กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 760: กงจักรทองคํา
หลังจากพลังอิทธิฤทธิ์วิถีแรกถูก อู่ อวี้ บดขยี้ทำลาย
สีหน้าของ หลานอวี้ ก็ยังคงไว้ซึ่งความเย็นชาไม่แยแส
ทว่ากลับดุร้ายอันตรายมากยิ่งขึ้น!
“นครเหมันต์อัคคีสังหารเทพ!” บัดนี้นางได้หลอมรวม
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง กับศาสตราวิถีแท้อีกหลายชิ้น
เอาไว้เบื้องหน้า จากนั้นก็ใช้นิ้วทั้งสิบควบคุมก่อรูป
เป็นโครงสร้างของนครอัคคีขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว!
นครอัคคีน้ำเงิน ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วอึดใจ
มันก็กินรัศมีครอบคลุมน่านอาณาเขตห้วงสมุทรนี้ ไม่
ว่าจะเป็นโครงสร้างตึกรามบ้านช่องหรือถนนหนทาง
ในนครอัคคี ล้วนดูเสมือนดั่งนครเหมันต์อัคคีบูรพาทุก
ประการ ถึงแม้จะดูเหมือนว่านครแห่งนี้ลุกท่วมไปด้วย
เปลวเพลิง แต่อันที่จริงแล้วมันกลับหนาวเย็นสุดขั้ว
อาจกล่าวได้ว่าเป็นห้วงอเวจีแห่งเหมันต์เลยก็ว่าได้!
พลังอิทธิฤทธิ์นี้ของ หลานอวี้ กลับดูอัศจรรย์ยิ่งกว่า
เขตแดนเปลวอัคคีเยือกแข็งก่อนหน้านี้เสียอีก แน่นอน
ว่าย่อมทรงพลังขึ้นเป็นแน่แท้!
ตูม!
“ตาย!”
หลานอวี้ เปล่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยหยันออกมาอย่าง
ชัดเจน สามารถแลเห็นความโหดเหี้ยมที่สาดประกาย
ออกมาจากดวงตาของนางได้อย่างแจ่มชัด นาง
ปรารถนาจะใช้พลังอิทธิฤทธิ์นี้สังหาร อู่ อวี้ เนื่องจาก
นางทราบว่ามีผู้คนมากมายเกลียดชังในตัวเขา หาก
พลาดพลั้งลงมือสังหาร ก็จะไม่โดนโทษใด ๆ
บัดนี้นครอัคคีได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น มัน
ได้ถูกย่อส่วนลงมาอยู่ภายในมือของนาง จากนั้นนางก็
ประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน ภายใต้การ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา นครอัคคีก็
แปรเปลี่ยนกลายเป็นหอกเพลิงยาว หอกนี้ลุกโหม
กระหน่ำไปด้วยเปลวเพลิงน้ำเงินอย่างบ้าคลั่ง จากนั้น
หลานอวี้ก็ง้างหอก พร้อมกับยืนมืออีกข้างหนึ่งออกไป
โดยเล็งส่วนแหลมคมมากที่สุดของปลายหอกไปที่ อู่
อวี้!
สามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า บนตัวหอกยังคงมีตึก
รามบ้านช่องของนครอยู่ เพียงแต่ถูกแปรเปลี่ยน
รูปแบบไปให้ต่างจากเดิม หอกนี้คือนครอัคคีนั่นเอง!
นี่คือพลังอิทธิฤทธิ์นครเหมันต์อัคคีสังหารเทพ!
อู่ อวี้ กำลังเผชิญหน้ากับยอดฝีมือในอาณาจักรจิตเท
วะขั้นที่ 8 อย่างแท้จริง!
อย่างไรก็ตามสิ่งกลับทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นบ้าคลั่งมาก
ยิ่งขึ้น กระตุ้นแรงปรารถนาในการต่อสู้ทวีเพิ่มขึ้น
หลายเท่า สูบฉีกโลหิตในกายจนเดือดพล่านอย่าง
รุนแรง!
“เวทวัฏจักรทรายอนันต์!”
นี่คือวงเวทโจมตีที่ทรงพลังมากที่สุดของพลองหมื่น
มังกรพิภพอนันต์ อู่ อวี้ ต้องการทดสอบว่า วงเวทนี้
ทรงพลังมากกว่า เวทหมื่นมังกรผลาญฟ้า กี่เท่า!
ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง
อย่างน่าเหลือเชื่อจากพลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์!
ภายใต้การทำงานของวงเวท ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณในมือของเขาได้เข้าสู่สภาวะสลายตัวอย่าง
สมบูรณ์ แปรเปลี่ยนกลายเป็นเม็ดทรายทองคำจำนวน
นับไม่ถ้วน!
เม็ดทรายทองคำจำนวนนับไม่ถ้วน บิดกระพือพริ้วไหว
อยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ เสมือนกับว่าทรายแต่ละเม็ดนั้นมี
ชีวิต! สิ่งนี้น่าจะเป็น ทรายอนันต์อย่างแน่นอน!
ภายใต้การควบคุมของ อู่ อวี้ ทันใดนั้นเม็ดทราย
ทองคำ ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นกงจักรทองคำขนาด
ใหญ่!
บนกงจักรทองคำ เม็ดทรายทั้งหมดได้หมุนวนเป็นวัฏ
จักรอย่างบ้าคลั่ง แปรเปลี่ยนตำแหน่งด้วยความเร็วสูง
ส่งผลให้กงจักรทองคำหมุนวนด้วยความเร็วที่น่า
สะพรึงกลัวยิ่ง ฉีกกระชากอากาศและน้ำทะเล นำมา
ซึ่งเสียงหวีดหวิวเจาะเข้าใส่แก้วหูอย่างรุนแรง!
ทรายนี้ดูเสมือนหนึ่งโล่ แต่อีกมุมหนึ่งก็ดูเสมือนหนึ่ง
เครื่องบดเนื้อด้วยเช่นกัน! อีกทั้งเม็ดทรายทองคำนี้ ยัง
มีความแหลมคมเป็นอย่างยิ่ง!
ชั่วขณะที่กงจักรทองคำปรากฏขึ้น หลานอวี้ ก็กว้าง
หอกอัคคีเขาใส่ อู่ อวี้ ทันที!
หอกเพลิงเหมันต์อัคคีขนาดใหญ่ พุ่งอัดกระแทกเข้าใส่
เปลวเพลิงทองคำบนกงจักรทรายในชั่วพริบตา!
เคร้ง ๆ ชรื๊งงง!
ชั่วพริบตานั้นเองทั่วทั้ง คุกสมุทรวิญญาณ ก็ดังก้อง
กังวานไปด้วยเสียงเสียดสีแสบแก้วหู เสมือนดั่งโลหะ
ปะทะกัน!
เห็นได้ชัดเจนว่ายามนี้หอกอัคคี เริ่มแทงเข้าไปใน
กงจักรทรายทองคำ!
อย่างไรก็ตามกงจักรทองคำนี้ กลับน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
กว่าหอกอัคคี ไม่ว่าหอกอัคคีนี้จะใหญ่โตหรือหนาว
เย็นมากเพียงใด แต่ด้วยวัฏจักรหมุนวนบดขยี้ทำลาย
อย่างบ้าคลั่งของกงจักรทองคำ และการเสียดสีฉีก
กระชากของทรายทองคำนี้ ทำให้หลานอวี้จับจ้องไป
ยังหอกอัคคีของนางที่กำลังหดสั้นลงเรื่อย ๆ ด้วย
ความตกตะลึง เมื่อนางต้องการรั้งหอกอัคคีกลับคืนมา
แต่กลับมิอาจทำได้ เนื่องจากกงจักรทองคำกลืนกิน
หอกอัคคีเข้าไป และบดขยี้มันอย่างสมบูรณ์!
กล่าวได้ว่าอำนาจทำลายล้างของวงเวทวัฏจักรทราย
อนันต์ เหนือล้ำยิ่งกว่าที่ อู่ อวี้ จินตนาการไว้อย่าง
สิ้นเชิง ด้วยวงเวท มันได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าและ
ความสามารถที่แท้จริงของพลองหมื่นมังกรพิภพ
อนันต์!
เดิมทีแล้ว หลานอวี้ ค่อนข้างมั่นใจในพลังอิทธิฤทธิ์
ของตนเอง ทว่าเมื่อมันถูกบดขยี้ทำลายด้วยวงเวทวัฏ
จักรทรายอนันต์ ทุกสรรพสิ่งก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง!
ทว่ายังไม่จบเพียงเท่านี้ เนื่องจากวงเวทวัฏจักรทราย
อนันต์ มิใช่เพียงวงเวทป้องกันเท่านั้น แต่
ความสามารถที่ยิ่งใหญ่มากสุดของมันชื่อการโจมตี!
โดยเฉพาะเม็ดทรายอันแหลมคมซึ่งเป็นส่วนประกอบ
ของกงจักรทองคำ หลังจากบดขยี้อัคคีของ หลานอวี้
ทันใดนั้น เม็ดทรายทองคำก็ระเบิดแตกกระจายออก
พร้อมกับโอบล้อมม้วนกวาดเข้าใส่หลานอวี้ทันที
บังเกิดเป็นเสียงกรีดร้องดังสนั่น
แน่นอนว่ายามนี้ หลานอวี้ ยังคงตกตะลึงกับภาพที่
พลังอิทธิฤทธิ์ของตนถูกบดขยี้ทำลายอยู่ ดังนั้นนางจึง
มิได้สนใจสิ่งรอบข้าง เพียงชั่วพริบตาเม็ดทรายทองคำ
ก็โอบล้อม หลานอวี้ นางไว้ตรงตำแหน่งใจกลาง
พร้อมกับเปลี่ยนเป็นกงจักรทองคำขนาดใหญ่อีกครั้ง
เดิมทีส่วนที่แหลมคมของเม็ดทรายซึ่งเคยหันออกไป
ทางด้านนอก บัดนี้ได้หันเข้าสู่ภายใน เม็ดทรายทองคำ
จำนวนนับไม่ถ้วนกำลังหมุนวนบดขยี้เข้าสู่ภายในอย่าง
บ้าคลั่ง มันค่อย ๆ ฉีกกระชากบดขยี้เลือดเนื้ออาภรณ์
ของ หลานอวี้ เข้าไปทีละชั้น ๆ จนกระทั้งกระดูกและ
เนื้อหนังของนางถูกบดขยี้อย่างสมบูรณ์
อู่ อวี้ เชื่อว่า วงเวทวัฏจักรทรายอนันต์ มี
ความสามารถที่จะสังหารนางได้ไปทั้งอย่างนี้จริงๆ
เมื่อตกอยู่ภายใต้วงเวทของศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ หลานอวี้ ก็ถูกสยบลงอย่างสิ้นเชิง อำนาจ
สะกดข่มจากกงจักรทองคำที่บดขยี้เข้าสู่ร่างของนาง
ทำให้นางรู้สึกได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่าง
รุนแรง ภายใต้การบีบอัดจากเม็ดทรายนี้ อย่างน้อย ๆ
นางก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปได้สักพัก
ไม่ต้องเอ่ยถึงการโต้กลับหรือหลบหนี ถ้า อู่ อวี้
ต้องการจะฆ่านางจริง ๆ ป่านนี้นางคงถูกบดขยี้ไปแล้ว
กรงจักรทองคำกดดันอัดกระแทกเข้าใส่ร่างของนาง
จนได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก
“ จงรีบใช้ยันต์แสงทำลายรัตติกาลเสีย ไม่เช่นนั้นข้า
จะไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้แน่ ๆ” อู่ อวี้ ปรากฏตัวต่อหน้า
หน้านาง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
เขายังคงสุภาพ แม้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าฝ่ายตรง
ข้ามโจมตีมาด้วยเจตนาหมายมาดสังหารตนเอง
“เจ้า!” เมื่ออยู่ภายใต้ วงเวทวัฏจักรทรายอนันต์ คลื่น
พายุทรายบดขยี้เสียดสีน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด หมุน
วงโคจรอย่างไร้ขอบเขต ส่งผลให้อวัยวะภายในกับ
กระดูกของหลานอวี้ถูกบดขยี้จนเจียนใกล้แหลกสลาย
ใบหน้าของนางซีดเผือดไร้สีโลหิต บ่งบอกว่านางกำลัง
บาดเจ็บสาหัส
เมื่อรู้ว่านางพ่ายแพ้ ชายหนุ่มที่เคยอยู่เคียงข้างคอยให้
กำลังใจนาง ก็เผ่นหนีกันหัวซุกหัวซุนด้วยความอัปยศ
พวกมันเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แม้กระทั่งอ้อนวอน
ร้องขอความเมตตาจากร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
ถึงแม้ว่าร่างกลืนสวรรค์จะมิได้ทำอะไรแล้ว แต่พวกมัน
ก็ยังคงกุมหัววิ่งพล่านเหมือนหนูติดจั่นอยู่ดี
แม้ว่าพวกมันจะมีกันหลายคน สุดท้ายแล้วก็ตกอยู่
ภายใต้เงื้อมมือของ อู่ อวี้
“เจ้ากำลังบีบบังคับให้ข้าออกจากคุกสมุทรวิญญาณ!”
หลานอี้ ไม่เชื่อว่าตนเองนั้นพ่ายแพ้
“ ตามนั้น ” อู่ อวี้ ตอบด้วยสีหน้าเย็นชา
ภายในหัวใจของหลานอวี้ยามนี้ ท่วมท้นไปด้วยโทสะ
ความอัปยศอย่างที่สุด
แน่นอนว่าความรู้สึกเช่นนี้ ก็เปี่ยมล้นอยู่ในจิตใจของ
เจ้านครเหมันต์อัคคีบูรพาเช่นกัน
ในเวลานี้เขาบีบที่วางแขนแน่นจนแทบจะแหลกคามือ
ดวงตาของเจ้านครเหมันต์อัคคีบูรพาเบิกกว้าง เส้น
โลหิตปูดโปนด้วยโทสะ ลมหายใจถี่หนัก ยิ่งเมื่อเห็นว่า
หลานอวี้พ่ายแพ้ ก็รีบลุกขึ้นยืนทันที คนเร่งพุ่งตัวลงไป
ด้านล่างใจกลางเครื่องกำเนิดภาพ เพราะมันเป็น
ทางเข้าสู่คุกสมุทรวิญญาณ แน่นอนว่ามันต้องการให้
โย่วซือเปิดประตูให้ตัวมัน
“หยุดเดี๋ยวนี้!” ทันใดนั้นหูของเขาก็ได้ยินเสียงหนึ่งดัง
กึกก้องขึ้น มันรีบหันกลับไปมองตามต้นเสียง ก็เห็นว่า
บุคคลผู้หนึ่งยืนอยู่บนจุดสูงสุดพร้อมกับมองมาที่มัน
ด้วยสายตาเย็นชาอย่างที่สุด เจ้านครเหมันต์อัคคี
บูรพาจึงนึกขึ้นได้ว่านี่คือการต่อสู้ของสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือ มันไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว
แทรกแซง อีกทั้งโอกาสที่จะเข้าไปในคุกสมุทร
วิญญาณมีเพียงแค่น้อยนิด แม้แต่โย่วซือก็ยังไม่
สามารถเข้าไปได้ นี่คือกฎที่ตั้งมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ
เมื่อได้เห็นว่าบุตรสาวของตนเอง ถูกโจมตีจนได้รับ
บาดเจ็บสาหัส โทสะของมันก็พวยพุ่งจนยากจะระงับ
ในคราวเดียว
“บัดซบ!” เจ้านครเหมันต์อัคคีบูรพาคำรามออกมาด้วย
ความหงุดหงิด จากนั้นก็กลับไปนั่งที่ของตนเอง แต่ก็
ระบายโทสะอันคับแน่นในจิตใจกับที่นั่งของตนเอง
” ออกมาเมื่อไหร่ จะได้เห็นดีกัน!” เจ้านครเหมันต์อัคคี
บูรพา ทำได้เพียงกล่าวแค่นี้เท่านั้น
“ใจเย็น ๆ ก่อน” ราชครูกรมอาญาเข้าใจความรู้สึกนี้ดี
โดยเฉพาะ กง เสิ่นจุน บุตรชายของมันก็ถูก อู่ อวี้
รังแกเช่นเดียวกัน
พวกมันทั้งคู่เป็นผู้ทรงอิทธิพลใน จักรวรรดิเป่ยหมิง
หนึ่งอยู่ในนครหมิง ส่วนอีกหนึ่งเป็นถึงเจ้านครเหมันต์
อัคคีบูรพา แต่พวกมันไม่คาดหวังว่า คนป่าเถื่อนจาก
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งจะสามารถทำให้พวกมันมี
โทสะมากมายถึงเพียงนี้
“มีคนอื่นอีก!” ขณะเจ้านครเหมันต์อัคคีบูรพายังคง
เดือดดาลอยู่นั้น มันก็ได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยขึ้น
มันรีบมองอย่างรวดเร็วพบว่ามีบุคคลอื่นอีก
นอกเหนือจาก อู่ อวี้ กับ หลานอี้
การปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของคนผู้นี้ ค่อนข้าง
เกินความคาดหมายของ อู่ อวี้ ว่าจะได้พบกับมันอีก
มันผู้นี้คือ หนานซาน หวางเยว่ หากมิได้มองรูปลักษณ์
เนื้อแท้ มองเพียงแค่ร่างมนุษย์ของมันคงต้องบอกว่า
ชายผู้นี้ช่างหล่อเหลาสง่างามยากที่จะหาชายใดในโลก
มาเทียบเคียง
ความองอาจสง่างาม ผสานกับน้ำเสียงอันอ่อนละมุน
นำพาซึ่งความหลงเคลิบเคลิ้ม
เมื่อได้เห็น อู่ อวี้ อีกครั้งมันไม่ได้ไล่ตาม อู่ อวี้ เสมือน
ครั้งที่แล้ว มันยืนอยู่ข้าง ๆ หลานอวี้พร้อมกับรอยยิ้ม
อ่อนละมุน ไม่รู้ว่ามันต้องการสิ่งใด
“ ปัดโธ่ เจ้าโง่เอ้ย ช่างไม่รู้วิธีพูดจาภาษาดอกไม้
ถนอมน้ำใจสาวงามเอาเสียเลย เสียของเปล่า ๆ!”
หนานซาน หวางเยว่ มองไปทางหลานอี้ โดยไม่สนใจ
วงเวทวัฏจักรทรายอนันต์ของ อู่ อวี้ เลยแม้แต่น้อย
มันกำลังยืนอยู่ข้างหลานอี้ที่กำลังทนทุกข์กับความ
เจ็บปวดทรมาน
หลานอวี้ รู้ได้อย่างชัดเจนว่ามันคือปีศาจ ภายในคุก
สมุทรสงครามแห่งนี้ ปีศาจทั้งหมดล้วนเป็นเหยื่อของ
พวกเขา มันคือศัตรูในมหาสมุทรแห่งความตาย แม้
ตอนนี้อีกฝ่ายจะมีรอยยิ้มให้กับตนเอง แต่ภายใต้ความ
หล่อเหลานี้ เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทำให้นางไม่สบาย
” ไสหัวไปซะ ยิ่งไกลก็ยิ่งดี!” หลานอวี้ จ้องมองพร้อม
แผดเสียงคำราม
“ หืมมม ดูเหมือนว่าจะทำให้สาวน้อยคนนี้โกรธเสีย
แล้วล่ะ ใจเย็น ๆ ใจเย็น ๆ ” หนานซาน หวางเยว่
มองไปที่หลานอี้พร้อมกับยิ้มอ่อน เมื่อมันเอ่ยประโยค
นี้ออกมามันก็ยื่นมือออกไปจับเคล้นคลึงหน้าอกที่ตั้งชู
ชันของหลานอวี้ จากนั้นก็ขยี้จนหน้าอกของนาง
บิดพลิ้วไปตามรูปร่างของแรงบีบ ซึ่งการกระทำนี้เห็น
ได้ชัดว่ามันหื่นกระหายมากเพียงใด อย่างไรก็ตามมัน
ยังคงแสดงออกด้วยสีหน้าจริงจังเปี่ยมคุณธรรม อนึ่ง
ว่ามันต้องการช่วยให้หลานอวี้ใจเย็นลงอย่างแท้จริง
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องของหลานอวี้
จากนั้นยันต์แสงทำลายรัตติกาลก็ปรากฏขึ้น ภายใต้
แรงกดดันสองทางที่นางต้องเลือก ระหว่างจิตวิญญาณ
เลือดเนื้อถูกบดขยี้ กับ ออกจากการแข่งขัน นางจึง
ตัดสินใจเลือกออกจากการแข่งขันไป
อู่ อวี้ ไม่ได้คาดคิดว่า หนานซาน หวางเยว่ จะกล้า
หาญเช่นกัน
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ