กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 759: เขตแดนเปลวอัคคีเยือกแข็ง
เวลานี้ภายในคุกสมุทรวิญญาณ เหลือผู้ร่วมเข้าแข่งขัน
อยู่อีกประมาณ 700 ถึง 800 คน ปีศาจที่ยังเหลืออยู่ก็
ทรงพลังเป็นอย่างมาก ทั้งปีศาจอีกจำนวนหนึ่งที่
สามารถเก็บรวบรวมยันต์แสงทำลายรัตติกาล ได้มาก
เพียงพอที่จะออกไปจากมหาสมุทรแห่งความตาย
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ กระจายตัวไปทั่วทุกแห่งหน
ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะได้เจอกับคนรู้จักดังเช่น
องค์หญิงโย่วเสี่ย
ท่านหญิงน้อยหลานอวี้ นางสวมกระโปรงยาวสีฟ้า
สดใส แม้ว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบจะถูกปกคลุมไป
ด้วยทะเลแห่งความมืดมิด แต่รอยยิ้มอันเสน่ห์ของนาง
ก็ยังคงเจิดจ้าน่าหลงไหล สามารถทำให้สิ่งมีชีวิตล้ม
ตายกันเป็นเบือด้วยความหลงใหล
ท่านหญิงน้อยแห่งนครเหมันต์อัคคีบูรพา ความงดงาม
สดใสของนาง เป็นที่ใฝ่ฝันถึงของผู้ฝึกตนหนุ่มน้อย
หนุ่มใหญ่ทั้งหลาย หากผู้ใดเป็นสหายเต๋าเคียงคู่มีนาง
อยู่ในอ้อมกอด คงรู้สึกเสมือนได้ขึ้นสวรรค์ก็มิปาน
เป็นเหตุให้เวลานี้หลานอวี้ปฏิเสธชายหนุ่มหลายคน ผู้
ที่จะสามารถร่วมทางไปกับน้องได้ตลอดรอดฝั่ง
นอกจากจะมีอำนาจบารมี อย่างน้อย ๆ ก็ควรเป็น
บุตรของเจ้าแคว้น
การที่จะสามารถมายืนเคียงข้างหลานอวี้ได้ มีแค่เพียง
พลังฝีมือนั้น ยังถือว่าไร้ความหมายต่ำต้อยกว่านาง
เมื่อร่างอวตารของ อู่ อวี้ เห็นนาง นางก็ถูกรายล้อม
ด้วยชายหนุ่มมากมาย กำลังหัวร่อต่อกระซิกด้วยความ
ขบขัน
อย่างไรก็ตามหลังจากที่นางเห็นร่างอวตารของ อู่ อวี้
สีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นหนาวเย็นทันที
“นั่นคงจะเป็นร่างอวตารของลูกสุนัขนอกคอกสินะ
น้องสาว หลานอวี้ไม่จำเป็นต้องขุ่นเคือง เดี๋ยวข้าจะ
จัดการมันเอง!” วัยรุ่นหนุ่มรีบกล่าวเอาหน้า หลังจาก
นั้นก็กระโจนเข้าไปฉีกกระชากร่างอวตารของ อู่ อวี้
ทันที
” ว่ากันว่าชายคนนี้ แย่งชิงเม็ดยาจิตเทวะจากคนอื่น
มันช่างไม่กลัวกฎเกณฑ์ไม่อายฟ้าอายดิน ข้าจะรอดู
วันที่ผลกรรมตามทัน วันที่มันเดินกินไม่ได้ต้องหยอด
น้ำข้าวต้ม! ” หลังจากชายหนุ่มจัดการร่างอวตารของ
อู่ อวี้ แล้ว มันก็กล่าวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“อย่าเอ่ยถึงผู้ชายคนนี้ แค่เห็นหน้าของมันก็อยากจะ
อาเจียนแล้ว ข้าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดผู้บัญชาการโย่
วชาง ถึงยอมให้คนตระเหยียนหวงผู้นี้ มีส่วนร่วมใน
การต่อสู้ของสงครามแย่งชิงอำนาจแดนเหนือ!” หลา
นอวี้ขมวดคิ้วพูด
” แถมข้ายังได้ยินมาว่า ชายผู้นี้ไม่ใช่คนของตระเหยียน
หวงเลยด้วยซ้ำ มันก็แค่ไอ้คนบ้านนอกคอกนาจาก
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ”
ในระหว่างที่พวกมันกำลังพูดถึง อู่ อวี้ อย่างดุเดือด
เผ็ดร้อน ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ทันใดนั้น
ร่างของคนที่พวกมันพูดถึงก็มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้า
ของพวกมัน ปิดกั้นเส้นทางของพวกมัน
แต่ร่างที่มา กลับเป็น อู่ อวี้ จริง ๆ
” กล้าโผล่มาที่นี่เช่นนั้นหรือ? เช่นนั้นข้าจะส่งเจ้าไปลง
นรกอีก! ” หนุ่มรูปงามที่เพิ่งจัดการกับร่างอวตารของ
อู่ อวี้ ไป เอ่ยปากขึ้นอย่างหึกเหิม
มันพุ่งทะยานออกไปเหมือนกับครั้งที่แล้ว พร้อมกับ
ปลดปล่อยเคล็ดวิชาเต๋า หมายมาดบดขยี้ร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ อีกครั้ง
“ไสหัวไปซะ” เมื่ออีกฝ่ายก้าวออกมา อู่ อวี้ จึงนำพลอง
หมื่นมังกรออกมาเตรียมพร้อม จากนั้นก็ขยายความ
ยาวนับอีกสิบจั้ง พร้อมกับตวักฟาดเข้าไปบนทรวงอก
ของชายหนุ่มทันที ด้วยแรงกระแทกทำให้ชายหนุ่ม
ลอยกระเด็นไปไกล เพียงชั่วพริบตาร่างของมันก็
หายไปจากสายตาของทุกคน ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้อง
ของมันที่ยังหลงเหลืออยู่ที่นี่
พวกมันรู้ทันทีว่าคนที่ปรากฏตัวขึ้นคือร่างจริงของ อู่
อวี้
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ฟาดพลองใส่คนในกลุ่มของตนเอง สี
หน้าของพวกมันก็เปลี่ยนไปในทันที จากที่โกธรอยู่แล้ว
ก็ผันแปรเปลี่ยนเป็นโทสะอย่างสุดขีด ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่
มีโทสะมากที่สุดก็คือ หลานอวี้ ทุกผู้คนต่างนับหน้าถือ
ตาในตัวนาง แต่ อู่ อวี้ หาได้ไว้หน้านางแม้แต่น้อย
ถึงแม้ในช่วงเวลานี้ เหล่าชายหนุ่มจะเปล่งเสียงก่นด่า
สาปแช่ง ทว่ามันนึกถึงภาพของเด็กหนุ่มคนนั้นที่ถูก
พลองฟาดปลิวออกไป ก็ไม่มีผู้ใดหาญกล้าเข้ามาต่อกร
กับ อู่ อวี้
ถึงแม้ว่ายามนี้เม็ดยาจิตเทวะจะยังไม่จำเป็นสำหรับ
ร่างอวตารชั่วคราว แต่เมื่อได้พานพบกับ หลานอวี้ เขา
ก็คิดขึ้นมาได้ว่า คงจะไม่เป็นไรถ้าจะเก็บสะสมเพิ่มขึ้น
อีกเล็กน้อย
เขาชี้พลองหมื่นมังกรไปยังหลานอวี้ หลังจากนั้นก็
กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ” ดูเหมือนการต่อสู้ก่อน
หน้านี้มันยังไม่จบ”
“นั่นเพราะเจ้ามันขี้ขลาดหลบหนีไปก่อน ” หลานอวี้
กล่าวเยาะเย้ย หลังจากมองซ้ายแลขวา เห็นว่าเจ้า
กลุ่มคนขี้ขลาดเหล่านี้ไม่กล้าก้าวออกไปเบื้องหน้า
นางจึงก้าวออกไปด้วยตนเอง
“น้องสาวหลานอวี้ รีบ ๆ จัดการมันเถอะอย่าให้มันได้
เหิมเกริมไปมากกว่านี้เลย! ” ชายหนุ่มอีกคนตะโกน
“ ไสหัวไปซะ ” หลานอวี้ตะโกนใส่พวกมัน จากนั้นก็
มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของ อู่ อวี้
“บุตรสาวของท่านกำลังเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ ” ราชครู
กรมอาญามองไปที่ อู่ อวี้ กับ หลานอวี้ ผ่านเครื่อง
กำเนิดภาพ
อันที่จริงเจ้านครเหมันต์อัคคีบูรพา เห็นมานานแล้วว่า
อู่ อวี้ กำลังท้าทายบุตรสาวตนเอง มันจึงแอบหัวเราะ
เยาะเย้ยในความสิ้นคิดของ อู่ อวี้ ที่จะประลองกับ
บุตรสาวตนเอง เห็นได้ชัดว่าเขาเห็นหลานอวี้เป็นคู่
ต่อสู้ที่ท้าทายไม่น้อย
“ดูเหมือนทั้งคู่จะต่อสู้กัน ท่านมั่นใจในตัวหลานอวี้ใช่
หรือไม่?” ราชครูกรมอาญาเอ่ย
“ นางเติบโตขึ้นมาก ตั้งแต่นางเติบโตมายังไม่เคยแพ้
เลยสักครั้ง โดยเฉพาะกับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ”
เจ้านครเหมันต์อัคคีบูรพากล่าวด้วยความมั่นใจ
บทสนทนาของทั้งสองดึงดูดผู้คนมากมาย เห็นได้ชัดว่า
ในเดือนนี้ศักยภาพอันน่าทึ่งของ อู่ อวี้ ดึงดูดความ
สนใจของผู้คนเป็นอย่างมาก
” ก่อนหน้านี้เจ้าชิ่งหลบหนีไปก่อน ข้าขอบอกเลยว่า
หนนี้คงไม่ง่ายเหมือนครั้งที่แล้ว” หลังจากพูดจบ หลา
นอวี้ ก็แสดงพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ภายในร่างของ
นางมีศาสตราเต๋าวิถีแท้อยู่หลายชิ้น แม้ว่ามันจะไม่ใช่
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ แต่ก็ยอดเยี่ยมมาก อีก
ทั้งยังมีพลังใกล้เคียงกับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
เหตุผลที่ อู่ อวี้ จับตาดูนางเพราะพื้นฐานฝึกตนของ
เขาเหนือกว่าขั้นที่ 8 แล้ว หลังจากที่เขาเข้าสู่ขั้นจิตเท
วะเขาจึงอยากจะลองทดสอบ การต่อสู้ครั้งนี้มี
ความสำคัญอย่างมากในการทดสอบขอบเขตพลังที่
ก้าวหน้าขึ้นของเขาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการฝึกฝน
วงเวทโจมตีของพลองหมื่นมังกร !
เขาไม่สนใจว่าต้องบดขยี้บุปผาด้วยมือของตนเอง
เมื่อ หลานอวี้ คิดจะต่อสู้ ผู้ฝึกตนหนุ่มที่อยู่ด้านหลังก็
ไม่กล้าเข้ามาแทรกแซง ปากของพวกมันก็ยังพ่น
ถ้อยคำด่าทอสาปแช่ง อู่ อวี้ แต่สิ่งที่พวกมันไม่รู้ก็คือ
อู่ อวี้ ร่างสีขาวปรากฏตัวขึ้นอยู่ด้านหลังของพวกมัน
โดยคืบคลานเข้ามาหาพวกมันอย่างเงียบ ๆ
อู่ อวี้ คิดเรื่องนี้เอาไว้แล้ว ว่าร่างอวตารของเขาต้อง
ประจักษ์แก่สายตาของทุกคน แต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
รายละเอียดอะไรทั้งสิ้น ซึ่งตราบใดที่ร่างกลืนสวรรค์
ของ อู่ อวี้ ปรากฎตัว แต่ไม่ได้แสดงขั้นตอนการกลืน
กินก็จะไม่มีปัญหา
แม้ว่าคนอื่นทราบรู้เรื่องร่างอวตาร แต่พวกมันคงไม่
สามารถคาดเดาได้ว่าร่างนี้ มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้อง
กับบรรพชนมารกลืนสวรรค์อย่างไร ในเวลานี้ อู่ อวี้
แปลงร่างเป็นเซียนวานรกายาทองคำ หลังจากนั้นก็ใช้
เทียมฟ้าจรดดินขยายตัวใหญ่ขึ้น เมื่อหลานอวี้ยืน
ประจันหน้ากับร่างยักษ์ตระหง่านของ อู่ อวี้ ระดับ
ความสูงของนางเทียบเท่าได้กับท่อนแขนขนาดเล็ก
พอ อู่ อวี้ ขยายร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยความกำยำ
แข็งแกร่ง ใบหน้าของเขาดุร้ายโหดเหี้ยม เมื่อ
เผชิญหน้ากับ หลานอวี้ ก็เสมือนกับสัตว์ร้ายกับสาว
งามเพียงเท่านั้น
หลังจากร่างกลืนสวรรค์ซึ่งมีเรือนผมสีขาวและดวง
เนตรสีโลหิต แลเห็นกลุ่มผู้เยาว์ มันก็ยิ่งดูแปลก
ประหลาด กระหายโลหิตมากยิ่งขึ้น
อู่ อวี้ กับ หลานอวี้ ต่างจ้องมองกันและกันด้วยสายตา
เย็นชา ทันใดนั้นก็ลงมือโจมตีเข้าใส่อย่างพร้อมเพียง
บัดนี้การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว!
เห็นได้ว่าบัดนี้ทั่วทั้งร่างของ หลานอวี้ ล้วนถูกปกคลุม
ไปด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงิน ทว่าเปลวเพลิงนี้คืออัคคีที่
เย็นสุดขั้ว ส่งผลให้มหาสมุทรอันไร้สิ้นสุดภายในรัศมี
เปลวเพลิง ถูกควบแน่นเยือกแข็งในชั่วพริบตา
“เขตแดนเปลวอัคคีเยือกแข็ง!” นางโบกสะบัดมือ
ออกไปด้วยโทสะ ทันใดนั้นพลังอิทธิฤทธิ์ ในรูปแบบ
ของแสงสีฟ้าก็ถูกปลดปล่อยออกไปทันที! ชั่วขณะที่
พลังอิทธิฤทธิ์ถูกปลดปล่อยออกไปนั้น เปลวเพลิงสีน้ำ
เงินที่ลุกปกคลุมร่างของนางก็ระเบิดโหมกระหน่ำ
ออกไปทันที ส่งผลให้เครื่องกำเนิดภาพถูกปกคลุมไป
ด้วยเปลวเพลิงน้ำเงินอย่างสมบูรณ์ ระหว่างที่เปลว
อัคคีนี้กำลังลุกโหมกระหน่ำ ก็บังเกิดเป็นคลื่นความ
เย็นสุดขั้วแผ่ขยายออกมา ซึ่งความเย็นของมัน
เกือบจะเทียบเคียงได้กับความเย็นของจักรพรรดิอสูร
เหมันต์เลยทีเดียว
พลังอำนาจของเขตแดนเปลวอัคคีเยือกแข็งนับว่าทรง
พลังเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อย ๆ ก็มิได้ด้อยไปกว่าเขต
แดนเนตรทองคำของ อู่ อวี้ ซึ่งอันที่จริงแล้วเขา
สามารถใช้เขตแดนเนตรทองคำต่อต้านการโจมตีของ
ฝ่ายตรงข้ามได้ แต่เขาก็ไม่ได้กระทำเช่นนั้น เพราะสิ่ง
ที่เขาอยากรู้มากที่สุดในเวลานี้ก็คือ ท้ายสุดแล้วพลัง
อำนาจของศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณนั้นทรงพลัง
มากเพียงใด?
” เวทหมื่นมังกรผลาญฟ้า!” หลังสิ้นเสียง วงเวท
ทั้งหมดของพลองหมื่นมังกร ก็เริ่มหมุนวนหนุนเสริม
ถ่ายโอนพลังมาให้วงเวทหมื่นมังกรผลาญฟ้า ภายใต้
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของ อู่ อวี้ วงเวททั้งหมดเริ่ม
หมุนวนทำงานอย่างบ้าคลั่ง บัดนี้ภายในโลกของพลอง
หมื่นมังกร มังกรเทวะนับหมื่น ได้แหวกว่ายบินทะยาน
เข้าสู่วงเวทหมื่นมังกรผลาญฟ้า ผสานหนุนนำเข้าไป
ตามวงเวท จากนั้นมือของ อู่ อวี้ ก็ระเบิดปลดปล่อย
มันออกไป
ในเวลานี้รูปสลักมังกรเทวะนับหมื่นตน บนพลองหมื่น
มังกรเริ่มส่องประกายแสงขึ้น ทันใดนั้นมังกรเทวะ
หมื่นตนก็เปล่งเสียงคำรามที่ดังสะเทือนเลือนลั่น
ออกมาอย่างพร้อมเพรียง ดังก้องสะท้านไปทั่วทั้งห้วง
สมุทร ชั่วพริบตานี้เองวารีที่ก่อตัวเป็นน้ำแข็ง ก็ถูก
คลื่นเสียงมังกรคำราม บดขยี้ทำลายจนสิ้น
บัดนี้ทั่วทั้งสรรพรางค์กายของ อู่ อวี้ ถูกโอบล้อม
พัวพันไปด้วยมังกรนับหมื่นตน เมื่อวงเวทหมื่นมังกรเท
วะทำงาน อำนาจแห่งสวรรค์และปฐพีก็ถูกดึงดูดเข้าสู่
พลองหมื่นมังกร จากนั้นร่างของ อู่ อวี้ ก็ทะยานขึ้นสู่
ท้องเวหา ฉีกกระชากเขตแดนเปลวอัคคีเยือกแข็ง ไม้
พลองยืดขยายปกคลุมผืนฟ้า ถูกตวัดฟาดลงมา ทันใด
นั้นมังกรนับหมื่นก็เปล่งเสียงคำรามออกมาอย่างพร้อม
เพรียง เสมือนดั่งกองพยุหะอันเกรียงไกรทรงอำนาจ
ห้อทะยานพุ่งไปเบื้องหน้า บดขยี้ทุบทำลายเขตแดน
เปลวอัคคีเป็นชิ้น ๆ หลานอวี้ซึ่งอยู่ท่ามกลางอำนาจนี้
ก็ถูกกดดันจนล่าถอยออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า หากบน
ร่างของนางไม่มีศาสตราวิถีแท้ชุดเกราะคอยป้องกัน
คาดว่านางคงถูกหมื่นมังกรเทวะฉีกกระชากไปแล้ว!
การปะทะกันครั้งนี้ คือการเผชิญหน้าอย่างเต็มรูปแบบ
อู่ อวี้ ไม่ได้หลบหนีเหมือนครั้งที่แล้ว แต่สามารถ
ควบคุมกระแสการต่อสู้กับ หลานอวี้ ทำให้เขา
ได้เปรียบในเชิงบวก ส่งผลให้ในเวลานี้เขาสามารถ
ทำลายพลังอิทธิฤทธิ์ของหลานอวี้ลงได้!
แน่นอนว่าการโจมตีนี้ยังไม่มากพอที่จะเอาชนะ
หลานอวี้ได้ เนื่องจากว่าพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงใน
ขอบเขตจิตเทวะขั้นที่ 8 ของนาง ลึกล้ำกว่า อู่ อวี้
มาก
ยิ่งหลานอวี้เสียหน้า โทสะของนางนักยิ่งเดือดพล่าน
นางเปล่งเสียงคำรามก่นด่าสาปแช่งออกมาสองสาม
ประโยค จากนั้นก็เรียกศาสตราวิถีแท้ของตนเอง
ออกมา ดวงตาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงน้ำเงิน แผนแรง
กดดันหนาวเหน็บ ก่อตัวเป็นพายุในฉับพลัน
เดิมทีก่อนหน้านี้ยังมีบางคนคอยให้กำลังใจนางอยู่ แต่
ตอนนี้พวกมันล้วนเงียบไปแล้ว เมื่อร่างกลืนสวรรค์
ของ อู่ อวี้ ปรากฏขึ้นด้านหลังของผู้ฝึกตนหนุ่ม
จากนั้นก็เริ่มลงมือโจมตี สยบพวกมันในทันทีทันใด
ร่างกลืนสวรรค์ ยังไม่มีวิชาโจมตี ดังนั้นในเวลานี้จึงไม่
สามารถแสดงพลังอิทธิฤทธิ์ หรือ เคล็ดวิชาเต๋าได้ ซึ่ง
การควบคุมร่างกายใหม่นี้ อู่ อวี้ ยังต้องใช้เวลาทำ
ความคุ้นเคยอยู่นาน อย่างไรก็ตามหลังจากกลืนกิน
เลือดเนื้อ และพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของปีศาจไป
เป็นจำนวนมาก ภายในร่างกลืนสวรรค์ จึงอัดแน่นไป
ด้วยอำนาจอันมหาศาล ซึ่งพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
ของมันก็เหนือล้ำกว่า อู่ อวี้ อย่างสิ้นเชิง อีกทั้งร่าง
กลืนสวรรค์ยังแทบเป็นอมตะ ดังนั้นจึงจะไม่
จำเป็นต้องสนใจเรื่องการป้องกัน คนเร่งปลดปล่อย
การโจมตีอันบริสุทธิ์ออกไปทันที
เมื่อร่างกลืนสวรรค์ทะยานเข้าไปท่ามกลางฝูงชน วร
ยุทธติดตัวในโลกมนุษย์ของ อู่ อวี้ ก็ถือว่ามีประโยชน์
เป็นอย่างยิ่ง ทั้งหมัดทั้งเตะถูกรัวออกไปเป็นชุด จน
กลุ่มผู้เยาว์กรีดร้อง วิ่งหนีกันกระเจิดกระเจิง พร้อม
กับโยนเม็ดยาจิตเทวะทิ้งมาทันที
” นั่นคืออวตารของ อู่ อวี้ ด้วยเช่นนั้นหรือ? ” ผู้คน
ด้านนอกเมื่อเห็นภาพนี้ต่างพากันตื่นตระหนก ที่ อู่ อวี้
สามารถสยบ หลานอวี้ ในการเผชิญต่อสู้กันครั้งแรก
อีกทั้งยังรู้สึกประหลาดใจที่ร่างแยกของเขา แข็งแกร่ง
อย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย
“ต้องใช่แน่ ๆ มันสมควรเป็นร่างอวตาร ทว่าดูเหมือน
จะแตกต่างจากร่างอวตารร่างอื่นเล็กน้อย”
“แต่คาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในร่างหลักอีกร่างของเขา”
อันที่จริงการที่คนผู้หนึ่งสามารถแยกร่างได้ 3 ถึง 50
ตัวก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่พวกมันยังไม่เคยเห็นผู้ที่
สามารถแยกร่างอวตารได้นับพันร่างดังเช่นอู่ อวี้ มา
ก่อน
สิ่งที่ทำให้พวกมันประหลาดใจมากยิ่งขึ้นก็คือการต่อสู้
ของ อู่ อวี้ กับ หลานอวี้ เริ่มดุเดือดเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ