กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 764: จุติแปดเซียนรัตติกาล
สำหรับ อู่ อวี้ ตอนนี้เขาได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างต่อสู้
เพื่อตาข่ายวิญญาณมรณะ
เป็นเรื่องปกติที่ปีศาจจะปรากฏกายขึ้นอีกครั้งใน
สถานที่ที่ถูกค้นพบ นั่นเพราะปีศาจกระจายตัวอยู่ทุก
หนทุกแห่ง
เขาขี่เมฆาตลบฟ้า มุ่งตรงไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตาเขาก็มาถึงจุดร่างอวตารถูกทำลาย เมื่อ
เข้ามาใกล้ เขาก็เจอเข้ากับปีศาจสมุทร!
ทันทีที่เห็น เขารู้สึกว่าปีศาจตัวนี้ค่อนข้างดูแปลกตา
แต่มันก็ดูงดงามมากเช่นกัน มันดูคล้ายกับต้นไม้ใหญ่
มีกิ่งก้านยาวยั้วเยี้ย ทั้งยังแหลมคมเป็นอย่างยิ่ง อู่ อวี้
เติบโตขึ้นมาบนชายฝั่งทะเลบูรพา ฉะนั้นเขาจึงรู้ว่าสิ่ง
นี้คือปะการัง ทว่าไม่เคยคิดว่าปะการังจะสามารถ
กลายเป็นปีศาจได้
ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของปีศาจปะการังนี้ จะ
ค่อนข้างเชื่องช้ากว่า อู่ อวี้ ถึงแม้ว่ามันจะเห็นเขาแล้ว
ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้หลบหนี ซึ่งหาก
เป็นธรรมชาติของปีศาจ อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกได้ว่าปีศาจตัว
นี้ค่อนข้างแปลก ๆ ผิดธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ สังเกตเห็นตาข่ายวิญญาณมรณะ
อยู่บนร่างของมัน สำหรับเขาแค่นี้มันก็เพียงพอแล้ว
อู่ อวี้ หยิบศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณพลองหมื่น
มังกรออกมาอย่างรวดเร็ว เขาจับมันไว้แน่นโดยไร้ซึ่ง
คำพูดใด แล้วก็หมุนควงพลองฟาดเข้าใส่ปีศาจ
ปะการังทันที
ทันใดนั้นปีศาจก็ส่งเสียงแหลมเล็กพูดขึ้นนด้วยความ
หวาดกลัวว่า “อย่าฆ่าข้า! ช่วยข้าด้วย! ข้าทำภารกิจให้
เสร็จแล้ว ได้โปรดปล่อยข้าไป!”
ประโยคนี้ช่างแปลกเหลือเกิน หลังจากที่ได้ยิน อู่ อวี้
ก็ชะงักทันที เขาหยุดการเคลื่อนไหวอยู่เหนือหัวปีศาจ
ปะการัง
แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะช้าไปหน่อย
เขาตระหนักได้ทันทีว่านี่ต้องเป็นกับดัก เป็นไปได้ว่า
ผู้คนจากตระกูลเป่ยหมิง เช่นพวกชนชั้นสูงทั้งหลาย
คงคิดหาวิธีจัดการเขา
“ค่ายกลกระจ่างทุกข์ผนึกวิญญาณทมิฬ! จุติแปดเซียน
รัตติกาล!”
ฉับพลันเสียงตะโกนราวกับอัสนีก็ดังขึ้นมาจาก
ระยะไกล สุรเสียงดังก้องกังวาล ประดุจดั่งผู้คนร้อง
ตะโกนมาจากทุกทิศทุกทาง
ท่ามกลางความเลือนราง อู่ อวี้ ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดัง
แว่วขึ้น คน ๆ นั้นคือองค์ชายโย่วเหยียน กับ ต้วนอี้
ผู้ที่จะมุ่งเป้าหมายมาทางเขาได้ คน ๆ นั้นจะต้องกังวล
กับการมีอยู่ของเขาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะต้วนอี้
อันที่จริง อู่ อวี้ ค่อนข้างมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก
เขารู้ว่ากำลังกระโจนเข้าสู่กับดัก อีกทั้งยังมีเวลามาก
พอที่จะหลบหนี แต่เขาก็ไม่ได้ทำ
นอกจากนี้ เขายังเห็นว่ามีอีกหลายคนกำลังควบคุม
ค่ายกลอยู่ เขาก็รู้ทันทีว่าคนเหล่านี้ผนึกกำลังหมาย
มาดกำจัดเขาให้จงได้
นี่จะต้องเป็นค่ายกลอันดับต้น ๆ อย่างแน่แท้!
ทันใดนั้นมหาสมุทรทั้ง 8 ทิศรอบกายของ อู่ อวี้ ก็เริ่ม
พลุ่งพล่านปั่นป่วน ปรากฏเป็นร่างยักษ์ทมิฬใส่ชุด
เกราะดูงดงามยิ่ง ทั่วทั้งร่างอัดแน่นไปด้วยปราณหยิน
อันหนาวเย็น เปี่ยมไปด้วยเจตจำนงไร้ผู้ต้าน เสมือนดั่ง
เทพเซียน ผู้เหยียดหยามทุกสรรพชีวิต เมื่อปรากฏตัว
พวกมันทั้งแปดก็สะกดข่ม อู่ อวี้ ทันที นี่คือแปดเซียน
รัตติกาล!
แปดเซียนรัตติกาลนี้ ดูเหมือนว่าทุกตนจะมีพลัง
อิทธิฤทธิ์ที่สามารถทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง การรับมือ
กับมันคงมิใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งพวกมันกำลังปิดล้อม อู่
อวี้ อยู่กลางค่ายกลวงเวท
เมื่อพวกมันปรากฏกายขึ้น อู่ อวี้ ที่อยู่ใจกลางของรัศมี
ขอบข่ายค่ายกลสีม่วงทมิฬ ก็เริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
จากนั้นก็ผสานเข้ากับแปดเซียนรัตติกาล ช่วงพริบตาที่
ค่ายกลหมุนวน อู่ อวี้ ก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันน่า
สะพรึงกลัวกดทับลงมาจากจากทั่วทุกสารทิศ ผสาน
ไปกับความหนาวเย็นสุดขั้ว ซึ่งความเย็นนี้ก็มิได้กัดกิน
เยือกแข็งเพียงแค่ร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจิตเทวะ
อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของจิตเทวะ เสมือน
ราวกับว่ามันได้ถูกปิดกั้นลงอย่างสมบูรณ์ นับว่าเป็น
ผลกระทบที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง อู่ อวี้ รู้สึกว่า
คุณสมบัติของค่ายกลนี้คือการตัดการเชื่อมต่อระหว่าง
จิตเทวะกับกายเนื้อ ทำให้ทั้งสองส่วนแยกกันอย่าง
สมบูรณ์
แทบไม่ต้องถึง อู่ อวี้ เลยว่าเมื่อเจอกับวงเวทระดับนี้
จะน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งใน
ระดับค้นหาเต๋า หากถูกกักขังไว้ในค่ายกลวงเวทนี้ ยัง
ไม่สามารถหลบหนีออกไปได้ แล้วปัจจุบัน อู่ อวี้ กำลัง
ถูกสะกดข่มโดยแปดเซียนรัตติกาล เขาย่อมสัมผัสได้
ถึงความน่าสะพรึงกลัวของค่ายกลนี้ได้อย่างชัดเจน
มากที่สุด
หากเป็นคนธรรมดาถูกกักขังอยู่ที่นี่ คงได้แต่นั่งรอตาย
เท่านั้น ที่สำคัญพวกมันจะไม่ยอมให้ตนเองได้มีโอกาส
ตายแบบสบาย ๆ อย่างแน่นอน
เมื่อเข้ามาอยู่ในวงเวทนี้ จิตเทวะถูกตัดขาดจาก
ร่างกาย ยากที่จะควบคุมกายเนื้อให้เคลื่อนไหว แต่ อู่
อวี้ รู้อยู่แล้วว่านี่คือกับดักเขาจึงได้เตรียมตัวเอาไว้
ก่อนแล้ว เขาผสานร่างเข้ากับเมฆาตลบฟ้า
เตรียมพร้อมออกจากที่นี่ทุกเมื่อ แม้ว่าวงเวทค่ายกลนี้
จะตัดความสามารถส่วนใหญ่ของ อู่ อวี้ ก็ตาม แต่ก็ไม่
สามารถปิดกั้นพลังอิทธิฤทธิ์ของเขาได้อย่างสมบูรณ์
เขามั่นใจว่าจะสามารถหลบหนีออกจากที่นี่
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
อย่างไรก็ตามการที่คนเหล่านี้ถึงขนาดใช้ค่ายกล
ระดับสูงกับตนเอง มันก็ทำให้ อู่ อวี้ แอบปลื้มใจอยู่ไม่
น้อยทีเดียว ” ค่ายกลระดับสูงขนาดนี้ แม้แต่ระดับของ
พวกมันอย่างน้อยก็ยังต้องใช้เวลาจัดวางค่ายกลกว่า 2
ถึง 3 เดือน อย่าบอกนะว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
พวกมันหาได้สังหารปีศาจ แต่กลับเอาเวลามาใช้ทุ่มเท
กับจัดวางกับดักเพื่อล่อจับข้า?”
ข้อสันนิษฐานดังกล่าวดูไม่น่าเชื่อเลยสักนิด
อู่ อวี้ รู้ว่าข้อสันนิษฐานนี้เป็นไปไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นก็
แสดงว่าพวกมันจะต้องใช้สิ่งอื่น
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ถูกขังอยู่ในค่ายกลกระจ่างทุกข์ผนึก
วิญญาณทมิฬ เหนือศีรษะของแปดเซียนรัตติกาลก็
ปรากฏร่างของคน 8 คนขึ้น หลังจากนั้นพวกมันก็
ทะลุร่างแปดเซียนรัตติกาลออกมา ทั้ง 8 คนนี้ อู่ อวี้
คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังมีบางคนที่เขาเคยเห็น
มันอยู่ คนแรกนั้นก็คือ องค์ชายโย่วเหยียน
ถ้ามองตามเหตุผลคนผู้นี้เป็นถึงผู้สูงศักดิ์ แต่มันก็ช่าง
ทำตัวโหดร้ายกับเขาเสียเหลือเกิน ซ้ำร้ายตอนนี้ยังวาง
กับดักเขาอีก ฉะนั้น อู่ อวี้ จึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจมัน
อีกต่อไป
เมื่อเห็นว่าแผนประสบความสำเร็จ พวกมันต่างก็ยิ้ม
ออกมาอย่างยินดี
“ ดูเหมือนทุกคนคงจะวุ่นวายกันยกใหญ่ อย่าบอกนะ
ว่านี่เป็นการต้อนรับข้าเข้ากลุ่ม? ” น้ำเสียงและคำพูด
กลั้วหัวเราะของ อู่ อวี้ ดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เขา
ยังคงพูดได้แม้จะถูกขังอยู่ในค่ายกล แม้ว่าร่างกายของ
เขาจะไม่อาจเคลื่อนไหว แต่จิตวิญญาณของเขาก็ไม่ได้
ถูกผนึกไปด้วย แทบไม่ต้องพูดถึงเคล็ดวิชาเต๋า พลัง
อิทธิฤทธิ์ หรือเคล็ดแปลงกายา โชคยังดีที่เขาได้ใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์ ผสานกายเนื้อเข้ากับเมฆาตลบฟ้า
เตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว การที่เขาเข้ามาที่นี่แสร้งทำ
เป็นติดกับดัก ก็เพราะว่าอยากฟังเหตุผลคำอธิบาย
จากปากของคนเหล่านี้
” ยังจะปากดีอีก ความตายหายใจรดต้นคออยู่รอมร่อ
แล้วแท้ ๆ ” ต้วนอี้ เย้ยหยันเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก
“ ตาย? ไม่ถูกต้องซะละมั้ง ที่นี่คือสงครามชิงอำนาจ
แดนเหนือ มีผู้คนมากกว่า 800,000 คนเฝ้าจับตาดูอยู่
ด้านนอก แต่พวกเจ้าก็ยังกล้าสังหารคนซึ่ง ๆ หน้า
เช่นนั้นหรือ?”
“ที่นี่คือจักรวรรดิเป่ยหมิง กะอีแค่กำจัดคนต่างถิ่น
อย่างเจ้า ไฉนจะทำไม่ได้” องค์ชายโย่วเหยียนกล่าว
“ เพราะเหตุใด? ทำไมถึงไม่แข่งขันกันอย่าง
ยุติธรรม?” อู่ อวี้ กล่าว
ทุกคนหัวเราะ
” ยิ่งเจ้ารวบรวมตาข่ายวิญญาณมรณะได้มากเท่าไหร่
ก็ยิ่งสร้างความอัปยศให้กับพวกเราชาวเป่ยหมิงมาก
ขึ้นเท่านั้น ยิ่งถ้าเจ้าติด 10 อันดับแรกพวกเราชาวเป่ย
หมิงคงไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนกันแล้ว เจ้า
บอกว่าไม่มีทางที่เราจะส่งเจ้าไปลงนรกได้ แต่ตอนนี้คง
ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วว่า จะจุดจุดยันต์แสงทำลาย
รัตติกาลได้หรือไม่ ”
ถ้าเขาสามารถจุดประกายยันต์แสงทำลายรัตติกาล
พวกมันก็จะไม่มีโอกาสสังหาร อู่ อวี้
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” สำหรับมุมมองของพวกมันที่มีต่อ อู่
อวี้ ยามนี้ มันรู้สึกว่าเขาไม่รู้สึกรู้สาใด ๆ แม้ความตาย
จะมารออยู่ตรงหน้าแล้วก็ตาม แล้วก็คิดว่าคนอย่าง อู่
อวี้ นั้นเป็นประเภทไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา
“ต้วนอี้ นี่เป็นโอกาสของเจ้าแล้ว ข้ามอบมันให้แก่เจ้า
แล้วกัน”
เห็นได้ชัดว่ามันหยิบยื่นโอกาสนี้ให้กับต้วนอี้
ประการแรก: นั่นเป็นเพราะมันรู้ว่าต้วนอี้ต้องการ
สังหารเขา
ประการที่สอง: ต้วนอี้นั้นถือเป็นผู้มาใหม่ของกลุ่มมัน
ฉะนั้นการสังหารนี้จะถือเป็นการพิสูจน์ความภักดี จึง
จำเป็นอย่างยิ่ง
ประการที่สาม: การสังหารคนที่นี่จะต้องมีปัญหา
ตามมาแน่ องค์ชายโย่วเหยียนติดอยู่ใน 10 อันดับแรก
เป็นไปได้ว่าหากลงมือสังหารมันอาจจะถูกตัดสิทธิ์แล้ว
ก็มีโอกาสจนไม่อาจมีส่วนร่วมการประลองแข่งขันอีก
ต่อไป ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง ฉะนั้น
ต้วนอี้ คือพูดที่เหมาะสมที่สุดเพราะมันมิได้ติดอยู่ใน
10 อันดับแรก หากมีผู้ที่ต้องถูกขับออกจากการ
แข่งขัน ต้วนอี้ ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด หลังจากที่มัน
ออกไปแล้วอย่างน้อย องค์ชายโย่วเหยียน ก็ยัง
สามารถปกป้องมันได้
การที่ต้วนอี้ถูกยอมรับจาก องค์ชายโย่วเหยียน มัน
แทบไม่อยากจะคิดเลยว่าบิดาของมันจะมีความสุข
มากมายเพียงใด
“ขอบพระทัยองค์ชาย!” ต้วนอี้ รู้สึกตื่นเต้นอย่างที่สุด
หลังจากมันขอบพระทัยองค์ชายโย่วเหยียนแล้ว มันก็
รีบมายืนอยู่ตรงด้านหน้าของ อู่ อวี้ ทันที ยามนี้ของ
มันมีหอกสีดำปรากฏขึ้น หอกด้ามนี้คือศาสตราวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณ
” เจ้ากับข้าต่างมีศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ใน
วันนี้ข้าจะใช้ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ของข้า
ส่งเจ้ากลับบ้านเก่าเสีย ซึ่งนับว่าเป็นความตายที่ดีไม่
น้อย ความผิดพลาดยิ่งใหญ่ในชีวิตของเจ้าคือการแย่ง
ชิงองค์หญิงไปจากข้า องค์หญิงเป็นของข้า!! จง
เพลิดเพลินกับช่วงเวลาสุดท้ายที่เหลืออยู่ อู่ อวี้ ไว้เจอ
กันในชาติหน้า ลาก่อน… ”
นี่นับเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ฉะนั้นเขาจะต้อง
ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็
ตัดสินใจว่าเขาไม่อาจให้อภัยคนเหล่านี้ได้อีกต่อไป
” เห็นทีเจ้าตงต้องผิดหวังแล้ว ถึงแม้ว่าค่ายกลนี้จะทรง
พลังยิง แต่การจะใช้มันสังหารข้า ก็ยังนับว่าห่างไกล
นัก ข้าคงต้องขออภัย ที่ทำให้เจ้าต้องสูญเสียสมบัติ
วิเศษเช่นนี้ ” อู่ อวี้ ยังคงถามอีกสองสามคำ มันก็เพื่อ
ยืนยันเรื่องบางอย่างในใจ เมื่อพิจารณาจากเหตุผล
และ แรงจูงใจของพวกมัน ในภายภาคหน้าเขาคงต้อง
ระมัดระวังให้มากกว่านี้
เพื่อจัดการกับตนเอง พวกมันถึงขนาดงัดค่ายกลอันล้ำ
ค่าออกมาใช้ แสดงให้เห็นว่าพวกมันมีความมุ่งมั่น
อย่างแรงกล้า
ในเวลานี้ ต้วนอี้ ไม่ปล่อยให้เรื่องราวยืดเยื้อต่อไป มัน
แทงหอกสีดำเข้าใส่กลางหว่างคิ้วของ อู่ อวี้ ทันที มัน
ช่างเป็นภาพที่โหดเหี้ยมไร้ปราณีอย่างที่สุด
แต่สิ่งที่มันกำลังเผชิญอยู่ก็คือรอยยิ้มของ อู่ อวี้
พริบตานั้นเอง เขาใช้จิตเทวะควบคุมกายเนื้อชั่วในอึด
ใจสุดท้าย เพื่อหลบการโจมตีของ ต้วนอี้ จากนั้นก็ถอย
ออกไปทันที ภาพที่องค์ชายโย่วเหยียนกับพรรคพวก
ของมันเห็น ทำให้โทสะของมันพุ่งพล่านเป็นอย่างยิ่ง
เพราะหอกของต้วนอี้แทงลงไปในอากาศที่ว่างเปล่า!
อู่ อวี้ หลบหนีไปแล้ว
เสมือนเช่นดั่ง อู่ อวี้ กล่าว องค์ชายโย่วเหยียนต้องเสีย
ค่ายกลกระจ่างทุกข์ผนึกวิญญาณทมิฬไปโดยเปล่า
ประโยชน์ ยันต์กระจ่างทุกข์ผนึกวิญญาณเป่ยหมิง
เทียบเท่าได้กับหนึ่งชีวิตของผู้ฝึกตนระดับค้นหาเต๋า
เลยทีเดียว
แผนการครั้งนี้เรียกได้ว่าคว้าน้ำเหลวอย่างแท้จริง
ทั้งแปดต่างมองหน้ากัน
“ องค์ชายโปรดยกโทษให้กระหม่อมด้วย กระหม่อม
ไม่อาจสามารถจัดการมันได้ ” ต้วนอี้รีบขอโทษอย่าง
รวดเร็ว ใบหน้าของมันซีดเผือด ทว่าดวงตากลับเต็มไป
ด้วยเพลิงโทสะ โทสะนี้คงทะยานไปถึงฟากฟ้า มันเสีย
ท่าให้กับ อู่ อวี้ อีกครั้งแล้ว
องค์ชายโย่วเหยียน ล่วงรู้ดีว่าเรื่องนี้หาได้เกี่ยวข้อง
กับต้วนอี้ไม่ แต่เป็นเพราะตัวมันประเมิน อู่ อวี้ ไว้ต่ำ
มากเกินไป
“คราวนี้เป็นความอัปยศของข้าอย่างแท้จริง” ดวงตา
ขององค์ชายโย่วเหยียนจ้องมองไปยังตำแหน่งเดิมที่ อู่
อวี้ เคยอยู่อย่างเยือกเย็น ความต้องการอยากจะฆ่า
ของมันท่วมท้นอย่างบ้าคลั่ง แต่มันจะทำอะไรได้?
ส่วนคนอื่น ๆ ค่อนข้างหดหู่ใจเป็นอย่างมาก
แม้กระทั่งวงเวทค่ายกลอนุภาพสูงล้ำมันก็งัดออกมาใช้
แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถจัดการ อู่ อวี้ ได้อยู่ดี บัดนี้
พวกมันดวงตามืดบอดอับจนไร้ซึ่งหนทางใด
ต้วนอี้คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า ” ข้าคิดว่าคงไม่มีทาง
บีบบังคับให้มันออกจากสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ
ได้ ความสามารถในการหลบหนีของมันร้ายกาจ ทั้งยัง
เจ้าเล่ห์เพทุบายเป็นอย่างยิ่ง แต่ข้ามีวิธีที่จะทำให้มัน
ไม่ได้รับตาข่ายวิญญาณทมิฬได้รวดเร็วเหมือนดั่งเคย”
“ พูดมา ”
“ มันใช้ร่างอวตารล่อลวงปีศาจใช่หรือไม่? เราก็แค่
ปล่อยข่าวให้ปีศาจทุกตนได้ล่วงรู้ว่านี่คือกับดักมัน
เมื่อนั้นก็จะไม่มีปีศาจตนใดติดกับมันอีก ”
สำหรับแผนป่าวประกาศ กล่าวได้ว่าพวกมันสามารถ
จัดการได้ไม่ยากเย็นนัก
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ