กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 748: แค่หมูตัวหนึ่ง
“ลั่วผิน?”
ท่ามกลางวารีใสสะอาด ภายในสมองของเขาว่างเปล่า
ลืมทุกสรรพสิ่งไปจนสิ้น เมื่อพบความสวยงามที่อยู่ตรง
เบื้องหน้าเช่นนี้
ช่างน่าเหลือเชื่อ
แม้ว่าจะเพียงแค่ชั่วขณะ ทว่าภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ
เช่นนี้กลับทำให้โลหิตภายในกายของเขาพุ่งพล่าน
ปั่นป่วน
รอยยิ้มนี้เป็นภาพสวยงามที่สุดเกินจะพรรณนา
อย่างไรก็ตามมันช่างเป็นการโจมตีที่ชั่วร้าย ฉะนั้น อู่
อวี้ จึงเริ่มหลับตาลง
ยามแรกหัวของเขาว่างเปล่า แต่ภายในใจกลับปั่นป่วน
ยุ่งเหยิง สมองเต็มไปด้วยภาพอันงดงามเกินจะพรรณา
ซึ่งภายในมีคำถามผุดขึ้นมา ว่าเพราะเหตุใดนางจึงมา
ยืนอยู่ข้างหน้าเขา?
ทั้ง ๆ ที่ด้านหน้าก่อนหน้านี้ยังเป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่า
ไม่ทราบว่าไฉนตนเองถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
“อู่ อวี้ … ” แม้แต่น้ำเสียงก็ยังเป็นของลั่วผิน ปีศาจหมู
ใช้ภาพมายาเปลือยกายมาล่อลวงเขา
เมื่อนางตัวเข้ามาใกล้ ลมหายใจของเขาก็สัมผัสได้ถึง
กลิ่นหอมละมุนประหนึ่งกลิ่นหอมของกล้วยไม้ กลิ่น
นั้นไหลซึมลงไปในน้ำ แทรกซึมเข้าผ่านร่างกาย
แม้สถานการณ์ตอนนี้จะสับสนวุ่นวาย ทว่าเต็มไปด้วย
ความตื่นเต้นล่อลวงใจ
ภายในหัวของเขาเต็มไปด้วยภาพเปลือยกายอันแสน
งดงาม
“เจ้าลืมตาสิ” เสียงของลั่วผินเปี่ยมล้นไปด้วยแรง
ปรารถนาที่ยากจะปฏิเสธ
อู่ อวี้ ไม่อาจปฏิเสธได้ ในที่สุดเขาก็ลืมตาขึ้น ก็พบว่า
นางมายืนอยู่เบื้องหน้าของเขาแล้ว นางยิ้มแล้วยื่นมือ
ออกมาวางไว้บนไหล่ของเขา ตรงเบื้องหน้าเขาคือ
ร่างกายอันเปลือยเปล่าขาวบริสุทธิ์ไร้มลทิน
โดยเฉพาะปทุมถันอันอวบอูมทั้งสองเต้านั้นช่างงดงาม
ไร้ที่ติ …
ในเวลานี้เขารู้สึกอับจนหนทาง คิดไม่ออกจริง ๆ ว่า
เหตุไฉนถึงเป็นเช่นนี้ …
ความอบอุ่นบนฝ่ามือบนไหล่ของ อู่ อวี้ คือสิ่งที่ไม่อาจ
หลอกลวงกันได้
รอยยิ้มที่มุมปากนั้นช่างทรงเสน่ห์ ยังคงมีร่องรอยของ
ความเขินอาย แต่แฝงไว้ด้วยความสนุกสนานเอาแต่ใจ
เป็นเพราะว่า อู่ อวี้ คิดถึงนางมานานมากแล้ว ดังนั้น
เขาจึงไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
จากนั้นเขาก็เอื้อมมือออกไป โอบกอดร่างของนางเอา
มาไว้ในอ้อมแขน เพียงแค่สัมผัสก็ทำให้สมองของเขา
เคลิบเคลิ้ม โดยเฉพาะปทุมถันอันอวบอูมเต่งตึงคู่นั้น
ของนาง
อู่ อวี้ รู้สึกเหสมือนตัวเองอยู่ในห้วงภวังค์นิทรา …
ยากจะควบคุมตัวเองได้
ในช่วงเวลานี้เขาพยายามลืมตาเต็มที่ เพื่อมองภาพอัน
น่าเหลือเชื่อที่อยู่เบื้องหน้าให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เบื้องหลังของลั่วผิน เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอัน
กระจ่างใสของอิสตรี เป็นเช่นเดียวกับลั่วผิน แต่กลับ
แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เรือนร่างที่กระตุ้นต่อมอารมณ์
ยิ่งมีเสน่ห์ดึงดูดใจ และน่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น
เมื่อแลมองอย่างใกล้ชิด ก็พบว่าล้วนเป็นใบหน้าที่
คุ้นเคย เป็นผู้คนที่เขาเคยพัวพันมาก่อน อย่างเช่น จิ่
วเซียนผู้อ่อนหวานอบอุ่น หนานกง เหว่ย , เทียนไห่อวี้
ฝูเหยา , องค์หญิงโย่งเสี่ย , จี้ หลิงหลง ฯลฯ สตรีทุกผู้
ล้วนงดงามหยาดเยิ้ม ยามนี้มายืนอยู่เบื้องหน้าของ อู่
อวี้ ทุกคนดูเขินอายเมื่ออยู่เบื้องหน้าบุรุษ หนึ่งความ
งามกำลังเคลื่อนไหวเข้ามา ทั้งหมดล้วนเคยเกี่ยวพัน
กับตัวเขามาก่อน แม้แต่อินอิงที่เพิ่งเคยพบกันมาเมื่อ
ไม่นานนี้ ล้วนมายืนอยู่เบื้องหน้าของเขา มองมาทาง
เขาด้วยสายตาเหนียมอาย สายตาที่พวกนางจ้องมอง
มาทางเขา ให้ความรู้สึกราวกับว่าพวกนางกำลังอดใจ
รอให้ อู่ อวี้ มากลืนกินนางไม่ไหวแล้ว
สตรีมากมายกำลังรายล้อมรอบตัวเขา ถ้าหากไม่
กล่าวถึงความสุข แล้วประเมินจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คง
ต้องกล่าวว่าเขากำลังพบเจอกับความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
สายตาของแต่ละคนมอง อู่ อวี้ อย่างคลั่งไคล้เปี่ยมล้น
ไปด้วยแรงปรารถนาแรงกล้า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
แค่มีลั่วผินเพียงคนเดียว อู่ อวี้ ก็หลงใหลอย่างสมบูรณ์
แล้ว เบื้องหน้าคือภาพงดงามเกินบรรยาย สิ่งนี้เกิน
ขีดจำกัดของ อู่ อวี้
เขาไม่เคยคิดเลยว่านี่เป็นพรจากสวรรค์ เขาไม่ได้
ต้องการจะได้สาวงามกลุ่มใหญ่ขนาดนี้มารับใช้ ยิ่งไป
กว่านั้นก็คือจิ่วเซียน นางได้ตกตายไปแล้วด้วยน้ำมือ
ของตัวเขาเอง แล้วนางจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันเล่า
“ชักไม่เข้าท่าแล้ว! ไม่เข้าท่าแล้ว!”
เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก แม้ว่าเบื้อง
หน้าของเขาจะเปี่ยมล้นไปด้วยความอ่อนโยนนุ่มนวล
แต่เพราะลั่วผินที่อยู่ในอ้อมแขน ทำให้ความคิด
ทั้งหมดของเขาได้ถูกสลัดทิ้งไปจนสิ้น ช่างยากจะ
ต้านทานเสียจริง ๆ สมองกลับด้านเสมือนดั่งคนจนที่
สูญเสียทองคำของตนเองซึ่งหามาได้อย่างยากลำบาก
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็ล่วงรู้อยู่แก่ใจเป็นอย่างดีว่า
ทั้งหมดนี้คือกับดัก ยิ่งเขาคิดเกี่ยวกับมันภายในหัวใจ
ของเขาก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น!
” อู่ อวี้ เจ้ากำลังตกอยู่ในพลังอิทธิฤทธิ์ของมัน! ” ในที่
สุดเสียงที่คุ้นเคยของหมิงซวงก็แว่วดังเข้ามาในหู
ก่อนที่ อู่ อวี้ จะรับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติ เขาหาได้ยินเสียง
นี้แม้แต่น้อย
“ หนานซาน หวางเยว่ ! มันก็แค่หมูตัวหนึ่ง! ”
เจ็ดคำสุดท้ายทำให้ อู่ อวี้ ตื่นขึ้นจากภวังค์จริง ๆ เขา
จดจำได้ทุกอย่างก่อนวิญญาณจะหลุดจากร่าง เขา
สับสนอย่างสิ้นเชิงเพราะพลังอิทธิฤทธิ์ของฝ่ายตรง
ข้ามนั้นคือภาพมายา
ทันใดนั้นภาพที่น่าขยะแขยงที่สุดในโลกก็บังเกิดขึ้น
ความงามที่อยู่เบื้องหน้าก่อนหน้านี้ ฉับพลันก็กลับ
กลายเป็นเพียงแค่สุกรตัวหนึ่ง
ภาพที่เห็นทำให้ อู่ อวี้ เกือบจะถ่มน้ำลายออกมา
เวลานี้เขาก็จดจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดก่อนหน้า
นี้ นั่นก็คือเขากำลังต่อสู้ท้าทายในสงครามชิงอำนาจ
แดนเหนือ!
ปีศาจตัวนี้มีพลังอิทธิฤทธิ์สร้างภาพมายา ช่าง
มหัศจรรย์เสียจริง ๆ!
มันคือพลังอิทธิฤทธิ์จริง ๆ
หลังจากหลุดออกจากห้วงภวังค์แล้ว หนานกง เหว่ย ,
องค์หญิงโย่งเสี่ย ฯลฯ ทั้งหมดก็หายตัวไป
จากวารีที่เคยใสสว่าง ก็กลับกลายเป็นทะเลแห่งความ
มืดมิดราวกับความตาย
“ ไม่เลวนี่… สามารถตื่นขึ้นมาเองได้ แม้จะถูกพลัง
อิทธิฤทธิ์ของข้าแล้ว ช่างแข็งแกร่งดีจริง ๆ บางทีข้าก็
อาจต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกหน่อยแล้ว ” หนานซาน
หวางเยว่ เอ่ยขึ้น
อู่ อวี้ รับรู้ได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของปีศาจตนนี้ ใน
เวลานี้เขาสามารถหลบหนีจากพลังอิทธิฤทธิ์ของฝ่าย
ตรงข้ามได้ โชคดีที่อีกฝ่ายใช้เพียงลั่วผินอย่างเดียว
เท่านั้น มิฉะนั้น อู่ อวี้ คงไม่มีทางรอดมาได้
ถึงแม้ฝ่ายตรงข้ามจะใช้พลังอิทธิฤทธิ์อันแปลก
ประหลาดเช่นนี้ แต่ อู่ อวี้ ก็สามารถหลบหนีออกมาได้
ถึงกระนั้น หนานซาน หวางเยว่ ก็ยังน่าสะพรึงกลัวอยู่
ดี พลังอิทธิฤทธิ์ที่ส่งผลโดยตรงเช่นนี้ นับเป็นภัย
คุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อ อู่ อวี้ หากเปลี่ยนเป็นการ
โจมตีชนิดอื่น อู่ อวี้ ก็ยังใช้สามารถใช้เมฆาตลบฟ้า
หลบหนีไปได้
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้เช่นนี้ มันทำให้ อู่ อวี้ รู้สึก
ประหวั่นพรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง
เขารู้ดีว่าการได้รับตาข่ายวิญญาณจากฝ่ายตรงข้ามนั้น
แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจถอย
ออกไปทันที!
“เมฆาตลบฟ้า!”
อู่ อวี้ ตอบโต้อย่างรวด ด้วยการใช้พลังอิทธิฤทธิ์
ออกมาทันที เมฆาตลบฟ้าผสานเข้ากับร่างกายของเขา
จากนั้นก็กระโดดพลิกตลบออกจากสถานที่แห่งนี้ทันที
เพียงชั่วพริบตาเขาก็หายไปจากสายตาของ หนานซาน
หวางเยว่
” นั่นมันบ้าอะไรกัน? ” หนานซาน หวางเยว่ กำลัง
หัวเราะเยาะเย้ย มันไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะสามารถ
หลบหนีออกจากภาพลวงตาของมันได้ เพียงไม่ถึงชั่ว
พริบตา อู่ อวี้ ก็หายตัวไปจากเบื้องหน้าสายตาของมัน
” หลบหนีหายไปต่อหน้าต่อตาของข้า? มันเป็นไปได้
อย่างไรกัน? ” หนานซาน หวางเยว่ ยืนนิ่งอึ้งกับสิ่งที่
เกิดขึ้นอย่างโง่งม
อันที่จริงระหว่างที่มันกำลังตกตะลึงอยู่นี้ ก็มีผู้ชมด้าน
นอกให้ความสนใจกับการเผชิญหน้าระหว่าง อู่ อวี้ กับ
หนานซาน หวางเยว่เช่นกัน เนื่องจาก อู่ อวี้ เคยดึงดูด
ผู้คนจำนวนมากมาก่อน ดังนั้นจึงมีหลายคนให้ความ
สนใจกับการพัฒนาของเขา
พวกเขาต่างเห็นว่า อู่ อวี้ ตกอยู่ในห้วงภวังค์พลัง
อิทธิฤทธิ์ของฝ่ายตรงข้าม ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว หรือ
การแสดงออกใด ๆ ราวกับว่าเขาได้ตกเข้าสู่การ
ควบคุมของ หนานซาน หวางเยว่ อย่างสิ้นเชิง
คนผู้นั้นเห็นเพียงว่า อู่ อวี้ กำลังก้าวเข้าสู่กับดักแห่ง
ความตายของฝ่ายตรงข้าม ทันใดนั้นเมื่อมันหันมาดูอีก
ครั้ง สิ่งแปลกประหลาดก็เกิดขึ้น ภาพจากเครื่อง
กำเนิดภาพคือทุกสรรพสิ่งพลิกกลับตาลปัตร แล้ว
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง แต่เบื้องหน้า
สายตาของเขา บัดนี้หนานซาน หวางเยว่ได้หายตัวไป
แล้ว
เครื่องกำเนิดภาพไม่สามารถระบุระยะทางที่ อู่ อวี้
กระโดดออกไปได้ แต่ภาพที่ทุกสรรพสิ่งพลิกกลับ
ตาลปัตรนั้น มันน่าเหลือเชื่อมากจริง ๆ
ไม่ใช่เพียงน่าเหลือเชื่อ แต่ยังกล่าวได้ว่าแทบจะเป็นไป
ไม่ได้
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ แสดงให้เห็นถึงพลังอิทธิฤทธิ์อันน่า
อัศจรรย์มากมาย เช่น เขตแดนเนตรทองคำ ร่าง
อวตารนอกวิถี หรือแม้กระทั่งเทียมฟ้าจรดดิน พลัง
อิทธิฤทธิ์เหล่านี้ ล้วนอัศจรรย์ และน่าเหลือเชื่อเป็น
อย่างยิ่ง ต่อให้ควานหาทั่วทั้งจักรวรรดิเป่ยหมิง คาด
ว่าคงไม่มีผู้ใดที่ทำเช่นนี้ได้
แน่นอนว่าอันที่จริงแล้ว แม้กระทั่งคนจากอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ก็ยังรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เกิด
โดยเฉพาะวิธีการหลบหนีครั้งสุดท้ายของ อู่ อวี้
โชคดี ที่พวกมันไม่ทราบว่า อู่ อวี้ หลบหนีไปได้ไกลแค่
ไหน ถ้าพวกมันรู้เข้า คงรู้สึกตกตะลึงยิ่งกว่านี้
อู่ อวี้ ก็คิดไว้แล้วเช่นกัน ว่าคงมีใครบางคนรู้สึกสงสัย
ในพลังอิทธิฤทธิ์ของเขา ดังนั้น อู่ อวี้ จึงแกล้งทำเป็น
ว่าตนเองไม่ได้ออกมาไกลนัก หลังจากการกระโดด
พลิกตลบ เขาก็รีบเคลื่อนไหวออกไปอย่างรวดเร็ว
โดยวิธีนี้ จะช่วยลดความสงสัยของพวกมันได้มาก
และมันก็เป็นไปตามที่ อู่ อวี้ คาดเอาไว้ มีผู้คน
มากมายพูดคุยเรื่องของเขา ไม่ว่าจะเป็นมรดกที่ได้รับ
พลังอิทธิฤทธิ์ที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งพลังของเขาแทบทุก
ชนิดก็น่าสนใจป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามภายในประวัติศาสตร์ของชมพูทวีป
โลกธาตุแห่งนี้ ยังมีพลังอิทธิฤทธิ์ที่น่าอัศจรรย์อยู่อีก
มาก
ดังนั้นประเด็นพูดคุยในส่วนหลังจึงโน้มเอียงไปทาง
หนานซาน หวางเยว่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็มาจากทาง
โยว่ชาง และ โย่วซื่อ
ซึ่งทั้งสองก็เกือบจะลืมไปแล้วว่า การต่อสู้ก่อนก่อน
หน้านี้ก็เคยเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน
โย่วชางเอ่ยถามว่า ” ปีศาจตนนี้ค่อนข้างแปลก
ประหลาด ไม่เหมือนกับปีศาจตนอื่น ๆ ในมหาสมุทร
แห่งความตาย แล้วมันมาถูกขังอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ”
ชินอ๋องโย่วซื่อตอบกลับไปอย่างไม่แยแสว่า ” ข้าไม่
ทราบว่ามันถูกขังอยู่ภายในนั้นได้อย่างไร แต่ในเมื่อ
เข้าไปแล้ว ก็ต้องอยู่ต่อไป คุกสมุทรวิญญาณไม่เคย
ปล่อยนักโทษออกมาก่อน นอกจากนี้สงครามชิง
อำนาจแดนเหนือ ก็ถือเป็นโอกาสของมันเช่นกัน หาก
สามารถเก็บรวบรวมตาข่ายวิญญาณมรณะได้มากพอ
การจะปล่อยมันออกไปก็มิใช่ปัญหา ”
โย่วชางพยักหน้า
ชินอ๋องโย่วซื่อกล่าวต่อว่า ” เจ้าตัวประหลาดตนนี้ ข้า
จำได้ว่าหลังจากที่ทราบว่ามีปีศาจเช่นนี้อยู่ภายในนั้น
ความแข็งแกร่งของมันก็นับว่าอ่อนแอมาก แต่ด้วยการ
หลบหลีกและซ่อนตัวอย่างแนบเนียน ทำให้สามารถมี
ชีวิตรอดอยู่ภายในคุกสมุทรวิญญาณได้หลายสิบปี ซึ่ง
ถือว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สายเลือดของมันนับว่า
ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง เป็นแค่หมูป่าธรรมดาที่กลายเป็น
ปีศาจ ทว่าสิ่งที่น่าแปลกก็คือมันกลับมีความก้าวหน้า
อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีวิธีการเฉพาะที่ใช้ปิดซ่อน
ขอบเขตการฝึกตนได้อีก ข้าพบเห็นมันหลายครั้ง แต่ก็
ไม่สามารถตรวจสอบขอบเขตการฝึกตนของมันได้ แต่
เมื่อไม่กี่ปีมานี้ข้าก็พบสิ่งหนึ่ง ”
” หือ? ” โย่วชางถามออกไปอย่างลวก ๆ ไม่คาดคิดว่า
จะมีเรื่องพิเศษเช่นนี้เกิดขึ้น
” ปีศาจตนอื่น ๆ ในคุกสมุทรวิญญาณ หวาดกลัวมัน
มาก ซึ่งรวมถึงในหมู่ปีศาจผู้แข็งแกร่งเช่นกัน เรามิได้
ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน ดังนั้นจึงไม่รู้ว่า
เกิดอะไรขึ้น ข้าได้พยายามตรวจสอบปีศาจตนนี้หลาย
ครั้ง แต่ก็ไม่พบเห็นร่องรอยใด ๆ บางทีมันอาจ
เกี่ยวข้องกับแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของมัน ”
“ ปีศาจตนอื่น ๆ หวาดกลัวมัน? เจ้ากำหนดให้มันเก็บ
ยันต์แสงทำลายรัตติกาลเท่าไหร่? ”
“ สามสิบ เพราะปีศาจตนนี้อยู่ในระดับจิตเทวะขั้นที่
9”
โย่วชางพยักหน้าแล้วพูดว่า ” ไม่ง่าย หากต้องเก็บให้
ครบตามกำหนด ”
โย่วซือส่ายหัวแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” ข้าประเมินมันต่ำเกินไป
เจ้าตัวประหลาดผู้นี้ฉลาดปราดเปรื่องยิ่งนัก มันหลบ
ซ่อนตัวได้แนบเนียนมาก ซึ่งผิดจากที่พวกเราคิดเอาไว้
ตอนนี้ข้ารู้สึกเสียใจไม่น้อยที่กำหนดให้มันเก็บรวบรวม
30 แผ่น ”
” ถ้ามันออกมา จะต้องศึกษามันให้แจ่มแจ้งชัดเจน
หากเป็นปีศาจอัจฉริยะ เราต้องไม่ปล่อยให้มันมี
ความคิดตอบโต้เราได้ ”
“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดอีก” โย่วซือกลอก
ตา
หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่พูดอะไรกันมาก
หลังจากเครื่องกำเนิดภาพมีการเคลื่อนไหว ฝูงชนก็
เปลี่ยนความสนใจอย่างรวดเร็ว
คนของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงก็อยู่ที่นี่ด้วย
ชวีอิ๋น พยักหน้าแล้วพูดขึ้น ” ข้าชักคิดหนักขึ้นเรื่อย ๆ
แล้ว เกี่ยวกับเรื่องพา อู่ อวี้ กลับอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ”
“แล้วอย่างไร?” ชวี่ เฟิงอวี๋ ถามขึ้น
ชวีอิ๋นกล่าวว่า ” เราต้องตรวจสอบให้ละเอียดแล้วว่า
เจ้าหนุ่มผู้มาจากทวีปผนึกปีศาจ ผู้นี้เอาพลังอิทธิฤทธิ์
และ เคล็ดวิชามากมายเช่นนั้นมาจากไหน?”
“อืม” ชวี่ เฟิงอวี๋ พยักหน้า ด้วยสายตาไร้ชีวิตชีวา
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ