กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 763: ค่ายกลกระจ่างทุกข์ผนึกวิญญาณทมิฬ
สำหรับ อู่ อวี้ การมีผู้อื่นได้รับมรดกเซียนอมตะ
คล้ายคลึงกับตนเองหาใช่โชคชะตา ทว่าหากเป็น
โชคชะตาชักนำอย่างแท้จริง ในภายภาคหน้าเขากับ
ปีศาจตนนี้ต้องมีโอกาสได้พบพานกันอีกแน่ ๆ เมื่อ
เทียบกับโชคชะตาแล้ว เขาเชื่อในสิ่งที่เรียกว่า
กาลเวลาพิสูจน์ใจคนมากกว่า
สำหรับอู่ อวี้แล้ว หนานซาน หวางเยว่ ทำให้เขารู้สึก
ไม่ค่อยดีนัก อย่างน้อย ๆ เขาก็ไม่สามารถไว้วางใจอีก
ฝ่ายได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อบอกให้ตนรับมันเป็น
น้องชาย ยิ่งเป็นไปไม่ได้กันใหญ่
ความสามารถของ อู่ อวี้ ไม่ได้ด้อยกว่าอีกฝ่าย
โดยเฉพาะเวลานี้เขามีร่างกลืนสวรรค์ ซึ่งหลังจากนี้
ตัวตนของเขาคงมิได้เป็นเพียงผู้สืบทอดมรดก ฉีเทียน
ต้าเซิ่น อีกต่อไป
เขายังคงแพร่กระจายร่างอวตารออกไปค้นหาปีศาจ
เพื่อเก็บรวบรวมตาข่ายวิญญาณมรณะให้เร็วที่สุด การ
ปรากฏตัวของ หนานซาน หวางเยว่ เป็นเพียงแค่ส่วน
หนึ่งเท่านั้น
เหลือเวลาอีกสี่เดือน
ครั้งนี้เขากระจายร่างอวตารนับพันร่าง ออกไปจนทั่ว
ทุกซอกทุกมุมคุกสมุทรวิญญาณ เพื่อค้นหาตาข่าย
วิญญาณมรณะ และ แกะรอยปีศาจที่อาจหลบซ่อน
โดยไม่สนใจผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ว่าคิดจะพูดกับร่าง
อวตารของตนเองหรือไม่
ในเดือนต่อมา เขาก็แทบไม่ต้องใช้ความพยายาม
มากมาย เมื่อต้องต่อสู้กับปีศาจระดับจิตเทวะขั้นที่ 8
ปีศาจระดับนี้ไม่สามารถหลุดรอดเงื้อมือตามไล่ล่าของ
เขาได้ แต่ถ้าต้องเจอกับระดับจิตเทวขั้นที่ 9 ก็ถือว่ายัง
ตึงมืออยู่บ้าง ถึงแม้ว่าบนร่างของมันจะมีตาข่าย
วิญญาณมรณะอยู่มากก็ตาม ทว่าเขาก็ยังคิดว่าไม่คุ้ม
เสียกับเวลาอยู่ดี อู่ อวี้ จึงไม่ลงมือกับตัวที่ยุ่งยาก
ในเดือนนี้ จำนวนของตาข่ายวิญญาณมรณะเพิ่มขึ้น
อย่างรวดเร็ว ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าคนอื่นๆเก็บรวบรวม
ไปถึงไหนแล้ว แต่ที่แน่ ๆ ตัวเขาสังหารปีศาจไปได้
250 ตัว
ด้วยเพราะเขามีร่างอวตารจำนวนมาก ทั้งยังสามารถ
จัดการกับปีศาจได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นคงต้องกล่าวว่า
ภาพที่ถูกส่งมายังเครื่องกำเนิดภาพนั้นช่างน่าตื่นตาตื่น
ใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกจอภาพล้วนมีร่างอวตาร อู่
อวี้ อยู่
สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ว่าบรรดาผู้ฝึกตนซึ่งมีความ
แข็งแกร่งอยู่ในระดับจิตเทวะระดับที่ 9 จะสร้าง
เรื่องราวหรือกระทำเรื่องน่าทึ่งมากเพียงใด แต่มันก็ไม่
สามารถบดบังรัศมีของ อู่ อวี้ ได้ เพราะปัจจุบัน
จำนวนตาข่ายวิญญาณมรณะของเขา จนเจียนใกล้ถึง
สิบอันดับแรก
อู่ อวี้ ไม่รู้ แต่คนภายนอกนั้นต่างรู้ดี เพราะจำนวนตา
ข่ายวิญญาณมรณะของอันดับ 10 มีจำนวนอยู่ที่ 260
ชิ้น ด้วยความเร็วของ อู่ อวี้ จะต้องแซงอันดับ 10 ใน
ไม่ช้านี้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่ติดใน 10 อันดับแรก ล้วนมีพื้นฐานฝึก
ตนอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 10
แถมยิ่งกว่านั้นอีกนั่นคือ พวกเขายังเป็นองค์ชาย
หรือไม่ก็ทายาทผู้มีความแข็งแกร่งทั้งยังมีอิทธิพลอัน
ใหญ่หลวง ทุกคนล้วนเป็นคนของจักรวรรดิเป่ยหมิงมี
อายุร่วมเฉียด 100 ปี กล่าวได้ว่าล้วนโดดเด่นอยู่เป็น
ความภาคภูมิใจของจักรวรรดิเป่ยหมิง อย่างเช่น องค์
ชายโย่วเหยียน ยามนี้จำนวนตาข่ายวิญญาณมรณะ
ของมัน จัดว่าอยู่ในอันดับที่หก
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ ควรจะขอบคุณมันเสียด้วยซ้ำ
เป็นเพราะมัน อู่ อวี้ ถึงสามารถบรรลุเข้าสู่ระดับจิตเท
วะได้
” เวลาผ่านไปครึ่งทางแล้ว แต่ก็ยังมีเวลาเหลืออีกสาม
เดือน ข้าคิดว่าสุดท้ายแล้ว อู่ อวี้ กำลังรีบเพื่อให้
ตนเองเข้าสู่สิบอันดับแรก แล้วต้องติดระดับ 10 คน
สุดท้ายในที่สุด”
” ถ้าดูจากวิธีสังหารปีศาจในปัจจุบันของเขา ข้าเองก็
คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าเด็กผู้นี้
จะใช้วิธีนี้! ”
” ที่สำคัญ ดูเหมือนวิธีนี้จะโกงไม่น้อยทีเดียว! ”
” แม้ว่าพลังต่อสู้ของเขาจะไม่ติดอยู่ใน 100 อันดับ
แรก แม้แต่สองร้อยอันดับแรกก็ยังไม่เห็นฝุ่นด้วยซ้ำ
แต่วิธีการนี้ของเขาช่างมีประโยชน์อย่างแท้จริง ”
” เขาใช้ทางลัด ซึ่งไม่ยุติธรรมต่อผู้อื่น! เขามิใช่คนจาก
ตระกูลเป่ยหมิงของเรา เป็นแค่คนบ้านนอกที่มีโอกาส
ได้เข้าร่วม ซึ่งนี่ก็นับว่าบุญหัวมากแล้ว เราจะยอมให้
ชายผู้นี้รับรางวัลจากจักรวรรดิเป่ยหมิงของเราจริง ๆ
หรือ!? ข้าคิดว่าเราจำเป็นต้องเตรียมตัวตัดสินไว้
ล่วงหน้า เผื่อสถานการณ์ที่จะอาจเกิดขึ้น มิฉะนั้นข้า
กลัวว่า ชาวเป่ยหมิงทั้งหมดจะต้องไม่ยอมรับเป็นแน่! ”
” ถูกต้อง จะให้คนนอกรับรางวัลจากสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือของเราได้อย่างไรกัน นี่มันหยามหน้า
พวกเราชาวเป่ยหมิงชัด ๆ ไม่ต้องพูดถึงคนบ้านป่า
เมืองเถื่อนจากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง แม้แต่คนอื่น ๆ
ในจักรวรรดิเป่ยหมิงก็ยังไม่เคยได้รับรางวัลนี้มาก่อน!”
” รางวัลของเป่ยหมิง จะยอมมอบให้กับคนต่างถิ่นได้
อย่างไรกัน!? ทุกคนจงดูเถอะ หลังจากนี้ชิงอ๋องโย่วซื่อ
จะต้องตัดสิทธิ์ของ อู่ อวี้ อย่างแน่นอน ตั้งแต่เริ่มต้น
ผู้คนต่างก็ไม่พอใจมันผู้นี้ ”
ดูเหมือนจากจำนวนคนทั้งหมด 800,000 คน มีกว่า
ครึ่งหนึ่งกำลังคุยเรื่อง อู่ อวี้ นั่นเพราะพวกมันกำลัง
ตื่นตระหนกกับความสามารถของ อู่ อวี้ ที่แสดง
ออกมาให้เห็น
” คนเหล่านี้ช่างไร้เดียงสายิ่งนัก พวกเขาไม่อาจยอมรับ
ได้ที่คนต่างถิ่นจะมีชื่อเสียงในสงครามชิงอำนาจแดน
เหนือ เห็นได้ชัดตอนนี้เริ่มมีหลายกลุ่มรวมตัวกันกลุ่ม
ละ 2 ถึง 3 คน พูดคุยหารือเรื่องที่จะบีบบังคับตัดสิทธิ์
อู่ อวี้ ต้องการให้เขาออกจากคุกสมุทรวิญญาณก่อน
เวลากำหนด ยังเหลือเวลาอีก 3 เดือน ดูเหมือนพวก
เขาจะไม่ยอมให้ อู่ อวี้ อยู่จนครบกำหนดเป็นแน่ ” อิน
ติ่ง กล่าวด้วยความมั่นใจ
” ท่าจะจริง เพราะจำนวนตาข่ายวิญญาณมรณะ
ปัจจุบันของ อู่ อวี้ อยู่ในอันดับที่สิบเอ็ด ดังนั้นทุกคน
จึงไม่ต้องการให้เขาเหนือล้ำกว่าคนของตน นอกจากนี้
ยังไปขัดแข้งขัดขาทำให้ผู้มีอิทธิพล และ ผู้เข้าร่วมการ
แข่งขันต้องโกรธเคือง ถ้าให้ข้าคาดเดา เขาน่าจะอยู่ได้
อีกแค่เดือนเดียวเท่านั้น ”
” แล้วหลังจากนนั้น คงมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องการ
ทวงบัญชีแค้นกับเขา”
“ ถ้าไม่ใช่เพราะเขา มีความสามารถในการหลบหนี
สูงส่งแล้วแล้วก็ ป่านนี้คงถูกบีบให้ออกจากการแข่งขัน
นานแล้ว ตอนนี้เขาเองก็ไม่ได้ต่างจากคนที่ตายแล้ว
ลองคิดดูว่ามีระดับค้นหาเต๋ากี่คนแล้วที่ต้องการสังหาร
เขา? ”
โดยทั่วไปแล้วชาวเป่ยหมิงส่วนใหญ่ ไม่ต้องการเห็นคน
นอกมาเสนอหน้าต่อสู้ในสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ
มาทำวางท่าอำนาจบาตรใหญ่ที่นี่ สำหรับพวกเขา
เหมือนกับกำลังถูกตบหน้าอย่างแรง
” พวกเจ้าดูนั่นสิ องค์ชายโย่วเหยียน , ต้วนอี้ กับคน
อื่น ๆ น่าจะกำลังรวมตัวคิดวิธีกำจัด อู่ อวี้ อยู่เป็นแน่”
อินติ่งมองแล้วยิ้ม
แล้วก็เป็นเช่นดั่งที่มันกล่าว
องค์ชายโย่วเหยียนกับต้วนอี้ และผู้ติดตามอีกหลาย
คนมารวมตัวกัน กำลังขบคิดแผนการกำจัด อู่ อวี้
ผู้ที่มาหารือกันอยู่ที่นี่ อย่างน้อยก็ ๆ ต้องมีพื้นฐานฝึก
ตนอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 9 และต้วน
อี้ที่อยู่ที่นี่หากมันไม่เคยพบ อู่ อวี้ มาก่อน มันคงไม่มี
สิทธิ์พูดอะไร
เนื่องจากในท้ายสุดแล้ว มันมีฐานันดรเป็นเพียงบุตร
ของเจ้าแคว้นเท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่ควรค่าให้กล่าวถึงในที่
แห่งนี้ เพราะอย่างน้อย ๆ ภายใน 5 จาก 8 ล้วนเป็น
คนของราชวงศ์
” คงไม่อาจปล่อยให้มันโอหังได้อีกต่อไป มันทำให้พวก
เราชาวเป่ยหมิงต้องอับอายขายขี้หน้าแทบไม่เหลือชิ้น
ดี คาดว่าเหล่าผู้อาวุโสที่เฝ้ามองอยู่ด้านนอก คงจะอับ
อายจนแทบอยากจะเอาเลือดสุนัขมาราดหัว ” คนผู้
หนึ่งเอ่ยอย่างให้พอใจ
” เราคงไม่อาจมองข้ามความสามารถในการหลบหนี
ของ อู่ อวี้ เราจะใช้วิธีไหนจับตัวมัน? เราทุกคนต้อง
ช่วยกันคิดค้นหาวิธี ไม่ปล่อยให้มันหนีรอดไปได้อีก
เด็ดขาด อีกไม่ช้านานมันก็จะขึ้นสู่อันดับ 10 แล้ว
หลังจากนั้นพวกเราจะเป็นตัวตลกของชมพูทวีป
โลกธาตุ ”
” คนจำนวนมากยังไม่สามารถจัดการกับ อู่ อวี้ ได้เลย
แต่ถ้าเราปล่อยให้มันได้รับรางวัล เรื่องนี้จะกลายเป็น
รอยรอยด่างพร้อยในชีวิตของพวกเรา ”
ทุกถ้อยคำที่พวกมันพรึ่งพรูออกมา เต็มไปด้วยความ
ขุ่นเคืองใจ
องค์ชายโย่วเหยียนเอ่ยว่า ” อย่าอย่าพูดจาเหลวไหล
การที่ข้าเรียกพวกเจ้ามา หาใช่มาให้วิเคราะห์ว่า
สังหารมันได้หรือไม่ แต่…เราจะสังหารมันอย่างไร
ต่างหาก ซึ่งข้าก็มีวิธีแล้วทว่าทุกคนต้องร่วมมือกัน ”
” ถ้าเช่นนั้นองค์ชายเชิญพูดมาได้เลย”
องค์ชายโย่วเหยียนกล่าวว่า ” มันใช้ร่างอวตารหลอก
ล่อปีศาจ ดังนั้นเราจะใช้แผนซ้อนแผน โดยจับปีศาจ
มาล่อให้ร่างอวตารของมันโจมตี ยิ่งอ่อนแอมาก
เท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะจะยิ่งดึงดูดความสนใจของมัน
เมื่อใดที่มันปรากฏกาย เมื่อนั้นมันก็จะตกหลุมพรางที่
เราได้วางไว้ ”
แผนของมันนั้นง่ายมาก โดยการใช้ประโยชน์จากตัว
ล่อให้ศัตรูมาติดกับดักที่วางไว้
ทุกคนจ้องมององค์ชายโย่วเหยียน อย่างใจจดจ่อรอฟัง
คำอธิบายถึงเรื่องกับดับแผนการ
องค์ชายโย่วเหยียนก็ไม่อ้อมค้อมรีบพูดถึงแผนการ
ทันที ” ก่อนข้าจะเข้ามาที่นี่ ข้าได้เอายันต์กระจ่างทุกข์
ผนึกวิญญาณเป่ยหมิงมาด้วย แต่การจะใช้สิ่งนี้ได้พวก
เราทั้ง 8 ต้องร่วมมือกัน จัดวางค่ายกลกระจ่างทุกข์
ผนึกวิญญาณทมิฬ เราต้องพยายามหลอกล่อมันให้มา
ติดกับดักนี้ เมื่อนั้นมันจะไม่มีทางหลบหนีไปไหนได้ ”
หลังจากได้ยินคำว่า ยันต์กระจ่างทุกข์ผนึกวิญญาณ
เป่ยหมิงคนอื่น ๆ ก็ต่างแสดงอาการตื่นตะลึงอย่าง
ที่สุด เพราะมันคือยันต์ที่หายากมีค่ามหาศาลมาก
” การเอาของล้ำค่ามากขนาดนี้มาใช้กับ อู่ อวี้ ไม่เป็น
การสิ้นเปลืองไปหรือไม่? ข้ารู้สึกว่าจะลงทุนเกินไป
หน่อย แม้ความสามารถในการหลบหนีของมันมันจะ
ยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่น่าถึงกลับต้องใช้สิ่งนี้ ของชิ้นนี้เป็น
เสมือนดั่งสมบัติวิเศษติดกายของท่านเลยก็ว่าได้ ” บาง
คนรู้สึกเสียดายจึงเอ่ยขึ้นอย่างลังเล
” มันน่าเสียดายก็จริง ของสำคัญเช่นนี้น่าจะมีบทบาท
ในการต่อสู้ชิงอำนาจจักรพรรดิ มันเป็นการแข่งขันที่
สำคัญสำหรับองค์ชายทุกพระองค์ ทว่าการจัดการ อู่
อวี้ ก็ยากลำบากเช่นเดียวกัน มีเพียง ยันต์กระจ่าง
ทุกข์ผนึกวิญญาณเป่ยหมิง ถึงจะทรงพลังมากพอที่จะ
กำจัดมันลงได้! ”
ดูเหมือนทุกคนจะรู้สึกว่า ของสิ่งนี้ทรงพลังมากเกินไป
ที่จะเอามาใช้กับ อู่ อวี้ มันเหมือนกับการใช้มีดสับไก่
ต้วนอี้กล่าวว่า ” แต่ตามกฎของสงครามชิงอำนาจแดน
เหนือ ห้ามใช้ยันต์มิใช่หรือ ”
องค์ชายโย่วเหยียนตอบว่า ” ห้ามใช้ยันต์โจมตีปีศาจ
กับคน แต่ข้าใช้เพื่อจัดวางวงเวท ฉะนั้นก็ไม่นับ แม้ว่า
จะเป็นของต้องห้าม แต่ข้าก็ไม่ได้ใช้มันจัดการกับ
ปีศาจ นอกจากนี้ข้าก็ไม่ได้ใช้มันกับคนของเป่ยหมิง
แต่ใช้มันจะจัดการกับคนต่างถิ่น ไม่มีผู้ใดปริปากพูด
กระไรหรอก ”
ในความเป็นจริงแล้ว ถึงแม้จะเอามันมาเป็นส่วนหนึ่ง
ในการจัดวางค่ายกลวงเวทก็ยังถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม
อยู่ดี แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าเขาคือองค์ชาย ส่วน อู่ อวี้ เป็น
คนนอก ฉะนั้นเขาจะทำอะไรก็ได้
” เอาล่ะ… ถ้าเช่นนั้นก็อย่าได้พูดจาเหลวไหลกับข้าอีก
ข้าจะใช้ยันต์กระจ่างทุกข์ผนึกวิญญาณเป่ยหมิง ข้าจะ
ถามพวกเจ้าว่าจะเอาด้วยไหม จะช่วยเหลือข้าหรือไม่
เราต้องผนึกกำลังเพื่อปลดปล่อยพลังของยันต์นี้ ”
แม้ว่าทุกคนจะรู้สึกเสียดายมากก็ตาม แม้ว่าจะตรงกับ
สำนวนที่ว่าใช้คนไม่เหมาะกับงาน แต่พวกมันจะพูด
อะไรได้ แถมยังเป็นสมบัติขององค์ชายโย่วเหยียน
พวกมันจึงทำได้แค่เพียงพยักหน้า
” ก่อนอื่นพวกเราต้องร่วมมือกันจัดวาง ค่ายกล
กระจ่างทุกข์ผนึกวิญญาณทมิฬ หลังจากนั้นจัดวาง
เสร็จสิ้นพวกเจ้าจะต้องคอยเฝ้ามันเอาไว้ให้ดี ๆ ข้าจะ
ไปจับปีศาจมา แล้วก็รอให้ร่างหลักของ อู่ อวี้ มาติด
กับ เมื่อนั้นพวกเราจะดูมันตกตายกลับคืนสู่ห้วงอเวจี
อย่างทุกข์ทรมาน ”
“ได้!”
ต้วนอี้หัวเราะอย่างพอใจ มันเฝ้ารอคอยวันนี้มานาน
แล้ว ในตอนนั้นมันรู้สึกอัปยศอย่างยิ่งที่ จักรพรรดิอสูร
แดนเหมันต์ ไม่สามารถสังหาร อู่ อวี้ ได้
” ค่ายกลกระจ่างทุกข์ผนึกวิญญาณทมิฬ จะเป็นจุดจบ
ของมัน! ”
ต้วนอี้ มองไปข้างหน้าเฝ้ารอคอยดูจุดจบนั้น
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ