กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 736: สงครามชิงอํานาจแดนเหนือ
หลายปีมานี้เชลยที่ถูกจับคุมขังอยู่ภายในคุกแห่งความ
ตายก็มีจำนวนไม่น้อย
เชลยที่ถูกเหลือให้มีชีวิตอยู่ ประการแรก ร่างกายของ
พวกมั้นมีค่าพอที่จะเอาไปใช้งาน
ประการที่ 2 ในช่วงเวลาสำคัญก็สามารถนำพวกมันมา
เป็นตัวประกันได้
จักรวรรดิเป่ยหมิงกลับมีความเชื่อมั่นในการคุมขัง
ปีศาจแห่งมหาสมุทรแห่งความตายจำนวนมากเช่นนี้
ได้ แน่นอนว่าจะต้องมีความมั่นใจในการปราบปราม
ให้มันอยู่ภายในที่แห่งนี้ได้ในระดับหนึ่ง
นครหมิงถือว่าอยู่ทางทิศใต้บนทวีปเป่ยหมิง แทบจะ
เป็นไปไม่ได้ที่ปีศาจเขตแดนสมุทรมาปรากฏอยู่ที่นี่
โย่วเสี่ย เอ่ยอธิบาย “เชลยภายในคุกแห่งความตาย
ถูกกุมขังตามระดับความแข็งแกร่ง ซึ่งจะถูกกุมขังอยู่
ภายในคุกที่แตกต่างกัน พวกมันจะถูกจำกัดอิสระภาพ
หากมีผู้ใดขัดขืนก็จะต้องถูกสังหารโดยพลัน ความจริง
แล้วภายในมหาสมุทรแห่งความตายก็มีพี่น้องชาวเป่ย
หมิงของเราถูกจับตัวเอาไว้ด้วยเช่นกัน สงครามเป็นสิ่ง
ที่โหดร้าย โดยปกติแล้วเชลยก็มักจะมีจุดจบที่
เลวร้าย”
แต่ไหนแต่ไรมาในทุกๆสิบปีบนจักรวรรดิเป่ยหมิง จะมี
การปลุกระดมทุกคนทั่วทั้งจักรวรรดิ ให้ผู้ฝึกตน
ทั้งหมดภายในจักรวรรดิเป่ยหมิงได้รู้สึกฮึกเฮิมและ
มุ่งมั่น จึงเกิดการงานประลองที่มีชื่อเรียกว่า ‘สงคราม
ชิงอำนาจแดนเหนือ’
นี่เป็นการยกระดับความเข้มงวดของราชวงศ์ผู้ฝึกตน
โดยฉับพลัน เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการสร้างชื่อเสียง!
กระทั่งมีม้ามืดมากมายปรากฎบน สงครามชิงอำนาจ
แดนเหนือ!
ผู้ที่สามารถคว้าชัยชนะมาครองได้ในตอนท้ายที่สุดก็
จะได้ครอบครองฉายา ‘อ๋องหมิงน้อย’ ทุกๆสิบปีจะ
ถือกำเนิดอ๋องหมิงน้อยขึ้นมา ทุกวันนี้ผู้ที่เคยรับฉายา
อ๋องหมิงน้อย ได้กลายเป็นตัวตนอันสูงส่งภายใน
จักรวรรดิเป่ยหมิงไปกันหมดแล้ว ซึ่งพวกเขาสามารถ
ปิดฟ้าสวรรค์ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว
เมื่อ สงครามชิงอำนาจแดนเหนือ ถูกจัดขึ้นภายใน
จักรวรรดิเป่ยหมิง เหตุการณ์นี้จึงได้กระตุ้นเหล่าหนุ่ม
สาวทั้งหลายให้แสวงชื่อเสียงบารมือและเพิ่มพูนความ
แข็งแกร่ง! ความสนใจในการแข่งขันนี้ นับได้ว่ารุนแรง
เสียยิ่งกว่าการคัดเลือกเข้าไปสู่เส้นทางเซียนบรรพกาล
เสียอีก!
“กฏของเส้นทางเซียนบรรพกาลก็คือให้ผู้ที่มีอายุต่ำ
กว่า 50 ปีเท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการเข้าร่วม ซึ่งคน
ส่วนใหญ่ล้วนมีอายุเกิน แต่การแข่งขันนี้คือสิ่งที่คน
จำนวนมากปรารถนา นั่นคือเป็นการสร้างชื่อเสียงของ
ตนให้โด่งดังขจรไปไกล จึงทำให้คนหนุ่มสาวทั้งหลาย
กระตือรือร้นเกี่ยวกับ ‘สงครามชิงอำนาจแดนเหนือ’
นี้อย่างบ้าคลั่ง และอายุกำหนดก็คือ 100 ปี พอดี!
ด้วยเส้นทางเซียนบรรพกาลที่สามารถเข้าได้เพียงครั้ง
เดียว จึงทำให้หลายคนไม่สามารถเข้าร่วมได้ ทว่า
สงครามชิงอำนาจแดนเหนือไม่เหมือนกัน ตราบใดที่
อายุไม่เกินเกณฑ์ ก็สามารถเข้าร่วมได้”
“ทุกครั้งที่สงครามชิงอำนาจแดนเหนือเปิดขึ้น จะมีคน
ร่วมพันร่วมหมื่นเข้าร่วม ส่วนใหญ่แล้วผู้ฝึกตนที่อยู่
ในช่วงอายุเกือบ 100 ปีภายในจักรวรรดิเป่ยหมิง ก็มี
อยู่หลายพันเลยทีเดียว”
“เหตุผลที่ก่อนหน้านี้กล่าวถึง ‘คุกแห่งความตาย’ ก็
เป็นเพราะว่าสนามประลองของสงครามชิงอำนาจแดน
เหนือ จะจัดขึ้นภายในคุกแห่งความตาย ซึ่งพื้นที่ที่
ใหญ่ที่สุดมีชื่อเรียกว่า ‘คุกสมุทรวิญญาณ’”
“ภายในคุกสมุทรวิญญาณได้จองจำปีศาจที่อยู่ใน
ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 6 ถึงระดับที่
10 เอาไว้อยู่ พวกมันแต่ละตัวล้วนเป็นตัวตนอันแสน
ชั่วร้าย เมื่อถูกจองจำมาเป็นเวลานานหลายปี ทำให้
ความเคียดแค้นพุ่งสู่สวรรค์ ปีศาจเหล่านี้ล้วนแล้วแต่
ชั่วช้าและเจ้าเล่ห์ รับมือได้ยากที่สุด แม้กระทั่งภายใน
คุกสมุทรวิญญาณนี้ก็มีปีศาจที่อยู่ในขั้นค้นหาเต๋าถูก
กักขังด้วย แน่นอนว่ายอดฝีมือของเรามักจะคอยตรวจ
ตราคุกสมุทรวิญญาณนี้สม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้เกิดเรื่อง
ร้ายแรงขึ้น”
อู่ อวี้ รู้เรื่องนี้คร่าวๆผ่านความคิดของโย่วเสี่ย สิ่งที่
เรียกว่าสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ จัดขึ้นภายใน
‘คุกสมุทรวิญญาณ’ ที่ตั้งอยู่ในคุกแห่งความตาย และ
ภายในนั้นมีปีศาจที่ถูกกุมขังอยู่จำนวนมหาศาล
“ปีศาจทั้งหลายก็จะถูกศาสตราเต๋าวิถีแท้ที่มีชื่อ
เรียกว่า ‘ตาข่ายวิญญาณมรณะ’ เข้าเชื่อมต่อกับชีวิต
ของพวกมัน โดยปกติแล้วตาข่ายวิญญาณมรณะจะไม่
มีการเคลื่อนไหวใดๆ แค่จะคอยควบคุมไม่ให้ปีศาจมา
สังหารพวกเรา หากว่ามีปีศาจ 2 ตัวอยู่ใกล้กันในระยะ
สิบลี้ ตาข่ายวิญญาณมรณะจะทำการทรมานปีศาจ
ในทันที และจะเปล่งแสงสว่างจนทำให้ให้สามารถมอง
หาปีศาจทั้งสองที่อยู่ใกล้ๆพบได้อย่างง่ายดาย การที่
ต้องมีศาสตราเต๋าวิถีแท้ ตาข่ายวิญญาณมรณะ ก็
เพื่อที่ป้องกันไม่ให้ปีศาจทั้งหลายร่วมมือกัน ปีศาจทุก
ตัวสามารถทำได้เพียงแค่อยู่อย่างโดดเดี่ยวเท่านั้น
นอกจากนี้ร่างของพวกเราก็มี ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ‘ธง
เงากำเนิด’ หลังจากที่เข้ามาภายใน ‘คุกสมุทร
วิญญาณ’ การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของพวกเรา จะ
ถูกจับตามองจากผู้คนที่อยู่ด้านนอกนับแสน”
การถูกจับตามองจากผู้คนนับแสนนี่ก็เพียงพอที่จะ
พิสูจน์ได้แล้วสงครามชิงอำนาจแดนเหนือนี้ยิ่งใหญ่
เพียงใด
“รูปแบบการต่อสู้ของสงครามชิงอำนาจแดนเหนือก็
คือ ทุกคนจะต้องเข้าไปภายในคุกสมุทรวิญญาณแล้ว
ทำการสังหารปีศาจทั้งหลาย เพื่อให้ได้รับ ‘ตาข่าย
วิญญาณมรณะ’ ซึ่งพวกเราสามารถต่อสู้กันเองได้ แต่
ไม่สามารถแย่งชิงตาข่ายวิญญาณมรณะของผู้อื่น การ
แข่งขันจะใช้ระยะเวลาประมาณครึ่งปี หลังจากที่ผ่าน
ไปจนครบกำหนดครึ่งปีแล้ว ทุกคนจะต้องออกมาจาก
คุกแห่งความตาย ผู้ใดที่ได้รับตาข่ายวิญญาณมรณะ
มากที่สุด ผู้นั้นก็จะกลายเป็นผู้ชนะและได้รับฉายา
‘อ๋องหมิงน้อย’ไปครอง สำหรับผู้ที่อยู่ภายในสิบอันดับ
แรกก็จะได้รับรางวัลจำนวนมหาศาล กล่าวตามตรง
เนื่องจากว่า ‘สงครามชิงอำนาจแดนเหนือ’จะถูกจัด
ขึ้นในทุกๆสิบปี จึงเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การ
แข่งขันนี้มีจักรพรรดิหมิงเป็นเจ้าภาพ ดังนั้นจึงไม่
จำเป็นจะต้องเป็นห่วงในเรื่องของรางวัล ไม่เพียงแต่
จะได้รับรางวัลจากทางราชวงศ์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
แม้แต่ ‘ฝ่ายที่ส่งรายชื่อเข้าร่วม’ ก็อาจจะมอบรางวัล
ให้ด้วยเช่นกัน ”
หลังจากที่ โย่วเสี่ย กล่าวถึงรูปแบบของสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือนี้จบ อู่ อวี้ ก็บังเกิดความรู้สึกคุ้นเคย
บางอย่าง ใช่แล้ว เหตุการนี้คล้ายกับนิกายเซียนซูซัน
และห้วงสมุทรปีศาจอนันต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมัน
เหมือนกับนิกายเซียนซูซันที่ให้เหล่าสาวกทั้งหมดไป
เข้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์การฝึกฝนโดยการสังหาร
เหล่าปีศาจทั้งหลาย จากนั้นก็นำชิ้นส่วนบางอย่างของ
ปีศาจมาแลกเปลี่ยนเป็นแต้มความสำเร็จ นี่คือ
จุดประสงค์แท้จริงที่จักรพรรดิเป่ยหมิงจองจำเหล่า
ปีศาจทั้งหลายเอาไว้นั่นเอง ทั้งหมดก็เพื่อที่จะให้คน
หนุ่มสาวทั้งหลายภายในจักรวรรดิเป่ยหมิงได้เก็บเกี่ยว
ประสบการณ์ในการเผชิญหน้ากับปีศาจ
เมื่ออยู่ท่ามกลางการฝึกฝนนี้และได้เผชิญหน้าต่อสู้กับ
เหล่าปีศาจทั้งหลายด้วยตนเอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามัน
สามารถยกระดับประสบการณ์ในด้านการต่อสู้และ
การฝึกตนของพวกเขาได้อย่างมหาศาล สิ่งนี้จะหล่อ
หลอมให้พวกเขากล้าเผชิญหน้ากับปีศาจภายใน
มหาสมุทรแห่งความตายได้มากขึ้นยามเผชิญสงคราม
จริง
“แทบเป็นไปไม่ได้ที่ผู้เข้าแข่งขันจะตาย แต่ก็อาจจะ
ได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง เพื่อเป็นกระตุ้นให้ปีศาจให้เอา
จริงนั่นเอง ซึ่งพวกเราก็ได้ตั้งกฏเอาไว้อยู่ข้อหนึ่ง ยาม
ที่พวกเราเข้าไปภายในนั้นแล้วจะต้องนำแผ่นยันต์ของ
ความช่วยเหลือเข้าไปด้วย แน่นอนว่ามันก็คือ ‘ยันต์
แสงทำลายรัตติกาล’ ตราบใดที่รู้สึกว่าตนเองตกอยู่ใน
ภัยอันตรายถึงชีวิต ก็ให้รีบกระตุ้น ยันต์แสงทำลาย
รัตติกาลนี้ในทันที เมื่อถึงเวลานั้นเหล่าผู้อาวุโสขั้น
ค้นหาเต๋าหลายสิบคนที่กำลังลาดตระเวนอยู่ภายในคุก
สมุทรวิญญาณ จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้
ทันท่วงที”
“แน่นอนว่าการใช้ ยันต์แสงทำลายรัตติกาลนี้ก็
หมายถึงว่ายอมแพ้และถูกคัดออกจากการแข่งขัน”
“ส่วนพวกปีศาจตราบใดที่กระตุ้นยันต์แสงทำลาย
รัตติกาลได้ จึงจะมีโอกาสที่จะถูกปล่อยตัว”
“แน่นอนเนื่องจากว่าปีศาจก็มีทั้งอ่อนแอและ
แข็งแกร่ง ปีศาจแต่ละตัวก็จะต้องกระตุ้น ยันต์แสง
ทำลายรัตติกาล ด้วยจำนวนต่างกัน ยิ่งแข็งแกร่งมาก
เท่าไหร่ก็ยิ่งจำเป็นจะต้องกระตุ้นแผ่นยันต์จำนวนมาก
ขึ้นเท่านั้น อาจจะต้องรวบรวมตั้งแต่หลายสิบแผ่น จน
ไปถึงหลายร้อยแผ่นเลยทีเดียว”
“ดังนั้นเหล่าปีศาจที่คิดจะไปจากที่แห่งนี้ ในทุกสิบปี
จึงมีโอกาสอยู่เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ก็ยัง
เป็นโอกาสที่จะทำให้พวกมันได้ปลดปล่อยความบ้า
คลั่งและโทสะออกมาลงกับเหล่ารุ่นเยาว์ ดังนั้นเมื่อถึง
เวลานั้นมันจึงไม่มีการลังเลหรือออมมือ”
“แน่นอนว่าเป็นการยากที่เหล่าปีศาจทั้งหลายจะทำ
การหลบหนีได้สำเร็จ เพราะพวกมันไม่สามารถสังหาร
ผู้เข้าแข่งขันได้ ตราบใดที่มันสังหารคนก็จะถูกกำจัด
ทันที”
“ตั้งแต่สมัยอดีตกาล ปรากฏปีศาจที่ถูกกำจัดไป
จำนวนมากมายนับไม่ถ้วน ดังนั้นสงครามชิงอำนาจ
แดนเหนือนี้ พวกมันจึงมีโอกาสที่จะสิ้นชีพลงได้
แน่นอนว่าตราบใดที่เจ้าบดขยี้ ยันต์แสงทำลาย
รัตติกาล ได้ทัน ก็สามารถรับรองถึงชีวิตรอดได้ทันที”
เมื่อถึงเวลา เหล่ายอดฝีมือขอบเขตค้นหาเต๋าที่คอย
ลาดตระเวนอยู่ภายในคุกแห่งความตายก็จะเพิ่มพูน
มากยิ่งขึ้น
อู่ อวี้ เริ่มมีความเข้าใจเกี่ยวกับกฏที่ถูกจัดตั้งขึ้น
ภายในสงครามชิงอำนาจแดนเหนือนี้แล้ว เพราะว่า
ภายในทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งก็มีการตั้งกฏเกณฑ์ที่
คล้ายคลึงกับที่นี่ ในประวัติศาสตร์การเผชิญหน้ากัน
ระหว่างปีศาจและผู้ฝึกตน การใช้วิธีจองจำปีศาจเพื่อ
ฝึกฝนคนรุ่นใหม่ถือเป็นเรื่องปกติเลยก็ว่าได้
เพื่อเกียรติยศและรางวัลต่างๆแล้ว มันทำให้ทุกคน
ต้องพยายามอย่างสุดชีวิต ในสังหารปีศาจเพื่อให้ได้รับ
ตาข่ายวิญญาณมรณะมาให้ได้มากที่สุด
สำหรับปีศาจทั้งหลายนี่ถือเป็นโอกาสเดียวที่พวกมัน
จะออกไปจากนรกแห่งนี้ได้ พวกมันย่อมพยายามอย่าง
สุดกำลังยิ่งกว่า และบ้าคลั่งยิ่งกว่า
เห็นได้ชัดว่าการแข่งขันในครั้งนี้มันจะต้องรุนแรงยิ่ง
ทีเดียว การที่ผู้ฝึกตนทุกคนพกศาสตราเต๋าวิถีแท้ ‘ธง
เงากำเนิด’นี้ติดตัวไปด้วย ทำให้ค่ายกลที่อยู่ภายใน
แสดงภาพทุกสิ่งที่อยู่ภายในออกมาให้คนนับแสนที่อยู่
ที่ด้านนอกได้ดู แม้กระทั่งสามารถให้ทุกคนได้เห็นคุก
สมุทรวิญญาณแห่งนี้ทั้งหมดได้โดยตรง นับว่าเป็นการ
แสดงที่มากอรรถรสอย่างยิ่ง
นับว่าช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นโดยแท้จริง
“แต่เงื่อนไขคุณสมบัติในการเข้าร่วมถือว่าสูงทีเดียว
ผู้สมัครที่อยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่
6 ขึ้นไปล้วนผ่านเกณฑ์ ข้าและเหล่าพี่น้องทั้งหลายถือ
เป็นรุ่นเยาว์ระดับหัวกระทิของจักรพรรดิเป่ยหมิง
กระทั่ง ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 10 ก็ยัง
มีให้เห็น เช่นนั้นผู้ที่จะกลายเป็น อ๋องหมิงน้อย ก็น่าจะ
เป็นคนเหล่านี้นั่นแหละ”
ภายในราชวงศ์ โย่วเสี่ย นับว่าเป็นคนที่มีอายุน้อยที่สุด
“นอกจากเหล่าเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย ตระกูลใหญ่
ทั้งหมดภายในนครหมิงก็มีรายชื่อ ‘แนะนำ’ ตราบใดที่
ผู้อาวุโสรู้สึกพึงพอใจก็สามารถเข้าร่วมได้ แต่ละแคว้น
มีสิทธิในการคัดเลือกจำนวนผู้เข้าร่วมหลายคน ใน
ความเป็นจริงมันได้เริ่มไปแล้วเมื่อสองปีก่อนแล้ว ทุกๆ
แคว้นได้จัดการแข่งขันเพื่อช่วงชิงสิทธิในการเข้าร่วม
ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ใหญ่มากภายในทวีปแห่งนี้
นอกเหนือจากนี้ ภายในแปดกองทัพหลักก็จะคัดเลือก
หนุ่มสาวที่โดดเด่นที่สุดเพื่อเข้าสู่การแข่งขันนี้ แต่ละ
กองทัพจะครอบครองสิทธิ์ในการเข้าร่วมประมาณ 20
– 40 รายชื่อ จำนวนของรายชื่อที่มีสิทธิก็ขึ้นอยู่กับ
ผลงานที่กองทัพได้สร้างเอาไว้ในตอนก่อนหน้านี้ และ
กองทัพหมิงไห่ครอบสิทธิในการเข้าร่วมทั้งหมด 33
รายชื่อ”
ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ ตระกูลใหญ่ แคว้นต่างๆ หรือ
กองทัพ จะคัดเลือกเหล่าหนุ่มสาวที่มีฝีมือโดดเด่นเพื่อ
เข้าร่วมการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่นี้ กล่าวได้ว่าคนที่เข้าร่วม
นับพันนับหมื่นถือเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อน
อนาคตของจักรวรรดิเป่ยหมิงต่อไป
“กล่าวได้ว่าหากว่าข้าได้เป็นตัวแทนของกองทัพเข้า
ร่วมการประลองนี้ และได้รับตำแหน่งสิบอันดับแรกมา
ได้ นอกจากราชวงศ์ที่จะมอบรางวัลให้กับข้าแล้ว
กองทัพหมิงไห่ก็จะตบรางวัลให้ข้าเพิ่มอีกทางเช่นนั้น
รึ?” อู่ อวี้ ถาม
“แน่นอนว่าเจ้าจะได้รับรางวัลจากทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งมัน
เป็นจำนวนที่มากมายมหาศาลจนเกินจินตนาการ และ
มันจะเป็นประโยชน์สำหรับเจ้าอย่างยิ่ง ข้าก็จะเข้า
ร่วมสงครามชิงอำนาจแดนเหนือนี้ด้วยเช่นกัน แต่
อย่างไรก็ตาม สิทธิในการเข้าร่วมของกองทัพหมิงไห่
ทั้ง 33 รายชื่อได้ถูกตัดสินไปแล้ว เนื่องจากว่าเจ้าเป็น
คนนอก ดังนั้นจึงถูกเพิกถอนไปก่อนชั่วคราว ตอนนี้
รายชื่อยังไม่ได้ประกาศออกมา ข้ายังพอมีเวลาอยู่อีก
หลายวันที่จะไปขอร้องเสด็จอา สุดท้ายหากไม่สำเร็จ
ข้าก็จนปัญญาแล้ว บัดนี้ข้าได้บอกกล่าวเกี่ยวกับราย
ระเอียดทั้งหมดให้ได้เจ้ารู้แล้ว อีกไม่นานข้าก็จะต้อง
รีบกลับไปเพื่อรบเร้าเสด็จอาของข้า ส่วนเจ้าก็รอฟัง
ข่าวจากข้าก็แล้วกัน” เมื่อ โย่วเสี่ย กล่าวจบ นางก็
กระพริบตาให้เขา
หากคิดที่จะให้พวกเขาคัดรายชื่อออกหนึ่งคนเพื่อให้
ตัวเขาซึ่งเป็นคนนอกเข้าร่วม ความจริงมันก็นับว่ายาก
เกินไปหน่อย ฉะนั้นคงทำได้เพียงแค่ให้ โย่วเสี่ย ลองดู
เท่านั้น
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ