กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 733: เคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจี
สำหรับผู้ที่มาทำการทดสอบความแข็งแกร่งในการ
เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้ากองร้อยมีจำนวนที่น้อยกว่าผู้ที่มา
ทดสอบเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าหมู่
แต่ก็ยังมีร่วมสิบชีวิตอยู่ดี
ในตอนที่ อู่ อวี้ มาถึงก็บังเกิดเป็นเสียงฮือฮา ข่าว
ล่าสุดได้แพร่ลุกลามจนมายังที่แห่งนี้แล้วในที่สุด ทุก
คนต่างแอบพูดคุยเกี่ยวกับความพ่ายแพ้ของ กง เสิ่น
จุน กันอย่างสนุกปาก สำหรับเหล่าหัวหน้าหมู่หลาย
คนที่ได้เลื่อนขั้นกลายเป็นหัวหน้ากองร้อย ก็ไม่ได้
คาดคิดเลยว่า อู่ อวี้ จะมาปรากฏกายอยู่ข้างกายของ
พวกเขาเช่นนี้ด้วย
ทุกคนที่อยู่ภายในวิหารเทียนหมิงในตอนนี้กำลังรอ
คอยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ
พวกเขาไม่กล้าที่จะเดินไปพูดคุยกับ อู่ อวี้ ก็เพราะว่า
อู่ อวี้ เป็นคนที่สามารถมอบความพ่ายแพ้ให้ กง เสิ่น
จุน ได้
เมื่อมี อู่ อวี้ อยู่ที่นี่ด้วย บรรยากาศรอบๆจึงกลายเป็น
อึดอัดตึงเครียด
สิ่งที่พวกเขารู้สึกสงสัยมากที่สุดก็คือ ทำไม อู่ อวี้ จึง
สามารถไต่เต้าจากองครักษ์หมิงไห่จนกลายมาเป็น
หัวหน้ากองร้อยได้ภายในเวลาสั้นๆเช่นนี้?
จะต้องรู้ว่ากว่าที่พวกเขาจะมีวันนี้ได้ต้องต่อสู้ดิ้นรนมา
เป็นเวลานานนับสิบปี
แต่อย่างไรก็ตาม ถึงสงสัยไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะคน
ที่มาปรากฏที่นี่ได้ก็หมายความว่าเขาได้ผ่านการ
ตรวจสอบแต้มผลงานมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
วิหารเทียนหมิงเป็นสถานที่มีความเข้มงวดอย่าง
ยิ่งยวด การเลื่อนขั้นก็ถือว่าเป็นพิธีการที่สำคัญอย่าง
มากสำหรับกองทัพหมิงไห่ จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ที่จะทำการปลอมแปลง
หากพบว่ามีการร่วมมือสมรู้ร่วมคิดกันปลอมแปลง จะ
ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร
แม้ว่าจะเป็นองครักษ์หมิงไห่ที่ดิ้นรนมาเป็นเวลาหลาย
ปี ทุกอย่างก็จะสูญสลายไปจนหมด
เมื่อถึงเวลาสนทยา ก่อนที่จะครบกำหนดเวลาที่ได้ตั้ง
เอาไว้ ก็มีผู้คนมารวมตัวกันเกือบ 20 คนแล้ว
ภายใต้การนำของผู้อาวุโสคนหนึ่ง พวกเขาก็มุ่งเข้าไป
ภายในส่วนลึกของวิหารเทียนหมิง ในที่สุดก็ก้าวเท้า
เข้ามาภายในลานกว้างแห่งหนึ่ง
ภายในลานกว้าง ปรากฏคนกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่บนที่นั่ง
ด้านบน ซึ่งกำลังรอคอยผู้เข้ามาทดสอบเลื่อนขั้นของ
วันนี้
บนที่นั่งเป็นผู้อาวุโสทั้ง 5 คน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผู้ที่มี
คุณสมบัติภายในกองทัพหมิงให้ ภายในทั้งห้าคนนี้
ตราบใดที่มีสามคนลงความเห็นว่าผู้ที่เข้ามาทดสอบอยู่
ในเกณฑ์มาตราฐาน ก็ถือว่าคนผู้นั้นได้ผ่านการ
ทดสอบแล้ว
สำหรับรายละเอียดของการทดสอบก็จะต้องทำการ
ต่อสู้กับผู้ที่อยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่
4 และผู้อาวุโสทั้ง 5 คน จะทำการพิจารณาจากฝีมือ
และผลลัพธ์ของการต่อสู้
ทุกคนจะต้องจัดการคู่ต่อสู้ของตน ซึ่งแท้จริงแล้วคู่
ต่อสู้เหล่านี้ก็คือหัวหน้ากองร้อยเพื่อมาทำการทดสอบ
ผู้มาใหม่โดยเฉพาะ การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่การกุศล
เนื่องจากหัวหน้ากองร้อยอาสาสมัครจะได้รับแต้ม
ผลงานหลังเมื่อเสร็จสิ้น
ก่อนหน้า เหล่าผู้เข้าทดสอบ ต่างหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ
ใบหน้าขาวซีด หวาดกลัว
แต่บัดนี้ผู้หวาดกลัวกลับกลายเป็นเหล่าหัวหน้า
กองร้อยที่ทำการทดสอบแทน เนื่องจากกลัวว่าตนจะ
ได้กลายเป็นคู่มือของ อู่ อวี้
ภายในสถานที่แห่งนี้ อู่ อวี้ ได้ตกเป็นเป้าสายตาอย่าง
ช่วยไม่ได้ เมื่อกล่าวถึงกำลังรบ เหล่าผู้อาวุโสที่คอย
ตัดสินอยู่เบื้องหน้า ก็อาจจะไม่แข็งแกร่งเช่นเดียวกับ
อู่ อวี้ เลยเสียด้วยซ้ำ
ก่อนอื่นหนึ่งในผู้อาวุโสได้กล่าวถึงกฏเกณฑ์ต่างๆ
จากนั้นก็เริ่มการทดสอบในทันที พวกเขาประกาศ
รายชื่อผู้ที่เข้ามาเลื่อนขั้นในวันนี้ตามลำดับและจากนั้น
ก็ทำการต่อสู้ในทันที เนื่องจากว่า อู่ อวี้ มาทีหลัง
ดังนั้นเขาจึงต้องเสียเวลาอีกสักพัก คอยดูการต่อสู้ที่มี
พลังสูสีกันมากกว่าสิบสนาม
ในความจริงในเมื่อกล้าที่จะมาเยือนที่แห่งนี้ หากไม่ได้
สร้างความวุ่นวาย โดยปกติก็จะผ่านได้ฉลุย
เมื่อถึงคราวของ อู่ อวี้ คู่ต่อสู้ของเขาก็รีบเอ่ยยอมแพ้
ในทันทีและกล่าวออกมาว่า “หากเขาสามารถเอาชนะ
ได้แม้กระทั่ง กง เสิ่นจุน เช่นนั้นการประลองนี้ก็ไม่
จำเป็น”
“ไม่ได้” เหล่าผู้อาวุโสส่ายศีรษะ
ตามกฏไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามจำเป็นที่จะต้องผ่านการ
ประลองก่อน
อู่ อวี้ ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกลำบากใจ จึงตัดสินใจ
เร่งพุ่งทะยานเข้าโจมตีเพื่อเผด็จศึกในทันที ซึ่งก็เป็นไป
ตามคาด เขาสามารถจัดการคู่ต่อสู้ด้วยภายในสอง
กระบวนท่า การลงมือที่รวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาดเช่นนี้
ทำให้ทุกคนที่อยู่ในฉากเหตุการณ์เงียบกริบราวกับอยู่
ในป่าช้า
เหล่าผู้อาวุโสไม่กล้าที่จะรั้งหรือสร้างปัญหา ทั้ง 5 คน
จึงต่างลงความเห็นว่าให้เขาผ่านการทดสอบอย่างเป็น
เอกฉันท์
“ยินดีด้วยที่ผ่านการทดสอบมาได้ โปรดรอจนกว่า
วิหารเทียนหมิงจะทำการประกาศในอีกหนึ่งเดือนให้
หลัง ตอนนี้สามารถกลับไปได้แล้ว”
กล่าวได้ว่าพวกเขาดูแล อู่ อวี้ เป็นพิเศษ สำหรับคน
อื่นๆจะต้องคอยรั้งอยู่ที่นี่เพื่อรับฟังการอบรมเสียก่อน
“ใช่แล้ว เจ้าต้องต้องการที่จะเป็นหัวหน้ากองร้อยของ
ค่ายผลาญนภาหรือว่าต้องการเข้าร่วมกับค่ายทหาร
แห่งอื่นแทน หากว่าเจ้ายินยอมที่จะเข้าร่วมกับค่าย
ทหารอื่น ข้าสามารถจัดการเรื่องราวต่างๆได้เร็วขึ้นอีก
เล็กน้อย”
“หากเป็นค่ายทหารอื่นย่อมไม่เป็นปัญหา” อู่ อวี้
กล่าว
เขาได้เลื่อนขั้นกลายเป็นหัวหน้ากองร้อย เหตุผลหลัก
ก็คือเขาจะสามารถเข้าไปภายในพิภพต่างมิติได้สะดวก
ยิ่งขึ้น
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาที่เทียบได้แม้กระทั่ง
หัวหน้ากองพัน การย้ายไปค่ายทหารอื่นก็ย่อมไม่มี
ปัญหาอะไร เพราะไม่มีใครกล้าพอที่จะยั่วยุเขาอยู่แล้ว
และเป้าหมายต่อไปของ อู่ อวี้ ก็คือการเก็บเกี่ยวแต้ม
ผลงานเพื่อเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้ากองพัน
หากอยู่เพียงลำพังก็จะสามารถจัดการเรื่องต่างๆได้เร็ว
กว่าเดิม แต้มผลงานหนึ่งหมื่นแต้ม เขาอาจจะทำได้
สำเร็จภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนเสียด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม จะต้องรอการประกาศจากวิหารเทียนห
มิงเสียก่อนเขาจึงจะถือว่าเป็นหัวหน้ากองร้อยโดย
สมบูรณ์ ซึ่งก่อนที่จะประกาศอย่างเป็นทางการ ตัวเขา
ก็ยังคงเป็นองครักษ์หมิงไห่อยู่
ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนี้ อู่ อวี้ ได้ตัดสินใจกลับไป
ที่ค่ายผลาญนภา ใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้เข้าไปท้า
ทายเคล็ดวิชาเต๋าสักวิชาภายใน ‘วิหารบัญญัติเต๋า
ปีศาจ’
เคล็ดวิชาเต๋าของพรรคเต๋าวิถีอสูรถือว่าค่อนข้างร้าย
กาจยิ่ง โดยเฉพาะเคล็ดวิชาที่ทำให้เหล่าร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ สำแดงร่วมกัน ซึ่งเคล็ดเขตแดนโลหิต
กำสรวลได้ทำให้ อู่ อวี้ รู้ซึ้งถึงพลังของมันเป็นอย่างดี
ยามนี้เขาจึงแทบจะอดทนรอไม่ไหวที่ต้องการจะ
เรียนรู้เคล็ดวิชาเต๋าวิชาใหม่ๆ
ตอนนี้เป็นเวลาตกกลางคืนแล้ว ภายในกองทัพหมิงไห่
ก็ยังมีคนไม่น้อยที่กำลังพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ
ตอนกลางวัน
แต่เมื่อ อู่ อวี้ เดินผ่านมาพวกมันก็รีบหุบปากลงไป
ในทันที
อู่ อวี้ มาอยู่ที่นครหมิงได้ไม่นาน แต่ตอนนี้เขาได้
กลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งภายในนครหมิงแล้ว
ทุกคนต่างพูดถึงคนนอกผู้นี้เป็นเสียงเดียว
“เป็นไปได้ว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย จะชอบ อู่ อวี้ ผู้นี้
จริงๆ”
“อู่ อวี้ เป็นคนฉลาด เขารู้ดีว่าหากไม่รักษาระยะห่าง
กับองค์หญิงโย่วเสี่ย จอมจักรพรรดิหมิงไห่อาจจะ
พิโรธเอาได้”
“คนผู้นี้ช่างอาจหาญทำตัวกำเริบเสิบสานยิ่ง! ดูเอาไว้
เลยข้าว่าหลังจากนี้ มันก็คงจะอยู่รอดได้อีกไม่เกินสาม
วัน คนจากตำหนักราชครูกรมอาญามิใช่สัตว์กินพืชที่
จะยอมอยู่เฉยๆเสียหน่อย”
คำพูดนินทาเหล่านี้ไม่สามารถหยุดยั้งความุ่งมั่นของ อู่
อวี้ ได้ แต่กลับทำให้เขาเด็ดเดี่ยวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเขากลับไปถึงค่ายผลาญนภา เจดีย์ล่องกำเนิดก็ถูก
ซ่อนเอาไว้อยู่ภายในมุมหนึ่งที่ค้นพบได้ยากยิ่ง
หลังจากที่เขาเข้าไปภายในเจดีย์ เร่งหยิบนำ ‘วิหาร
บัญญัติเต๋าปีศาจ’ออกมาจากถุงจักรวาล
เมื่อได้รับการกระตุ้นจากแก่นแท้ตำหนักม่วง วิหาร
บัญญัติเต๋าปีศาจก็มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครา จากนั้นก็ตั้งอยู่
บนพื้นของเจดีย์ล่องกำเนิด และเข้าไปโผล่ท่ามกลาง
ท้องนภาขาวโพลนไร้จุดสิ้นสุดในทันที
“ครั้งนี้ฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋าวิชาไหนดี?”
“อันดับแรกต้องหาปีศาจที่ไม่แข็งแกร่งจนเกินไป
เสียก่อน อันดับที่สอง หากเป็นวิชาที่สามารถดึง
ประสิทธิภาพของ‘พลองหมื่นมังกร’ได้ ก็นับว่าเข้าตา”
ยามนี้พลองหมื่นมังกรยังไม่ได้ถูกกำราบอย่างสมบูรณ์
จึงยังไม่สามารถสำแดงวงเวทที่ทรงพลังมากที่สุดของ
มันออกมาได้
เมื่อพิจารณาจาก 2 ข้อนี้ ตัวเลือกจึงจำกัดวงแคบลง
เนื่องจากว่า อู่ อวี้ ไม่อาจเอาชนะปีศาจส่วนใหญ่
ภายในนี้เหล่านี้ได้ง่ายดายนัก
อย่างไรก็ตามการเข้ามาในครั้งนี้เขาก็พบว่าบางสิ่ง
เปลี่ยนแปลงไป
“ตำแหน่งของเวทีท้าทายในครั้งนี้กับครั้งก่อนที่
ปรากฏออกมาไม่เหมือนเดิม”
“อาจจะกล่าวได้ว่าเคล็ดวิชาเต๋าที่อยู่ภายในนี้ไม่ได้มี
เพียงแค่หลายร้อยวิชา แต่คาดว่าน่าจะมากกว่านั้น”
ด้วยเหตุนี้เขาจึงจะต้องทำการค้นหาเวทีท้าทายใหม่
อีกครั้ง
ครั้งนี้เขาใช้เวลาไปถึง 5 วันเพื่อหาเคล็ดวิชาที่
เหมาะสม
ในท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้แล้ว
บัดนี้ที่เบื้องหน้าของเขาก็คือเวทีท้าทายที่มีขนาด
มหึมา บนเวทีท้าทายมีร่างหนึ่งที่คล้ายกับระฆังทองคำ
มันก็คือคชสารสีทองที่มีขนาดตัวใหญ่โตยิ่ง! คชสารสี
ทองมีร่างกายที่แข็งแกร่ง ขาทั้ง 4 ข้างมีกล้ามเป็น
มัดๆ นอกจากจะมีงาสีทองก็ยังมีวงที่ทรงพลังเกื้อหนุน
มันจึงเหมือนกับเป็นใบมีดขนาบทั้ง 2 ข้างและมีแส้อยู่
ตรงกลาง
คชสารตัวนี้เปรียบดั่งภูเขาสีทองไม่สั่นไหว มันเปรียบ
ได้กับเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง
เมื่อมองไปที่คำอธิบายของวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ จึงรู้
ว่าปีศาจตนนี้มีชื่อว่า ‘คชสารเทวะทองคำ’ เป็นปีศาจ
ที่มีสายเลือดสูงส่ง ยิ่งมีสายเลือดบริสุทธิ์มากเท่าไหร่
ร่างกายก็จะยิ่งมีสีทองอร่ามมากขึ้นตามไปด้วย
คชสารเทวะทองคำมีพละกำลังมหาศาล ภายใต้ฟ้า
สวรค์แห่งนี้ไม่มีสิ่งใดสามารถขัดขวางมันได้ ไม่ว่าจะ
เป็นภูเขาหรือว่าหัวเมืองต่างๆมันก็สามารถทำลายได้
ไปในทันที
คชสารเทวะทองคำตนนี้มีชื่อว่า ‘อิงหยา’ เป็นผู้อาวุโส
รุ่นที่ 4 ของพรรคเต๋าวิถีอสูร เป็นปีศาจที่มีคุณธรรม
สูงส่ง ยามที่อยู่ในจุดสูงสุด อยู่ในขอบเขต สามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าระดับที่ 3 มันตกตายไปท่ามกลางภัย
พิบัติครั้งแรกของสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
เมื่อเทียบกับวานรปีศาจโลหิตแล้วก็ยังสูงกว่าถึง 1 ขั้น
แต่ก็ไม่ถือว่ามากจนเกือนไป ด้วยสาเหตุนี้ อู่ อวี้ จึง
กล้าที่จะทำการท้าทายมัน
เคล็ดวิชาเต๋าที่มันรังสรรค์ขึ้นมา ก็คือ ‘เคล็ดคชสารเท
วะสะท้านอเวจี’ ด้วยพละกำลังอันมหาศาลของคช
สารเทวะ ยามเมื่อใช้ออกจะก่อกำเนิดเป็นพลังช้างสาร
ไม่อาจหยั่งถึง ภายใต้พลังอำนาจของเคล็ดวิชาเต๋านี้
กระทั่งสามารถก่อให้เกิดเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้
ว่ากันว่าแรงสั่นสะเทือนนี้ยังส่งลงไปถึงนรกที่อยู่ในชั้น
ที่ลึกที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้นเคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจียังสามารถ
ดึงพลังอำนาจของพลองหมื่นมังกรได้อย่างแท้จริง
หากผสานกับเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง เทียมฟ้าจรดดิน
และเคล็ดวิชาอื่นๆ จะก่อให้เกิดการโจมตีที่ทวีความ
รุนแรงขึ้นมาได้ ยิ่งไปกว่านั้นร่างอวตารทั้งหลายก็
สามารถใช้งานเคล็ดวิชานี้ได้ หากเป็นเช่นนั้นก็อาจจะ
ก่อให้เกิดพลังที่ทับซ้อนผสานเป็นการจู่โจมใหม่ๆ
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา จึง
ทำให้ยามที่ผสานค่ายกลหรือเคล็ดวิชาเต๋าต่างๆจะไม่
เหมือนกับคนหนึ่งพันคนใช้ออกร่วม แต่หากเป็น อู่ อวี้
ทั้งหนึ่งพันคนแสดงเคล็ดวิชาเต๋า กล่าวง่ายๆก็คือเป็น
อู่ อวี้ ที่ใช้ออกเคล็ดวิชาเดียวถึงพันครั้งออกมาในเวลา
เดียวกันจนก่อเกิดเป็นวงเวทหรือการโจมตีทับซ้อนลง
ไปในจุดๆเดียว ถือเป็นข้อได้เปรียบของ อู่ อวี้ อย่าง
แท้จริง!!
เมื่อเขาตัดสินใจเลือกเคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจี อู่
อวี้ ก็ลงสู่เวทีเพื่อทำการเตรียมตัวท้าทาย ‘คชสารเท
วะทองคำ’ แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ถึงความน่ากลัวของคช
สารเทวะทองคำ แต่เพื่อที่จะฝึกฝนเคล็ดคชสารเทวะ
สะท้านอเวจีนี้ เขาจำต้องเสี่ยง!! เนื่องจากมันจะทำให้
พลังรบและการจู่โจมของตัวเขาสามารถยกระดับได้
อย่างก้าวกระโดด เช่นนั้นเขาจึงตัดสินใจโดยไม่ลังเล
ที่แห่งนี้คือนครหมิง สถานที่อยู่ในระนางสูงสุดเช่นนี้
ย่อมต้องมีคนปองร้ายหรือคิดที่จะสังหารเขาอยู่ทุก
เวลาอย่างแน่นอน
แต่ อู่ อวี้ ต้องการที่จะไต่ขึ้นไปอยู่ในระดับสูงให้
มากกว่านี้ เขาจึงไม่คิดที่จะสะกดข่มสัญชาตญานของ
ตนเองเอาไว้ จำต้องปลดปล่อยสัญชาตญานมุ่งหน้า
ไปสู่เส้นทางสู้การเป็นเซียนอมตะ นี่คือสิ่งที่ ฉีเทียน
ต้าเซิ่น สั่งสอนเขา
ดังนั้นเขาจึงกู่ร้องคำรามออกมา พริบตาเดียวคนก็เข้า
สู่ร่างจำแลงเซียนวานร และขยายร่างด้วยเทียมฟ้าจรด
ดิน ยกระดับพละกำลังของตนเองขึ้นสู่ระนาบสูงสุด
เท่าที่ตนจะทำได้ ในมือกระชับพลองหมื่นมังกร บัดนี้
มังกรนับหมื่นของพลองหมื่นมังกรแผดเสียงคำราม
ก้อง จากนั้นเขาก็มายืนเผชิญหน้าอยู่เบื้องหน้าบรรพ
ชนบน ‘เวทีท้าทาย’!
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว วิหารบัญญัติเต๋าปีศาจานี้มีความ
ลึกลับน้อยกว่าเจดีย์ล่องกำเนิด แต่ทว่าอยู่ในระดับที่
สูงกว่าพลองหมื่นมังกร
แน่นอนว่าเขาตระหนักดีว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องไปทำ
การท้าทายหุ่นเชิดตัวใหม่ของเจดีย์ล่องกำเนิด หุ่นเชิด
ที่มีความแข็งแกร่งกว่าหุ่นเชิดขาวดำ กำลังรอเขาอยู่
แต่เนื่องจากว่าดูเหมือนว่าไม่อาจจะใช้หุ่นเชิดมาท้า
ทายวิหารบัญญัติเต๋าอสูรแห่งนี้ได้ หรืออาจจะเป็นไป
ไม่ได้ที่จะนำมันเข้ามาด้วย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะ
ทำการคัดเลือกเคล็ดวิชาเต๋าก่อน จากนั้นค่อยไปท้า
ทายต่อสู้กับหุ่นเชิดทีหลัง
หากประสบความสำเร็จเขาก็จะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม!
คชสารเทวะทองคำได้มองมายังเขา ในคราแรกคชสาร
มีท่าทีสงบนิ่ง แต่เมื่อ อู่ อวี้ ก้าวเข้ามา มันก็เริ่ม
เคลื่อนไหว ไม่เพียงแต่เวทีท้าทายแห่งนี้ แต่ไม่ว่าจะ
เป็นนภากาศรอบด้าน หรือว่ากำแพงที่ปกคลุมเวที
เอาไว้ ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขึ้นในทันใด
มันยกงวงสีทองขึ้นมา กวาดไปทั่วราวกับระเบิดโทสะ
แม้ว่าจะยังไม่ได้ทำการโจมตีไปที่ อู่ อวี้ แต่มันกลับได้
สร้างเป็นแรงกดดันอันหนักหน่วง ทำให้ อู่ อวี้
ตระหนักได้ว่าร่างกายของมันทุกส่วนล้วนเป็นอาวุธที่
สามารถพรากชีวิตของเขาได้
บัดนี้ต่างฝ่ายต่างกำลังกำลังคุมเชิง แต่เป็นฝ่ายเขาที่
ถูกคชสารเทวะทองคำกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
“สู้!!!”
อู่ อวี้ กัดฟันกรอด พุ่งเข้าไปโดยไม่ลังเล
จุดเปลี่ยนอนาคตของเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว!
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ