กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 734: ต่อสู้กับคชสารเทวะทองคํา
แม้จะเพิ่งเพียงเผชิญหน้า แต่ทว่า อู่ อวี้ กลับตระหนัก
ถึงความแข็งแกร่งของ คชสารเทวะทองคำ ได้เป็น
อย่างดียิ่ง
อีกฝ่ายยังไม่สำแดง เคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจี
ออกมา แต่กระนั้นแล้ว ด้วยขาทั้งสี่ของมันที่ราวกับผืน
แผ่นดินจะทานรับมันไม่ไหว ก็บังเกิดเป็นระลอกคลื่น
พวยพุ่งจนปฐพีล่มสลาย
บัดนี้ อู่ อวี้ คร่ากุมพลองหมื่นมังกรเอาไว้อย่างถนัดมือ
โหมโรมรันเข้าใส่ คชสารเทวะทองคำ ออกไปอย่างบ้า
คลั่ง
มังกร ปะทะ คชสาร !
พลังของมันนั้น ไม่ด้อยไปกว่ายามที่ อู่ อวี้ เข้าท้าทาย
พลองหมื่นมังกรแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าบรรพชนผู้นี้
อยู่ในระนาบพลังที่สูงล้ำเป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่พลังที่
เอ่อล้นออกมานี้ก็ทำให้ผู้ที่อยู่รอบๆแทบจะอาเจียนไป
ตามๆกันแล้ว
อีกทั้งพลังของ คชสารเทวะทองคำ นี้ก็ยังไม่แยก
ระหว่างพลังปราณกับกายเนื้อ แต่กลับผสานทั้งสอง
เข้าด้วยกันผนวกจนกลายเป็นเคล็ดวิชาได้อย่างลงตัว
กายเนื้อปลดปล่อย พร้อมกับพลังปราณอันเอ่อล้น
ห่อหุ้ม ผสมผสานกลายเป็นพลังโจมตีทำลายล้าง!!
คชสารเทวะทองคำยกขาคู่หน้าขึ้นสูง มันส่งเสียงดัง
กึกก้องออกมาอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของ อู่ อวี้
ทำให้ตัวมันรู้สึกตื่นเต้น ยามนี้ตัวมันได้แปรเปลี่ยน
กลายเป็นลำแสงสีทองสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้าใส่ อู่ อวี้
“ฮ่าห์!”
การที่ต้องต่อสู้กับอสูรกายยักษ์เช่นนี้ ก็จำเป็นจะต้องมี
ความกล้าที่บ้าบิ่นพอตัว
อู่ อวี้ สูดลมหายใจเข้าไปจนลึก จากนั้นกระชับพลอง
หมื่นมังกร พุ่งเข้าประจันหน้ากับมัน
ยามนี้คชสารเทวะทองคำได้สำแดง เคล็ดคชสารเทวะ
สะท้านอเวจี ออกมา
เมื่อเห็นคชสารเทวะทองคำ ยกขาขึ้นสูงและกระทืบลง
มาอย่างรุนแรง ทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มล้มกระจาย เกิด
เป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว บัดนี้ตัวมันได้มาหยุดยืนอยู่
ตำแหน่งเบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ราวกับทุกสิ่งหยุดนิ่ง สิ่ง
ที่เขารู้สึกในยามนี้ก็คือว่าแม้จะเป็นโลกทั้งใบ แต่เมื่อ
อยู่ต่อหน้าการเหยียบย่ำของคชสารเทวะทองคำ ก็
ต้องพังทลายลงไปไม่ต้องสงสัย!
นภากาศอันว่างเปล่าได้ก่อตัวเป็นระลอกคลื่น พุ่งเข้า
ปะทะกับ อู่ อวี้ สีทองของคชสารเทวะทองคำราวกับ
ผสานลงไปอยู่ภายในระลอกคลื่นจนกลายเป็นสีทอง
อร่าม ระลอกคลื่นลูกแล้วลูกเล่าพุ่งเข้ามาปะทะกับ อู่
อวี้ แม้ว่ามันจะยังไม่ทันถึงตัว แต่เขาก็ยังรับรู้ได้ถึง
แรงสั่นสะเทือนที่แสนรุนแรงยิ่ง
เมื่อเห็นพลังอำนาจนี้ด้วยสายตาของตนเอง อู่ อวี้ ก็
ตระหนักได้แล้วว่า เคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจีนี้
ร้ายกาจมากกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้
ยิ่งไปกว่าก็ไม่มีทางที่จะหลบหลีกพลังอำนาจของมันได้
ตามจริงแล้วแม้ว่าเขาจะสามารถเอาชัยมาได้ แต่ อู่ อวี้
ก็ไม่ต้องการจบมันอย่างรวดเร็วอยู่ดี เขาต้องการที่จะ
ต่อสู้กับคชสารเทวะทองคำ ทำให้ตนเองมีความคุ้นเคย
กับเคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจีมากกว่านี้เสียก่อน
โดยเฉพาะเมื่อยามต้านรับกับเคล็ดวิชานี้แต่ละครั้งก็
จะทำให้เขาได้เข้าใกล้กับเคล็ดวิชาเต๋านี้มากยิ่งขึ้น
เช่นนั้นครานี้เขาจึงเลือกที่จะอดทนต้านรับมันต่อไป
ตูม!
ในช่วงเวลานั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงเทพแห่งความตายเข้า
ใกล้เข้ามาในทันที ภายใต้คลื่นกระแทกอันรุนแรง
เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระดูกหรือเลือดเนื้อของ อู่ อวี้
พริบตานั้นก็ถูกฉีกกระชากออก ต้องรู้ว่ามันเป็นถึงกา
ยาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ เชียวนะ!!
ตัวเขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงแรงสั่นสะเทือน
ของระลอกคลื่นแต่ละลูก จนกระทั่งร่างกายของเขาก็
แทบจะผันผวนระเบิดไปภายในบัดเดี๋ยวนั้น
เกิดเป็นความเจ็บปวดอันแสนสาหัส ซึ่งสิ่งที่น่ากลัว
ยิ่งกว่านั้นก็คือแรงสั่นสะเทือนนี้มันไม่ได้หายไปได้
ง่ายๆ
เขายังคงต้านรับอย่างต่อเนื่องจนแทบจะถึงขีดจำกัด
ของตนเอง หากว่าเขายังคงฝืนต้านทานการโตมตีอัน
รุนแรงนี้อีกเพียงเล็กน้อย คาดว่าเขาคงสิ้นลมไปก่อน
จะได้รับมันมา
อย่างไรก็ตามเขาก็สามารถเก็บเกี่ยวความเข้าใจมาได้
มากมาย สัมผัสถึงความร้ายกาจของมันด้วยร่างกาย
ของตัวเอง ทำให้เขามีความเข้าใจเกี่ยวกับเคล็ดคชสาร
เทวะสะท้านอเวจีมากขึ้น
ก่อนที่ระลอกการโจมตีลูกต่อไปของคชสารเทวะ
ทองคำจะถาโถมมาอีก อู่ อวี้ ก็รีบสำแดงเมฆาตลบฟ้า
ขั้นที่ 2 พุ่งออกไปจากกำแพงอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ออกมาแล้วเขาก็เริ่มทำการฟื้นฟูตัวเอง
ร่างกายของ อู่ อวี้ ไม่เคยได้รับความเสียหายที่รุนแรง
เช่นในวันนี้มาก่อน โชคดีที่ร่างกายของเขามี
ความสามารถในการฟื้นฟูอันน่าเหลือเชื่อจนเกือบจะ
อยู่ในระดับที่เรียกว่าเป็นอมตะ ซึ่งยามนี้ร่างกายของ
เขาฟื้นฟูขึ้นมาได้ด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้
ด้วยตาเปล่า
ดูเหมือนว่าคชสารเทวะทองคำจะไม่เข้าใจว่า อู่ อวี้
ออกไปได้อย่างไร สำหรับมันแล้ว สิ่งที่ อู่ อวี้ ทำก็คือ
การฝ่าฝืนกฏ ดังนั้นคชสารเทวะทองคำจึงเต็มไปด้วย
โทสะ มันใช้งาทั้ง 2 ข้างที่เปรียบได้กับดาบยาวพุ่งเข้า
ใส่กำแพงของเวทีท้ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้เวทีทั้งหมด
สั่นสะท้านราวกับพังครืนได้ทุกเมื่อ
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน อู่ อวี้ ก็ฟื้นฟูกลับมาสู่สภาพ
เดิม จากนั้นเขาเสริมพลังของร่างกายด้วยเม็ดยาต่างๆ
“หากข้าต้านรับอีก 2-3 ครั้งกายเนื้อของข้าก็น่าจะทวี
ความแข็งแกร่งขึ้นตามด้วย ยามนี้คู่ต่อสู้ที่ข้าต้องพบ
เจอยิ่งมายิ่งแข็งแกร่งขึ้น ทำให้ข้อได้เปรียบในเรื่อง
กายเนื้อของข้าค่อยๆหายไป บางทีแม้ว่าข้าจะสามารถ
ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 1 ก็
ไม่แน่ว่าข้าอาจจะสามารถเป็นคู่มือกับผู้ที่อยู่ใน
ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 8 ได้ แต่
ท้ายที่สุดขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะไม่ได้มุ่งเน้นไป
ที่การเพิ่มพูนแก่นแท้ตำหนักม่วงเพียงอย่างเดียว แต่
ข้ายังจะต้องคอยขัดเกลาจิตเทวะอีกด้วย”
ช่องว่างของพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขากับกับคนอื่นๆ ก็ถือ
ว่าค่อนข้างใหญ่ หากว่าไม่มีการสนับสนุนจากพลัง
อิทธิฤทธิ์ ก็เป็นเรื่องยากที่จะสามารถคืบหน้ามาได้ดั่ง
เช่นในตอนนี้ และหลังจากนี้คู่ต่อสู้ที่เขาต้องพบเจอก็
จะยิ่งแข็งแกร่งกว่าเดิม ทำให้ข้อได้เปรียบยิ่งลดลงไป
เรื่อยๆ หากโชคดีจนเข้าสู่ขอบเขตค้นหาเต๋า คิดว่ายาม
นั้นความสามารถในการต่อสู้ข้ามระดับคงจะลดเหลือ
เพียง 4-5 ระดับจากตนเองเท่านั้น เนื่องจากผู้ที่เข้าสู่
ขอบเขตค้นหาเต๋านั้น ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือ
อัจฉริยะทั้งสิ้น
เมื่อถึงตอนนั้นการขัดเกลากายเนื้อก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้
ง่ายอีกต่อไปแล้ว
ยามนี้เขาพุ่งกลับเข้าไปภายในเวทีท้าทายโดยไม่ลังเล
พร้อมเผชิญหน้ากับคชสารเทวะทองคำอีกครา!
หากว่า อู่ อวี้ ใช้งานเคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลกับ
เขตแดนเนตรทองคำ เขาก็รู้สึกว่าสองเคล็ดนี้ย่อมทำ
ให้เขาสามารถเอาชนะคชสารเทวะทองคำได้ แต่เขายัง
ก็ไม่ได้เลือกที่จะทำ บัดนี้เคล็ดคชสารเทวะสะท้าน
อเวจีของอีกฝ่ายยังไม่สามารถสังหารเขาได้ ด้วยกายา
เพชรอมตะของเขา จึงทำให้มีความกล้าหาญเทียมฟ้า
เขาจึงคิดที่จะท้าทายคชสารเทวะทองคำเพื่อทำ
ความคุ้นเคยกับเคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจี
ทางอ้อม เพราะเมื่อถึงเวลาที่เขาทำการฝึกก็จะทำให้
สะดวกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม!
เขากัดฟันยืนหยัดทานรับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง!
ทุกครั้งที่เขาได้รับบาดเจ็บ ความปรารถนาในจิตใจ
ของ อู่ อวี้ ก็ยิ่งกล้าแกร่งมากขึ้น
เขาปรารถนาที่จะเป็นเช่นเดียวกับ ฉีเทียน ต้าเซิ่น
ปรารถนาจะกลายเป็นเซียนอมตะ
เขาต้องการที่จะตามหา ลั่วผิน ต้องการที่จะมี
คุณสมบัติในการยืนเคียงคู่กับนาง ในตอนเขายังเด็ก
น้อยนัก นอกจากจะได้พบเจอกับ จิ่วเซียน และ
หนานกง เหว่ย แล้ว ก็มีเพียงแค่ ลั่วผิน ที่ได้มอบ
ความรู้สึกที่เรียกว่าความรักและชื่นชมให้กับเขา
เขาต้องการที่จะพิทักษ์ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง เป็น
เพราะสถานที่แห่งนั้นนับว่าอ่อนแอยังไม่เกินเลย
ทั้งหมดทั้งปวงนี้เป็นแรงผลักดันให้เขากัดฟันสู้มาโดย
ตลอด
ราชาวานรที่อาบไล้อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง ก็เป็นส่วน
ที่แข็งแกร่งที่สุดภายในจิตวิญญาณของเขา
ตูม ตูม ตูม!
ไม่รู้ว่าเขาจะล้มไปกี่ครั้ง แต่เขาก็ลุกกลับขึ้นมาได้เสมอ
ตราบใดที่กายาเพชรอมตะ ยังสามารถฟื้นฟูขึ้นมาได้
ไม่ว่าเขาจะถูกทำลายไปมากขนาดไหน ไม่ว่าจะต้อง
ได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานมากเท่าไหร่ เขาก็
ยังคงกัดฟันอดทนเอาไว้
เขาเกิดมาในฐานะผู้ต้อยต่ำ ต้องถูกกดขี่ข่มเหงมาโดย
ตลอด เมื่อมี เสิน อู่เต้า คอยนำทาง จึงรู้ว่าการที่
สามารถไล่ล่าเต๋าได้เป็นสิ่งที่โชคดีอย่างหนึ่ง ดังนั้นเขา
จึงเห็นคุณค่าของมันมากกว่าใครๆ
เขาท้าทายครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งผ่านไปเคล็ดคชสารเท
วะสะท้านอเวจีก็ยิ่งซึมซับเข้าไปภายในสมองของเขา
มากขึ้นเรื่อยๆ
เขารู้สึกว่าในยามนี้ถึงเวลาที่เขาควรจะสำแดงร่าง
อวตาร เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลและเขตแดนเนตร
ทองคำเพื่อจัดการกับคชสารเทวะทองคำแล้ว
คชสารเทวะทองคำ ไม่คาดคิดเลยว่า อู่ อวี้ จะมีฝีมือ
ถึงเพียงนี้ แต่กลับซุกซ่อนเอาไว้
อย่างไรก็ตามมันตายไปแล้ว สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่
ในตอนนี้ก็เป็นวิญญาณที่ไม่สมบูรณ์ ส่วนใหญ่แล้วจึง
แสดงอารมณ์ง่ายๆออกมาเช่น สงสัย และ โทสะ เมื่อ
อู่ อวี้ เอาชัยเหนือมันได้ หลังจากที่ท้าทายได้สำเร็จ
ภารกิจของมัน ก็ถูกเปลี่ยนกลายเป็นคอยให้ความ
ช่วยเหลือ อู่ อวี้ ทำให้เขาสามารถฝึกฝนเคล็ดคชสาร
เทวะสะท้านอเวจีแทน
อู่ อวี้ หยิบม้วนตำราเคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจีที่
อยู่ตรงใจกลางเวทีท้าทายขึ้นมา จากนั้นเริ่มนั่งสมาธิ
ลง เริ่มยอมรับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของคนรุ่นก่อนที่
ได้สรรค์สร้างเคล็ดวิชาเต๋านี้ขึ้นมา บนเส้นทางของการ
ฝึกตน ล้วนมีบรรพชนอยู่จำนวนมาก เขาจะสามารถ
ค่อยๆเก็บสะสมประสบการณ์ได้ทีละเล็กทีละน้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีศาจของพรรคเต๋าวิถีอสูร ล้วนมี
คุณค่าควรแก่การเคารพเทิดทูนยิ่ง การเสียสละโดย
การใช้ร่างกายของตนเองมาทำประโยชน์ แม้จะตก
ตายไปแล้วก็ตามที
และทุกการทำงานอย่างหนักย่อมได้รับผลตอบแทนอยู่
เสมอ
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ได้ต้านรับการโจมตีของเคล็ดคชสาร
เทวะสะท้านอเวจีนี้อยู่หลายครั้ง ดังนั้นในขั้นตอนการ
ทำความเข้าใจในตอนนี้ ทำให้ข้อสงสัยของเขาถูก
กำจัดไปได้ในทันที
แม้ว่าจะพบจุดคอขวด คชสารเทวะทองคำก็จะรีบ
สาธิตเคล็ดวิชา เพื่อช่วยเหลือ อู่ อวี้ ในทันที
“มรดก” ถ้อยคำนี้ช่างเป็นคำที่วิเศษยิ่ง
อู่ อวี้ มองการสาธิตเคล็ดวิชาของคชสารเทวะทองคำ
อย่างจริงจัง
เขาอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความตื่นเต้น
ฉีเทียน ต้าเซิ่น หาญกล้าท้าทายพระพุทธองค์ ได้มอบ
เจตจำนงให้แก่เขา ทว่ามันก็ไม่ใช่มรดกสืบทอด
เนื่องจากว่าการมีมรดกสืบทอดจึงทำให้โลกที่ไร้เขต
แดนเช่นนี้รุ่งเรืองขึ้นมาได้ ผู้สืบทอดมรดก ต่างเป็นคน
ที่ยอดเยี่ยมจากการรังสรรค์ของชนรุ่นหลัง ดังนั้นเขา
จึงสาบานว่าต้องการที่จะสืบทอดภูมิปัญญาของคนรุ่น
ก่อนและนำมาต่อยอดให้สำเร็จ
เมื่อรังสรรค์เคล็ดวิชาเต๋าขึ้นมาด้วยตนเอง ก็จะยิ่งทำ
ให้ เต๋า คืบหน้า
มีคำพูดอยู่คำหนึ่งได้กล่าวเอาไว้ว่า เคล็ดวิชา มีความ
เกี่ยวข้องกับคำว่าเต๋าอย่างลึกซึ้ง เคล็ดวิชาเต๋าก็เป็น
เหมือนกับการแสดงออกถึงความเข้าใจในเต๋าอย่าง
หนึ่ง การแอบแฝงเต๋าเอาไว้ภายใน มันก็ทำให้ผู้อื่น
สามารถเข้าใจได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นในอีกรูปแบบ
ยามนี้ อู่ อวี้ ก็กำลังรู้แจ้งถึงเต๋าของ ‘คชสารเทวะ
ทองคำ’ จากเต๋าที่อยู่ภายในเคล็ดวิชาก็จะทำให้เขา
ตระหนักถึงเต๋าของตนเองเพิ่มขึ้นด้วย
เมื่อเวลาผันผ่านไป เขากำลังจมอยู่ท่ามกลางการรู้แจ้ง
เกี่ยวกับเคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจี
การฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋า บางครั้งอาจจะต้องใช้เวลาสัก
ระยะหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับมัน แต่มันกลับ
เป็นเหมือนกับการกินอาหารของอู่ อวี้ เขาค่อยๆทำ
ความเข้าใจ และแก้ปัญหาไปทีละจุดอย่างสนุกสนาน
ในที่สุดก็สามารถรู้แจ้งในความซับซ้อนทั้งหมดของ
เคล็ดวิชาเต๋าได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
การอดทนต้านรับก่อนหน้านี้ ผนวกกับคำแนะนำ
ของคชสารเทวะทองคำ ทำให้ขณะ อู่ อวี้ กำลังฝึกฝน
เคล็ดคชสารสะท้านอเวจี จึงแทบจะไม่พบกับปัญหาที่
ถึงกับต้องหยุดชะงัก และในที่สุดเขาฝึกเคล็ดวิชาคช
สารเทวะสะท้านอเวจีได้สำเร็จ
เวลาได้ผันผ่านไปมากกว่า 2 เดือนแล้ว ในช่วงเวลานั้น
อู่ อวี้ ไม่ได้กินไม่ได้นอน ลืมแม้กระทั่งว่าเวลาที่ผ่านไป
จมปลักอยู่ภายในมหาเต๋านี้อย่างหมกมุ่น
เมื่ออยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด เวลาด้านนอกก็สมควร
ผ่านไปเพียงร่วมเดือน ยามนี้คำร้องการเลื่อนยศเป็น
หัวหน้ากองร้อยของเขาน่าจะประกาศออกมาพอดี
หลังจากที่ได้รับเคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลและ
เคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจีมาแล้ว อู่ อวี้ ก็มีความ
กล้าหาญและความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมในยามที่อยู่
ภายใน จักรวรรดิเป่ยหมิงแห่ง นี้
ความจริงหากว่าเขามีความมั่นใจและคุณสมบัติ
เพียงพอกว่านี้ เขาก็ต้องการที่จะลองไปยังอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง เนื่องจากที่แห่งนั้นถือเป็นจุด
ศูนย์กลางที่แท้จริงของดินแดนโบราณเหยียนหวง
แต่ทว่าตอนนี้ยังไม่ได้
เขาไม่ได้รีบร้อนออกไป เนื่อจากว่าหลังจากที่เขาร่ำ
เรียนเคล็ดวิชาเต๋าสำเร็จ ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เขา
จะต้องไปทำ
นั่นก็คือการท้าทายหุ่นเชิด!
ยามนี้เขาน่าจะมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะสามารถ
ท้าทายหุ่นเชิดตัวใหม่ที่มีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าหุ่นเชิด
ขาวดำของเจดีย์ล่องกำเนิดแล้ว
เขาเร่งออกจากวิหารบัญญัติเต๋าปีศาจ กลับมาอยู่
ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด หลังจากที่เก็บแผ่นป้ายกลับ
เข้าไป เขาก็ทำการเตรียมตัวท้าทายหุ่นเชิดในทันที
ถัดจากหุ่นเชิดขาวดำ!
ที่อยู่ภายในค่ายกล เป็นเงาร่างสีดำทมิฬที่มีขนาด
ใหญ่โตมากกว่าหุ่นเชิดขาวดำ กล่าวได้ว่ามันเป็นอสูร
กายที่มีความดุร้ายอย่างยิ่งยวด
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ