเวลา
ฉุกเฉินเช่นนั้น มีเพียงต้องลงมืออย่างเดียวเท่านั้น หา
ไม่แล้ว ด้วยความโกรธของ หยวนเฉินที่มีท าให้ชีวิต
ของ อู่ หยู๋ อาจจะจบสิ้นลงได้
ในช่วงเวลาบีบคั้นเช่นนั้น ไม่มีที่ว่างให้ส าหรับความ
ผิดพลาดแม้แต่เพียงเล็กน้อย
“วิ่ง!”
หลังจาก องค์หญิง อู่ หยู๋ ได้รับการช่วยเหลือ ก็ถือได้
ว่าเปูาหมายได้บรรลุผล เคล็ดแปลงอสูรนั้นน่า
อัศจรรย์อย่างยิ่ง ขณะที่ อู่ อวี้ ยังคงอุ้มองค์หญิง อู่
หยู๋ อยู่นั้น เขาก็รีบพุ่งตัวหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากพุ่งออกไปได้เพียงแค่ไม่กี่ก้าว เจียง จุนหลิน
ก็พุ่งตามมาทันที
” อู่ อวี้ … เจ้าอุ้มพาข้าหนีไปด้วยไม่ทันหรอก ”
นางกล่าวขึ้นข้างหูของ อู่ อวี้ ด้วยเสียงอันแผ่วเบาอิด
โรย
ความเร็วในการเคลื่อนตัวของ เจียง จุนหลิน นั้นเร็ว
กว่า อู่ อวี้ ซึ่งก าลังอุ้ม อู่ หยู๋ อยู่ ในไม่ช้ามันจะมาถึง
ตัวพวกเขาทั้งสอง แน่นอนว่าความเร็วนี้ย่อมส่งผลใน
การต่อสู้ และ พวกเขาไม่อาจหลบหนีได้
การเผชิญกับความเป็นจริงนี้ อู่ อวี้ จะต้องเปลี่ยน
กลยุทธ์ของเขาเท่านั้น
” ข้าเพิ่งช่วยท่านออกมา แล้วข้าจะปล่อยท่านไปได้
อย่างไร ! ”
เขารีบเปลี่ยนเส้นทางในทันที เบื้องหน้าของเขามีร่าง
ผู้ฝึกยุทธกลุ่มหนึ่งที่ก าลังใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ใน
หมู่ผู้ฝึกยุทธนั้นมีคนผู้หนึ่งที่มีระดับการฝึกตนอยู่ใน
ฟูาขั้นที่ 4 คนผู้นี้เป็นคนสนิทของ อู่ หยู๋ แถม อู่ อวี้
ก็ยังรู้จักและเคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนเช่นกัน เขา
เป็นคนที่น่าเชื่อถือมากกว่าผู้ใด ดังนั้น อู่ อวี้ ไม่ได้พูด
พร่ าท าเพลง เขาอุ้ม อู่ หยู๋ ไปให้กับคนผู้นั้นทันที
แล้วกล่าวว่า ” เจ้าจงพานางหลบหนีไปให้ไกลๆกว่านี้
แล้วค่อยหาสถานที่ให้นางพักฟื้นคืนพลังชีวิตกลับมา!
”
” ขอรับ ! ”
แต่เดิมเหล่าราษฎรที่เคยสิ้นหวัง แต่บัดนี้องค์หญิง อู่
หยู๋ มีโอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ท าให้น้ าตาแห่ง
ความปลื้มปิติไหลนองออกมา เหล่าราษฎรในนคร
หลวง เย่ว อู่ ปรารถนาที่จะให้ความช่วยเหลือนาง ฝูง
ชนต่างพากันแหวกทางบนถนน ตระเตรียมราชรถ
อาหาร ฯลฯ ช่วยให้องค์หญิง อู่ หยู๋ ออกหากจาก
สนามรบนี้ชั่วคราว
” อย่าพาข้าออกจากนครหลวง เย่ว อู่ แค่ให้อาหาร
และ ที่หลับที่นอนบางส่วนกับข้าเท่านั้น ” อู่ หยู๋
กล่าวขึ้นด้วยน้ าเสียงแผ่วเบาอิดโรย
” แต่องค์ชายอู่ บอกให้พาท่านออกไปจากสถานที่
แห่งนี้ …”
” เปล่าประโยชน์ หากเขาพ่ายแพ้ ถึงข้าจะหลบหนี
ไปแห่งหนใดก็มีค่าเท่ากัน” ถ้า อู่ อวี้ ถูกสังหารแล้ว
ตกตายไป นางเองก็ไม่ปรารถนาที่จะอยู่โดดเดี่ยว
เพียงล าพัง
ทุกคนพานางกลับไปยังพระราชวัง อู่ หยู๋ เนื่องจากว่า
หอคอยบนพระราชวัง ท าให้สามารถล่วงรู้ และ
ตรวจสอบสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในการต่อสู้ได้
อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นที่หลับนอน
พักผ่อน เพราะในเวลานี้สิ่งที่ องค์หญิง อู่ หยู๋
ปรารถนามากที่สุดก็คือ การพักผ่อนเพื่อพักฟื้นพระ
วรกาย ในช่วงเวลา 4 วันที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาแห่ง
ความทุกข์ทรมานอย่างสุดแสนสาหัส ราวกับตกนรก
อเวจี!
ในช่วงเวลาผ่านความเป็นตายของ อู่ หยู๋ นั้น อู่ อวี้
ได้เข้ามาหยุดการกระท าของ เจียง จุนหลิน เอาไว้
และ ดูเหมือนว่าในเวลานี้ เจียง จุนหลิน ไม่ได้ไล่ตาม
เขามา มันก าลังคุกเข่าอยู่บนพื้นด้านหน้าศพของ
หยวนเฉิน มันใช้ฝุามือขนาดใหญ่จับลงไปบนใบหน้า
ของหยวนเฉิน ที่ถูกย้อมไปด้วยโลหิต
” ดูเหมือนว่าการที่ข้าสังหาร หยวนเฉิน จะต้องให้
มันมีโทสะอย่างแน่นอน”
อู่ อวี้ สามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจน ถึงจิตสังหารที่
เจียง จุนหลิน ได้แผ่ออกมาอย่างรุนแรงนั้น มันได้ทวี
เพิ่มมากขึ้น เจียง จุนหลิน ไม่ต่างอะไรจากพยัคฆ์ที่
ก าลังหลับไหล และ ในเวลานี้พยัคฆ์ตัวนั้นได้ตื่น
ขึ้นมาอย่างเต็มตาแล้ว แม้แต่ อู่ อวี้ ก็รับรู้ได้ถึง
สถานการณ์อันเลวร้ายน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
” หยวนเฉิน …” เจียง จุนหลิน ลังเลอยู่ชั่วขณะ
จากนั้นมันก็ช่วยลูบตาที่เบิกโพลงของ หยวนเฉิน ให้
ปิดลง หลังจากนั้นมันก็กล่าวขึ้นมาว่า ” เจ้ามั่นใจได้
เลย ข้าผู้นี้จะท าให้เจ้าได้จากไปอย่างสงบ ”
มันดูเหมือนว่าในวันนี้ มันจะต้องต่อสู้จนกว่า อู่ อวี้
จะตกตายตามหยวนเฉินไป เจียง จุนหลิน จะไม่ยอม
ปล่อยให้ อู่ อวี้ ออกไปจากที่นี่ได้อย่างง่ายๆ
ก่อนหน้า มันคิดว่าเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องสนุกสนานฆ่า
เวลาเพียงเท่านั้น แต่บัดนี้มันต้องแตกหักกันไปข้าง
ดังนั้น เจียง จุนหลิน จะไม่ยอมปล่อย อู่ อวี้ ไป ต่อ
จากนี้คือการฆ่าล้างอย่างแท้จริง
ฟุบ!
ในตอนนั้นเอง เจียง จุนหลิน ก็ลุกขึ้นยืน
” ทุกท่าน โปรดกลับไปยังบ้านเรือนของพวกเจ้า
อย่ามามุงดูแบบนี้เลย”
โทสะของ เจียง จุนหลิน พุ่งทะยานขึ้นไปถึงจุดสูงสุด
อาจกล่าวได้ว่า สถานการณ์ในตอนนี้น่าหวาดหวั่น
เป็นอย่างยิ่ง อู่ อวี้ เกรงว่า เจียง จุนหลิน อาจจะ
สังหารราษฎรทั้งหมดที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ ดังนั้น อู่
อวี้ จึงได้เอ่ยวาจาตักเตือน เหล่าฝูงชนต่างเข้าใจ
ความหมายที่หลบซ่อนอยู่เป็นนัยๆ ของเขา เมื่อได้ยิน
ดังนั้นฝูงชนจึงเริ่มแยกย้ายออกจากสนามต่อสู้ไป
และ หลงเหลือเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่กล้าหาญ
พอจะรอดูกันต่อสู้จากระยะไกล!
“ซ่างเซียนผู้นี้ แท้จริงแล้วผู้ใดคือคนที่ให้การ
สนับสนุนอยู่เบื้องหลังกันแน่ แม้แต่องค์ชาย อู่ อวี้ ก็
ยังเกรงกลัวเขางั้นรึ?”
” ข้าเองก็ไม่รู้ มีข่าวลือมาว่าคนผู้นี้กลับมาพร้อม
กับองค์ชายหยวนเฉิน แถมยังมีศักดิ์ฐานะสูงส่งยิ่งกว่า
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน! ในหมู่ ซ่างเซียน ด้วยกันเอง เขา
ยังนับว่าเป็นคนใหญ่คนโตเช่นกัน! ”
” ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าว่า องค์ชาย อู่ อวี้ ที่ไปสังหาร
องค์ชายหยวนเฉิน คงตกอยู่ในสถานการณ์ล าบากเสีย
แล้ว ! ”
เวลานี้ เพลิงบนร่างของ อู่ อวี้ ก าลังลุกโชนโชติช่วง
ทวีมากยิ่งขึ้น ดูราวกับว่ามันพร้อมที่จะกวาดผ่านไป
ทั่วทั้งเมือง!
“อู่ อวี้ !”
เจียง จุนหลิน ลุกขึ้นยืน การแสดงออกของมัน
ในตอนนี้ดูน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง มันได้ถอดชุด
คลุมขนจิ้งจอกออก เผยให้เห็นถึงความน่าเกรงขาม
และ ร่างกายที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง
ถึงแม้มันจะเป็นผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋า แต่ร่างกายของ
มันกลับปลดปล่อยแรงกดดันออกมาอย่างแรงกล้า
เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งทางร่างกายของมัน นั้น
อยู่ในระดับยอดเยี่ยม เมื่อเทียบกับฮ่าวเทียน ซ่าง
เซียน ซึ่งเป็นผู้ฝึกตนในยุคก่อนเก่าแล้ว เจียง จุนหลิน
นั้นทรงพลังกว่ามาก!
” เจียง จุนหลิน ด้วยความสัตย์จริง ข้าไม่ปรารถนา
จะเป็นศัตรูกับเจ้า ข้าเป็นศิษย์สายตรงของท่านเจ้า
นิกาย เฟิง ซัวหยา ความขัดแย้งระหว่างเราทั้งสอง
ถือเป็นความขัดแย้งระหว่างพรรค และ นิกาย ข้าคิด
ว่ามันไร้ประโยชน์อย่างยิ่ง”
ถึงแม้ว่า เจียง จุนหลิน จะเป็นคนที่ท าให้ อู่ หยู๋ ต้อง
ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย แต่
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ได้ท าการสังหาร โย่ว หลิงจี ไปแล้ว
เกรงว่าตนเองจะเป็นผู้ดึงดูดปัญหาเข้าสู่นิกายกระบี่
สวรรค์ ดังนั้นสัญชาตญาณจึงได้ร้องเตือน อู่ อวี้ ว่า
เป็นการดีที่สุดถ้าตัวเขา จะไม่สร้างบาดหมางให้ฝังลึก
ลงไปมากกว่านี้
“ศิษย์ของ เฟิง ซัวหยา ในสายตาของข้า เป็นเพียง
ตัวตนอันเล็กกระจ้อยร่อย เจ้าสังหาร หยวน เฉิน
นอกจากจะให้เจ้ากลายเป็นเครื่องเซ่นบูชาร่างไร้
วิญญาณแล้ว ข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นให้เจ้า!” น้ าเสียง
ของ เจียง จุนหลิน เย็นเยียบ จากนั้นจิตสังหารอัน
หนาวเย็นก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของมัน!
ดูจากสิ่งที่มันกล่าวก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่ามันจะรู้
ตัวตนของ อู่ อวี้ ดีอยู่แล้ว
” นี่เป็นปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างข้ากับตระกูล
ของพวกมัน เจ้าน่าจะล่วงรู้ดีว่า เรื่องนี้มิได้เกี่ยวข้อง
กับเจ้าแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม ถ้าเจ้ายังยืนกรานว่า
ต้องการจะต่อสู้ ข้าผู้นี้ก็จะเอาชนะเจ้าเอง” ถึงแม้ อู่
อวี้ จะรู้สึกว่าไม่มีความจ าเป็นที่จะต่อสู้จนถึงตาย แต่
เขาก็ไม่ได้เกรงกลัวที่จะต้องต่อสู้กับ เจียง จุนหลิน
“เจ้าน่ะหรือ ผู้ใดกันแน่ที่จะคว้าชัยชนะ? ข้าจะ
บอกเจ้าเอาไว้ ว่าข้าผู้นี้จะเป็นคนส่งเจ้าไปลงนรก
เอง!”
เจียง จุนหลิน ฉีกยิ้มกว้าง ด้วยลักษณะนิสัยของมัน
นั้น เดิมทีแล้วก็เป็นคนมีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่ยัง
เยาว์วัย ภายในพรรคจงหยวนมันคือตัวตนอันเด็ดขาด
เป็นผู้ที่ทรงอ านาจมากที่สุด เหล่าศิษย์น้องศิษย์พี่ ไม่
มีผู้ใดกล้ายุ่งเกี่ยวกับมัน!
แม้แต่ผู้อาวุโสมากมาย ก็ต้องคอยประจบสอพลอเอา
อกเอาใจมัน
กว่า 7 ใน 10 ส่วนภายในพรรค มันนั้นเป็นผู้ชี้ขาด
ตัดสินใจ
ภายในนครหลวง เย่ว อู่ แห่งนี้ ก่อนที่ อู่ อวี้ จะ
สังหาร หยวนเฉิน ในสายตา เจียง จุนหลินนั้น อู่ อวี้
หาได้มีค่าอันใดพอให้มันใส่ใจแม้แต่น้อย จนถึงขณะนี้
กล่าวได้ว่ามันเริ่มสนใจ อู่ อวี้ ขึ้นมาบ้างแล้ว เขาคือ
คนที่มันต้องการท าลาย และ บดขยี้ให้สิ้นซาก
” นับจากนี้คือจุดจบของการต่อสู้!”
เมื่อมาถึงขั้นนี้ ก็ไม่จ าเป็นต้องกล่าวอะไรให้มากความ
แล้ว
หลังจากบรรลุสู่หลอมรวมลมปราณระดับ 2 แล้ว
จนถึงตอนนี้อู่ อวี้ ยังไม่ได้ทดสอบความสามารถของ
ตน เลยแม้แต่น้อย ในที่สุดเขาก็มีโอกาสเสียที มี
โอกาสได้ทดสอบพลังแท้จริงของตนเอง!
” ถึงแม้เคล็ดวิชาตรึงกาย จ าเป็นต้องใช้พลัง
ศักดิ์สิทธิ์ของข้าเป็นจ านวนมาก แต่นี่ก็จะไม่ใช่เวลาที่
ข้าจะมัวมาสนใจเรื่องนี้ กระแสน้ าวนหยินหยาง
ศักดิ์สิทธิ์ในมหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ช่วยให้ข้าฟื้นฟู
พลังกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้ข้าอยู่ในสภาพ
สมบูรณ์อย่างที่สุด!”
แท้จริงแล้ว สิ่งที่เขาได้เอ่ยวาจาพูดคุยกันก่อนหน้า
เป็นเพียงแค่แผนลวงถ่วงเวลาเท่านั้น
ฟูม!!!
อู่ อวี้ ควงพลองพิชิตมารในมือของเขา พร้อมกับ
ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งผู้ไร้ต้านออกมา กลิ่นอายนี้ได้
พวยพุ่งเข้าปะทะกับ จิตสังหารอันเย็นเยียบของ เจียง
จุนหลิน เป็นการเผชิญหน้าของสองพลังอ านาจอันน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง!
ยามสนธยาเริ่มคืบคลานเข้ามา ในไม่ช้าวันนี้ก็จะเข้าสู่
ยามราตรี ภายในนครหลวงเย่ว อู่ บนถนนทั่วทุกแห่ง
หน ไร้วี่แวว และ กลิ่นอายของผู้คน แต่ในความจริง
แล้วเราผู้คนก าลังหลบซ่อนตัวอยู่ จ้องมองไปยังสนาม
รบ ที่เทพเซียนทั้งสองก าลังต่อสู้กัน!
“เหอะ!”
เจียง จุนหลิน ต้องมีสมบัติวิเศษมากมายอยู่บน
ร่างกายของมันอย่างแน่นอน
เวลานี้ มือขวาของเขาของมันได้ล้วงไปยัง ‘ถุง
จักรวาล’ จากนั้นมันน าได้เอาศาสตราเต๋าของตัวเอง
ออกมา อู่ อวี้ จ้องมองไปที่มันอย่างพินิจพิเคราะห์
แท้จริงแล้วมันคือบรรทัดทองค า 1 อัน ประมาณดู
แล้วมันมีความกว้างประมาณ 2 ฉือ และ ยาว
ประมาณ 1 ฉื่อ มีอักขระ และ ลวดลายมากมายถูก
สลักไว้บนบรรทัดนั้น ควรจะเป็นลักษณะลวดลายที่
แกะสลักอยู่บนพระราชวัง เห็นได้อย่างชัดเจนจาก
พลังแห่งกฎเกณฑ์ที่มันปลดปล่อยออกมา พลังแห่ง
กฎเกณฑ์ที่ล่องลอยออกมานั้น ประกอบด้วยอักขระสี
ทองมากมาย
“เป็นศาสตราเต๋าชั้นสูงที่แข็งแกร่งมาก!”
นี่คือบรรทัดทองค า ซึ่งในเวลานี้ได้ปลดปล่อยปราณสี
ทองออกมาอย่างเข้มข้น ปราณนี้ได้ระเบิด
แพร่กระจายปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ เจียง จุนหลิน
เพียงแค่โบกมือ ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยปราณ
อันเที่ยงธรรม และ ยิ่งใหญ่!
นี่เป็นศาสตร์ตราเต๋าที่มีคุณสมบัติของธาตุ “ทอง” อยู่
บางส่วน และมีชื่อว่า ‘บรรทัดทองค า’ เป็นศาสตรา
วิเศษประจ ากาย อย่างไรก็ตามสามารถมองเห็นได้
อย่างชัดเจนว่า ศาสตราเต๋าชิ้นนี้มีความแข็งแกร่งยิ่ง
กว่าพลองพิชิตมารของ อู่ อวี้ กฎแห่งพลังที่
แพร่กระจายออกมาอย่างไร้สิ้นสุด พลังอันรุนแรง
หลอมรวมกับจิตสังหารอันน่าหวาดหวั่น ได้ถาโถมกด
ทับลงมาบนร่างของ อู่ อวี้
แท้จริงแล้ว อู่ อวี้ ค้นพบว่า เจียง จุนหลิน มีอะไร
หลายอย่างที่คล้ายคลึงกับตัวเขา เป็นผู้เชี่ยวชาญใน
คุณสมบัติธาตุแห่ง ทอง กับ อัคคี บรรทัดทองค าคือ
ศาสตราเต๋าวิเศษประจ ากาย ที่มีความเหมาะสมกับ
เจียง จุนหลิน อย่างยิ่ง
แต่ นี่ไม่ใช่สมบัติวิเศษเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น ช่วงเวลาที่
อู่ อวี้ ก าลังต่อต้านแรงกดดันจากบรรทัดทองค า อู่
อวี้ มืออีกข้างหนึ่งของ เจียง จุนหลิน ก็ปรากฏมุกสี
แดงเพลิงขึ้น
……………………………………………..
ปล. จากผู้เขียน
ในที่สุดเล่มแรกก็จบลง
เล่มต่อไป มีชื่อว่า สงครามเทพ 4 ทิศ [ 四方神
战 ]
เข้าสู่สงครามแห่งเซียนเต๋าอย่างเป็นทางการ!
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ