กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 767: สามองค์ชายสององค์หญิง
สามารถพูดได้ว่า ภายในคุกสมุทรวิญญาไม่มีปีศาจตน
ใดสามารถหนีพ้นจมูกของ หนานซาน หวางเยว่ ไปได้
การได้พบมันที่นี่ถือเป็นความโชคดีของ อู่ อวี้ อย่าง
แท้จริง
ด้วยความช่วยเหลือของมัน ระหว่าง อู่ อวี้ ออกไปหา
ปีศาจมันก็ช่วยระบุตำแหน่งของผู้ฝึกตนที่เหมาะสมให้
ความเร็วของทั้งสองเพิ่มขึ้นในเวลาเดียวกัน
โดยเฉพาะ อู่ อวี้ ความคืบหน้าในการเก็บรวบรวมตา
ข่ายวิญญาณมรณะของเขารวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ
ในหนึ่งวันเขาสามารถเก็บรวบรวมได้อย่างน้อยที่สุดก็
มากกว่า 10 ชิ้นแล้ว
แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเขาจะสามารถเก็บได้มากกว่า 20
ชิ้น แต่ก็ยังนับว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้น้อยสุดในเดือนนี้
เป็นการเปลี่ยนแปลงนี้ เรียกได้ว่าสั่นสะท้านไปทั้ง
โลกา ซึ่งผู้เข้าร่วมการแข่งขันภายในคุกสมุทรวิญญาณ
ยังไม่ได้ตระหนักถึง
เนื่องจากวิธีนี้ ไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างโจ่งแจ้ง ฉะนั้น
ถึงแม้เวลาผ่านไปกว่า 1 เดือนแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่ายัง
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
แต่คนภายนอกกว่า 800,000 คน สามารถมองเห็น
การเปลี่ยนแปลงสั่นสะท้านโลกาของ อู่ อวี้ ได้ชัดเจน
เขาเกือบจะต่อสู้กับปีศาจตลอดเวลา
ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้รับการสนับสนุนจาก หนานซาน หวาง
เยว่ เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว
เวลาเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ผู้คนด้านนอกต่าง
รู้สึกประหลาดใจอย่างที่สุด
แน่นอนว่าอารมณ์ของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่น
ตระหนก
สำหรับยามนี้ สิ่งที่ทำให้พวกเขาทนไม่ได้ก็คือ
หลังจากคำนวณจำนวนตาข่ายวิญญาณมรณะของ อู่
อวี้ ปัจจุบันอันดับของเขาทะยานขึ้นสู่อันดับ 3 แล้ว
ซึ่งห่างจาก 2 ลำดับผู้ที่นำหน้าอยู่เพียงเล็กน้อย
เท่านั้น
ด้วยระดับความเร็วในปัจจุบันของเขา กับเวลาที่ยัง
เหลืออยู่อีกไม่กี่เดือน การที่เขาจะขึ้นสู่อันดับแรกดู
เหมือนจะไม่ไกลเกินเอื้อม
เวลานี้หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้กันแล้ว
แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ชวีอิ๋น อยู่ที่นี่ด้วย
มันมาเพื่อรับประกันประกันความยุติธรรมใน สงคราม
แย่งชิงอำนาจแดนเหนือ เพียงเท่านั้น นอกเหนือจากนี้
พวกมันยังไม่สามารถเข้าไปแทรกแซง
ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้พวกมันจะไม่
สามารถนั่งติดเก้าอี้ได้ แต่ยามนี้พวกมันก็ไม่สามารถ
ช่วยอันใดได้เช่นกัน
ตอนนี้ทุกคนกำลังหารือกัน โดยทั่วไปหัวข้อสนทนาก็
จะมุ่งเน้นไปที่ อู่ อวี้
อู่ อวี้ พอจะเดาได้ว่า ด้านนอกจะเดือดระอุปั่นป่วน
มากเพียงใด!
ทุกคนในเป่ยหมิง กำลังโต้เถียงกันหน้าแดงเคร่งเครียด
ด้วยโทสะอันเดือดดาล สถานการณ์ปั่นป่วนโกลาหล
ตอนนี้รู้สึกใบหน้าของพวกมันปวดแสบปวดร้อน ราว
กับโดนตบหน้าก็ไม่ไปปาน
” ปัญหาก็คือ ช่วง 3 เดือนสุดท้ายในสงครามชิงอำนาจ
ด้านเหนือ เหตุใดเขาถึงผงาดขึ้นในช่วง 2 เดือน
สุดท้าย แล้วหลังจากนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาจะแสดง
ความสามารถอันใดออกมาอีก ? พลังอิทธิฤทธิ์ที่น่า
สะพรึงกลัวกว่านี้งั้นหรือ? ”
” บางทีมันอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น มันอาจมีวิธีค้นหา
ปีศาจอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงได้พยายามกระเสือก
กระสนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในสงครามชิงอำนาจ
แดนเหนือ นับว่าเขาฉลาดมากทีเดียว ที่เก็บงำไม้ตาย
เอาออกมาใช้ตอนจบ! ”
” ทั้งหมดเป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ความจริงได้ ปัญหาคือเมื่อใดที่การแข่งขันสิ้นสุดลง
แล้วเขาคว้าอันดับแรกไป หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
จักรวรรดิเป่ยหมิงของเราคงกลายเป็นตัวตลก ช่างน่า
อัปยศยิ่งนัก!”
“ ถูกต้องแล้ว ในภายภาคหน้าคนหนุ่มสาวของ
จักรวรรดิเป่ยหมิงคงได้อับอายกันถ้วนหน้า การ
แข่งขันสงครามชิงอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุด กลับถูกคนต่าง
ถิ่นกลับมาคว้าอันดับแรกไปครอง ท่ามกลางสายตา
จากผู้คนทั้งโลกหล้า ”
” จะให้ทำอย่างไรเล่า? ตามกฎของสงครามชิงอำนาจ
แดนเหนือ เมื่อเริ่มการแข่งขันแล้วผู้อื่นไม่สามารถ
แทรกแซงได้อย่างเด็ดขาด แม้แต่เหล่าเชื้อพระวงศ์ของ
เป่ยหมิงก็ยังไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ พวกเราก็
อย่าได้คิดมากไปเลยน่า ”
” ตอนนี้ไม่มีผู้ใดสามารถหยุด อู่ อวี้ ได้ ยกเว้น
ผู้เข้าร่วมสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ ตอนนี้น่าถึง
เวลาแล้วที่คนอื่นๆจะได้รู้ว่า อู่ อวี้ เกือบจะเก็บ
รวบรวมตาข่ายวิญญาณมรณะได้มากกว่าอันดับแรก
แล้ว ”
” สถานการณ์เป็นเช่นนี้ ข้าก็หวังว่าองค์ชายองค์หญิง
แห่งจักรวรรดิเป่ยหมิง จะช่วยต่อสู้ทำให้เราหายใจได้
ทั่วท้องเสียที ”
” ก่อนหน้านี้ข้าไม่เห็นคนจากเหยียนหวง กับ ตระกูล
ต่าง ๆ แสดงท่าทีอันใดเลย อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ หาใช่
คนของเหยียนหวง แต่เมื่อพวกมันเห็น อู่ อวี้ แสดง
ความสามารถเช่นนี้ออกมา พวกมันก็เริ่มทึกทักเอา
หน้าว่า อู่ อวี้ เป็นคนของตนเอง ”
” ใช่! อู่ อวี้ แข็งแกร่งจนน่าทึ่งจะต้องมีบางอย่าง
เกี่ยวข้องกับอาณาจักรโบราณเหยียนหวงอย่าง
แน่นอน! ”
ทุกวันนี้ ยิ่งกลุ่มคนของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
หน้าชื่นตาบานก็ยิ่งทำให้คนของเป่ยหมิงไม่พอใจเป็น
อย่างมาก
หากไม่ใช่เพราะชาวเหยียนหวงยากจะจัดการ คาดว่า
คนเป่ยหมิงคงได้ขับไล่พวกมันออกต้องไปแน่
นอกเหนือจากชาวเหยียนหวง ที่มารับชมการแข่งขัน
ในสงครามชิงอำนาจแดนเหนือแล้ว ยังมีเหล่ายอด
ฝีมือจากดินแดนโบราณเหยียนหวง ก็ได้รับเชิญชมการ
แข่งขันสงครามชิงอำนาจแดนเหนือด้วย
ดังนั้นผู้คนด้านนอกจึงไม่สามารถควบคุม อู่ อวี้ ได้ ทำ
ได้แค่ปล่อยให้สิ่งต่าง ๆ ดำเนินต่อไป
แม้ อู่ อวี้ จะคว้าอันดับ 1 มาครอบครอง แต่พวกมันก็
ไม่อาจทำสิ่งใดได้
หากผู้รับชมมีแต่คนของเป่ยหมิง พวกมันจะทำทุก
วิถีทางเพื่อกำจัด อู่ อวี้ ออกไป
ด้วยเพราะว่า นับตั้งแต่มีการจัดสงครามชิงอำนาจ
แดนเหนือ อันเลื่องชื่อขึ้น ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีคน
ต่างถิ่นสามารถคว้าอันดับ 1 ไปครอบครองได้เลยสัก
รั้ง
ตอนนี้โย่วชางจึงรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างยิ่ง โดย
เพราะเขาไม่เคยคิดว่า อู่ อวี้ จะมาถึงระดับนี้ได้
ตอนนี้สิ่งที่มันรู้สึกกดดันมากที่สุดก็คือ หลังจาก อู่ อวี้
เข้าสู่เดือนที่สี่ ราวกับว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอีก
ครั้งล่าสุดมิได้มีผลอะไรเลย เสมือนว่าอยู่ดี ๆ เขาก็มี
ความสามารถเช่นนี้ขึ้นมา ไม่ว่าปีศาจตนใดก็ไม่อาจ
หลบหนีลี้รอดสายตาของเขาไปได้
สิ่งเดียวที่สามารถอธิบายได้ก็คือ เขาอาจเรียนรู้ฝึกฝน
เคล็ดวิชาเต๋าหรือพลังอิทธิฤทธิ์ที่น่าสะพรึงกลัวก็
เป็นได้
ความโกลาหลที่เกิดขึ้นจาก อู่ อวี้ อยู่เหนือเกินกว่า
การควบคุมไปแล้ว
ในทุก ๆ ครั้งที่เขาสังหาร แล้วได้รับตาข่ายวิญญาณ
มรณะ ทุกคนจะเริ่มอกสั่นขวัญแขวนอีกครั้งและอีก
ครั้ง หวาดวิตกกังวล สีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทา
ความโกรธเกรี้ยวร้อนรนจนแทบคลั่ง แพร่กระจายไป
ทั่วทั้งจิตใจของทุกผู้คน
อู่ อวี้ สามารถคาดเดาการเปลี่ยนแปลงภายนอกได้
แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดฝีเท้าของเขาได้
ตอนนี้องค์หญิงโย่วเสี่ยทราบดีว่า เหล่าอัจฉริยะผู้ติด
อยู่ใน 10 อันดับแรกล้วนเก็บรวบรวมตาข่ายวิญญาณ
มรณะได้มากมาย
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็ประเมินว่าตนเองน่าจะอยู่ใน 5 อันดับแรก
หรืออาจไต่ขึ้นไปถึง 3 อันดับแรก ซึ่งเขาก็มั่นใจว่า
หลังจากนี้อีก 10 วัน เขาจะขึ้นกลายเป็นอันดับ 1
อย่างแน่นอนแล้ว
หลังจากนั้นก็ใช้เวลาอีก 20 วัน เพื่อคงสถานะอันดับ
แรกเอาไว้
เพราะยังไงแล้วทุกคนก็ยังคงไม่หยุดมือจนกว่าเวลาจะ
สิ้นสุด…
ซึ่งเวลานั้นเหล่าปีศาจจะบ้าคลั่งพุ่งเข้าโจมตีเหล่าผู้ฝึก
ตนอย่างไม่หยุดพัก
ก่อนจะถึงเวลานั้น อู่ อวี้ จะต้องรวบรวมตาข่าย
วิญญาณมรณะให้อยู่เหนือเกินกว่าคนอื่น ๆ เพื่อไม่ให้
มีความเสี่ยงจะถูกตามทันเสียก่อน เนื่องจากปีศาจที่
ปรากฏขึ้นในเวลานั้นอาจมีจำนวนมากเป็นอย่างยิ่ง
ตลอดช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ อู่ อวี้ ได้พบเจอกับผู้
ฝึกตนในอาณาจักรจิตเทวะขั้นที่ 10 หลายคน ซึ่งพวก
มันก็หาได้แยแสเขาไม่
อู่ อวี้ รู้ดีว่า พวกมันคงยังไม่ทราบว่าตลอดช่วงเวลา
ไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาเก็บรวบรวมตาข่ายวิญญาณ
มรณะได้มากมายเท่าใดแล้ว
แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องดี หากเป็นแบบนี้ไปอีกสักพักก็
คงจะดีมาก
เช่นเหล่าองค์ชายองค์หญิงทั้งหลาย หากพวกมันรู้ว่า
บัดนี้เขาไต่ขึ้นไปถึง 3 อันดับแรก คาดว่าคงสติแตกกัน
เป็นแน่แท้
” ที่แห่งนี้คืออาณาเขตของคนตระกูลเป่ยหมิง คิดว่าใช้
เวลาอีกเพียงไม่กี่วัน พวกมันคงจะรู้ว่าเจ้าไล่หลังตาม
ทันมาแล้ว เมื่อถึงเวลานั้น เหล่าองค์หญิงองค์ชายจะ
เริ่มสร้างปัญหาให้กับเจ้า ” หนานซานหวางเยว่กล่าว
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ในใจ
ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่อาจหยุดได้ ดังนั้นเขาต้อง
ระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น ครั้งล่าสุดที่พวกมันใช้ยันต์
กระจ่างทุกข์ผนึกวิญญาณเป่ยหมิง ยังทำให้เขาตรา
ตรึงไม่หาย
หากพวกมันยังมีสิ่งนี้อยู่และใช้จำกัดการโจมตีของเขา
มันย่อมทรงพลังกว่าครั้งที่แล้วอย่างแน่นอน
และตอนนั้นผู้ที่คิดจะจัดการเขาย่อมมีมากขึ้น
ตราบใดที่ชาวเป่ยหมิงรู้ว่า อู่ อวี้ ขึ้นเป็นอันดับ 1 เมื่อ
นั้นจะถือเป็นหายนะต่อศักดิ์ศรีและเกียรติของพวกมัน
ซึ่งการคาดเดาของ อู่ อวี้ ก็นับว่าตรงเผงเลยทีเดียว
อันที่จริงแล้วหลังจากนั้นอีก 5 วัน จำนวนตาข่าย
วิญญาณมรณะของเขาจะพุ่งทะยานเกิน 700 ในเวลา
นี้ถือว่าเขาขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแล้ว คาดว่าคนทั้งหมดใน
ภายนอกก็คงจะเดือดพล่านกันไปหมด
เขารู้สึกว่าตนเองควรระวังให้มากกว่านี้ เนื่องจากว่า
บรรยากาศทั้งหมดดูจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ทุก
ผู้คนต่างจับจ้องมายังเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด
เขาประเมินว่าข่าวเรื่องการเก็บรวบรวมตาข่าย
วิญญาณมรณะได้จำนวนมากมายอย่างน่าเหลือเชื่อ
ของเขา คงจะแพร่กระจายออกไปแล้ว
ผู้เข้าร่วมสงครามที่เหลือน่าจะทราบหมดแล้ว….
บางคนไม่มั่นใจว่าจะจัดการกับ อู่ อวี้ ดังนั้นในขณะนี้
พวกมันจึงยังไม่ได้ลงมือ
ส่วนที่เหลือ น่าจะเป็นกลุ่มผู้แข็งแกร่งที่เข้าร่วมการ
ต่อสู้ในครั้งนี้
อู่ อวี้ คาดการณ์ได้ถูกต้องอีกครั้ง
เนื่องจากยามนี้ภายในมุมหนึ่งของคุกสมุทรวิญญาณ มี
ผู้คนกว่า 20 คนมารวมตัวกัน ซึ่งพวกมันเหล่านี้ล้วนมี
พื้นฐานฝึกตนอยู่ในอาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
ขึ้นที่ 10
จำนวนของตาข่ายวิญญาณมรณะที่พวกมันได้รับ จัด
อยู่ใน 30 อันดับแรก อาจกล่าวได้ว่าพวกมันคือกลุ่ม
คนผู้แข็งแกร่งที่สุดซึ่งมีอายุต่ำกว่า 100 ปีภายใน
จักรวรรดิเป่ยหมิงทั้งหมด
ทุกคนต่างอยู่ห่างกับอาณาจักร 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋า
เพียงแค่คืบเท่านั้น
อาณาจักร 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋าถือเป็นขอบเขตสำคัญ
มากที่สุดสำหรับการบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ ผู้คน
มากมายพยายามต่อสู้กระเสือกกระสน ถึงแม้ว่าจะมี
จำนวนผู้ตกตายไปมากมายในอาณาจักรนี้ แต่ความ
ใฝ่ฝันอยากจะกลายเป็นเซียนอมตะ ยังคงเป็น
แรงผลักดันกระตุ้นให้เหล่าผู้ฝึกตนพยายามต่อไป
แน่นอนว่าสำหรับพวกมันแล้ว หลังจากผ่านไปอีก
100 ปี จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งทรงพลังมากที่สุดใน
จักรวรรดิเป่ยหมิง
พวกมันแต่ละคนล้วนหล่อเหลางดงาม เหล่าชายหนุ่ม
และหญิงสาวต่างยืนรายล้อมกันเป็นวงกลม ทุกคน
ต่างแสดงสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
เป้าหมายของมันคือ อู่ อวี้
จากใบหน้าของพวกมันส่วนใหญ่ สามารถบอกได้ว่า
สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้พวกมันไม่พอใจอย่างยิ่ง
องค์ชายโย่วเหยียน ก็อยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย
สีหน้าของมันมืดทะมึนถึงขีดสุด เนื่องจากว่ามันเป็น
คนกดดันโจมตี อู่ อวี้ ในระหว่างที่สงครามชิงอำนาจ
แดนเหนือดำเนินมาได้ถึงกลางทาง แต่มันก็ไม่เข้าใจ
เลยว่า เหตุใด อู่ อวี้ ถึงผงาดขึ้นมาได้เช่นนี้?
ข่าวที่มันได้รับเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้มันนิ่งอึ้งไป
เลยทีเดียว เนื่องจากช่วงเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมาทำ
ให้มันหลงลืมเรื่องของ อู่ อวี้ ไปสิ้น
ทว่าตอนนี้ความจริงก็อยู่ต่อหน้าของมันแล้ว มันรู้สึก
มันกำลังโดนตบหน้าฉาดใหญ่
ยามนี้เมื่อต้องมายืนต่อหน้าของทุกคน มันก็รู้สึก
ละอายใจยิ่งนัก
สำหรับต้วนอี้ มันยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้า
ร่วมกลุ่มนี้ได้
ตัวแทนเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่นี่มีอยู่ 3 คน อันที่จริงมี
องค์หญิงอีกสองคน ทว่าองค์หญิงโย่วเสี่ยไม่ได้อยู่ที่นี่
ด้วย
นอกจากพวกเชื้อพระวงศ์แล้ว ก็ยังมีอัจฉริยะชั้นเลิศ
มากพรสวรรค์อีกหลายคน
ความแข็งแกร่งพื้นฐานฝึกตนของพวกมัน พอ ๆ กับ
องค์หญิงองค์ชาย แค่ศักดิ์ฐานะของพวกมันต่ำต้อย
กว่าก็เท่านั้น
ส่วนเชื้อพระวงศ์ทั้งสามคือ องค์ชายโย่วหยาง องค์
ชายโย่วเหยียน องค์ชายโย่วอิง
องค์หญิงทั้งสองคือ องค์หญิงโย่วอวี้ กับ องค์หญิงโย่ว
เซวียน
ทั้งหมดล้วนเป็นพี่น้องขององค์หญิงโย่วเสี่ย โดยองค์
หญิงโย่วเสี่ยมีอายุน้อยสุด ซึ่งด้วยวัยเพียงแค่ยี่สิบพวก
มันล้วนมีสหายเต๋าเคียงคู่
บรรดาพวกเขาองค์ชายโย่วหยางยิ่งใหญ่สุด ไม่ว่าใน
แง่มุมใดองค์ชายโย่วหยางเป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดใน
กลุ่ม
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ