กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 740: พบสหายเก่า
อู่ อวี้ ได้มีการเตรียมตัวเพิ่มอีกเล็กน้อย เพื่อ
‘สงครามชิงอำนาจแดนเหนือ’ ในครั้งนี้ หลักๆแล้ว
เขากำลังเตรียมยุทธวิธีต่อสู้ต่างๆเพื่อรับมือ
นอกจากนี้เนื่องจากว่าคุณสมบัติในการเข้าร่วมของ
อู่ อวี้ ได้สร้างความวุ่นวายอย่างใหญ่หลวง เช่นนั้น
อู่ อวี้ จึงเกียจคร้านเกินกว่าจะไปเตร็ดเตร่อยู่ที่ด้าน
นอก หากเขาต้องการให้ทุกคนต้องปิดปาก ก็เพียง
แค่แสดงฝีมือที่ตนเองมีออกมาภายใน ‘สงครามชิง
อำนาจแดนเหนือ’
ที่ด้านนอกมีคนต้องการจะเข้ามาตามหา อู่ อวี้ แต่
ก็ยังดีที่ เปียน เสี่ยซา คอยขัดขวางเอาไว้
ที่น่าตลกก็คือ ถึงขั้นมีบางคนออกตามหาเขาถึงที่
ค่ายผลาญนภา หลังจากผ่านไปถึงครึ่งวันก็เพิ่งจะรู้
ว่า อู่ อวี้ ไม่ได้อยู่ภายใต้สังกัดของค่ายผลาญนภา
แล้ว
แน่นอนว่ามีคนบางส่วนรู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ไม่อาจจะ
ทำอะไรได้ เนื่องจากว่าที่นี่เป็นสถานที่ของกองทัพห
มิงไห่ และก็เป็นการตัดสินใจของผู้บัญชาการ
กองทัพ หากผู้ใดก็ตามต้องการจะก่อความวุ่นวาย
คนผู้นั้นก็จะถูกลงโทษอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ยามนี้ โย่วเสี่ย ก็กำลังตระเตรียมตัวเองให้พร้อม
แน่นอนว่านางต้องการที่จะแข่งขันกับพี่น้องของนาง
อย่างสุดความสามารถ อย่างน้อยในด้านของ
ความสามารถในตอนนี้ นางก็ถือว่าเป็นผู้ที่โดดเด่น
ที่สุดท่ามกลางเหล่าเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย และไม่แน่
ว่าหลังจากผ่านไปร้อยปีแล้ว ผู้ใดที่จะได้รับการ
ยอมรับจากจอมจักรพรรดิหมิงไห่กันแน่ จึงต้องงัด
ทุกอย่างออกมาใช้ให้หมด
บนหน้าประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิเป่ยหมิง ไม่เคย
มีปัญหาในการที่สตรีเพศจะกลายเป็นมาจอม
จักรพรรดิเป่ยหมิง แม้กระทั่งยังมีอยู่หลายครั้งที่ลง
เอยเช่นนั้น
ในช่วงระยะเวลาครึ่งเดือนนี้ ส่วนใหญ่ก็เพื่อให้ผู้ที่มี
สิทธิเข้าร่วมเดินทางจากทั่วทั้งทวีปมารวมตัวกันที่
นครหมิง ให้ผู้ชมทั่วดินแดนได้มุ่งหน้าไปยังคุกแห่ง
ความตาย แม้กระทั่งในหมู่ผู้ชมทั้งหลายก็ยังมีคน
ที่มาจากแว่นแคว้นต่างๆบนดินแดนโบราณเหยียน
หวงหลากหลาย พวกเขาหลายหมื่นคนได้ถูกเชื้อ
เชิญให้เข้ามา ในกลุ่มผู้ชมก็มีคนจากอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงอยู่จำนวนไม่น้อย และแน่นอน
ว่าก็มีผู้ฝึกตนนอกรีตด้วยเช่นกัน แต่เหล่าปีศาจ
ไม่ได้ถูกเชื้อเชิญมา เป็นเพราะว่าเป้าหมายในการล่า
สังหารของสงครามชิงอำนาจแดนเหนือก็คือปีศาจ
นอกจากนี้การแข่งขันนี้ก็ยังเป็นโอกาสที่จะแสดงให้
เห็นถึงความแข็งแกร่งในอนาคตของจักวรรดิเป่ยหมิ
งอีกด้วย ในฐานะที่เป็นถึง 1 ในดินแดนที่แข็งแกร่ง
ที่สุดบนดินแดนโบราณเหยียนหวง จักรวรรดิเป่ย
หมิงก็จำเป็นจะต้องให้อาณาจักรอื่นๆรู้สึกกลัวเกรง
ต่อตนเอง
ในวันนั้น เปียน เสี่ยซา ก็มาส่ง อู่ อวี้ ที่ประตูเมือง
ด้วยตัวเอง
ที่เขาเอาใจใส่เช่นนี้ ทั้งหมดก็เพื่อต้องการให้ อู่ อวี้
เป็นหน้าเป็นตาให้กับเขา เห็นได้ชัดว่าเขาน่าจะลง
พนันกับผู้อื่นเอาไว้ ว่าในค่ายทหารของเขาก็มีผู้ที่
สามารถเข้าร่วมสงครามชิงอำนาจแดนเหนือด้วย
เช่นกัน หากเป็นเช่นนี้ เขาก็จะต้องชนะพนันอย่าง
แน่นอน…….
หากว่า อู่ อวี้ สามารถแสดงศักยภาพได้เป็น
ประจักษ์ เขาย่อมเชิดหน้าชูตาได้อย่างภาคภูมิ
ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้กลายเป็นหน้าเป็นตาของเขา ดังนั้น
เขาจึงต้องมาส่ง อู่ อวี้ ไปที่ประตูด้วยตัวเอง เพื่อ
ป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นระหว่างทาง
“วันนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ของพวกเราชาว
เป่ยหมิง เมื่อถึงเวลานั้นคนใหญ่คนโตจะปรากฏตัว
ออกมามากมาย บางส่วนได้ล่วงหน้าไปที่คุกแห่ง
ความตายแล้ว แต่ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มักจะเดินทาง
กันไปเป็นกลุ่ม”
ผู้ที่สามารถเข้าร่วมในสงครามชิงอำนาจเป่ยหมิงได้
ส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นผู้ที่มีอิทธิพล เหตุการณ์ที่
สำคัญเช่นนี้ พ่อแม่และเหล่าผู้อาวุโสของผู้ที่เข้าร่วม
ก็จะต้องเข้ามาส่งถึงชั้นสุดท้าย เพื่อทำการกำชับ
พวกมันและให้ขวัญกำลังใจ
อู่ อวี้ เดินทางออกจากกองทัพหมิงไห่ด้วยกันกับ
เปียน เสี่ยซา ในตอนที่เพิ่งออกจากที่นี่ เขาก็รับรู้ถึง
บรรยากาศของเหตุการณ์เช่นที่ ‘เปียน เสี่ยซา’ ได้
อวดอ้างเอาไว้ อู่ อวี้ มาถึง นครหมิง มาเป็น
เวลานานแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยเห็นสถานที่แห่งนี้คึกคัก
มีชีวิตชีวาเช่นนี้มาก่อน บนถนนหนทางของนครห
มิง เต็มไปด้วยเสียงคึกคักจอแจ ที่สำคัญคือคนส่วน
ใหญ่ที่มาล้วนแล้วแต่มีสถานะสูงล้ำ
เหล่าผู้นำแคว้นต่างมาปรากฏตัวอยู่บนท้องถนน
พวกเขาพูดคุยกระชับมิตรกัน ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
อะไร
ตอนนี้ยังไม่ครบกำหนดเวลา ดังนั้นผู้เข้าร่วมจำนวน
มากก็ยังคงอยู่ตามท้องถนนหนทางภายในนครหมิง
คนเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากทั่วทุกพื้นที่ภายใน
จักรวรรดิเป่ยหมิง เหล่าอัจฉริยะทั้งหลายเดินไปเดิน
มากันอย่างขวักไขว่
กล่าวตามตรงแล้วการที่ อู่ อวี้ กับ เปียน เสี่ยซา อยู่
ด้วยกันภายในนครหมิง กลับไม่ค่อยมีผู้ใดให้ความ
สนใจนัก ด้วยสถานะของขุนพลโย่วหมิง ยามที่
เปียน เสี่ยซา ปรากฏตัวออกมาในช่วงเวลาปกติล้วน
แล้วแต่มีผู้คนมากมายเคารพนอบน้อม แต่ตอนนี้เขา
กลับต้องแสดงความเคารพอีกฝ่ายแทน กระทั่งอีก
ฝ่ายยังไม่รู้จักเขาตอบเสียด้วยซ้ำ
“ช่วงเวลานี้ของทุกๆปี ยอดฝีมือก็จะปรากฏอยู่ทุก
หนทุกแห่งภายในนครหมิง สำหรับพวกเราแล้ว ก็
ถือว่ามีสถานะต้อยต่ำกว่าอย่างยิ่ง” เปียน เสี่ยซา
กล่าวอย่างปลงอนิจจัง
โย่วเสี่ย และคนอื่นๆของราชวงศ์เป่ยหมิง อยู่ใกล้ๆ
กับประตูเมือง
ตอนนี้ใกล้จะถึงกำหนดเวลาแล้ว ทุกคนจึงเริ่มมา
รวมตัวกันอยู่บริเวณประตูเมือง หากครบเวลาเที่ยง
แล้ว ยังไม่มารายงานตัว ก็จะถูกนับว่าคนผู้นั้นสละ
สิทธิ์ไป
ในอดีต ก็เคยปรากฏสถานการณ์เช่นนี้ ดังนั้นคน
ส่วนใหญ่จึงออกเดินทางมุ่งหน้ามาก่อน
และเมื่อมีเหตุการณ์ตัวอย่างเช่นนี้ เปียน เสี่ยซา จึง
พา อู่ อวี้ ไปที่ประตูเมืองด้วยตัวเอง ยามที่มาถึงที่นี่
ทุกสายตาต่างจับจ้องมองกันและกันเป็นตาเดียว
แต่ไม่มีผู้ใดกล้าลงมือเคลื่อนไหวอะไร
ภายในประตูเมืองมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง
สามารถจุคนได้หลายหมื่นคน ยามนี้ภายในประตู
เมืองแห่งนี้มีผู้คนมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง แน่นอน
พวกเขาส่วนใหญ่ดูมีชีวิตวีชา ส่วนตำแหน่งตรงกลาง
ถูกเว้นให้เป็นพื้นที่ว่างโล่ง ตรงนั้นก็คือพื้นที่หวง
ห้าม มีเพียงแค่ผู้ที่มีสิทธิเข้าร่วมเท่านั้นจึงจะ
สามารถเข้าไปได้ มีเพียงแต่ภายในจุดนี้เท่านั้นที่มี
คนอยู่กระจัดกระจายกัน
ที่แห่งนี้คึกคักยิ่งว่า ‘เวทีประลองหมื่นหมิง’ เมื่อครึ่ง
เดือนก่อนเสียอีก มีเสียงดังจอจาเต็มทั่วทุกหนแห่ง
คนส่วนใหญ่กำลังสนทนาถึงผู้เข้าร่วมทั้งพันคนนี้
และก็พูดถึงคนระดับสูงที่สุด ก็เช่นจำพวกเหล่าองค์
ชายทั้งหลาย
“ไปเถอะ” เมื่อพา อู่ อวี้ มาถึงที่แล้ว เปียน เสี่ยซา
ก็ค่อยรู้สึกวางใจ ขั้นต่อไป เขาก็จะมุ่งหน้าไปยัง
‘คุกแห่งความตาย’ ด้วยสถานะของขุนพลโย่วหมิง
เขาจึงมีคุณสมบัติเพียงพอในการจะรับชมการต่อสู้นี้
“ขอขอบคุณท่านมาก” หลังจากที่มาถึงประตูเมือง
แล้ว อู่ อวี้ ก็ยังเห็นบางคนจับจ้องมองมาที่ตนอย่าง
กับจะกินเลือดกินเนื้อ หลังจากที่ อู่ อวี้ ขอบคุณ
เปียน เสี่ยซา แล้ว เขาก็เตรียมตัวเข้าสู่พื้นที่ใจกลาง
คนที่อยู่ภายในพื้นที่ต้องห้าม ล้วนเป็นอัจฉริยะผู้
เย่อหยิ่ง คนที่รู้จักกันก็จะทำการจับกลุ่มและพูดคุย
แลกเปลี่ยนข้อมูล
เพียงมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นผู้ที่
มีฝีมือน่ากลัว แต่ละคนปลดปล่อยบรรยากาศที่น่า
ทึ่งออกมา กระทั่งภายในที่แห่งนี้ ต้วนอี้ ก็ไม่ได้ดู
โดดเด่นเลยแต่อย่างใด
ข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของ อู่ อวี้ ก็คือในเรื่องของ
อายุ ท่ามกลางคนนับพันเหล่านี้ เขาก็ถือว่าเป็นผู้ที่มี
อายุน้อยที่สุด
“คนที่มีสิทธิเข้าร่วมจึงจะสามารถอยู่ในเขตหวงห้าม
นี้ได้ ผู้ที่ไม่มีธุระอันใดจงออกไปเดี๋ยวนี้! ” ที่ตรง
ทางเข้าเขตหวงห้าม มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่มี
พื้นฐานฝึกตนอันแสนลึกล้ำ ใบหน้าเขร่งขรึม ซึ่งชาย
ผู้นี้สมควรเป็นถึง ขุนพลเทียนหมิง ผู้เกรียงไกร
ทว่าขุนพลเทียนหมิงผู้ถือเป็นตัวตนที่มีสถานะสูงส่ง
กลับกลายเป็นยามคอยเฝ้าทางเข้าเขตหวงห้าม ทำ
ให้สามารถเห็นได้ถึงความสำคัญยิ่งของ สงครามชิง
อำนาจแดนเหนือ ได้อย่างดี
“กองทัพหมิงไห่ อู่ อวี้ มารายงานตัวขอรับ” อู่ อวี้
ไม่ปล่อยให้ความน่ากลัวของอีกฝ่ายสะกดข่มเขา
จากนั้นเขาทำจิตใจให้สงบลง และเอ่ยออกมาด้วย
น้ำเสียงที่ราบเรียบ
คนผู้นี้เป็นขุนพลเทียนหมิงแห่งกองทัพหมิงไห่
แน่นอนว่าย่อมรู้เรื่องราวของ อู่ อวี้ มาบ้าง เห็นได้
ชัดว่าเขาก็รู้สึกสงสัยในการตัดสินใจของ โย่วชาง
ดังนั้นเมื่อได้ยินชื่อของ อู่ อวี้ เขาก็เหลือบสายตา
ขึ้นมามองแล้วกล่าวว่า “โอ้ว เป็นเจ้าเอง”
หลังจากนั้น เขาจึงโบกมือเป็นความหมายให้ อู่ อวี้
เข้าไป
อาจจะเป็นไปได้ว่าการที่ อู่ อวี้ ถูกรับเลือกให้เข้าไป
มันจะเป็นอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตามสงครามชิงอำนาจ
แดนเหนือนั้นเกี่ยวพันกับคนจำนวนมหาศาล การ
เปลี่ยนแปลงรายชื่อก็ถือเป็นเรื่องปกติ และมันก็
เกี่ยวข้องกับการพนันขันต่อของขุมอำนาจทั้งหลาย
อู่ อวี้ ไม่ใช่คนเดียวที่ถูกคัดเลือกโดยมิชอบ ความ
จริงก็มีอีกไม่น้อยที่ใช้เส้นสายในการเข้าร่วม
ในบรรดาคนนับพัน ตอนนี้ผู้ที่มาถึงก็มีจำนวนหลาย
ร้อยแล้ว แต่ส่วนใหญ่ อู่ อวี้ ไม่รู้จักเลยแม้แต่คน
เดียว
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ เหลือบมองเห็นกลุ่มของ กง
เสิ่นจุน ซึ่ง ต้วนอี้ ก็อยู่ภายในนั้นด้วย และยังมีอีก
คนหนึ่งที่ได้รับการคัดเลือกโดยใช้เส้นสายเข้ามา
นั่นก็คือ อินเสวียน
ได้ยินมาว่ามันถูกกักบริเวณเอาไว้ เห็นได้ชัดว่ามันไม่
ควรจะมาอยู่ที่นี่ แต่ อินติ่ง จะให้ลูกชายหัวแก้วหัว
แหวนของมันพลาดโอกาสสำคัญเช่นนี้ได้อย่างไร
มันจึงปล่อยตัวลูกชายออกจากการกักบริเวณเพื่อ
เข้าร่วมกับเหตุการณ์นี้ในทันที
ตอนนี้ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับ สงครามชิง
อำนาจแดนเหนือ ดังนั้นเรื่องของตระกูลพวกมันจึง
ถูกมองข้ามไป
แน่นอนว่าพวกมันจะต้องเห็น อู่ อวี้ เข้ามาเช่นกัน
คนกลุ่มนั้นจึงยกยิ้มขึ้น ในรอยยิ้มแฝงเอาไว้ด้วย
ท่าทีเยาะเย้ย จากนั้นพวกมันก็หันกลับไปพูดคุยเล่น
กันต่อ
“อู่ อวี้ ” ทันใดนั้นก็มีน้ำเสียงที่คุ้นเคยตะโกนขึ้นที่
เบื้องหลังของเขา เมื่อเขาหันกลับไปดู ก็ปรากฏว่า
เป็นคนที่อยู่เหนือความคาดหมายของเขาอย่าง
แท้จริง!
คนผู้นี้เป็นหญิงสาวที่มีรอยยิ้มสดใส ยามที่ได้เห็น
นาง ก็เหมือนกับว่าโลกทั้งใบดูสว่างสดใสขึ้นไปใน
พริบตา
เนื่องจากว่านางเป็นคนที่ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกผิดอยู่ใน
ใจ เรื่องของนางทำให้จิตใจของเขาหดหู่มาโดย
ตลอด แต่ตอนนี้รอยยิ้มของนางที่มาปรากฏอยู่ที่
เบื้องหน้า มันทำให้หมอกควันที่ปกคลุมจิตใจของ
เขาถูกปัดเป่าจนหายไปในทันที
“อินอิง!”
ไม่ผิด นางเป็นคนที่ติดอยู่ภายใน ‘ผลึกน้ำแข็งนิ
รันดร์’
“เจ้าคงคิดไม่ถึงล่ะสิ?” อินอิง เป็นหญิงสาวที่เปี่ยม
ไปด้วยความมีชีวิตชีวา ในยามที่นางพูดคุย ใบหน้า
ของนางก็มักจะปรากฏรอยยิ้ม แก้มที่แดงระเรื่อราว
ทำให้ผู้คนที่ได้เห็นต้องรู้สึกหลงใหล ตัวนางให้
ความรู้สึกราวกับเป็นสายลมในฤดูใบไม้ผลิที่นำ
ความชุ่มชื่นมาสู่จิตใจของคน
“ทำไมเจ้า……”
“ท่านปู่ของข้ากลับมาและพาข้าไปที่อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง เขาเชิญสหายแห่งอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง มาละลาย ‘ผลึกน้ำแข็งนิรันดร์’
ให้ข้ายังไงล่ะ! ข้าเพิ่งจะกลับมาถึงนครหมิงเมื่อสิบ
วันก่อนนี้เอง”
แน่นอนว่า อินกั๋วกง ชื่นชอบนางเป็นพิเศษ
ตอนนี้นางหายดีเป็นปลิดทิ้ง อู่ อวี้ จึงรู้สึกวางใจ
มาก
“อินอิง มานี่! เจ้าอย่าได้ไปสนิทชิดเชื้อกับคนนอก
มันจะส่งผลกระทบกับชื่อเสียงของตระกลูพวกเรา!”
ทันใดนั้น อินเสวียน ก็จับจ้องมองมาทางฝั่งของ อู่
อวี้ ด้วยความโกรธยิ่ง จนเป็นการดึงดูดฉากนี้ต่อ
หน้าผู้คนทันที
เมื่อ อินอิง ได้ยิน นางก็ยิ้มขึ้นและกล่าวว่า “พี่ชาย
ท่านนี่ซื่อตรงกับสหายของท่านจริงๆ แม้กระทั่ง
น้องสาวในสายเลือดของท่านเกือบจะถูกมันฆ่าตาย
ท่านก็ยังคงพูดคุยสนุกสนานเฮฮากับพวกมันได้
สุดท้ายแล้วผู้ใดกันแน่ที่ทำลายชื่อเสียงของตระกูล
อินของเรา นอกจากนี้คนที่อยู่ข้างๆท่าน หากไม่ใช่
เพราะบิดาของเจ้าต้องก้มหัวขอขมาท่านปู่ของข้า
คิดหรือว่าจะยังมีชีวิตรอดมายืนอยู่ที่นี่ได้? อย่าคิด
ว่าเรื่องนี้จะจบไปแล้ว สักวันหนึ่งข้าจะทวงความ
ยุติธรรมกลับมาด้วยตัวข้าเอง”
เมื่อนางต้องเผชิญหน้ากับเคราะห์กรรมที่ร้ายแรงจน
เฉียดตายเช่นนี้ แน่นอนว่านางย่อมไม่มีทางที่จะลืม
มันไปได้
อินเสวียน รู้ว่านางเอาจริงแน่นอน
“หุบปาก! ดูเจ้าสิไยจึงปีกกล้าขาแข็งเช่นนี้! ” อิน
เสวียน เต้นแร้งเต้นกา หมายจะเข้าไปสั่งสอน แต่
ทว่า ต้วนอี้ กลับดึงมันเอาไว้ก่อน แล้วกล่าวว่า “ให้
ความสำคัญของสงครามชิงอำนาจแดนเหนือก่อน
อย่าเพิ่งไปให้ราคาคนพวกนี้”
“อืม” อินเสวียน กัดฟันกรอดกล่าวออกมา
“พวกเราไปที่อื่นเถอะ ข้าไม่อยากจะสนใจพวกมัน”
อินอิง กลอกตาไปมา พร้อมกับลาก อู่ อวี้ ออกห่าง
จากคนเหล่านี้ทันที
ผู้มีสิทธิเข้าร่วมค่อยๆทยอยเดินทางมาถึง สถานะ
และความแข็งแกร่งของคนส่วนใหญ่ล้วนอยู่
เหนือกว่ากลุ่มของ ต้วนอี้ ทันทีที่คนเหล่านี้มาถึงก็
เรียกเสียงโห่ร้องยินดีจากผู้คนรอบข้างได้แล้ว อู่ อวี้
ถึงกับเหลือบมองบ้างเป็นครั้งคราว หลังจากที่เขา
มองเห็นคนเหล่านี้ ก็เข้าใจถึงความจริงบางอย่าง
นั่นก็คือ หากคิดที่จะเข้าสู่สิบอันดับแรกของสงคราม
ชิงอำนาจแดนเหนือน มันย่อมยากเย็นราวกับปีน
ป่ายขึ้นสวรรค์ มันเป็นเหมือนกับความฝันลมๆแล้งๆ
ของคนอ่อนแอ…….
สำหรับ ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง เรื่องนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้
เข้าไปใหญ่
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ