กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 766: วิธีค้นหาปีศาจ
อู่ อวี้ ไม่กังขาว่า หนานซาน หวางเยว่ นั้นเป็นตัวตนที่
น่าอัศจรรย์เพียงใด อย่างน้อยมันก็สมควรเป็น
อัจฉริยะที่เก่งกาจที่สุดผู้หนึ่งที่ อู่ อวี้ เคยพานพบ
แถมมันยังคล้ายคลึงกับเขาอย่างยิ่งทีเดียว
หากว่ามันสามารถจากไปได้ด้วยดี บางทีอีกหลายปี
ข้างหน้า มันก็น่ามีโอกาสที่จะสามารถสำเร็จกลายเป็น
เซียนอมตะได้ และมันยังได้สืบทอดมรดกจากแม่ทัพ
เทียนเผิง ซึ่งน่าจะร้ายกาจกว่า ฉีเทียนต้าเซิ่น
เนื่องจากอีกฝ่ายกล่าวออกมาเช่นนี้ ดูเหมือนว่ามันมี
ความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเขาจริงๆ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงหัน
ไปถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จะใช้วิธีอะไร?”
หนานซาน หวางเยว่ ยิ้มเย้ยหยันพร้อมกล่าวว่า “นี่คือ
ความสามารถส่วนตัวของข้า ข้ามีวิธีในการค้นหา
ปีศาจ ข้ารู้ทุกตำแหน่งภายในคุกสมุทรวิญญาณที่ๆ
ปีศาจหลบซ่อนอยู่อย่างชัดเจน แม้ว่าปีศาจตนนั้นจะ
ทำการหลบซ่อนตัวอย่างแนบเนียน แต่กลิ่นอายปีศาจ
ของมันก็ไม่สามารถหลุดรอดพ้นจากจมูกของข้าไปได้”
จมูกของหมูป่าน่าประทับใจถึงเพียงนี้เชียว?
อู่ อวี้ เชื่ออย่างสนิทใจว่า การที่มันได้รับสืบทอดมรดก
จากแม่ทัพเทียนเผิงคงทำให้มันครอบครอง
ความสามารถเช่นนี้
“ฮี่ฮี่ กล่าวตามตรงข้าสามารถนำทางให้เจ้าให้ไปทำ
การนำตาข่ายวิญญาณมรณะจากร่างของเจ้าปีศาจ
แสนโง่เง่าแห่งมหาสมุทรแห่งความตายเหล่านี้ได้”
สำหรับ อู่ อวี้ แล้วนี่เหมือนกับเป็นจุดเปลี่ยนของเขา
เลยก็ว่าได้ หลังจากที่ได้ยินถ้อยคำเช่นนี้ เขาก็รู้สึก
ประทับใจในตัวของ หนานซาน หวางเยว่ มากขึ้น
ทีเดียว อย่างน้อยในตอนนี้อีกฝ่ายก็ได้ให้ความ
ช่วยเหลือเขา สำหรับเรื่องที่ว่าสุดท้ายจะเป็นเรื่องจริง
หรือไม่ ไว้ลองดูเดี๋ยวก็จะรู้เอง หากว่ามันมี
ความสามารถในการค้นหาปีศาจจริงๆ ไม่แน่ว่ามัน
อาจจะเหนือกว่าวิธีการของร่างอวตารของตัวเขาก็
เป็นได้
“เจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการแลกเปลี่ยน?” อู่ อวี้ กล่าว
ออกตรงๆ แน่นอนว่าอีกฝ่ายจะต้องมีจุดประสงค์
บางอย่างแน่นอน
“ก็อย่างที่ข้าได้กล่าวไปในครั้งที่แล้ว เจ้าจะต้องมา
เป็นน้องชายข้า หลังจากนี้ก็คอยเชื่อฟังคำสั่งของข้า
เจ้าตกลงหรือไม่?” หนานซาน หวางเยว่ กล่าวขึ้น
พร้อมกับยิ้มกว้าง
“ไม่มีทาง ข้าสามารถกลายเป็นสหายกับเจ้าได้ แต่ไม่มี
ทางที่ข้าจะเป็นน้องชายของเจ้า จะเอายังไง?” ที่จริง
อู่ อวี้ ก็คิดว่ามันพูดเล่นอยู่แล้ว
ซึ่งก็เป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้
หนานซาน หวางเยว่ ทำท่าทางเคร่งขรึมขึ้นแล้วกล่าว
ว่า “เอาละ ข้าจะไม่ล้อเจ้าเล่นอีกต่อไปแล้ว ข้า
ต้องการให้เจ้าใช้ร่างอวตารล่อลวงผู้ฝึกตนที่เหมาะสม
มาให้ข้า ข้าต้องการยันต์แสงทำลายรัตติกาลของพวก
มันเพื่อให้ครบจำนวน 30 แผ่น ซึ่งตอนนี้ยังขาดอยู่อีก
เล็กน้อย”
จุดประสงค์ของมันก็คือต้องการที่จะออกไปสู่โลก
ภายนอก และผู้ฝึกตนที่เข้ามาก็มีเพียงแค่หนึ่งพันคน
เท่านั้น นอกจากนี้เหล่าผู้ฝึกตนก็กระจัดกระจายไปทั่ว
การจะพบกับผู้ฝึกตนสักคนถือว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็น
แสนเข็น ยิ่งไปกว่านั้นปีศาจก็ไม่สามารถอยู่ในบริเวณ
ใกล้เคียงกันได้ ตราบใดที่เข้ามาในรัศมี ตาข่าย
วิญญาณมรณะก็จะทำการแผลงฤทธิ์เดชของมันทันที
หากมีร่างอวตารของ อู่ อวี้ มาช่วยในการค้นหา มันก็
จะประสบผลสำเร็จได้รวดเร็วกว่าเดิมมาก แน่นอนว่า
ด้วยความสามารถของ หนานซาน หวางเยว่ คาดว่า
หลังจากผ่านไปสองเดือนการจะรวบรวมตาข่าย
วิญญาณมรณะให้ได้ถึง 30 แผ่น ย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่โต
อะไร
คำขอนี้เขาย่อมสามารถสนองให้ได้ แต่ อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึก
ว่า หนานซาน หวางเยว่ น่าจะยังมีจุดประสงค์อื่นอยู่
อีก
จากนั้นอีกฝ่ายก็กล่าวขึ้นทันทีว่า “นี่ก็คือคำขอข้อแรก
ของข้า แน่นอนว่ามันย่อมเป็นเรื่องง่ายสำหรับเจ้า แต่
ว่ายังมีอีกข้อ”
“ลองว่ามา” อีกฝ่ายเสนอตัวช่วยเหลือด้วยตนเอง เขา
จึงย่อมสนองกลับด้วยสิ่งที่เท่าเทียม
หนานซาน หวางเยว่ กล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าคิดที่จะ
ครอบครองอันดับที่ 1 ของรางวัลเป็นเพียงแค่ผล
พลอยได้ แต่จุดประสงค์หลักคือการสร้างชื่อเสียงเพื่อ
ปกป้องตน ข้ากับเจ้าต่างก็ได้รับมรดกที่อยู่ในระดับ
เดียวกัน ดังนั้นจึงรู้ดีว่าเจ้ากำลังกลัดกลุ้มใจในเรื่อง
อะไร หากว่าข้าสามารถช่วยให้เจ้าได้รับอันดับที่ 1 มา
ได้ ข้าก็สามารถออกจากคุกสมุทรวิญญาณแห่งนี้ได้
เช่นกัน แต่ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ใช่ปีศาจแห่งมหาสมุทร
แห่งความตาย การที่ข้าจะมุ่งหน้าไปยังมหาสมุทรแห่ง
ความตายนั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสี่ยง ดังนั้นข้าจึง
ต้องการที่จะอาศัยอยู่ภายในเป่ยหมิง และหากว่าข้า
อาศัยอยู่ในเป่ยหมิง ข้าก็ต้องการร่างกายที่สามารถอยู่
ได้อย่างเชิดหน้าชูตา อย่างน้อยก็สามารถอยู่อย่าง
เปิดเผยได้ ดังนั้นข้าจึงหวังว่าหลังจากที่ออกไปแล้ว
ข้าจะสามารถติดตามอยู่ข้างกายของเจ้า และให้เจ้า
ปกป้องคุ้มครองข้า จริงๆแล้วการมีสหายเป็นปีศาจก็
ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะถึงอย่างไรข้าก็ไม่ใช่ปีศาจ
จากมหาสมุทรแห่งความตาย ซึ่งไม่มีบุญคุญความแค้น
อันใดกับจักรวรรดิเป่ยหมิง”
เมื่อฟังคำกล่าวของมันก็นับว่าสมเหตุสมผล ความจริง
ต่อให้มันไม่ได้กล่าวออกมา อู่ อวี้ ก็เข้าใจเป็นอย่างดี
เนื่องจากว่าพวกเขาทั้งคู่ประสบปัญหาอย่างเดียวกัน
อู่ อวี้ จำเป็นจะต้องมีองค์หญิงโย่วเสี่ยมาคอยปกป้อง
คุ้มครอง ซ้ำร้ายมันเป็นถึงปีศาจ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่
ค่อนข้างต่ำต้อยในดินแดนมนุษย์ มันจึงต้องการให้มี
ใครสักคนปฏิบัติกับมันอย่างเท่าเทียม อย่างน้อยก็
ขอให้ยามที่มันใช้ชีวิตปกติ ไม่ถูกข่มเหงหรือทำร้าย
จากผู้อื่นก็เพียงพอแล้ว ผนวกกับมี อู่ อวี้ เป็นผู้ช่วย
เหลือ หากเขายิ่งมีอำนาจมากเพียงใด อู่ อวี้ ก็จะยิ่ง
คุ้มครองตัวมันได้มากเท่านั้น
สถานการณ์ของมันค่อนข้างคล้ายคลึงกับ อู่ อวี้ ไม่
น้อยทีเดียว
อู่ อวี้ จึงค่อนข้างเข้าใจมันเป็นอย่างดี
ถึงแม้ว่ามันจะมีพรสวรรค์ที่ต่อต้านสวรรค์ แต่มันก็
เป็นปีศาจ การจะอยู่ในจักรวรรดิเป่ยหมิงถือเป็นสิ่งที่
ทำได้ยากยิ่ง ซ้ำมันต้องการอยู่อย่างอิสระเสรี ไม่
ต้องการที่จะต้องคอยหลบๆซ่อนๆ มันอยากจะมีหน้า
มีตาในสังคม ให้ผู้อื่นยอมรับบ้าง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ก็เกิดเป็นความรู้สึกราวกับได้เจอเพื่อน
คู่ทุกข์คู่ยากก็มิปาน ในสายตาของ อู่ อวี้ อีกฝ่ายนั้น
เต็มไปด้วยความจริงใจที่สัมผัสได้อย่างแท้จริง
“สำหรับคำขอข้อที่ 2 เจ้าจะประกาศออกไปว่าข้าเป็น
สหายหรือว่าเป็นทาสก็แล้วแต่เจ้าเลย อย่างไรก็ตาม
เจ้าไม่อาจจะสั่งการข้าได้ เจ้าจะต้องสัญญาว่าจะคอย
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากว่าเจ้าไม่รักษาสัญญาก็จบ
กัน แต่อย่างน้อยข้ารู้สึกว่าพวกเราต่างเป็นคนหัวอก
เดียวกัน เพียงแค่ข้านั้นเลวร้ายกว่าเจ้าก็เท่านั้น ข้า
แทบจะไม่สามารถเติบใหญ่ภายในคุกสมุทรวิญญาณ
แห่งนี้ได้เลยด้วยซ้ำ ”
อีกฝ่ายกล่าวออกมากมายเช่นนี้ก็เพื่อให้ อู่ อวี้ ได้ทำ
การพิจารณา แต่ อู่ อวี้ ก็ตรองไว้ก่อนแล้ว จึงตอบ
กลับไปอย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก “ไม่มีปัญหา ข้าตก
ลง”
“ไวไปแล้ว!! เจ้านี่มันเป็นคนยิงเข้าประเด็นจริงๆ ข้า
คิดว่าจะต้องคุยกับเจ้าเฒ่าไปจนตายเสียแล้ว ในที่สุด
ข้าก็ได้พบกับคนที่คุยกันถูกคอเสียดี เอาล่ะ….ถึงแม้ข้า
อาจจะทำตัวเอะอะโวยวายไปหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม
ด้วยความหล่อเหลาของข้า ทุกสิ่งล้วนไม่สำคัญ”
หนานซาน หวางเยว่ กล่าวพลางส่องกระจกพร้อมกับ
ลูบหน้าของตัวเองไปพลาง
“เฮ้อ..ช่างหล่อเหลาอะไรปานนี้!” มันถอดถอนใจ
ออกมาอย่างปลงอนิจจัง
“ใช่แล้ว พลองทองสมปรารถนานั้นซ่อนอยู่ในตัวของ
เจ้าใช่หรือไม่? มันมีเจ้านายคนก่อนด้วยใช่มั้ย?”
หนานซาน หวางเยว่ นึกบางอย่างออก
“มี” อู่ อวี้ พยักหน้าตอบรับ
“เป็นคนแก่ตัวเหม็นใช่หรือไม่? และมันมักจะกล่าวสิ่ง
ไร้สาระออกมาตลอดทั้งวันทั้งคืนใช่หรือไม่? หรือเป็น
เหมือนกับสุกรโง่เง่าตัวหนึ่งหรือเปล่า?” หนานซาน
หวางเยว่ เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“ไม่ใช่ เป็นเด็กสาวผู้งดงามน่ะ” ประโยคนี้ของ อู่ อวี้
แท้จริงแล้วเป็น หมิงซวง ที่บีบบังคับให้เขาเอ่ยออกมา
ความจริงเขารู้สึกว่า หมิงซวง นั้นก็เป็นยายแก่ๆคน
หนึ่งที่มันกล่าวมาจริงๆ
“พับผ่าสิ! ทำไมมันดีกว่าข้าถึงเพียงนี้! สวรรค์ช่างไม่
ยุติธรรมจริงๆ ข้ามีหน้าตาหล่อเหล่าเช่นนี้ แต่กลับ
มอบชายแก่สกปรกๆมาให้ข้า มันหน้าตาน่าเกลียด
เช่นนี้ ใยจึงได้อยู่กับดรุณีน้อย ไร้เหตุผลสิ้นดี ไม่ได้
แล้ว ข้าจะต้องทำการแลกเปลี่ยนกับเขา!”
หนานซาน หวางเยว่ รู้สึกโมโหจนน้ำตาหลั่งรินออกมา
“อย่ามัวแต่ไร้สาระอยู่เลย หากเราตกลงกันได้แล้ว
เช่นนั้นก็อย่าได้เสียเวลาอีก ให้ข้าได้เห็นถึง
ความสามารถในการค้นหาปีศาจของเจ้าซะ หวังว่าเจ้า
จะไม่ได้มีแค่ราคาคุยหรอกนะ” อีกฝ่ายมี
ความสามารถเพียงใด ยังไม่ได้รับการพิสูจน์แม้แต่น้อย
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่เชื่อในความสามารถของข้า
เช่นนั้นจงคอยดูเอาไว้ให้ดี แต่เพื่อป้องกันไม่ให้คน
ภายนอกให้ความสนใจมากเกินไป หลังจากผ่านไปอีก
3 วันข้าจะมาหาเจ้าอีกที เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะคอย
หลบซ่อนตัว และคอยชี้นำเส้นทางให้กับเจ้า”
ในขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน ผู้คนที่อยู่ด้านนอกไม่ค่อย
ได้ให้ความสนใจมากนัก เนื่องจากตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ใน
สภาวะที่ค่อนข้างตกต่ำ แต่หากหลังจากนี้ คนอื่น
อาจจะรู้ถึงความร่วมมือระหว่างพวกเขาทั้งคู่ได้ การ
ร่วมมือกันระหว่าง ผู้ฝึกตนและปีศาจ อย่างน้อย
ภายในสงครามชิงอำนาจแดนเหนือก็ยังไม่เคยปรากฏ
ขึ้นมาก่อน
ในช่วงเวลา 3 วัน อู่ อวี้ ไม่ได้รีบร้อน
เป้าหมายของทั้งคู่อยู่อีกไม่ไกลแล้ว คนหนึ่งต้องการ
จะจากไป อีกคนหนึ่งต้องการที่จะได้ที่ 1 มา
ครอบครอง
อู่ อวี้ ทำการค้นหาปีศาจอย่างต่อเนื่อง หลังจากผ่าน
ไป 3 วัน หนานซาน หวางเยว่ ก็ปรากฏตัว แน่นอนว่า
มันยังคงหลบซ่อนตัวเองอยู่ แต่ก็สามารถลอบพูดคุย
กับ อู่ อวี้ ได้ พร้อมกับกำหนดเส้นทางให้เขาเดินหน้า
ไป
มันช่างน่าทึ่งอย่างจริง ความจริงได้รับการพิสูจน์แล้ว
จมูกของหมูป่านั้นค่อนข้างไวจนน่าตกใจ บางทีมัน
อาจจะเกี่ยวข้องกับมรดกของแม่ทัพเทียนเผิงก็เป็นได้
ไม่ว่าจะเดินทางไปทางไหน ภายใต้การชี้นำของ หนาน
ซาน หวางเย่ว ก็สามารถค้นหาปีศาจได้ทุกครั้ง มัน
รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายปีศาจ กระทั่งยังสามารถตรวจสอบ
ถึงระดับความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้อีกด้วย
ในไม่ช้า อู่ อวี้ ที่อยู่ภายใต้การนำทางของมัน ก็
สามารถค้นหาปีศาจได้อีก ผ่านไปยังไม่ถึงครึ่งชั่วยาม
ทว่ากลับเจอปีศาจได้ตลอดทาง
ยิ่งไปกว่านี่ปีศาจที่พบเจอก็อยู่เพียงแค่อาณาจักรจิต
เทวะระดับที่ 6 เท่านั้น อู่ อวี้ จึงสามารถจัดการกับอีก
ฝ่ายและได้รับตาข่ายวิญญาณมรณะมาได้อย่าง
ง่ายดาย
“ไป เดินทางต่อ” ครั้งนี้ใช้เวลาไปอีกครึ่งชั่วยามกว่าๆ
พร้อมกับพบกลิ่นอายปีศาจของปีศาจตัวหนึ่ง
ภายใต้การช่วยเหลือของมัน เขาได้รับตาข่ายวิญญาณ
มรณะมาอย่างรวดเร็ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ การ
ที่ อู่ อวี้ จะไต่เต้าไปถึงอันดับที่ 1 ได้ ก็ย่อมไม่มี
ปัญหา แม้ว่าเขาจะตามหลังอยู่ไกลมากก็ตาม
หนานซาน หวางเยว่ เจ้าหนุ่มหน้ามนผู้นี้เก่งกาจเกิน
คาด
“ไม่ๆๆๆ ไม่ต้องศรัทธาข้ามากนัก ตั้งแต่เล็กจนโตข้า
มักจะได้รับแววตาที่เลื่อมใสศรัทธาเช่นนี้มาโดยตลอด
ข้าคุ้นชินกับมันแล้ว ข้าจะไม่รู้สึกหลงระเริงอีกต่อไป
แล้ว” หนานซาน หวางเยว่ หัวเราะออกมาอย่าง
ภาคภูมิใจ
วันนี้ อู่ อวี้ ยังคงอดกลั้นได้อยู่ อย่างไรก็ตามเขาได้รับ
ตาข่ายวิญญาณมรณะมาแล้ว 10 ชิ้น ด้วยความเร็ว
เช่นนี้หากใช้เวลาเดือนหนึ่งก็จะทำให้ได้รับมาถึง 300
ชิ้น 2 เดือนก็ได้รับ 600 ชิ้น รวมกับก่อนหน้านี้อีก
300 ชิ้น เกรงว่าการจะได้ 800 ชิ้นคงไม่เกินความ
คาดหมาย คาดว่าอันดับที่ 1 คงจะได้ไม่เกินราวๆ
600-700 ชิ้นเท่านั้น
1 วันผ่านไป อู่ อวี้ ยิ่งตระหนักมั่นว่าหากไม่ได้เกิด
อุบัติเหตุใดๆ เขาก็น่าจะคว้าอันดับที่ 1 ของสงคราม
ชิงอำนาจแดนเหนือมาได้อย่างง่ายดาย
เขารู้สึกซาบซึ้งในตัวของ หนานซาน หวางเยว่ จริงๆ
“แค่เล็กๆน้อยๆ ไม่ต้องมารู้สึกติดหนี้บุญคุณข้าหรอก
นะ” ทุกครั้งที่พบเจอกับปีศาจ มันก็จะรู้สึกภาคภูมิใจ
เป็นพิเศษ
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ