กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 768: เยี่ยน ฉินฉง , เจียง ซ่างเยว่
ยามนี้องค์ชายโย่วหยางยืนอยู่ตรงกลาง โดยมีทุกคน
ห้อมล้อม
หลังจากทุกคนรู้ข่าว สีหน้าของทุกคนไม่ค่อยดีนัก
รวมถึงองค์ชายโย่วหยางด้วย
องค์ชายโย่วหยางมีรูปร่างสง่างามเป็นอย่างยิ่ง ราศี
ของจักรพรรดิเปล่งประกายโดดเด่นที่สุด ทุกกิริยาการ
เคลื่อนไหวเปี่ยมล้นไปด้วยความสง่างาม แม้ยามจะมีสี
หน้าไม่สู้ดี ทว่าก็ยังดูอ่อนโยนกว่าผู้อื่น ยังคงสุขุมเก็บ
อาการได้ดี ซึ่งต่างจากคนอื่น ๆ ที่ตอนนี้เต็มไปด้วย
ความซับซ้อนหมองคล้ำ
องค์ชายโย่วอิงที่อยู่ถัดออกไปมีรูปร่างค่อนข้างบอบ
บาง ดวงตาของเขาคมกริบเยือกเย็น ทุกอิริยาบทการ
เคลื่อนไหวรวดเร็วเสมือนดั่งมือสังหารที่เอื้อนเอ่ยเพียง
ไม่กี่คำ
สำหรับองค์หญิงโย่วเซวียน กับ องค์หญิงอวี้ ทั้งสอง
นางเป็นพี่สาวขององค์หญิงโย่วเสี่ย นอกจากนางทั้งคู่
จะเป็นสตรีเช่นเดียวกัน ทั้งสองยังมีรูปโฉมคล้ายคลึง
กับองค์หญิงโย่วเสี่ยเป็นอย่างยิ่ง ทว่าพวกนางกลับจะ
ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า รอยยิ้มของนางแสนยั่วยวนใจ หนึ่ง
เย็นหนึ่งร้อนนิสัยของทั้งสองแตกต่างกันมากนัก
“ ข้าคิดว่าทุกคนคงคิดไม่ถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้วยเวลา
แค่เพียงไม่กี่เดือน อู่ อวี้ ก็เปลี่ยนไปมาก ตอนนี้
จำนวนตาข่ายวิญญาณมรณะที่มันเก็บรวบรวมอาจจะ
ขึ้นเป็นอันดับแรกแล้วก็ได้ ผู้อาวุโสก็กล่าวว่าตอนนี้คง
มีเพียงเราเท่านั้นถึงที่จะสามารถหยุดเขาได้ ภารกิจ
ของเราคือการทำให้ อู่ อวี้ ออกจากคุกสมุทรวิญญาณ
โดยไม่ละเมิดกฎร้ายแรง ” องค์ชายโย่วหยางกล่าว
สิ่งที่เขากล่าวคือการไม่ละเมิดกฎร้ายแรง แต่ไม่ใช่แค่
การละเมิดกฎทั่ว ๆ ไป
” หลังจากการแข่งขันจบลงแล้วผลออกมาว่า อู่ อวี้ คือ
ผู้คว้าอันดับ 1 ไปครอง พวกเจ้าย่อมรู้ว่าจะเกิดอะไร
ขึ้น พวกเรามีกันอยู่นับพัน แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าคน
จักรวรรดิเป่ยหมิงที่อยู่ด้านนอกตอนนี้จะวิตกกังวล
มากเพียงใด ต่อให้พวกเราละเมิดกฎร้ายแรงมากที่สุด
ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ อู่ อวี้ คว้าอันดับหนึ่งไป
ครอบครอง ” องค์ชายโย่วเหยียนกล่าว
” ประเด็นสำคัญคือ เจ้าได้ใช้ค่ายกลกระจ่างทุกข์ผนึก
วิญญาณทมิฬไปแล้ว ถึงแม้ว่ายามนี้พวกเราจะมีกันอยู่
หลายคนก็ตาม แต่ความสามารถในการหลบหนีของ อู่
อวี้ ทุกคนก็ประจักษ์ดีว่ามากมายเพียงใด ฉะนั้นทุก
คนควรตัดสินใจว่าจะให้มันออกไป หรือ สังหารมัน
เพื่อตัดปัญหา แต่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือพวกเรา
จะทำมันได้หรือไม่เท่านั้น! “องค์หญิงโยว่อวี้กอดอก
ของตน พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยท่าทางรังเกียจ
ทุกคนเงียบลงเมื่อได้ยินสิ่งที่นางกล่าว
องค์ชายโย่วหยางกล่าวว่า ” ไม่ว่าเจ้าจะมีความคิด
อย่างไรก็ตาม แต่ข้าก็ขอพูดเลยว่าสิ่งนี้ถือเป็นปัญหา
ใหญ่สุดที่สมควรได้รับการแก้ไข เป็นสิ่งที่พวกเราต้อง
ร่วมมือกัน ทุกคนล้วนเป็นคนของเป่ยหมิง ตอนนี้สิ่งที่
เราต้องทำก็คือทำเป้าหมายให้สำเร็จ ไม่ว่าวิธีการของ
ทุกคนจะจะรุนแรงละเมิดกฎมากเพียงใด ก็ขอให้กล้า
เสนอออกมา แล้วพวกเราจะปรึกษาหารือกันว่าควรจะ
ทดลองทำดีหรือไม่ ”
ความหมายของเขาคือ ความต้องการของคนภายนอก
กว่า 800,000 คน
เมื่อเปิดไฟเขียวเช่นนี้ ทุกคนก็สามารถคิดได้หลายวิธี
อย่างไรก็ตามอาจมีหลายวิธีที่สามารถใช้ได้
เช่นเดียวกัน อย่างยันต์กระจ่างทุกข์ผนึกวิญญาณเป่ย
หมิง แต่องค์ชายโย่วเหยียนยืนยันแล้วว่าไม่ได้ผลกับ อู่
อวี้
“ลองคิดดู”
หลังจากนั้นคนในกลุ่มก็เริ่มคิดจากนั้น ก็เริ่มเสนอมา 2
ถึง 3 วิธีที่พอจะนึกได้
หลังจากองค์ชายโย่วหยาง ได้ยิน 2 ถึง 3 ความคิดที่
เสนอมาเขาก็ส่ายหัวแล้วพูดว่า ” แม้แต่ยันต์กระจ่าง
ทุกข์ผนึกวิญญาณเป่ยหมิง มันยังสามารถหลบหนีได้
วิธีที่พวกเจ้าเสนอมา มันใช้ประโยชน์ไม่ได้ เราควรคิด
หาวิธีที่จะทำอย่างไรไม่ให้มันสามารถหลบหนีได้ ”
เหตุผลที่เขาถาม เพราะตนเองก็จนปัญญาไม่มีวิธีดี ๆ
จะจัดการเช่นกัน
ตอนนี้ทุกคนปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นอย่างมาก
องค์ชายโย่วเหยียนกล่าวว่า ” จงอย่าได้คิดสิ่งไร้
ประโยชน์เหล่านี้เลย ถ้าสามารถจับมันได้จริงๆ ป่านนี้
ข้าคงทำไปแล้ว ”
นับว่าไร้หนทางอย่างแท้จริง ทุกคนต่างรู้ว่าดีว่าเขา
ไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ทว่ายังกล่าวออกมาเช่นนี้
จึงทำให้บัดนี้ต่างปวดเศียรกันถ้วนหน้า
” ข้าไม่เชื่อหรอกว่าถ้าเราผนึกกำลังกัน แล้วจะจัดการ
กับเจ้าชั้นต่ำของของทวีปแห่งทวยเทพตงเฉิงเสิ้งไม่ได้
” คนที่กำลังพูดมีนามว่า กู่ เฮ่าเฉิน รูปลักษณ์ของมัน
หล่อเหลาสง่างาม บุรุษหนุ่มเปล่งประกายสดใสราวกับ
ดวงดารา หาได้ด้อยกว่าองค์หญิงหรือองค์ชายแต่
ประการใด กู่ เฮ่าเฉิน เป็นโอรสคนเดียวของชินอ๋อง
ของนอกสกุลแห่งจักรวรรดิเป่ยหมิง นั่นก็คือ ‘ชิน
อ๋องตี้กู่’ ชินอ๋องตี้กู่ถือเป็นตำนานที่ยังมีชีวิตภายใน
จักรวรรดิเป่ยหมิง เป็นบุคคลผู้แข็งแกร่งที่สั่นสะเทือน
ไปทั่วทั้งใต้หล้า เหนือล้ำยิ่งกว่าโย่วชาง กับ โย่วซื่อ
เป็นหนึ่งในคนที่จอมจักรพรรดิหมิงไห่ไว้วางใจมาก
ที่สุด ว่ากันว่าชินอ๋องตี้กู่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับจอม
จักรพรรดิหมิงไห่ เป็นเสมือนดั่งพี่น้องที่เทียบเคียงได้
กับจอมจักรพรรดิหมิงไห่ ดังนั้นฐานันดรของ กู่ เฮ่า
เฉิน จึงไม่ได้เลวร้ายไปกว่าองค์ชายทั้งหลาย ส่วนใน
ด้านความแข็งแกร่ง ชินอ๋องตี้กู่ เป็นผู้ฝึกฝนอบรมบ่ม
เพาะมันมาด้วยตนเอง ดังนั้นจึงแทบไม่มีช่องว่างกับ
เหล่าองค์ชาย ปกติแล้วกู่ เฮ่าเฉินจะทำกิจกรรม
ร่วมกับองค์หญิงองค์ชายทั้งหลาย นอกจากนี้มันยังมี
ฐานันดรอื่น นั่นก็คือราชบุตรเขยแห่งจักรวรรดิเป่ย
หมิง โดยมีองค์หญิงโย่วอวี้เป็นสหายเต๋าเคียงคู่
การร่วมมือกันของพวกมัน นับเป็นความคาดหวังของ
จักรพรรดิหมิงไห่ กับ ชินอ๋องกู่ตี้ ซึ่งเป็นงานวิวาห์ที่
จอมจักรพรรดิหมิงไห่ค่อนข้างพอใจ หลังจากทั้งคู่
กลายเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ คอยบำเพ็ญเพียรช่วยเหลือ
ซึ่งกันและกัน ความคืบหน้าของพวกเขากล่าวว่า
สามารถยกระดับขึ้นอย่างสูงล้ำจนน่าตกใจ ถือว่าเป็น
คู่เซียนผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือมากที่สุดในจักรวรรดิเป่ย
หมิง
นอกจากกู่เฮ่าเฉินแล้ว ยังมีอีก 2 คนที่ถูกกล่าวขาน
เช่นกัน พวกนางทั้งสองเป็นสตรีที่มีชื่อเสียงเลื่องลืออยู่
ไม่น้อย คนหนึ่งเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ขององค์ชายโย่วห
ยาง ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ขององค์ชาย
โย่วเหยียน
สหายเต๋าเคียงคู่ของ องค์ชายโย่วหยาง มีนามว่า เยี่ยน
ฉินฉง ก่อนที่นางจะกลายเป็นสหายเต๋าเคียงคู่
ชื่อเสียงของนางก็สะท้านไปทั่วทั้งใต้หล้าอยู่แล้ว นั่นก็
เพราะอาจารย์ของนางคือ ‘เยี่ยนปิงเย่ว ‘ ถือเป็นผู้
แข็งแกร่งอันดับ 1 ในตระกูลสายนอกของจักรวรรดิ
เป่ยหมิง ทั่วทั้งจักรวรรดิเป่ยหนิง ตราบใดที่เป็นผู้
แข็งแกร่ง โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถเข้ารับตำแหน่ง
ภายในจักรวรรดิได้ แต่ก็มีบางคนที่หาได้สนใจกับ
ยศฐาบรรดาศักดิ์ โหยหาอิสระเสรี ดังนั้นจึงไม่ได้เข้า
ร่วมกับกรมหรือรับตำแหน่งใด ๆ ในจักรวรรดิเป่ยหมิง
เฉพาะเมื่อจักรวรรดิเป่ยหมิงต้องเผชิญหน้ากับภัย
พิบัติ คนเหล่านี้อาจจะปรากฏตัวออกมาเพื่อ
ช่วยเหลือ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ก็ถือว่ามีอยู่มากมายใน
ดินแดนโบราณเหยียนหวง มีผู้ฝึกตนพเนจรอยู่ภายใน
จักรวรรดิเป่ยหมิงไม่มากนัก ซึ่ง เยี่ยนปิงเหย่ ก็
นับเป็นสตรีในตำนาน ท่ามกลางผู้ฝึกตนพเนจรภายใน
จักรวรรดิ นางถือเป็นอันดับ 1 ทั้งยังเป็นบุคคลผู้ใกล้
จะเป็นบรรลุกลายเซียนอมตะเช่นเดียวกับชินอ๋องตี้กู่
ล่ำลือกันว่าราชวงศ์เป่ยหมิงพยายามชักชวนนางอยู่
หลายครั้ง อีกทั้งยังต้องการมอบอำนาจให้แก่นาง
บางส่วน แต่อีกฝ่ายก็ปฏิเสธอยู่ร่ำไป
อย่างไรก็ตามนางยังคงไว้หน้าเชื้อพระวงศ์อยู่บ้าง นั่น
ก็คือการส่งศิษย์เพียงคนเดียวของตน เยี่ยน ฉินฉง ให้
หมั้นหมายวิวาห์กับองค์ชายใหญ่โย่วหยาง เยี่ยน ฉิน
ฉง ทั้งอ่อนหวานงดงาม เรือนร่างปราณีตวิจิตรบรรจง
แผ่กลิ่นอายสูงศักดิ์อ่อนละมุน เป็นหนึ่งในคนสำคัญ
ข้างกายขององค์ชายโย่วหยาง
ส่วนอีกนางหนึ่งมีนามว่า เจียง ซ่างเยว่ นางมิได้
อ่อนหวานน่าตราตรึงดั่ง เยี่ยน ฉินฉง แต่กลับเต็ม
เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งวิญญูชนผู้อาจหาญ บุคลิก
สง่างามผ่าเผย ร่างของนางถูกสวมใส่ไว้ด้วยเกราะสีดำ
ทมิฬ ดวงตาคมกริบ สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความหยิ่ง
ทะนงและภาคภูมิ ถึงแม้ว่านางจะเป็นอิสตรี แต่ก็ท่า
จะผ่านประสบการต่อสู้มาอย่างโชกโชน เปี่ยมไปด้วย
กลิ่นอายสังหาร เป็นสตรีที่ยากจะจัดการเลยทีเดียว
อันที่จริงแล้วนางมาจากกองทัพหมิงไห่ นอกจากนี้ยัง
เป็นขุนโย่วหมิง ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลืออยู่ภายใน
กองทัพหมิงไห่ กล่าวได้ว่าเหนือล้ำกว่าต้วนอี้หลาย
เท่าเลยทีเดียว อีกทั้งชาติกำเนิดของนางก็มิได้ต้อยต่ำ
เจียง ซ่างเยว่ เป็นสหายเต๋าเคียงคู่ขององค์ชายโย่วเห
ยียนเช่นเดียวกับ เยี่ยน ฉินฉง โดยพื้นฐานแล้วนางถือ
เป็นสตรีผู้เพียบพร้อมซึ่งมีอายุต่ำกว่า 100 ปีภายใน
จักรวรรดิเป่ยหมิง นอกเหนือไปจากองค์หญิงแห่ง
จักรวรรดิเป่ยหมิง พวกนางก็นับเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
เจียง ซ่างเยว่ ถือกำเนิดขึ้นในดินแดนทางเหนือของ
เป่ยหมิง ส่วน เยี่ยน ฉินฉง ถือกำเนิดขึ้นในดินแดน
ทางใต้ของเป่ยหมิง ดังนั้นคนหนึ่งจึงถูกเรียกว่า โฉม
สะคราญอันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรอุดร และอีกคน
หนึ่งเป็นที่รู้จักในนาม โฉมสะคราญอันดับหนึ่งแห่ง
อาณาจักรทักษิณ
แต่แน่นอนว่าสมญานามนี้ ไม่อาจเอื้อนเอ่ยต่อหน้า
เหล่าองค์หญิงได้
ซึ่งการที่กลายเป็นคู่ครองขององค์ชายได้ แน่นอนว่า
พวกนางต้องเป็นบุคคลอันยอดเยี่ยม เมื่อเปรียบเทียบ
กับองค์ชาย ก็ถือเป็นกิ่งทองใบหยกกันเลยทีเดียว นี่
เป็นความจริงเช่นกันว่าสิ่งนี้ทำให้องค์หญิงโย่วเซี่ยต้อง
แบกรับแรงกดดันอย่างใหญ่หลวงจากการค้นหาสหาย
เต๋าเคียงคู่นาง เนื่องจากพี่ชายพี่สาวของนางทุกคน
ล้วนเหมาะสมยิ่ง
ในเวลานี้พวกมัน กำลังโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อนหน้า
ดำคล่ำเครียด เมื่อแต่ละคนเสนอแผนการ อีกฝ่ายก็จะ
ปฏิเสธ
” เป็นไปไม่ได้ ข้าขอยืนยันว่าสิ่งนี้ไม่สามารถจับ อู่ อวี้
ได้ เจ้าคิดว่าสิ่งนี้จะดีกว่า ยันต์กระจ่างทุกข์ผนึก
วิญญาณเป่ยหมิงของข้าอย่างนั้นรึ ?” องค์ชายโย่วเห
ยียนหัวเราะเย้ยเยาะ เมื่อได้ยินแผนการข้อเสนอของ
บุคคลอื่น
“ อาจเป็นเพราะท่านประมาทเกินไป เลยจัดวางค่าย
กลไม่แน่นหนาหรือเปล่า ?” ความอาจหาญของอีก
ฝ่ายก็ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงได้กล้าถามกับองค์
ชายโย่วเหยียนเช่นนี้
“พล่ามเหลวไหลอะไรของเจ้า”
ถ้าให้กล่าวตามจริง พวกมันไม่ได้กังวลว่าวิธีการที่ใช้
จะเป็นการละเมิดกฎร้ายแรง แต่ปัญหาใหญ่ก็คือพวก
มันมืดแปดด้านต่างหาก เพราะสิ่งสำคัญที่สุดนั่นก็คือ
การวางกับดักจับ อู่ อวี้
” เหลวไหลสิ้นดี พวกเรามัวแต่มาพูดคุยหารือเรื่องน่า
เบื่อกันอยู่นั่น คาดว่ายามนี้ความรวดเร็วในการสะสม
ตาข่ายวิญญาณของมันน่าจะถึงอันดับหนึ่งแล้ว
นอกจากนี้ผู้คนภายนอกยังมองเห็นพฤติกรรมของพวก
เราได้อย่างชัดเจน ป่านนี้คงคิดพวกเราเป็นไอ้โง่กัน
แล้วมั้ง ” เจียง ซ่างเยว่รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก
แม้ว่าพวกมันจะมารวมตัวกัน ก็ยังไม่สามารถรับมือ
คนคนป่าเถื่อนที่มาจากทวีปผนึกปีศาจ
ทุกคนต่างเงียบกริบ
องค์หญิงองค์ชายต่างมองหน้ากันด้วยความกังวล
” ผู้ที่พา อู่ อวี้ มายังจักรวรรดิเป่ยหมิงของเราก็คือองค์
หญิงโย่วเสี่ย ถ้าจะตำหนิหรือกล่าวโทษ ก็ต้องเป็นนาง
นั่นแหละที่พาชายผู้นี้มา กระทั่งยามนี้นางยังคอย
ปกป้องมัน ถ้าไม่เป็นเพราะนาง พวกเราคงไม่ตกอยู่ใน
สถานการณ์ลำบากเช่นนี้ น้องสาวของเจ้านั้นไม่เชื่อฟัง
อยู่ร่ำไป แถมครั้งนี้นางก็ได้ทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่!
” เจียง ซ่างเยว่ พูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายอย่างที่สุด
เมื่อได้ยินสิ่งที่ เจียง ซ่างเยว่ กล่าวออกมาสีหน้าของ
เยี่ยน ฉินฉง ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยแล้วกระซิบขึ้นว่า “
ข้าได้ยินข่าวลือมาว่าองค์หญิงโย่วเสี่ยเป็นห่วง อู่ อวี้
เป็นอย่างมาก ซึ่งก็เท่ากับว่า อู่ อวี้ ก็ต้องเป็นห่วง
องค์หญิงโย่วเสี่ยมากด้วยใช่หรือไม่? บางทีคนทั้งคู่อาจ
มีความสำคัญบางอย่างเกี่ยวข้องกัน ทั้งสองเป็นชาย
หนุ่มหญิงสาวต่างช่วยเหลือกันและกันยามคับขัน ฝ่า
ฟันอุปสรรคนานาร่วมเดินทางอยู่ภายใน เส้นทางเซียน
บรรพกาล … ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้สีหน้าขององค์ชายโยว่หยางไม่สู้ดีนัก
จ้องเขม็งมาที่สหายเต๋าเคียงคู่ของตนจากนั้นก็กล่าวว่า
” ความหมายของเจ้าคือให้เอาน้องสาวของข้าเป็น
เหลือเหยื่อล่อ เพื่อกำจัด อู่ อวี้ ใช่หรือไม่? คนด้าน
นอกกำลังจับตาอยู่ น้องสาวของข้าเป็นถึงเชื้อพระวงศ์
จะใช้นางมาเป็นเหยื่อล่อได้อย่างไร? ” องค์ชายโย่วห
ยางกล่าวอย่างไม่พอใจ
เยี่ยน ฉินฉงไม่ได้โกรธเคือง แต่ยังยิ้มรับพร้อมกับพูด
ขึ้นอย่างแผ่วเบาว่า ” ข้าแค่มองความเป็นไปได้เท่านั้น
หากท่านไม่เห็นด้วยก็ลืมมันไปเสียก็สิ้นเรื่อง อันที่จริง
ท่านเองก็คงคิดอยู่เล็กน้อยใช่หรือไม่ เพียงแค่นำตัว
นางมาดึงดูดความสนใจของ อู่ อวี้ เท่านั้น หาใช่ต้อง
ให้นางเสียสละชีวิตตนเอง ”
เมื่อได้ยินเสียงองค์ชายโย่วเหยียน ก็ปรบมือแล้วพูด
ว่า” จะว่าไปวิธีนี้อาจจะได้ผลก็ได้ อีกอย่างนางก็เป็น
น้องสาวของเรา ภายในคุกสมุทรวิญญาณแห่งนี้คงมี
แต่นางเท่านั้นที่จะสามารถล่อ อู่ อวี้ มาได้ พวกเรา
ต่างเห็นพ้องต้องกัน! งั้นเอาตามนั้นเราแค่ใช้นางล่อ อู่
อวี้ เท่านั้น ไม่ได้ถึงขนาดให้นางต้องเสียสละชีวิต
ไม่เช่นนั้นราชวงศ์คงไม่ให้อภัยพวกเราแน่ ”
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ