กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 735: คุกแห่งความตาย
หลังจากที่ อู่ อวี้ เลือกหุ่นเชิดเป็นคู่ต่อสู้แล้ว หุ่นเชิดที่
อยู่ภายในวงเวทอื่นๆก็เริ่มจมลงสู่ผืนปฐพี มีเพียงแค่วง
เวทที่เขาเลือกเท่านั้นที่กำลังส่องแสงสว่าง ฉับพลัน
แสงสีดำทมิฬกลืนกินรอบด้านไปอย่างรวดเร็ว
แสงสีดำขยายตัวไปจนถึงจุดขีดสุด ทว่ามันกลับไม่จาง
หายไป
บัดนี้ภายในเจดีย์ล่องกำเนิดทั้งหมดจึงถูกย้อมด้วยสีดำ
ทมิฬอาบไล้
นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
ร่างกายอันใหญ่โตของหุ่นเชิดตัวนี้ เมื่ออยู่ท่ามกลาง
ความมืดมิดยิ่งทำให้มันดูดุร้ายเป็นพิเศษ แม้ว่าความ
มืดมิดจะปกคลุมรอดด้านอยู่ แต่ด้วยเนตรเพลิงของ อู่
อวี้ ก็ยังสามารถมองเห็นหุ่นเชิดตัวนี้ได้อย่างชัดเจน
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุดท่ามกลางความมืดมิดก็คือ
ดวงตาสีเขียวคู่นั้น
เมื่อดวงตาสีเขียวอยู่ท่ามกลางความมืดมิด มันยิ่งขลับ
มันดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น ราวกับเป็นสีของเปลวเพลิง
วิญญาณก็มิปาน
นอกจากดวงตาแล้ว ส่วนอื่นๆล้วนเป็นสีดำทมิฬทั้งสิ้น
ทั่วทั้งร่างของมันถูกหล่อขึ้นมาจากเหล็กกล้าชั้นสูง
วัสดุในการสร้างเห็นได้ชัดว่ามีระดับที่สูงกว่าหุ่นเชิด
ขาวดำ และยังบริสุทธิ์ยิ่งกว่า ทุกส่วนบนร่างของมันให้
ความรู้สึกที่เย็นยะเยือกไปจนถึงจิตวิญญาณ
และบนร่างของมันก็สวมใส่ชุดเกราะเช่นเดียวกับของ
มนุษย์ ดูแข็งแกร่งดุดันยิ่ง อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนึ่ง
จุดที่มีความพิเศษ นั่นคือส่วนหัวของมัน หาก อู่ อวี้
มองไม่ผิดไป ส่วนหัวของมันไม่ได้เป็นของมนุษย์ แต่
เป็นหัวของหมูป่าที่ดูน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาสีเขียว
เข้มและยังมีคมเขี้ยวคู่หนึ่งอย่างชัดเจน
เมื่อมองไล่ลงมา มือทั้ง 2 ข้างของมันเป็นกรงเล็บที่
แหลมคมราวกับเป็นพยัคฆ์ โดยปกติแล้วจะต้องเป็น
พยัคฆ์เท่านั้นจึงจะมีกรงเล็บที่คมกริบเช่นนี้ได้
อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีอาวุธอยู่อีกอย่าง หากมองให้
ชัดจะเห็นได้ว่ามันคือ ‘คราด’ ซึ่งมันคือเครื่องมือของ
ชาวนาชนิดหนึ่ง ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ เคยเห็นมันแค่
ภายในพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกภายในอาณาจักรบูรพา
เย่วอู่เท่านั้น
อู่ อวี้ ไร้ซึ่งคำพูด
“ผู้สร้างหุ่นเชิดตัวนี้ พิลึกพิลั่นโดยแท้จริง นอกจากจะ
สร้างหุ่นเชิดจะมีหน้าตาอุบาทเช่นนี้แล้ว ยังให้มันใช้
ศาสตราวุธที่แปลกประหลาดอีกด้วย”
ความจริงสิ่งที่เรียกว่าอาวุธของหุ่นเชิดเหล่านี้ก็นับเป็น
ส่วนหนึ่งของร่างกายมันด้วย การมันถูกแยกออกจาก
กัน ก็เพื่อความสะดวกในการสลักวาดวงเวท จะได้นำ
ท่าทางการต่อสู้ของผู้ฝึกตนหรือว่าปีศาจใส่ผนวกเข้า
ไปได้
อย่างไรก็ตามเมื่อเหลือบมองไปหลายครั้ง อู่ อวี้ ก็รู้สึก
บางอย่างที่แปลกประหลาด รูปร่างของหุ่นเชิดตัวนี้ไม่
ว่าจะเป็นศีรษะของหมู หรือว่าคราดของมัน ได้ทำให้
เขารู้สึกคลับคล้ายคลับครา ความรู้สึกเช่นนั้นมันผุด
ออกมาจากภายในตัวของเขา แปลกประหลาดยิ่งนัก
แต่เขาก็มั่นใจมาก ว่าเขาไม่เคยเห็นหุ่นเชิดตัวนี้มา
ก่อนจริงๆ
“ชื่อของข้า : เฮยซา เจี้ยเสิน [ทมิฬสังหารเทวะ]!
โปรดให้คำชี้แนะด้วย!” หุ่นเชิดตัวนี้มีลักษณะที่เคร่ง
ขรึมจริงจังยิ่ง ก่อนจะทำการต่อสู้กระทั่งมันยัง
ประสานมือคาราวะ อู่ อวี้
“ข้าน่าจะคิดมากเกินไป” อู่ อวี้ โยนความคิดแปลกๆ
ก่อนหน้านี้ทิ้งไป คนเร่งทำสมาธิเตรียมพร้อมที่จะทำ
การต่อสู้ แม้ว่า ‘เฮยซา เจี้ยเสิน’ จะมีรูปร่างสูงใหญ่
แต่เมื่อ อู่ อวี้ แปลงกายด้วยเทียมฟ้าจรดดิน กลับ
กลายเป็นว่าตัวของมันหดเล็กลงทันตาเห็น หลังจากที่
ได้ครอบครองเคล็ดวิชาเต๋าวิชาใหม่แล้ว หากให้ต่อสู้
กับ กง เสิ้นจุน อีกครั้ง เกรงว่ากระบวนท่าเดียวก็คงรู้
ผล!
ยามนี้วานรสีทองที่มีลักษณะเหี้ยมหาญ กับหุ่นเชิด
แปลกประหลาดที่มีรูปร่างดั่งหมูป่า พุ่งเข้าปะทะกัน
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ!
ในยามที่ปะทะกัน เฮยซาน เจี้ยเสิน ถือว่าอ่อนแอกว่า
ร่างจำแลงเซียนวานรของเขาอยู่เล็กน้อย แต่ก็เทียบได้
กับระดับของ กง เสิ้นจุน ได้เลยทีเดียว
“วงเวทกำเนิดพฤกษา!”
บนร่างของอีกฝ่ายได้มีการสลักวงเวทโจมตีระดับสูงอยู่
จำนวนไม่น้อย เช่นในยามนี้มันได้เปิดใช้งานวงเวทที่มี
คุณสมบัติของธาตุไม้ออกมา เมื่อวงเวทส่องประกาย
แสงระเบิดพลังขึ้นอย่างฉับพลัน พื้นที่ภายในเจดีย์ล่อง
กำเนิด ก็ถูกปกคลุมไปด้วยเหล่าแมกไม้สีดำทมิฬ
จำนวนนับไม่ถ้วน ต้นไม้เหล่านั้นดูราวกับมีชีวิต และ
เฮยซา เจี้ยเสิน ก็เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางแมก
ไม้เหล่านี้อย่างช่ำชอง พร้อมกับกิ่งของต้นไม้กลับพุ่ง
เข้าโจมตี อู่ อวี้ อย่างบ้าคลั่ง!
แม้ว่ามันจะถูกทำลายไปแล้วแต่ก็สามารถงอก
กิ่งก้านสาขาขึ้นมาใหม่และโจมตี อู่ อวี้ กลับอย่าง
ต่อเนื่องในทันที!
แต่น่าเสียดายที่ วงเวทธาตุไม้เช่นนี้ถือว่าเป็นแพ้ทาง อู่
อวี้ อย่างสมบูรณ์!
“เขตแดนเนตรทองคำ”
ดวงตาทั้งสองสาดแสงอันร้อนแรงขึ้น แม้ว่าทั้งสี่ทิศจะ
ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด แต่ดวงตาอันร้อนแรงคู่
นั้นของ อู่ อวี้ กลับระเบิดแสงออกมาอย่างฉับพลัน
แสงเจิดจ้าร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงได้กลืนกินพื้นที่
ทั้งหมดภายในเจดีย์ล่องกำเนิดไปอย่างรวดเร็ว!
เหล่าแมกไม้ทมิฬเหล่านั้นเมื่อตกอยู่ใต้เปลวเพลิงอัน
ร้อนแรงก็ถูกกดดันไปอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าจะไม่ได้ถูก
เผาไหม้จนสิ้นซาก มันก็ทำได้เพียงแค่ดิ้นรนไร้ซึ่ง
เรี่ยวแรงจะตอบโต้!
ในช่วงเวลานี้ เฮยซา เจี้ยเสิน มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้า
อู่ อวี้ พร้อมกับหมุนควงคราดสีดำทมิฬของมัน เข้า
ต่อสู้ระยะประชิดกับ อู่ อวี้ นับว่าความสามารถของ
อีกฝ่ายถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามใน
ท้ายที่สุดก็ถูก อู่ อวี้ กดดันด้วยกายเนื้ออันแข็งแกร่ง
ของเขาอยู่ดี
“วงเวททมิฬกลืนกินวิญญาณ!”
ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะยังมีความสามารถอื่นแอบแฝง
เอาไว้อยู่ หลังจากที่มันเรียกเก็บคืนวงเวทกำเนิด
พฤกษาเข้าไป เป็นเวลาเดียวกับความปั่นป่วนวุ่นวาย
จนเห็นเป็นระลอกคลื่นได้บังเกิดขึ้นรอบกายของ เฮย
ซา เจี้ยเสิน ก่อตัวขึ้นเป็นกระแสน้ำวนขนาดใหญ่
ความมืดมิดได้แปรเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำวนสีดำทมิฬ
พร้อมปลดปล่อยความเย็นยะเยือกกระจายออกไปทั่ว
ทุกทิศ บัดนี้มันพยายามต่อต้านเขตแดนเนตรทองคำ
ของ อู่ อวี้ อย่างเต็มกำลัง จนกลายเป็นภาพซีกหนึ่ง
คือน้ำวนทมิฬ อีกซีกหนึ่งเป็นเปลวเพลิงทองคำกำลัง
ต่อต้านห้ำหั่นเอาเป็นเอาตาย
จากนั้นกระแสน้ำวนได้หมุนทวนทิศพร้อมกับกลืน เฮย
ซา เจี้ยเสิน เข้าไปในกระแสน้ำวน บัดนี้มันหมายจะ
ล้างผลาญเขตแดนเนตรทองคำของ อู่ อวี้ ให้สิ้นซาก
กล่าวได้ว่าไม่อาจดูถูกมันได้แม้เพียงเสี้ยว!
“ยอดเยี่ยม!”
ยามนี้ อู่ อวี้ ต้องการที่จะทดสอบพลังของ ‘เคล็ดคช
สารเทวะสะท้านอเวจี’ ประจวบเหมาะกับมีหุ่นเชิดตน
นี้เป็นคู่ซ้อมพอดิบพอดี เขาจึงระเบิดเสียงหัวเราะขึ้น
จากนั้นก็ชูศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณขึ้นฟ้า
พร้อมกับเรียกร่างแยกอวตารทั้งหนึ่งพันร่างออกมา
ซึ่งร่างอวตารทั้งหลายล้วนถือศาสตราเต๋าวิถีแท้ทั้งสิ้น!
จากนั้น อู่ อวี้ ก็ขยับมือสั่งให้ร่างอวตารทั้งหมด
เคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบ พลังอำนาจของศาสตรา
เต๋าทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกมา ครานี้ อู่ อวี้ ไม่ได้ใช้
งานเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง เพียงแค่พลังของกายเนื้อ
ผนวกกับการขยายร่างของเทียมฟ้าจรดดินก็เพียงพอ
แล้ว!
“เคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจี!”
พลองถูกทิ้งดิ่งลงมาอย่างฉับพลัน พร้อมกับที่
เบื้องหลังมีการโจมตีนับครั้งไม่ถ้วนตามมาติดๆ!
มังกรนับหมื่นที่รัดพันอยู่รอบพลองหมื่นมังกร ส่งเสียง
คำรามสะเทือนเลือนลั่น จากนั้นก็ปรากฏคชสารเทวะ
สีทองพุ่งโจมตีลงมา เมื่อขาคู่หน้าเหยียบย่ำลงมา ก็
เป็นเวลาเดียวกับที่ อู่ อวี้ ระเบิดพลังของพลองหมื่น
มังกรฟาดไปที่ศีรษะของหุ่นเชิด ทำให้พื้นที่ภายใน
เจดีย์ล่องกำเนิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เมื่อพลัง
อำนาจของเคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจีถูก
ปลดปล่อยออกมาจนถึงขีดสุด วงเวทของ เฮยซา เจี้ย
เสิน ที่ปลดปล่อยออกมาก็ได้พังทลายเป็นเสี่ยงๆ!
หลังจากนั้นพลองหมื่นมังกรของ อู่ อวี้ ก็ฟาดกระแทก
เข้ากับศีรษะของ เฮยซา เจี้ยเสิน คราดของมันถูกทุบ
จนแหลกละเอียด จากนั้นก็ลุกลามไปถึงร่างกายของ
มัน แม้ว่ามันจะสามารถต้านทานบางส่วนเอาไว้ได้ แต่
การโจมตีของร่างอวตารทั้งหมดของ อู่ อวี้ ที่ตามมา
ติดๆ ก็ได้ปะทะเข้ากับร่างของมันจนแตกเป็นชิ้นๆ!
ตูม!
ร่างกายของ เฮยซา เจี้ยเสิน ระเบิดออกอย่างฉับพลัน
อู่ อวี้ สามารถบอกได้เพียงแค่ว่าพลังอำนาจในการ
โจมตีทำลายล้างของเคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจีนี้
รุนแรงเสียยิ่งกว่า เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลเสียอีก
เมื่อเทียบกับเคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลแล้ว ผลลัพธ์
ของมันยังดีเสียยิ่งกว่า ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังไม่ใช่ขีดจำกัด
ในการโจมตีของมัน หากเขาสำแดงเคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง พลังอำนาจของมันน่าจะก้าวกระโดดไปอีกขั้น
อย่างแน่นอน
“สำเร็จ” เจดีย์ล่องกำเนิดสามารถฟื้นฟูหุ่นเชิด เฮยซา
เจี้ยเสิน ได้ จึงไม่มีอะไรต้องกังวล หลังจากผ่านไปไม่
นานเขาก็จะสามารถใช้งานมันได้ทันที
หากมีการช่วยเหลือจาก เฮยซา เจี้ยเสิน จะทำให้เขามี
ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาอีกมหาศาล และเป้าหมาย
ในยามนี้ของเขาก็คือ ต้วนอี้ เขามีความมั่นใจในการไล่
ตามอีกฝ่ายให้ทัน แม้ว่าจะยังไม่สามารถทำได้
ในตอนนี้ แต่ในอนาคตย่อมมีโอกาสอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าเขารู้สึกว่าขาดอีกเพียงแค่ก้าวเดียวเขาก็จะ
สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะได้
แล้ว
หลังจากที่ออกจากเจดีย์ล่องกำเนิด ทางฝั่งของ องค์
หญิงโย่วเสี่ย ก็มีข่าวดีอีกเรื่อง เพราะว่านางได้ทะลวง
เข้าสู่ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 7 แล้ว
เนื่องจากว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ยังมีอายุที่น้อยอย่าง
มาก ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นของทั่วทั้ง
จักรวรรดิเป่ยหมิง เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ภายใน
พระราชวังจักรพรรดิหมิงได้จัดงานเลี้ยงพิเศษขึ้นเพื่อ
เป็นการเฉลิมฉลองแสดงความยินดีกับโย่วเสี่ย
ซึ่งยามที่ อู่ อวี้ กำลังทำการรู้แจ้งเกี่ยวกับเคล็ดคชสาร
เทวะสะท้านอเวจี โย่วเสี่ย ก็ไม่ได้เข้ามารบกวนเขาแม้
เพียงเสี้ยว
ในช่วงที่เขาไม่อยู่ การเปลี่ยนแปลงขององค์หญิงโย่ว
เสี่ย ทำให้จักรวรรดิเป่ยหมิงเพิ่มพูนอำนาจได้เพิ่มมาก
ขึ้นทีเดียว
การมีผู้เยาว์ที่ไต่เต้าไปถึงขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะระดับที่ 7 ได้เช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่พบเจอได้ยากยิ่ง
ภายในชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้ มีเพียงโอรสเล่อผู้ที่ฟื้น
คืนกลับมาจากความตายภายในเส้นทางเซียนบรรพ
กาลเท่านั้นที่จะนำมาเทียบกับนางได้
สำหรับตำแหน่งหัวหน้ากองร้อยของ อู่ อวี้ องค์หญิง
โย่วเสี่ยได้ส่งข้อความผ่านยันต์สื่อสาร มาบอกกับเขา
แล้วว่ายามนี้เขาได้กลายเป็นหัวหน้ากองร้อยโดย
สมบูรณ์ วันนี้ก็ปาเข้าไปเป็นวันที่ 8 หลังจากการที่ได้มี
การประกาศออกมา อู่ อวี้ จะต้องเร่งไปรายงานตัวที่
‘ค่ายทหารโลหิตสังหาร’ภายใน 10 วันหลังจากที่
ประกาศออกมา เพื่อเข้ารับตำแหน่งหัวหน้ากองร้อย
ขุนพลเทียนหมิงได้จัดให้เขาไปอยู่ที่ค่ายทหารอื่นตาม
คำขอ ซึ่งตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขากับค่ายทหารผลาญ
นภาไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกันอีก ตอนนี้ยังเหลือเวลา
อยู่อีก 2 วันก่อนที่เขาจะต้องย้ายไปอยู่ในสังกัด ‘ค่าย
ทหารโลหิตสังหาร’
ความจริงภายในค่ายทหารผลาญนภา อู่ อวี้ เป็นคนที่
รู้เรื่องนี้ช้าที่สุด เมื่อเขารู้ว่าตนเองได้กลายเป็นหัวหน้า
กองร้อย ทุกคนต่างก็รู้สึกตะลึงและประหลาดใจที่เขา
ได้รับแต้มผลงานมารวดเร็วไปก่อนแล้ว มีบางคนเกิด
ความรู้สึกไม่เชื่อจึงเร่งยื่นคำร้องขอให้มีการตรวจสอบ
เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหลักฐานที่ อู่ อวี้ ได้ส่งไปนั้น
ได้รับยืนยันแล้วว่าเขาได้สังหารสิ่งมีชีวิตประหลาดไป
จำนวนมหาศาลจริงๆ
เมื่อเป็นเช่นนี้ทุกคนจึงไร้ซึ่งคำครหาใดๆอีก
ผู้คนทั้งหลายต่างคิดเป็นทิศทางเดียวกันว่า ต้วนอี้ ซึ่ง
เป็นหัวหน้ากองร้อยเช่นเดียวกับ อู่ อวี้ จะต้องเกิด
ความรู้สึกกระอักกระอ่วนมากที่สุดอย่างแน่นอน
เพราะยังไงแล้วบัดนี้ อู่ อวี้ ก็ได้ออกจากค่ายทหาร
ผลาญนภาไปแล้ว จึงไม่ได้อยู่ภายใต้สังกัดของมันอีก
ต่อไป
หลังจากรู้ว่า อู่ อวี้ ออกมาจากการปิดด่านฝึกตน องค์
หญิงโย่วเสี่ยก็ได้เดินทางออกจากพระราชวัง
จักรพรรดิหมิง เพื่อมาหา อู่ อวี้
แม้นางจะยังไม่ทันกล่าว แต่ อู่ อวี้ ก็รู้ถึงความคิดของ
นาง เพราะท้ายที่สุดความคิดของนางย่อมมาไวกว่า
คำพูดเสมอ
“มหาสมุทรแห่งความตาย? คุกแห่งความตาย? อ๋องห
มิงน้อย? การต่อสู้ของทวีปเป่ยหมิง? ศาสตราเต๋าวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณ? แต้มผลงานห้าหมื่นแต้ม?” อู่ อวี้
ได้รู้ถึงคำกล่าวเหล่านี้อย่างเลือนราง
“ให้ข้ากล่าวรายละเอียดให้เจ้าฟังเถอะ” องค์หญิงโย่ว
เสี่ย ยิ้มขึ้นเมื่อเห็นเขา
“ตกลง”
โย่วเสี่ย เริ่มเปิดปากพูดขึ้น “ทางตอนเหนือสุดของ
ทวีปเป่ยหมิง มีทะเลแห่งความตายอยู่ผืนหนึ่ง ซึ่งเป็น
สถานที่ต้องห้ามของผู้ฝึกตน ที่แห่งนั้นถูกพวกเรา
เรียกว่า ‘ทะเลแห่งความตาย’”
“อืม” อู่ อวี้ พยักหน้าตอบรับ
“ภายในมหาสมุทรแห่งความตาย มีปีศาจสมุทร
รวมตัวกันอยู่จำนวนมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเขต
สมุทรแห่งอื่นๆแล้ว ปีศาจสมุทรที่อยู่ภายในนี้ดุร้าย
และอำมหิตยิ่งกว่า ผู้อ่อนแอล้วนกลายเป็นเหยื่อของผู้
ที่แข็งแกร่ง พวกมันเติบโตมาท่ามกลางการเข่นฆ่า
สังหาร และเกลียดชังพวกเราเหล่าผู้ฝึกตนเข้ากระดูก
ดำ ยามใดที่พวกมันพบเจอผู้ฝึกตนก็จะพุ่งเข้าไปเข่น
ฆ่าสังหารอย่างไร้ซึ่งความปราณี และมักหมายปองที่
จะบุกโจมตีดินแดนโบราณเหยียนหวงอยู่ตลอดเวลา
พวกมันได้โจมตีจักรวรรดิเป่ยหมิงของพวกเราเพื่อแย่ง
ชิงพื้นที่ของจักรวรรดิเป่ยหมิงมาบ่อยครั้ง เป็นเวลา
หลายปีมาแล้ว พวกเราได้ก่อสงครามกับปีศาจแห่ง
‘มหาสมุทรแห่งความตาย’ มานับครั้งไม่ถ้วน
ท่ามกลางกองทัพหลักทั้ง 8 มีถึง 3 กองทัพที่ยอมอุทิศ
ตนเข้าเผชิญหน้ากับปีศาจแห่ง ‘มหาสมุทรแห่งความ
ตาย’ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ปีศาจแห่งมหาสมุทรแห่ง
ความตายก็ยังคงมองมาที่จักรวรรดิเป่ยหมิงของพวก
เราด้วยความละโมบไม่เคยเสื่อมคลาย”
ดูเหมือนว่า โย่วเสี่ย จะเกลียดชังปีศาจจากมหาสมุทร
แห่งความตายเหล่านี้มาก ฟังดูแล้วเหมือนจะมีความ
บาดหมางกันมายาวนานหลายชั่วอายุคน บนโลกนี้ที่
ใดทีทรัพยากรก็ย่อมต้องเกิดข้อพิพาท
นางกล่าวต่อว่า “สงครามกินเวลายาวนานหลายปี
ปีศาจแห่งมหาสมุทรแห่งความตายไม่สามารถบุกโจมตี
ได้สำเร็จ แน่นอนว่าฝั่งพวกเราก็ย่อมต้องได้รับความ
เสียหายร้ายแรง ท่ามกลางสงคราม พวกเราจะต้อง
คอยจับปีศาจเหล่านี้มาเป็นเชลยศึกจำนวนมหาศาล
เชลยที่ดุร้ายแห่งมหาสมุทรแห่งความตายเหล่านี้ โดย
ส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะถูกคุมขังอยู่ภายใน ‘คุกแห่ง
ความตาย’ คุกแห่งความตายอยู่ห่างออกไปทางทิศ
ตะวันออกซึ่งไม่ไกลจากนครหมิง ที่แห่งนั้นมีเสด็จอา
ของข้า ‘ชินอ๋อง โย่วซื่อ ’ประจำการด้วยตัวเอง และ
เรื่องในครานี้ก็เกี่ยวข้องกับ ‘คุกแห่งความตาย’”
แน่นอนมันจะต้องเป็นข่าวดีไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ไม่เช่นนั้นนางคงไม่มาหาเขาด้วยตนเองเช่นนี้
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ