กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 76 : จักรพรรดินีแห่งอาณาจักรบูรพาเย่ว อู่
หลังจาก เจียง จุนหลิน พ่ายแพ้ มันก็ขี่อาชาสวรรค์
หลบหนีไปทันที ก่อนหน้านี้ มันยังจ้องมองเขาด้วย
ท่าทางดูถูกเหยียดหยัน แต่บัดนี้ศักดิ์ศรี และ ความ
เย่อหยิ่งของมัน เสมือนเป็นสิ่งเพ้อเจ้อไร้ความหมาย
” หนีหางจุกตูดได้ไวจริงๆ แต่เมื่อวันนี้เจ้าท าให้
ท่านพี่ของข้าต้องผจญกับความทุกข์ทรมาน หากพบ
กันอีกครั้งคราหน้า ข้าจะให้เจ้าชดใช้เป็นสิบเท่า!”
เมื่อไม่มี ปักษาเมฆาสวรรค์ ใช้ในการเดินทาง การ
ติดตามไล่ล่าย่อมเป็นไปไม่ได้
นอกจากนี้ อู่ อวี้ ยังพะวง เรื่องความปลอดภัยของ อู่
หยู๋
เนื่องจากนางถูกเถาวัลย์ห้อยอยู่บนก าแพง เป็นเวลา
กว่า 4 วันติดต่อกัน ไม่ต้องกล่าวถึงการที่นางเป็น
เพียงอิสตรี ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธมาเป็นเวลานาน ก็ยัง
ยากที่จะแบกรับสภาพ
หลังจากการต่อสู้ได้สิ้นสุดลง ชาวเมืองในนครหลวงก็
พากันวิ่งออกมาจากบ้านเรือนของตน พร้อมส่งเสียง
แซ่ซ้องสรรเสริญ นครหลวง เย่ว อู่ ที่เคยเงียบสงบ
ในเวลานี้เต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องด้วยความปิติยินดี
ภายในจิตใจของพวกเขาเวลานี้ อู่ อวี้ เป็นดั่งเช่น
ต านานที่เหนือกว่าจักรพรรดิผู้ก่อตั้งอาณาจักร
เฮ! เฮ! เฮ! เฮ!
อู่ อวี้ ไม่พูดพร่ าท าเพลง รีบกลับไปยังพระราชวัง อู่
หยู๋ ตรงดิ่งไปยังที่พ านักส่วนตัวขององค์หญิง อู่ หยู๋
ในทันที ยามนี้มีคนคอยล้อมรอบอยู่ทั่วทั้งรอบด้าน
ของพระราชวัง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนเหล่านี้จะเป็นคน
ที่สาบานว่าจะปกปูองนางด้วยชีวิต
เนื่องจากในวันนี้ ข่าวของ เจียง จุนหลิน พ่ายแพ้
ให้กับ อู่ อวี้ จนต้องหลบหนีเอาตัวรอดไปนั้น ยังไม่
แพร่กระจายมาถึงหูของนาง ดังนั้นบรรยากาศภายใน
พระราชวัง จึงตกสู่ความตึงเครียดเป็นอย่างมาก
อู่ หยู๋ กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงบรรทม เดิมทีแล้วนาง
เป็นสตรีผู้มีรูปโฉมงดงาม แต่หลังจากนางต้องทน
ทุกข์ทรมานเป็นเวลานานกว่าสี่วัน ท าให้ความงดงาม
นั้นจืดจางหายไป
องค์หญิง อู่ หยู๋ กลัดกลุ้มใจเรื่องของ อู่ อวี้ จนไม่
สามารถเอนกายนอนหลับ ซ้ าใบหน้าของนางซีดเซียว
ร่างกายอ่อนล้า เส้นผมยาวสยายของนางเริ่มร่วงโรย
หากผู้ใดได้มาเห็นภาพนี้เข้า ภายในหัวใจของคนผู้นั้น
จะต้องเป็นไปด้วยความเวทนาสงสาร
“ท่านพี่!”
ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองก็พุ่งเข้ามา ภายในห้องบรรทม
ของนางอย่างว่องไว ด้วยสภาพบาดเจ็บเล็กน้อย
เขาโยน พลองพิชิตมาร ไปอีกด้านหนึ่งอย่าง
สะเปะสะปะ ในเวลานี้ สายตาของเขามีเพียงคนที่เขา
ค านึงห่วงหา
” เจียง จุนหลิน มันบาดเจ็บสาหัสจนหนีหัวซุกหัว
ซุนไปแล้ว ” อู่ อวี้ ยิ้มแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ บัดนี้
มรสุมวิกฤตได้ผ่านพ้นไปแล้ว เหลือแต่เพียงความสงบ
ที่อยู่ภายในจิตใจ
เขารีบก้าวไปเบื้องหน้า จากนั้นก็ยื่นมือไปโอบกอด
นาง สตรีผู้มีร่างกายผ่ายผอม ก าลังร้องไห้สะอึก
สะอื้นอยู่ภายในอ้อมแขนของเขา แต่มันช่างน่า
ประหลาดใจที่ภายในใจของพวกเราทั้งสองต่างเปรียบ
ล้นไปด้วยความสุขสงบ ปะปนความปิติยินดี ซึ่งสัมผัส
ได้จากจังหวะการเต้นของหัวใจนาง ที่หนักแน่น และ
ผ่อนคลาย
” มันคือสายใยความรักของ ‘ครอบครัว’ ”
ความอบอุ่นที่มีนางอยู่ภายในอ้อมแขน ท าให้เขา
เข้าใจความหมายของสองค านี้ได้อย่างลึกซึ้ง
แน่นอนว่าชีวิตของคนเรา โลหิตย่อมเข้มข้นกว่าน้ า
อู่ อวี้ มีเพียงพี่สาวผู้เดียวเท่านั้น
โชคดีที่ในเวลานี้นางมีชีวิตปลอดภัย
” ข้า อู่ อวี้ ขอสาบานว่า ต่อจากนี้ไปจะไม่ยอมให้
ท่านพี่ต้องตกอยู่ในอันตรายอีก ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดหน้า
ไหน มันก็ไม่มีทางมาข่มขู่ หรือ ท าอันตรายต่อท่านได้
อีก ต่อให้มันผู้นั้นเป็นปีศาจที่แสนร้ายกาจ จวบ
จนกระทั่งมารร้ายที่แสนชั่วช้า หากมันกล้าแตะต้อง
ท่านแม้แต่ปลายเล็บ ข้า อู่ อวี้ ขอสาบานว่าไล่ล่ามัน
จนถึงที่สุด จะประหัตประหารมันจนกว่าชีวิตมันจะ
ดับสูญ! ”
นี่เป็นการให้ค าสัตย์สาบานที่หนักแน่น!
” ข้าเพียงต้องการให้เจ้ามีชีวิตที่สงบสุข ก้าวไปตาม
เส้นทางที่เจ้าเลือกเดิน ”
อู่ หยู๋ เงยหน้าขึ้น นางนับเป็นคนที่มีจิตใจที่เข้มแข็ง
จนบัดนี้ผิวพรรณของนางก็เริ่มกลับมาสีแดงอมชมพู
เฉกเช่นกาลก่อน
อู่ อวี้ รีบหยิบ โอสถวิญญาณเซียนระดับปานกลาง
ออกมาจากถุงจักรวาลอย่างรวดเร็ว แม้ว่ามันจะไม่มี
เส้นวิญญาณก็ตามที แต่มันสามารถช่วยฟื้นฟู
กล้ามเนื้อ และ กระดูก ยังท าให้ลมปราณที่ไหลเวียน
อยู่ในกระแสโลหิตแข็งแกร่งขึ้น ด้วยสรรพคุณ และ
ประโยชน์นานับประการ สถานการณ์นี้นับว่า
เหมาะสมที่สุด ที่จะน ามันมาใช้กับ อู่ หยู๋ ที่มีสภาพ
อิดโรย
” ท่านห้ามปฏิเสธ ‘ เห็ดหลินจือขาว ‘ มันคือโอสถ
ที่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายของท่าน ให้กลับมาปกติ
สมบูรณ์ ภายใน 1 เดือนนี้ ข้าจะสอน ‘วิชามวยฉาง
เฉวี่ยนแห่งท้องทะเล’ ให้แก่ท่าน มันจะช่วยท าให้
สุขภาพของท่านดีขึ้น”
” ตกลง ”
อู่ หยู๋ ล่วงรู้ดีว่า ในเวลานี้สภาพร่างกายของนาง
ส าคัญอย่างยิ่ง หากนางเข้มแข็งขึ้น อู่ อวี้ ก็จะวางใจ
ได้มากขึ้น หลังจากนั้นเขาจะได้เดินไปตามเส้นทาง
ของตัวเอง
เพราะในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่จะเดินได้
เสียที
อู่ หยู๋ บอกให้ อู่ อวี้ พักแรมอยู่ที่นี่สักหนึ่งคืน ราตรีนี้
เขานอนอยู่ข้างๆกายนาง ตลอดช่วงยามค่ าคืนโดย
มิได้หลับตาลง คอยเฝูามองสตรีผู้ที่ก าลังหลับใหลบน
เตียง
” นางเป็นเพียงมนุษย์ ยังไงสักวันหนึ่งนางจะต้อง
จากข้าไป ”
แค่คิดว่าตนเองจะมีอายุถึง 100 ปี ซึ่งถือเป็นช่วง
วาระสุดท้ายของชีวิต เมื่อถึงตอนนั้น อู่ หยู๋ คงแก่ชรา
ลงมาก เพียงแค่คิดหัวใจก็พลันรู้สึกเจ็บปวดสุดจะ
พรรณนา ราวกับว่าถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มแทง
วัฏจักรชีวิต คือการเวียนว่ายตายเกิด เพราะนี่คือลิขิต
ของสวรรค์ ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ไม่อาจควบคุม
เปลี่ยนแปลงชะตา
เมื่อเข้าสู่รุ่งอรุณวันใหม่ อู่ หยู๋ ก็ตื่นขึ้นมา ความ
เหนื่อยล้าและสภาพจิตใจของนางดีขึ้นมาก หลังจาก
ได้กลืนกินเม็ดยาวิญญาณเซียนเข้าไป ใบหน้าที่เคย
ซีดขาวก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดง ราวกับถูกแต่งแต้ม
ด้วยเครื่องประทินโฉม นางดูเหมือนกับเป็นองค์หญิง
คนเดิม ผู้รูปโฉมสะคราญ
แต่ด้วยความกังวลที่หลงเหลือ นางจึงเอ่ยถามขึ้นว่า ”
เจียง จุนหลิน แม้จะได้รับบาดเจ็บหลบหนี แต่ด้วย
นิสัยที่เย่อหยิ่งของเขา หากเมื่อกลับถึง พรรคจง
หยวน เขาอาจจะหาคนมาจัดการกับเจ้า ? ”
ที่นางกล่าวมาไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
อู่ อวี้ กล่าวเป็นด้วยท่าทางไม่แยแส ” ท่านไม่ต้อง
กังวลเรื่องนี้ หากมันขี้ขลาดถึงเพียงนั้น ข้าก็มีวิธีที่จะ
จัดการมัน”
เป็นเพราะ อู่ หยู๋ ห่วงใยเขามาก นางจึงมิอาจวางใจ
ในความเป็นจริงแล้ว หาก เจียง จุนหลิน กลับไปตาม
ผู้แข็งแกร่งจ านวนหนึ่งมาฆ่า อู่ อวี้ เขาคงไม่อาจท า
สิ่งใดได้
หลังจาก ปักษาเมฆาสวรรค์ ถูกฆ่าตาย อู่ อวี้
ปรารถนาที่จะส่งจดหมายไปยังเทือกเขาคราม
” หากมีเพียง เจียง จุนหลิน ผู้เดียวที่ย้อนกลับมา ก็
เท่ากับว่ามันรนหาที่ตาย ”
นับตั้งแต่ที่เขามี เคล็ดตรึงกาย ซึ่งเปรียบเสมือนเคล็ด
วิชาที่ต่อต้านสวรรค์ อู่ อวี้ ก็หาได้หวาดกลัว เจียง จุน
หลิน อีกต่อไป
เขาเตรียมพร้อมที่จะพ านักอยู่ในนครหลวงเย่ว อู่ ไป
ระยะนึง รอจนร่างกายของ อู่ หยู๋ กลับมาแข็งแรง
สมบูรณ์ จากนั้นค่อยหารือเรื่องอื่นๆกับนาง
ตลอดทั้งวัน นอกเหนือจากที่เขานั่งขบคิดเกี่ยวกับ
เคล็ดตรึงกาย ในที่สุด อู่ อวี้ ก็มีเวลาไต่ถาม และ ขอ
ค าชี้แนะจาก หมิงซวง เกี่ยวกับข้อสงสัยที่ค้างคาอยู่
ภายในจิตใจ
เขาอยู่ในเส้นทางการฝึกตนในวิถีแห่งเต๋า เขา
ปรารถนาที่จะเข้าใจโลกนี้อย่างถ่องแท้ลึกซึ้ง เขา
ปรารถนาที่จะล่วงรู้เกี่ยวกับความเป็นอมตะ เพื่อ
แน่ใจว่าตัวเขาจะต้องก้าวเดินอยู่บนเส้นทางนี้ไปอีก
มากน้อยเท่าไหร่
“หมิงซวง”
“เจ้ากล้าเรียกนามท่านย่าผู้นี้ เฉยๆเชียวรึ? ”
จิตวิญญาณของ หมิงซวง ที่สถิตอยู่ในพลองทอง ได้
ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล ยามที่เบื่อ นางมักจะ
หยอกล้อ อู่ อวี้ เล่นอยู่เป็นประจ า
” สตรีผู้งดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้ ”
ส าหรับปีศาจเฒ่านางนี้ อู่ อวี้ ไม่มีทางเลือกนอกจาก
จ าใจพูดชื่อของนาง ภายในหัวใจของเขารู้สึกต่อต้าน
แข็งขืน และไม่อยากเรียกขานเช่นนี้ให้กระดากปาก
” มีเรื่องไร้สาระอันใด ”
หมิงซวง ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าของเขา สถาพนาง
ยังคงงัวเงียสะลึมสะลือ น่ารักน่าชังเป็นอย่างนี้
ช่วงยามดึกของราตรีนั้น อู่ อวี้ นั่งอยู่บนหลังคาของ
พระราชวังเทียนอู่ เหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟูาที่ทอด
ยาวออกไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
” ก่อนหน้าที่จะครบก าหนดโคจร 1 รอบ ท่านที่
เคยเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า บนผืนปฐพีแห่งนี้นั้น
กว้างใหญ่ไพรศาล? นอกจากดินแดนเทพตงเสิ้ง
นอกจากหมู่เกาะน้อยใหญ่มากมายยังมีที่ใดอีกไหม? ”
หมิงซวง เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะกล่าวออกมาว่า ”
เจ้าอยากรู้หรือไม่ ? ”
” แน่นอน ”
นางเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางอันน่าพิศวงว่า “นี่นับเป็นข้อมูล
ที่มีค่า ไม่สิต้องบอกว่ามีคุณค่ามหาศาล หากเจ้า
อยากจะรู้ ทั้งๆที่เจ้ากับข้าไม่ใช่ญาติสนิทหรือมิตร
สหาย ข้าย่อมไม่อาจบอกกล่าวต่อเจ้าเฉยๆ ถูกต้อง
ไหม? แต่ด้วยการที่เราทั้งสองต่างเป็นผู้ถือสืบทอด
พลองทองสมปรารถนาเช่นเดียวกัน ข้าจะคิดค่าถาม
ด้วย ‘โอสถถามวิญญาณ’ อีกหนึ่งเม็ดเท่านั้น ”
นางท าราวกับจะบอก อู่ อวี้ ว่าโอสถ 1 เม็ดนั้นถูก
แสนถูก
แน่นอนว่า ……
นางเป็นพวกเอาชอบเอาเปรียบ ขี้เหนียวอย่างที่สุด
คนอย่างนางคงไม่ยินยอมอ่อนข้อ ไม่ว่าจะเอ่ยถาม
อะไร นางมักจะเรียกร้องหาโอสถถามวิญญาณ 1 เม็ด
บางทีหลังจากนี้นางอาจขอสิ่งประหลาดอื่นๆเป็นการ
แลกเปลี่ยน แต่ อู่ อวูี ก็ไม่ได้โง่ที่จะยอมให้นางขูดรีด
เขาเกรงว่าหาีกวันหนึ่งเขากลายเป็นเซียนอมตะขึ้นมา
จริง ๆ เขาอาจจะตกลงไปในหลุมพรางของนาง จน
หมดเนื้อหมดตัว
” ท่านกับข้าต่างมีชะตาร่วมกัน หากเห็นแก่
มิตรภาพ เรื่องนี้พอจะบอกแก่ข้าได้หรือไม่?” อู่ อวี้
เริ่มแสดงความไม่พอใจออกมาบางส่วน
” ไม่ได้!. . . ของซื้อของขาย ‘ มหาเคล็ดวิถีเทียน
เซียน’ กับ ‘เคล็ดวิชาตรึงกายา ‘ มันถูกถ่ายทอดให้กับ
เจ้าด้วยราคาที่ถูกแสนถูก เจ้าจะให้ท่านย่าขาดทุน
ด้วยการมอบสิ่งที่แสนล้ าค่า แต่ได้ค่าตอบแทนที่ถูก
แสนถูก งั้นรึ”
ดูราวกับว่านางเสียใจมากที่ยอมมอบทั้งสองสิ่งนี้ให้แก่
เขา
“ถ้าเช่นนั้นท่านก็ควรจะบอกกล่าวเรื่องนี้แก่ข้า
เพราะเข้าปรารถนาจะเป็นเซียนอมตะ นอกจาก สละ
ร่างมนุษย์ หลอมรวมลมปราณปลูกฝังรากฐานเซียน
จากนั้นก็ท าการก่อตัวสร้างแกนลมปราณ แล้ว
หลังจากนี้ยังมีอีกกี่ระดับ กว่าจะก้าวไปสู่สรวงสวรรค์
? แล้วข้าจะมีโอกาสได้เป็นขุนพลสวรรค์หรือไม่?”
นี่คือสิ่งที่ อู่ อวี้ อยากรู้จริง ๆ
“แผนภูมิดินแดนเทพตงเสิ้ง” มีบันทึกไว้แค่เพียง
เส้นทางแห่งเต๋าในระดับสร้างแกนนภา แถมยัง
คลุมเครือไม่ชัดเจนอย่างยิ่ง กล่าวไว้เพียงว่าใจกลาง
แผ่นดินหลักในทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง มีสิ่งมีชีวิต
หลากหลายที่อยู่เหนือเกินกว่าเส้นทางเต๋าในขั้นสร้าง
แกนลมปราณ เพียงแค่มันสะบัดมือก็สามารถบดขยี้
ผืนแผ่นดินให้พินาศปุนปี้
” บอกก่อนเลยข้อมูลนี้ ราคาจะสูงมากขึ้น ข้าจะไม่
ต่อรองกับเจ้า ‘เม็ดยาหัวใจหงส์เพลิง’ 2 เม็ด ถ้าเจ้า
คิดว่าแบกรับหนี้ไหว ก็บันทึกไว้ในบัญชีของเรา”
” … ” อู่ อวี้ ถึงกับกล่าวอะไรไม่ออก
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ต้องปราชัย ถูกนางขูดรีด
” ท่านไม่กลัวว่าข้าจะบิดพริ้วสัญญาโดยที่ไม่มอบ
สิ่งใดให้แก่ท่านบ้างรึ อย่างเช่นหากข้าประสบ
ความส าเร็จแต่เมื่อถึงเวลานั้น ข้าไม่ยอมปล่อยให้ท่าน
กลับมามีชีวิตอีกครั้งล่ะ ?” อู่ อวี้ กล่าวข่มขู่
หมิงซวง กุมท้องของตนเอง พร้อมกับเปล่งเสียง
หัวเราะออกมาแล้วกล่าวว่า ” ฮ่า ๆ ๆ ข้ามั่นใจ ผู้ที่
ถูกเลือกจากพลองทองสมปรารถนา ข้ารู้ว่าเจ้าเป็น
คนกล้าหาญ และ เที่ยงธรรม สัจจะวาจาเจ้าหนัก
แน่นดั่งขุนเขา คนเช่นเจ้าย่อมไม่มีทางหักหลังท าร้าย
หญิงสาวตัวน้อยๆเช่นข้าหรอก ”
” นั่นเป็นเหตุผลเดียวกับที่พลอง เลือกท่านด้วยงั้น
รึ ? ”
ความหมายแฝงในประโยคนี้คือ หมิงซวง ไม่มี
คุณสมบัติดังกล่าว
หมิงซวงกรอกดวงตาไปมา จากนั้นก็กล่าวว่า “เรื่อง
ของท่านหญิงผู้งดงาม เจ้าจะสนใจไปท าไมกัน? เจ้า
หนูน้อยที่กระทั่งเม็ดยาหลอมรวมลมปราณสักเม็ดก็
ยังไม่มี ข้าละไม่อยากจะเสวนาด้วย แล้วห้ามรบกวน
ข้าตอนนอนด้วย!”
นางกล่าวขึ้นด้วยเสียงสูง จากนั้นก็หายเข้าไปใน
ร่างกายของ อู่ อวี้ จากนั้นก็ไม่ยอมปรากฏออกมาอีก
เลย
“ช่างมันเถอะ ข้ากลับไปถามท่านอาจารย์เองก็ได้!!!”
บางที หมิงซวง อาจจะกล่าวถูกต้อง บางทีเขากับนาง
อาจพบกันโดยบังเอิญ ไม่ใช่ญาติพี่น้อง ท าไมนางต้อง
เล่าเรื่องของตนเอง หรือบอกทุกอย่างแก่เขา?
แรกเริ่มเดิมที “มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน” นางแสดงให้
เห็นว่านี่เป็นการแลกเปลี่ยน ไม่ใช่ของขวัญที่มอบให้
กันโดยไม่ได้รับสิ่งใด
หากเป็นเช่นนี้ต่อไปวันข้างหน้า เขาคงไม่ได้รับข้อมูล
จากนางอีก
จริงๆควรทราบว่านางเป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่จากยุค
บรรพกาลเมื่อ 120,000 ปีก่อน ทั้งยังมีความ
แข็งแกร่งใกล้เคียงจะบรรลุสู่เซียนอมตะ ได้รับ ‘พลอง
สมปรารถนา’ พร้อมกับได้รับถ่ายทอดมรดกบางส่วน
ท าให้ความแข็งแกร่งรุดหน้าฉับพลัน บดขยี้ผู้ที่
ขวางทางไม่ว่าจะใครหน้าไหน ท้ายที่สุดนางก็ถูกไล่ล่า
โดยผู้ฝึกตนทั่วทั้งสวรรค์และพิภพ จากนั้นวิญญาณที่
แทบจะแตกดับของนาง ก็ถูกดูดกลืนเข้ามาอยู่ใน
พลองสมปรารถนา กลายเป็นตัวตนที่แสนจะพิศวง
จมสู่ห้วงนิทราเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่ง อู่ อวี้
ปรากฏตัวขึ้น
อู่ อวี้ ที่ต้องการเป็นเซียนอมตะ จ าเป็นต้องหาทางท า
ให้นางกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
แต่เส้นทางสู่การเป็นเซียนอมตะ ยากเย็นแสนเข็ญแค่
ไหนกัน ?
อย่างน้อย บนเส้นทางที่ทอดยาวไร้ที่สิ้นสุด อู่ อวี้ เพิ่ง
เริ่มต้นก้าวมาบนเส้นทางนี้ เขาไม่สามารถจินตนาการ
ได้ว่า มีอุปสรรคขวากหนามมากมายเพียงใดที่รอเขา
อยู่
หลังจากผ่านไปประมาณยี่สิบวัน ยังไม่มีวี่แววว่า
เจียง จุนหลิน ส่งใครมา จนเวลานี้ อู่ หยู๋ เกือบจะฟื้น
ตัวกลับมาอย่างสมบูรณ์แล้ว
ณ ตอนนี้ อาจกล่าวได้ว่า อาณาจักรแห่งนี้ไร้
จักรพรรดิขึ้นปกครอง
หลังจาก หยวนเฉิน ถูก อู่ อวี้ สังหาร อาณาจักร
บูรพาเย่วอู่ ก็ตกอยู่ในความโกลาหล บรรดา
อาณาจักรระแวกข้างเคียงต่างจ้องเตรียมจะฮุบกลืน
อู่ อวี้ จึงได้ตัดสินใจ สถาปนา อู่ หยู๋ ให้ขึ้นรับ
ต าแหน่ง จักรพรรดินีองค์แรกแห่งอาณาจักรบูรพา
เย่วอู่ เป็นผู้กุมอ านาจในการปกครองของอาณาจักร
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ประกาศเรื่องนี้ให้แก่บรรดาเหล่าราษฎร
ในนครหลวงเย่ว อู่ ทราบ ก็ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่
คัดค้าน กลับกันต่างส่งเสียงสรรเสริญออกมา!
ดูเหมือนว่า เหล่าราษฎรก็คิดเรื่องนี้ไว้เช่นกัน
อู่ หยู๋ มักมีส่วนในการเมืองการปกครองของ
อาณาจักรบูรพาเย่ว อู่ ตั้งแต่วัยเยาว์ นางมีความ
เข้าใจในราชกิจการปกครองอย่างถ่องแท้ ฮ่องเต้องค์
ก่อนยังเข้ามาหารือเกี่ยวกับการบริหารราชการ
แผ่นดินกับนางหลายครา ในแง่ของการปกครอง
แผ่นดินแล้ว นางมีความสามารถสูงกว่าหยวนฮ่าวเป็น
ร้อยๆเท่า การส่งมอบอาณาจักรบูรพาเย่ว อู่ ให้แก่ อู่
หยู๋ ดูแล อู่ อวี้ จึงวางใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้นาง
ยีงมีโอกาสได้ปฏิรูปแผ่นดินตามที่นางใฝุฝัน
นางจึงไม่ได้ปฏิเสธมัน ซ้ ายังกลับรู้สึกปิติยินดีเป็น
อย่างยิ่ง
“ข้าจะท าให้ทุกคนอาณาจักรนี้ มีแต่ความผาสุข อยู่
อย่างสงบสันติ เหล่าราษฎรจะยิ้มแย้มเบิกบาน ส่วน
เจ้าก็สามารถก้าวไปบนเส้นทางแห่งการฝึกตนได้
อย่างอิสระ! แม้ว่าหลังจากนี้อีกร้อยปี ข้าอาจไม่ได้มี
ชีวิตอยู่ แต่เมื่อเจ้าหวนกลับมาลูกหลานของข้าจะ
คอยต้อนรับเจ้ากลับบ้าน และ ท าให้เจ้าได้พบบ้านที่
วิเศษงดงามที่สุด!”
ก่อนจะถึงวันขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ อู่ หยู๋ ได้
กล่าวประโยคนี้ขึ้นทั้งน้ าตา
หนึ่งร้อยปี …
อู่ อวี้ แม้ทราบว่าเขากับ อู่ หยู๋ จะมีสายสัมพันธ์โลหิต
เชื่อมกันระหว่างพวกเขา แต่มันยังมีช่องว่างหนึ่งแบ่ง
คั่นเอาไว้ ช่องว่างนี้ก็คือ เต๋า
“ตกลง”
เพียงค าพูดเดียว มันสามารถสื่ออารมณ์ความรู้สึกของ
เขาได้ทั้งหมด
หลังจากครบ 10 วันของการขึ้นครองบัลลังก์ เมื่อ
แน่ใจว่าทั่วทั้งอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ กลับสู่เสถียรภาพ
อีกครั้ง
ตราบใดที่ เจียง จุนหลิน ไม่ได้สร้างปัญหาให้แก่เขา
เขาก็พร้อมที่จะอาศัยอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้อีกสัก 2-
3 ปี เพื่อคอยสนับสนุนสนับสนุน อู่ หยู๋ แต่ไม่นึกว่า
หลังจากผ่านไปเพียง 10 วัน ท่านเจ้านิกาย เฟิง
ซัวหยา จะได้เดินทางมาถึงอาณาจักรบูรพาเย่ว อู่
เพื่อมาพบกับ อู่ อวี้ ด้วยตนเอง
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ