กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 762: แม่ทัพเทียนเผิง
เมื่อได้ยินคำว่า ‘มรดกเซียนอมตะ’ อู่ อวี้ ก็รู้สึกตก
ตะลึงเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่หลายปีผ่านมา เขาไม่เคยบอก
ผู้ใดว่าตนนั้นได้รับสืบทอดมรดกของเซียนอมตะ
เมื่อสี่คำนี้หลุดออกมาจากปากของปีศาจหมู อู่ อวี้ ก็
ยังคิดว่ามันน่าเหลือเชื่ออยู่ดี
อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายใช้มรดกเซียน
อมตะข่มขู่ตนเอง เขาจึงเอ่ยออกไปว่า ” มรดกเซียน
อมตะคืออะไร? อย่ามาล้อเล่น เจ้าฟั่นเฟือนไปแล้ว
หรือไร หากข้ามีมรดกเซียนอมตะ ข้าคงกลายเป็น
เซียนไปแล้ว จะมายืนอยู่เบื้องหน้าเจ้าเช่นนี้งั้นหรือ? ”
เมื่อได้ยิน อู่ อวี้ กล่าวเช่นนี้ หนานซาน หวางเยว่ ก็
ทำท่าราวกับว่ามันรู้อยู่แล้วว่าเขาจะตอบอย่างไร มัน
จึงยิ้มแล้วตอบกลับมาว่า ” ข้ารู้ว่าเจ้าปากแข็ง ถ้า
เช่นนั้นข้าจะเล่าเรื่องบางอย่างให้ฟัง ”
เมื่อพูดถึงมาตรงนี้ มันก็หยุดลงชั่วครู่ จากนั้นก็เริ่มเล่า
เรื่องราวของมันต่อว่า
” นานแสนนานมาแล้ว ตอนที่ยังเป็นหมูป่าตัวน้อย
แสนสุข ทุก ๆ วันข้าจะใช้จมูกขุดดิน นอนอาบแดด
เกี้ยวหมูตัวเมียวัยเอ๊าะ ๆ ชีวิตอิสระเสรีมีความสุขยิ่ง
มิเคยริษยานกยวนยางหรือเทพเซียน แต่แล้วอยู่มาวัน
หนึ่งก็มีคราดตกลงมาจากฟากฟ้า เจาะเข้าใส่หัวของ
ข้าแบบพอดีเด๊ะ จนข้าต้องนอนอ้าปากพะงาบ ๆ
เกือบตาย ”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ มันก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” แต่ข้าก็
ไม่คาดคิดว่ามันจะนำโชควาสนาอันใหญ่หลวงมาให้
ด้วย ระหว่างความเป็นความตาย ข้ารู้สึกราวกับว่า
ตนเองอยู่ในห้วงแห่งความฝัน ภายในนั้นข้าเห็นคราด
อยู่ชิ้นหนึ่ง แล้วก็มีคนผู้หนึ่งบอกข้าว่า สิ่งนี้ถูกเรียกว่า
คราดทองหยกมลาย หรือ มีอีกชื่อหนึ่งว่าคราดเก้าซี่
องค์ไท่ซานเหล่าจวินใช้โลหะน้ำแข็งเทวะตีขึ้นมาด้วย
ตนเอง โดยหยิบยืมอำนาจของเทวราชห้าทิศ กับ ลิ่ว
ติง ลิ่วเจี่ย มาใช้หลอมสร้างจนสำเร็จ ร่ำลือกันว่า
แม้แต่มหาเทพบนสวรรค์ไท่ซานเหล่าจวินยังไม่
อนุญาตให้แตะต้อง! ”
” ทั้งยังท่องบทกวีให้ข้าฟังด้วยว่า : ทวยเทพทุ่มเท
แรงกายหลอมเหล็ก ขัดเกลาสลักวิจิตรสว่างกระจ่าง
ใส เหล่าจวิ้นลงค้อนตี เพิ่มฟืนไฟด้วยตนเอง เทวราช
ห้าทิศอุทิศจิตใจ ลิ่วติง ลิ่วเจี่ยอาศัยพยายามสุดหล้า
สร้างเป็นฟันหยกงอเก้าซี่ หล่อแหวนทองคำสองวง
เป็นปลายซี่ ประดับด้วยห้าดาราหกฤกษ์ ตัวด้ามดัดไป
ตามสี่ฤดูแปดเทศกาล จรดหัวปลายยึดหยิงหยาง
แบ่งหยินหยางเป็นตะวันจันทรา เทพลิ่วเหยากำหนด
กิ่งฟ้า วางตำแหน่งด้ามตามดาราผังแปดทิศ นามว่า
คราดทองหยกมลาย ถูกส่งเข้าสู่หอโอสถพิทักษ์เง็ก
เซียน! ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าคำกล่าวของ หนานซาน
หวางเยว่ เป็นความจริง มันไม่ได้กล่าวถึงวิธีที่ทำให้
ได้รับคราดทองหยกมลาย อีกทั้งสมบัติวิเศษชิ้นนี้ก็อยู่
ในความฝันด้วย ซึ่งมันก็คล้ายคลึงกับช่วงเวลาที่เขาได้
พานพบกับพลองทองสมปรารถนา อีกทั้งผู้อยู่
เบื้องหลังบทกวีอันล้ำลึก หาใช่สิ่งที่เจ้าหมูป่าตนนี้จะ
แต่งขึ้นมาได้ ซึ่ง อู่ อวี้ ก็รู้สึกเชื่อในบทกวีนี้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หนานซาน หวางเยว่ ยังคงพูดพล่าม
ต่อไป อาจเป็นเพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่มันได้พูดคุย
กับคนอื่น ดังนั้นมันจึงตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เสมือนกับ
ว่าได้พานพบกับสหายคนสนิท
สามารถแลเห็นได้ว่าเมื่อมันโบกพัด เงาร่างอันงดงาม
บนพัดจีบ ก็เคลื่อนไหวเข้าไปหา หนานซาน หวางเยว่
ด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้า ราวกับว่าสาวงาม
เหล่านี้มีชีวิตอยู่จริง ๆ พวกนางต่างเมียงมองมาทาง อู่
อวี้ พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานหยดย้อยให้แก่เขา
” คราดทองหยกมลายทรงพลังอหังการอย่างแท้จริง
แน่นอนว่าสำหรับข้าแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการ
ครอบครองมันให้จงได้ จากสิ่งที่คนผู้นั้นกล่าว ครั้ง
หนึ่งเขาเคยเป็นเทพเซียนผู้หล่อเหลาบนสวรรค์ เป็น
ขุนพลสวรรค์ผู้ควบคุมกองพยุหะ 100,000 นาย แถม
ทั้งหมดเป็นเทพเซียนเชียวนะ นี่แสดงเห็นว่ามรดกของ
ข้า ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก หากวันใดข้าสามารถ
ควบคุมมันได้ เมื่อนั้นกองพยุหะสวรรค์ 100,000 จะ
เป็นของข้า ”
คงต้องบอกว่าคำกล่าวของมันเป็นเเรื่องเพ้อฝันสุด ๆ
ที่สามารถทำให้ผู้ฟังต้องหัวร่อจนท้องแข็งเลยก็ว่าได้
“ เจ้ายังไม่ได้พูดเลยว่า นามของเทพเซียนผู้นั้นคืออัน
ใด?” อู่ อวี้ เอ่ยถามมัน
หนานซาน หวางเยว่ ตอบกลับมาโดยพลันว่า
“แน่นอนว่าเขาต้องเป็นเทพเซียนผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ
สั่นสะท้านไปทั่วทั้งสวรรค์ บางคนเรียกเขาว่าแม่ทัพ
เทียนเผิง อีกทั้งเขายังถูกแต่งตั้งเป็นพุทธพิธีทูตอีก
ด้วย! ลองนึกภาพยามที่เขาถือคราดทองหยกมลายนำ
กองทัพสวรรค์ 100,000 นาย มันจะยิ่งใหญ่อหังการ
มากเพียงใด นี่คือสิ่งที่ทุกผู้คนเฝ้าใฝ่ฝันปรารถนา!”
หลังสิ้นประโยค หนานซาน หวางเยว่ ก็นึกไปถึงภาพ
ในอนาคตของตน แล้วน้ำลายของมันก็เริ่มไหลย้อย
มาถึงขั้นนี้ แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมเชื่อในสิ่งที่มันกล่าว
ฉีเทียนต้าเซิ่น กับ แม่ทัพเทียนเผิง เคยร่วมกันท้าทาย
ต่อพระพุทธองค์ จากนั้นกลายเป็นพุทธพิธีทูต และนี่
คือเหตุผลว่าทำไม หนานซาน หวางเยว่ จึงบอกว่า
พลองสมสมปรารถนา กับ คราดทองหยกมลาย เป็น
มรดกเซียนที่มีสัมพันธ์คล้ายคลึงกัน
“ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ภายในคราดทองหยกมลายมีคน
จาก 3 กาลสมัยก่อนอาศัยอยู่ด้วย เป็นเจ้าเฒ่าที่เคย
ได้รับสืบทอดมรดกเซียนมาก่อน สำหรับเจ้าเฒ่านี้ ใน
ฐานะผู้ที่ได้รับสืบทอดมรดกเซียนจากในอดีต มี
ชื่อเสียงเลื่องลือขจรขจายไปทั่วทั้งโลกหล้า จนในที่สุด
ก็บรรลุอาณาจักรค้นหาเต๋า แต่ก็ถูกรุมประชาทัณฑ์
สังหาร จนเหลือเพียงดวงวิญญาณเข้ามาหลบซ่อนตัว
อยู่ภายในคราดทองหยกมลายนี้ หลังจากนั้นก็ใช้เวลา
อย่างยาวนาน อดทนรอให้วีรบุรุษหนุ่มปรากฏกาย
เพื่อช่วยเหลือฟื้นคืนกายเนื้อ ทำให้เขากลับมามีชีวิต
อีกครั้ง! อีกทั้งชายผู้นี้ยังตั้งฉายานามให้ตนเองว่า ชิง
เฟิงอู๋จุ้ย ช่างเป็นนามที่น่าเกลียดยิ่งนัก”
” ชื่อของเจ้า หนานซาน หวางเยว่ ก็ไม่ได้ดีกว่ากัน
นักหรอก ” อู่ อวี้ กล่าว
” ช่างน่าขัน น่าขันยิ่งนัก ถึงแม้ว่าข้าจะหล่อเหลา
แต่ก็ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาหรอกนะ เอาจริง ๆ ข้าก็ไม่
อยากจะพูดยกยอตัวเองหรอกว่าข้านั้นร่ำรวยความรู้
เป็นผู้ทรงภูมิปัญญามากเพียงใด ดังนั้นข้าจึงพอมี
ความสามารถในด้านบทกวีอยู่บ้าง ” หนานซาน หวาง
เยว่ กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม
กล่าวตามตรง อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่อีก
ฝ่ายประสบมาทำให้เขารู้สึกราวกับว่าเห็นตนเอง ทุก
สิ่งที่มันได้รับ ล้วนคล้ายคลึงกับ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามมีเรื่องหนึ่งที่ยังแตกต่างกันอยู่ นั่นคือ อู่
อวี้ มีร่างกลืนสวรรค์ และร่างกลืนสวรรค์นี่คือไพ่ตายที่
ไม่ได้ด้อยไปกว่ามรดกเซียนอมตะ
เมื่อฟังแล้ว ดูเหมือนว่ามรดกแม่ทัพเทียนเผิงของ
หนานซาน หวางเยว่ อาจจะทรงพลังเป็นมากจริง ๆ
เนื่องจากว่าบนสรวงสวรรค์ แม่ทัพเทียนเผิงเป็นผู้
ยิ่งใหญ่ควบคุมกองพยุหะเทพเซียน 100,000 นาย
หากเปรียบเทียบยศในจักรวรรดิเป่ยหมิง คงเป็นถึง
ระดับผู้บัญชาการกองทัพหมิงไห่เลยก็ว่าได้ ซึ่งนี้ถือ
เป็นเทพเซียนชั้นสูงเลยทีเดียว ทว่า อู่ อวี้ ไม่ค่อย
แน่ใจเท่าใดนักว่าในหมู่ทวยเทพฉีเทียนต้าเซิ่นอยู่ใน
ระดับใดกันแน่ แม้แต่หมิงซวงก็ยังไม่เข้าใจฉีเทียนต้า
เซิ่นอย่างลึกซึ้ง
ในเวลานี้หมิงซวงกลับตกตะลึงยิ่งกว่า อู่ อวี้ หลายเท่า
นัก
” บัดซบ! ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่า มีเรื่อง
คล้ายคลึงกับพลองสมปรารถนาเช่นนี้อยู่ด้วย อีกทั้งยัง
มีสัตว์ประหลาดเฒ่าจาก 3 กาลสมัยก่อน แถมเจ้านั่น
ยังแก่กว่าข้าตั้งหลายเท่า อย่างไรก็ตามข้าไม่ได้โง่แบบ
มัน ที่ถูกสังหารตอนบรรลุอณาจักรค้นหาเต๋า เพราะปี
นั้นท่านย่าผู้นี้ใกล้จะบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะแล้ว
สรุปได้ว่าข้าแข็งแกร่งกว่า”
ในช่วงเวลานั้นเอง ความสนใจของนางก็ไปจดจ่ออยู่
กับการเปรียบเทียบความแข็งแกร่งกับเจ้าเฒ่าไปซะได้
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ก็รู้สึกตกตะลึงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
เนื่องจากโชคชะตาของทั้งสองนั้นคล้ายคลึงกันมาก
เรื่องนี้ทำให้เขาไม่อาจตอบสนองอยู่นานทีเดียว
“ จากครั้งก่อนที่ได้พบกัน ข้าก็แอบติดตามเจ้าอยู่
ช่วงเวลาหนึ่ง จนเจ้าเฒ่าบอกข้าว่า เจ้าได้รับมรดก
เซียนอมตะที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกับข้า เดิมทีข้าคิดจะ
สอนบทเรียนให้แก่เจ้า แต่พอคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าเรา
น่าจะเป็นพี่น้องกันมากกว่า อีกทั้งยามนี้…ข้าก็มีเรื่อง
หนึ่งที่เพิ่งนึกขึ้นมาได้ ”
” เรื่องอะไร? ” หลังจากที่ อู่ อวี้ เชื่อในสิ่งที่มันพูด เขา
ก็มิได้ปฏิเสธหรือพูดจาอ้อมค้อมให้มากความ แต่เลือก
ที่จะยอมรับโดยตรงว่าพวกเขานั้นมีมรดกที่คล้ายคลึง
กัน
หนานซาน หวางเยว่ จับจ้องมายังเขา จากนั้นก็เอ่ย
ถามว่า ” ข้าแบไต๋บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้เจ้าฟัง
แล้วเจ้าไม่คิดจะบอกข้าบ้างหรือ? ว่าตอนนี้
สถานการณ์ของเจ้าเป็นเช่นไร? ”
อู่ อวี้ ลังเล
คนทั้งสองเพิ่งพบกันได้ไม่นาน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สงสัย
ความจริงที่อีกฝ่ายพูด แต่คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ เขายังไม่
อาจเชื่อใจบุคคลผู้นี้ได้
“ เจ้ามั่นใจได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่ข้ารู้ ข้าจะไม่ยอมปริ
ปากออกไปเด็ดขาด ข้าเป็นนักโทษ ที่ต้องติดแหง็กอ
ย่างอับจนไร้หนทางอยู่ที่นี่ ดังนั้นข้าต้องกลัวยิ่งกว่าเจ้า
ที่ปล่อยให้เรื่องของตนเองแพร่งพรายออกไป ” หนาน
ซาน หวางเยว่ กล่าวอย่างจนใจ
อู่ อวี้ ไม่ต้องการติดหนี้ผู้อื่นมากไปเกิน นอกจากนี้อีก
ฝ่ายยังยอมเปิดเผยเรื่องราวของตนเองมากมาย หาก
เขาคิดจะปิดบังความลับนี้ไว้ มันคงจะไม่งามเท่าใดนัก
ดังนั้นเขาจึงกล่าวออกไปว่า ” โดยทั่วไปแล้วก็มิได้
แตกต่างอะไรกันมากมายนัก ศาสตราวุธชิ้นนี้มีนามว่า
พลองทองสมปรารถ และผู้ครอบครองมันก็คือ ฉีเทียน
ต้าเซิ่น รู้จักกันในนามของผู้ที่หาญกล้าต่อกรพระพุทธ
องค์ ส่วนเรื่องที่ว่ามียศหรือตำแหน่งอะไรนั้น ข้าไม่
ทราบ ”
” ชื่อนี้ดูธรรมดายิ่งนัก ฟังดูไม่อหังการเท่ากับแม่ทัพ
เทียนเผิงของข้าเลย ส่วนเรื่องที่ไม่ยอมบอกว่ามี
ตำแหน่งใดอยู่บนสวรรค์ บางทีอาจเป็นทหารตัวเล็ก ๆ
ที่อยู่ภายใต้ร่มธงของแม่ทัพเทียนเผิง หรือไม่ก็คงจะมี
ตำแหน่งต้อยต่ำเป็นยิ่งนัก ” หนานซาน หวางเยว่
กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
คนผู้นี้ไร้ยางอายจริงๆ
แน่นอนว่า อู่ อวี้ มิได้แยแส การเปรียบเทียบปัญญา
อ่อนของมัน ตัดสินจากพลังอิทธิฤทธิ์ 72 รูปแบบ
อิทธิฤทธิ์ กายาเพชรอมตะ และมหาเคล็ดวิถีเทียน
เซียน ฉีเทียนต้าเซิ่นย่อมมิใช่เซียนอมตะที่อ่อนแอ
อย่างแน่นอน
” บอกมาว่าอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้านึกขึ้นมาได้คืออะไร ?” อู่
อวี้ ถาม
” ข้ากำลังคิดว่าท้ายสุดแล้ว การได้พานพบกับผู้ที่มี
โชควาสนาคล้ายคลึงกับตนเอง ทั้งหมดนี้ล้วนขึ้นอยู่
กับโชควาสนาต่อให้ผ่านไปนับแสนปีก็ยากจะพบพาน
ดังนั้นข้าจึงไม่อยากปล่อยให้โชคชะตานี้สูญเปล่า เลย
อดทนดั้นด้นมาถึงที่นี่ เพื่อถามเจ้าว่า สนใจจะเป็น
สหายเต๋าเคียงคู่กับข้าหรือไม่? ” หนานซาน หวางเยว่
กล่าวพร้อมกับหัวเราะ
กล่าวตามตรงรูปลักษณ์ของมันนั้น จัดว่าหล่อเหลา
เป็นอย่างยิ่ง ขนาดพูดได้เลยว่าในใต้หล้านี้คงไม่มีผู้ใด
เทียบเคียงได้ ทว่าหลังจากที่มันกล่าวจบและหัวเราะ
แต่บรรยากาศโดยรอบกับเงียบกริบราวกับความตาย
ซึ่งทำให้มันรู้สึกอึดอัดใจมากจริง ๆ
แล้วเมื่อกี้มันเพิ่งพูดอะไรออกมา? เป็นสหายเต๋าเคียงคู่
เช่นนั้นหรือ!
เมื่อหมิงซวงได้ยินมันกล่าวเช่นนี้ นางก็หัวเราะจนท้อง
แข็งเลยทีเดียว
โทสะ อู่ อวี้ พุ่งปี๊ดขึ้นในบัดดล ไอ้เจ้าหมูตัวนี้มันเสีย
สติไปแล้วหรืออย่างไร ตัวเองเป็นบุรุษแท้ ๆ แต่กลับ
ต้องการเป็นสหายเต๋าเคียงคู่กับเขา?
เขาตอบกลับไปทันทีว่า ” เจ้าอยากตายเช่นนั้นหรือ?”
” ไอ๊หยา ข้าพูดผิดไป พูดผิดไป ขออภัยด้วยที่ข้ากล่าว
มากเกินไป เจ้าอย่าได้ผลีผลามเด็ดขาด ” หนานซาน
หวางเยว่ ยิ้มเจื่อน ๆ จากนั้นก็ก็ก้าวถอยหลัง พร้อม
กับทำท่าทางเคร่งขรึม กล่าวขึ้นด้วยเสียงก้องกังวาน
ว่า ” ฉีเทียนต้าเซิ่น เคยเป็นพี่น้องของแม่เทียนเผิง ใน
เมื่อมีชะตาต้องกัน หลังจากนี้เจ้าก็คอยติดตามข้า เป็น
น้องชายของข้า เรียกข้าว่าพี่ใหญ่ แล้วหลังจากนี้ข้าจะ
คอยคุ้มครองเจ้า คิดเห็นว่าอย่างไร? ”
หลังจากกล่าวออกมา มันก็ตั้งตารอคำตอบของเขา
ดูจากการแสดงออกแล้ว สิ่งนี้น่าจะเป็นเป้าหมายใน
การมาครั้งนี้ของมัน สรุปได้ว่าเรื่องที่พูดพร่ำมาก่อน
หน้านี้ทั้งหมด ก็เพื่อประโยคนี้
“ กล่าวตามตรง แม้ว่าข้า หนานซาน หวางเยว่ จะเป็น
ปีศาจ แต่ก็ไม่เคยกระทำเรื่องใดให้ต้องมานั่งเสียใจ
ภายหลัง หากเจ้าติดตามข้า ๆ สัญญาว่าจะทุ่มเททุก
สิ่งอย่างเพื่อปกป้องเจ้า มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน
ไม่ว่าอันใดข้าก็สามารถมอบให้เจ้าได้ อ้อ ยกเว้น
เรื่องความหล่อเหลาและความงาม ทุกอย่างข้าให้ได้
หมด ” หนานซาน หวางเยว่ จับจ้องมาเบื้องหน้าด้วย
สายตาคาดหวัง
อย่างไรก็ตาม สำหรับคำเชิญนี้ อู่ อวี้ หาได้ลังเลย
แม้แต่น้อย เขาโบกมือให้กับอีกฝ่าย จากนั้นก็กล่าว
ตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมาว่า ” อย่ามาตลกไป
หน่อยเลย เจ้าต่างหากที่ต้องเป็นลูกน้องข้า อีกอย่าง
ข้าหาได้ต้องการเจ้าไม่ เพราะท้ายสุดแล้ว เจ้าก็ยังเป็น
นักโทษติดอยู่ภายในคุกสมุทรวิญญาณแห่งนี้ รอให้
ออกไปได้เมื่อไหร่ ข้าถึงจะให้โอกาสเจ้าติดตามข้า ”
เขาไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับอีกฝ่าย
ดังนั้นหลังจากที่กล่าวจบ อู่ อวี้ ผละออกมาทันที
……
แม่ทัพสวรรค์เทียนเผิง เทียนผิง เทียนฝง คือชื่อที่
แท้จริงของตือโป้ยก่ายที่ทุกท่านรู้จักกันดีนั่นเอง ส่วน
สาเหตุที่กลายมาเป็นตือโปยก่ายนั้น…. ครั้นยามอยู่บน
สวรรค์ ตือโป้ยก่ายได้เมามายไม่ได้สติ จนไปลวนลาม
เทพธิดาองค์หนึ่งเข้า จากนั้นเง็กเซียนฮ่องเต้จึงลงโทษ
โดยการโบ้ยและส่งไปจุติยังโลกมนุษย์โดยให้เกิดใน
ครรภ์สุกรนั่นเอง…
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ