กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 746: อสรพิษวิญญาณสองเศียร
ร่างกายของมันกอปรไปด้วยสีดำทมิฬ ดวงตาสีแดง
ฉานดุจโลหิต ผนวกกับซุ่มเสียงที่แหลมลึกบาดหู……..
หากกล่าวถึง ‘พิษ’ ย่อมเป็นลักษณะที่ขาดไม่ได้ของ
อสรพิษ ซึ่งเคล็ดอิทธิฤทธิ์ของ อสรพิษวิญญาณสอง
เศียรก็นับได้ว่าเป็นพิษที่รุนแรงมาก เป็นพิษที่รุนแรง
กระทั่งสามารถดับชีวิตและวิญญาณได้ทีเดียว และเมื่อ
เคล็ดอิทธิฤทธิ์นี้ถูกปลดปล่อยลงท่ามกลางมหาสมุทร
เมื่อมีน้ำทะเลเป็นตัวคอยช่วยหนุน ก็ทำให้มัน
แพร่กระจายได้ดียิ่งขึ้น น้ำทะเลได้ถูกเปลี่ยนให้
กลายเป็นอาวุธสังหารที่ร้ายกาจยิ่งไปโดยธรรมชาติ
เคล็ดอิทธิฤทธิ์นี้ ไม่ใช่เคล็ดที่มีความงดงาม แต่มัน
กลับมีประสิทธิภาพสูงส่ง คาดว่าในกาต่อสู้ระหว่าง
จักรวรรดิเป่ยหมิงกับมหาสมุทรแห่งความตาย คงมีผู้
ฝึกตนของจักรวรรดิเป่ยหมิงจำนวนมากต้องตกตายไป
โดยฝีมือของ ‘อสรพิษวิญญาณสองเศียร’ ตัวนี้
ผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะทั่วๆไป
ไม่อาจจะต้านทานฤทธานุภาพของมันได้ ยามนี้ อู่ อวี้
กำลังตกอยู่กลางวงล้อมของพิษสีดำทมิฬ เมื่อมองผ่าน
เนตรเพลิงจะเห็นได้ว่าภายในพิษนี้มันเป็นอสรพิษสีดำ
ขนาดจิ๋วกำลังเบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น ซึ่งมันมี
ขนาดเล็กเท่ากับเส้นผมและยังมีจำนวนมากมายถึง
หลายล้านตัว กำลังเคลื่อนไหวด้วยกันอย่างพลุ่งพล่าน
เข้าโอบล้อม อู่ อวี้ มันถึงกับทะลวงผ่านชุดเกราะเต๋า
วิถีแท้ของ อู่ อวี้ จนกัดแทะร่างกายของเขาแล้ว
ตราบใดที่มีบาดแผลแม้เพียงจุดเล็กๆ อสรพิษตัวน้อย
เหล่านี้ก็จะไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายอย่างบ้าคลั่ง พวก
มันจะกัดกินเลือดเนื้อกระดูกและอวัยวะภายใน
ทั้งหมด ภายในเวลาสั้นๆ ร่างกายก็จะถูก อสรพิษตัว
เล็กของ ‘อสรพิษวิญญาณ สองเศียร’ กัดกินจนว่าง
เปล่า
ดังนั้นในยามนี้ อู่ อวี้ จึงเริ่มรับรู้ถึงความน่าสยดสยอง
ของเคล็ดอิทธิฤทธิ์ของอสรพิษวิญญาณสองเศียรตัวนี้
อย่างยิ่ง!
ไม่เพียงแค่เคล็ดอิทธิฤทธิ์ อสรพิษวิญญาณสองเศียร
ยังได้พุ่งทะยานเข้าหา อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว ด้วยการ
เข่นฆ่าสังหารของมันผนวกกับพิษอันแสนรุนแรง
นับว่าช่างเป็นวิธีการสังหารที่ร้ายกาจยิ่ง หากไม่ได้อยู่
ในขอบเขตเดียวกับปีศาจตนนี้หรือว่ายังไม่ถึงขอบเขต
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะระดับที่ 8 ก็ไม่อาจจะรับมือได้
ง่ายๆ อู่ อวี้ จึงตัดสินใจใช้ออกด้วยเมฆาตลบฟ้า
หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
การต่อสู้นี้ไม่อาจจะชักช้าได้!
แม้ว่า อู่ อวี้ จะตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่ออีก
ฝ่ายใช้ออกด้วยพิษ เขาจึงผสานควบคู่สำแดงเขตแดน
เนตรทองคำออกในทันที!
ปีศาจจากมหาสมุทรแห่งความตาย ส่วนใหญ่มีนิสัยที่
ค่อนข้างเลือดเย็น ด้วยกายาเพชรอมตะของ อู่ อวี้ ทำ
ให้เขาสามารถต้านทานเคล็ดอิทธิฤทธิ์ของอีกฝ่ายได้
มากกว่าผู้อื่น จากนั้นเขาจึงฉวยโอกาสสำแดงเขตแดน
เนตรทองคำ ดวงตาทั้งคู่ของเขาส่องประกายขึ้นโดย
พลัน จากนั้นเปลวเพลิงสีทองก็ปะทุขึ้นม้วนกวาด
ออกไปทั่วทุกทิศทาง ภายในเวลาสั้นๆเปลวเพลิงสี
ทองก็ได้เขมือบกินทุกสิ่งที่อยู่รอบๆ! เคล็ดอิทธิฤทธิ์
ของอีกฝ่ายถูกเขตแดนเนตรทองคำของ อู่ อวี้ รั้งต้าน
เอาไว้ได้ชั่วครู่
หากต่อสู้กับผู้ใช้พิษ ถือว่ารับมือได้ค่อนข้างยาก และ
มันเป็นถึงพิษที่อยู่ในระดับสูง แต่ยังไงอสรพิษเหล่านี้ก็
ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิต ยามที่เขตแดนเนตรทองคำปรากฏ
อสรพิษทั้งหลายจึงต่างกรีดร้อง ดิ้นพล่าน สลายออก
จากร่างกายของ อู่ อวี้ ไปในทันที
เขตแดนเนตรทองคำได้ทำการสะกดข่มปราบปรามคู่
ต่อสู้เอาไว้ นับว่าโชคดีที่ธาตุไฟของเขาถือเป็นดาวข่ม
อย่างรุนแรง!
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ อู่ อวี้ ต้องการคือการสังหารอย่าง
หมดจด และนี่ก็เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น!
“ร่างอวตารนอกวิถี!”
พริบตานั้น ภายในเขตแดนเนตรทองคำก็พลันปรากฏ
ร่างอวตารถึงพันร่าง อสรพิษวิญญาณสองเศียรซึ่ง
กำลังเปี่ยมล้นไปด้วยโทสะ หัวทั้งสองของมันพุ่งหมาย
จะกัด อู่ อวี้ ให้จมเขี้ยว ทว่าในพริบตานั้นเอง ร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ ที่ปรากฏออกมาก็ทำให้มันรู้สึก
สับสนจนไม่อาจจะแยกแยะได้ว่าร่างไหนคือร่างจริง
ของเขา
“เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวล!”
ยามเมื่อร่างอวตารปรากฏกาย พวกมันทั้งหมดก็ได้ใช้
เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวลออกมาพร้อมเพรียงกัน
เคล็ดวิชาเต๋าที่ได้รับมาจากวานรปีศาจโลหิตได้สำแดง
ฤทธานุภาพออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งเสียง
กรีดร้องที่รุนแรงแทรกซึมเข้าไปปกคลุมทั่วทั้งเขตแดน
เนตรทองคำ!
อสรพิษวิญญาณสองเศียรคือปีศาจตนแรกต้องพบเจอ
กับโจมตีผสานนี้ของ อู่ อวี้!
เคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวล จู่โจมไปยังรอบด้านของ
อีกฝ่ายโดยตรง! อสรพิษวิญญาณสองเศียร เริ่มทรุดตัว
ลงไปอย่างไร้เรี่ยวแรง มันถูกปกคลุมไปด้วยเคล็ดเขต
แดนโลหิตกำสรวลที่กำลังส่งเสียงกรีดร้องเสียดแทง
เข้าไปถึงชั้นจิตวิญญาณ
อสรพิษขนาดยักษ์กำลังดิ้นทุรนทุลายอยู่ท่ามกลาง
มหาสมุทรแห่งนี้ทันที! กระทั่งก่อเกิดเป็นกระแสน้ำวน
ฉีกกระชากร่างอวตารของ อู่ อวี้ ไปหลายสิบร่าง
หาก อู่ อวี้ ไม่ชิงลงมือโจมตีก่อน การที่จะเอาชนะ
ปีศาจตัวนี้ในภายหลังก็ถือเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เพราะ
พลังศักดิ์สิทธิ์ของอีกฝ่ายอยู่เหนือชั้นกว่า อู่ อวี้ อยู่
หลายขั้นนัก อู่ อวี้ จำต้องอาศัยเคล็ดวิชาจำนวนมาก
ในเวลาเดียวกัน ผนวกเข้ากับเคล็ดอิทธิฤทธิ์ที่ได้รับมา
จาก ฉีเทียน ต้าเซิ่น จึงจะสามารถจัดการกับอีกฝ่าย
ได้!
อย่างไรก็ตามเวลานี้เป็นเวลาที่เขาควรจะเผด็จศึกให้
เสร็จสิ้น!
“เคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจี!”
ร่างอวตารยังคงสำแดงเคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวล
ออกไปอย่างต่อเนื่อง แต่ร่างต้นของ อู่ อวี้ ได้
หยุดชะงักและเปลี่ยนมาสำแดงเคล็ดคชสารเทวะ
สะท้านอเวจีออกมาแทน!
คชสารเทวะสะท้านอเวจี พุ่งเข้าโจมตีหมายดับชีวิต
ของอีกฝ่าย!
ในเขตแดนเนตรทองคำของ อู่ อวี้ เปลวเพลิงสีทอง
ยังคงแผดเผาปิดกั้นการมองเห็นของคนที่อยู่ด้านนอก
อย่างไรก็ตามเครื่องกำเนิดภาพที่ อู่ อวี้ พกติดมา ก็ยัง
แสดงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว อู่ อวี้ ได้ ทำให้
คนที่อยู่ภายนอกจึงยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ยามนี้ อู่ อวี้ อยู่ท่ามกลางแสงประกายเจิดจ้า แต่
เนื่องจากภาพจากเครื่องกำเนิดภาพที่อยู่ด้านนอกส่วน
ใหญ่แล้วเป็นสีดำทมิฬ ทำให้ภาพของเขากลับกลายมา
เป็นโดดเด่นสะดุดตาในทันที
“เป็น อู่ อวี้ ผู้นี้อีกแล้ว!”
“เขาสำแดงเคล็ดวิชาเต๋าอันใดออกมากัน!”
ยามนี้ร่างกายของ อู่ อวี้ อาบไล้อยู่ท่ามกลางเปลว
เพลิงสีทอง เพื่อที่จะสังหารปีศาจตนนี้ให้สิ้นซากแล้ว
เขาจึงสำแดงออกด้วยสภาพที่แข็งแกร่งที่สุดของตน
ออกมาอย่างไม่ออมมือ ไม่ว่าจะเป็นร่างจำแลงเซียน
วานร เทียมฟ้าจรดดิน เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง เคล็ดก้าว
เทวะ ทั้งยังมีเคล็ดคชสารเทวะสะท้านอเวจีและ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ พริบตาที่เขาโบก
สะบัดพลอง ก็ปรากฏคชสารสีทองขนาดมหึมาขึ้นตัว
หนึ่งขึ้นบนฟากฟ้า พุ่งดิ่งลงมาบดขยี้เข้าที่ศีรษะของ
‘อสรพิษวิญญาณสองเศียร’ อย่างรุนแรง
อสรพิษวิญญาณสองเศียร ที่เพิ่งจะได้รับบาดเจ็บ
สาหัสจากเคล็ดเขตแดนโลหิตกำสรวล และพอจะฟื้นฟู
กลับมาได้เล็กน้อย ฉับพลันพลองหมื่นมังกรพลัน
ปรากฏอยู่ที่เบื้องหน้าของมันแล้ว ซึ่งบัดนี้ลำแสงสี
ทองเข้ากลืนกินอสรพิษวิญญาณสองเศียรเข้าไป
ภายในพริบตา
เปรี้ยงงงงงง ตู้มมมม!!!
เต็มเม็ดเต็มเหนี่ยวจนมิอาจทานทน
เป็นผลให้บัดนี้เขาได้รับ ‘ตาข่ายวิญญาณมรณะ’ ชิ้นที่
2 โดยที่ไม่มีเวลาให้ผู้ใดมารบกวน
หลังจากที่เขาโจมตีสังหาร อสรพิษวิญญาณสองเศียร
เสร็จสิ้น อู่ อวี้ ก็เร่งเก็บคืนร่างอวตารและเคล็ด
อิทธิฤทธิ์กลับทั้งหมด จากนั้นเขาก็หลบหนีออกจาก
สถานที่แห่งนี้ในทันที
เขารู้สึกว่า การแสดงออกในครานี้คงต้องดึงดูดความ
สนใจของผู้คนจำนวนไม่น้อยอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม หาได้มีทางเลือกอันใดอีก? ถึงยังไงสัก
วันเขาก็ต้องสำแดงฝีมือออกมาทั้งหมดไม่อาจเก็บรั้งไว้
ได้อยู่ดี
เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือรางวัล และการ
ที่เข้าไปสู่สิบอันดับแรกได้ก็จำเป็นต้องทุ่มสุดตัว แต่
หากสามารถพัฒนาฝีมือที่นี่ได้ก็นับว่าเป็นโชคสองชั้น
และเป้าหมายเดิมของ อู่ อวี้ ก็ยังต้องการที่จะทะลวง
เข้าสู่ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะให้ได้เร็วที่สุด
และเป็นอย่างเช่นที่เขาได้คาดการณ์เอาไว้ หลังจากที่
เขาสำแดงเคล็ดวิชาต่างๆออกมามากมาย คนที่อยู่ด้าน
นอกกว่าแปดแสนคนก็เริ่มพุ่งความสนใจมาที่ อู่ อวี้
รวมถึงน้องชายในสายเลือดของ จอมจักรพรรดิหมิงไห่
ด้วยเช่นกัน
ไม่ต้องสงสัยเลย อู่ อวี้ ได้ทำให้เกิดการถกเถียงกันขึ้น
อีกครั้ง
“ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้เขาก็เพิ่งจะเอาชนะ กง เสิ่นจุน
มามิใช่หรือ? ฝีมือที่เขาสำแดงออกมาก็ถือว่าเพียง
พอที่จะเอาชนะมันมาได้จริงๆ”
“เด็กผู้นี้ถือว่ามีพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่ในเกณฑ์ทั่วๆไป แต่
ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่ผู้ฝึกตนที่อยู่ภายในขอบเขต
ตำหนักม่วงทะเลมรกตทั่วๆไป เคล็ดวิชาเต๋าแต่ละวิชา
ที่มันสำแดงออกมาล้วนเป็นเคล็ดวิชาสูงส่งยิ่ง! เมื่อ
ผนวกกับกายเนื้อที่แข็งแกร่ง ก็ได้ชดเชยในส่วนของ
พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ขาดหายไปได้อย่างลงตัว”
“ข้าเคยได้ยินมาว่า บนร่างของมันได้รับมรดกที่นับว่า
เหนือชั้นมา และบนร่างของมันก็ยังมีความลับซุกซ่อน
อยู่ไม่น้อย แล้วไฉนถึงยังไม่มีผู้ใดรับรู้เรื่องนี้เลย?”
“แล้วใครมันจะไปรู้ได้เล่า? มันกระทั่งหลบลี้หนีจาก
จักรพรรดิอสูรแดนเหมันต์ อีกทั้งมันได้รับการปกป้อง
จากองค์หญิงโย่วเสี่ย กล่าวได้ว่ามันเพิ่งมาอยู่ที่นี่เพียง
เท่านั้น แต่หากอยู่ไปนานๆเข้า ความลับที่เผยออกมา
ย่อมทำให้หลายคนมิอาจอยู่นิ่งได้อีก”
ยามที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด กลับปรากฎ
สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ ชวีอิ้น แห่งกองทัพมังกรเพลิง
ใบหน้าของมันเผยรอยยิ้มขึ้น พร้อมกับหันไปกล่าวกับ
ราชวงศ์เป่ยหมิงว่า “ทุกท่าน หลังจากสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือนี้จบ ข้าจะพา อู่ อวี้ กลับไปที่
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง คงไม่มีผู้ใดคัดค้านใช่
หรือไม่?”
เห็นได้ชัดว่ามันเห็นบางสิ่งบางอย่างบนตัว อู่ อวี้ และ
แน่นอนว่ามันย่อมมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่ด้วย
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ทุกคนจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง อู่ อวี้
โย่วชาง จากฝั่งของราชวงศ์เป่ยหมิง จึงกล่าวขึ้นว่า
“ในครั้งที่แล้วเหยียนชิงก็ได้ให้เขากลับไปที่อาณาจักร
โบราณเหยียนหวง แต่ว่า อู่ อวี้ กลับปฏิเสธไปในทันที
ทำให้ เหยียนชิง ได้กล่าวเอาไว้ว่าจะไม่ให้ อู่ อวี้
เหยียบเข้าไปที่อาณาจักรโบราณเหยียนหวงแม้แต่ก้าว
เดียว”
ชวี่อิ้น หัวเราะขึ้นแล้วกล่าวว่า “ เหยียนชิง นั้นเป็น
ตัวตนเช่นใด อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ไม่ได้เป็น
ของมันเสียหน่อย แล้วไฉนควรใส่ราคาในคำพูดนั้น
ด้วยเล่า?”
สถานะของ เหยียนชิง ก็ไม่ถือว่าต่ำต้อย มันเป็นถึง
องค์ชายของเขตแดนตะวันออก แต่ก็ยังไม่ได้เป็น
ตัวตนสำคัญของ อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ในด้าน
ของสถานะ ชวีอิ้น แน่นอนว่าย่อมอยู่เหนือกว่ามัน
หลายขุมนัก เห็นได้ชัดว่า ชวีอิ้น ไม่ได้เห็นมันอยู่ใน
สายตา
และการกล่าวเช่นนี้ถือเป็นลักษณะพิเศษของชาว
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ในสายตาของพวกมันไม่
เคยเห็นหัวผู้ใด!
โย่วชาง ยิ้มขึ้น แน่นอนว่าเขาก็ไม่ต้องการปล่อยตัว อู่
อวี้ ไป ดังนั้นจึงกล่าวว่า “เรื่องนี้ก็ต้องดูความเต็มใจ
ของ อู่ อวี้ เสียก่อน หากเขาไม่ได้อยากไปที่
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ไม่มีใครไปบังคับเขาได้
ใช่หรือไม่?”
ชวีอิ้นยิ้มตอบ ไม่ได้กล่าวสิ่งใด แต่มันก็รู้ว่าในตอนนี้
สงครามชิงอำนาจแดนเหนือเพิ่งจะเริ่มต้น คำพูดของ
มันจึงนับว่ายังเร็วเกินไป
หลังจากผ่านไปครึ่งปี ใครจะรู้ว่าสถานการณ์จะลงเอย
เช่นไร?
อู่ อวี้ ได้กลับไปซ่อนตัวอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับ
คนอื่นๆที่กำลังแสดงฝีมือออกมาอย่างล้ำเลิศ
อย่างไรก็ตาม ทางฟากของ อาณาโบราณเหยียนหวง
ชวีอิ้น ก็เอียงหัว หันไปถาม ชวี่ เฟิงอวี๋ ว่า “อวี๋เอ๋อ
เจ้าเคยเห็นคนผู้นี้มาบ้างหรือไม่?”
ชวี่ เฟิงอวี๋ พลันเงยหน้าขึ้นแล้วหันไปมอง อู่ อวี้
จากนั้นก็พยักหน้า แล้วกล่าวว่า “ข้าเคยเห็นเขาตอนที่
อยู่ในเส้นทางเซียนบรรพกาล”
ในยามที่กล่าวนางกล่าวออก สีหน้านางยังคงไว้ซึ่ง
ความสงบนิ่งอย่างน่าขนลุก
“ได้ยินมาว่า ในตอนนั้นเขาได้รวมกลุ่มกับเจ้า และมัน
ได้หลบหนีจากภัยพิบัติอย่างหงุดหงิด ก่อนที่มันจะ
หลบหนี เจ้าพอจะรู้ถึงความลับของคนผู้นี้มาบ้าง
หรือไม่?”
ชวี่ เฟิงอวี๋ ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ตอนนั้นข้าอยู่กับ
มันเพียงแค่เวลาสั้นๆ ข้าจึงไม่อาจทำความเข้าใจ
เกี่ยวกับมันได้มากนัก อย่างไรก็ตาม มันค่อนข้างเป็น
คนที่น่าสนใจ กระทั่งข้ายังได้พยายามชักชวนพามัน
กลับมาที่อาณาจักรโบราณเหยียนหวงแล้ว”
ชวี่อิ้น จึงเอ่ยถามขึ้น “เจ้าก็รู้สึกว่าควรจะพาเขา
กลับไปด้วยเช่นกัน?”
ชวี่ เฟิงอวี๋ “เรือล่มในหนองทองจะไปไหน ไม่ว่าจะ
กล่าวเช่นไรมันก็เป็นคนของพวกเรา”
“มีเหตุผล” ชวี่อิ้น ยื่นแขนออกมาข้างหนึ่งแล้วลูบ
เคราของมัน
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าการแสดงออกด้วยพลังทั้งหมดเพียงครั้ง
เดียว จะสามารถทำให้คนภายนอกตัดสินชะตากรรม
ชีวิตของเขาเสียแล้ว
หลังจากที่จัดการกับ ‘อสรพิษวิญญาณสองเศียร’ เขา
ก็รู้ได้เลยว่าปีศาจที่อยู่ที่นี่ มันถือเป็นมือสังหารโดย
แท้จริง
ยิ่งเข้าไปลึกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรับรู้ได้กลิ่นอายปีศาจที่
หนาแน่นยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การที่จะได้พบเจอกับปีศาจ ยังถือว่า
ง่ายกว่าผู้ฝึกตนคนอื่นอยู่มาก
โดยทั่วไปหากเดินทางสวนกันก็จะจากกันไปโดยทันที
ซึ่งบางครั้งอาจจะมีค้อมหัวเป็นการทักทายก่อนจะจาก
ไปอย่างสุภาพ
อู่ อวี้ ได้รับตาข่ายวิญญาณมรณะมาแล้ว 2 ชิ้น นับว่า
เริ่มต้นค่อนข้างเร็วไม่น้อย ส่วนทางฝั่งโย่วเสี่ย เพิ่งจะ
ได้รับมาเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น และคนส่วนใหญ่ก็ยัง
ไม่อาจเก็บเกี่ยวบสิ่งใดได้เลย เนื่องจากว่าปีศาจที่อยู่
ที่นี่หลบซ้อนได้แนบเนียนมากเกินไป
ถึงอย่างนั้นก็มีบางคนได้รับตาข่ายวิญญาณมรณะ
มาถึง 3-4 ชิ้นแล้วก็มี
ยามนี้เขาอยู่ที่ภูเขาลูกหนึ่งภายในก้นมหาสมุทร
ฉับพลันนั้นเองในทิศที่ห่างไกลก็ปรากฏลำแสงสีแดง
ขึ้น อู่ อวี้ รู้สึกคุ้นเคยกับลำแสงนี้อย่างยิ่ง แน่นอนว่า
มันก็คือ ยันต์แสงทำลายรัตติกาล!
เช่นนั้นหมายความว่าเมื่อไม่นานมานี้คงมีคนถูกบีบ
บังคับจนให้ต้องกระตุ้นยันต์ ยิ่งไปกว่านั้นก็อยู่ไม่ไกล
จาก อู่ อวี้ นี่ย่อมพิสูจน์ได้ว่าทางทิศนั้นได้ปรากฏ
ปีศาจที่ทรงพลังอำนาจยิ่งขึ้นมา!
อู่ อวี้ ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาสำแดงเคล็ดก้าวเทวะมุ่ง
หน้าไปยังทิศทางนั้นอย่างรวดเร็ว!
ระยะทางระหว่างเขากับทิศทางที่เกิดเรื่องยังคงถือว่า
ค่อนข้างไม่ใกล้ไม่ไกล ในยามที่เขาไปถึงก็ดูเหมือนว่า
ปีศาจได้หลบหนีจากไปแล้ว เหลือเพียงแค่ชายชรา
และชายหนุ่มเพียงคนหนึ่ง ชายชราผู้นั้นได้เข้าปกป้อง
ชายหนุ่มคนนี้เอาไว้ ซึ่งชายหนุ่มคนนั้นเป็นบุรุษที่อยู่
ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดเทวะระดับที่ 8
“มองอะไร?” ชายหนุ่มผู้นี้เมื่อมันมองเห็น อู่ อวี้ ก็
กล่าวออกมาด้วยท่าทีที่หยิ่งผยองว่า “เจ้าเองก็อยู่ที่นี่
ได้อีกไม่นานหรอก!”
ดูเหมือนว่ามันจะรับความจริงที่ว่าตนเองถูกกำจัดไป
แล้วไม่ได้
ชายชราที่อยู่ด้านข้างซึ่งกำลังจะจากไป แต่เมื่อได้พบ
เจอกับ อู่ อวี้ เขาจึงเอ่ยขึ้น “จงหนีไปซะ บริเวณนี้มี
ปีศาจที่แข็งแกร่งยิ่งอยู่…”
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ