กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 769: แผนการชั่วช้า
เมื่อได้ยินเช่นนั้น องค์ชายโย่วหยาง ก็เข้าใจในทันที
สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การสละชีพ แต่เพียงเพื่อวางกับ
ดัก อู่ อวี้
แน่นอนถ้าไม่ใช่เพราะว่าความโกรธเกรี้ยวของเหล่าผู้
อาวุโส และคำพูดวิจารณ์ของคนทั่วทั้งจักรวรรดิเป่ย
หมิง มันก็คงไม่สนใจอะไรนัก
“คำถามตอนนี้คือเจ้าจะจัดการกับมันอย่างไร?”
กู่ เฮ่าเฉิน จึงกล่าวว่า “ประการแรกข้าคาดว่าทั้งคู่
น่าจะรักใคร่ชอบพอกัน นับว่าดูออกอย่างแช่มชัด บน
โลกใบนี้มันไม่มีหรอกคำว่ามิตรภาพที่แสนบริสุทธิ์ ข้า
ว่าทุกคนน่าจะรู้ดีอยู่ในใจแล้ว องค์หญิงแห่งจักรวรรดิ
เป่ยหมิงเราไม่สามารถอภิเษกกับคนนอกได้ เช่นนั้นก็
จงทำให้ทั้งสองแตกกันเองซะ ถ้าหากพวกเราควบคุม
องค์หญิงโย่วเสี่ยเอาไว้ อู่ อวี้ จะต้องรู้สึกเป็นกังวล
อย่างแน่นอน และเมื่อถึงยามนั้น เราก็จะหาข้ออ้างขับ
ไล่ อู่ อวี้ ออกไปได้ โดยใช้คำว่า ‘ชอบพอรักใคร่’เข้า
มาเกี่ยวข้อง”
“อยากจะรู้นักเชียวหาก โย่วเสี่ย อยู่กับคนอื่นแล้วเจ้า
อู่ อวี้ จะเกิดอาการเช่นไร”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น องค์ชายโย่วเหยียน จึงกล่าวว่า
“หืม? ต้องการให้น้องสาวข้าเล่นละครกับชายหนุ่ม
เพื่อทำให้หึงรึ? แล้วเช่นนั้น อู่ อวี้ จะคลั่งตายรึเปล่า
เนี่ย”
เจียง ซ่างเยว่ ระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมกล่าวออกมา
“บุรุษที่ตกอยู่ในห้วงความรักย่อมหน้ามืดตามัวจน
ขาดสติแล้ว…”
“มันก็จริง มันจะปล่อยให้อิสตรีที่ตนเองชอบไปหนุง
หนิงกับชายอื่นได้อย่างไร? น้องสาวข้าเป็นคนที่พา อู่
อวี้ มายังจักรวรรดิเป่ยหมิง นี่ถือเป็นความผิดพลาดที่
นางได้ก่อไว้ เรื่องนี้นางจึงต้องแก้ไขด้วยตัวนางเอง แค่
เล่นละครนิดหน่อยไม่นับว่าเป็นอันใด ทั่วทั้งจักรวรรดิ
เป่ยหมิงย่อมต้องไม่ถือโทษโกรธนางอย่างแน่นอน”
“ที่สำคัญคือคนที่พวกเราตามหาจะต้องเป็นอัจฉริยะ
ผู้เยาว์ ทั้งยังเป็นคนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับน้องสาวของ
ข้าด้วย” องค์ชายโย่วอิง พยักหน้าพร้อมกับเอ่ย
ออกมา
เมื่อเหล่าเสด็จพี่ขององค์หญิงโย่วเสี่ยทำการตัดสินใจ
ออกมาแล้ว คนอื่นจึงไม่กล้าปริปากเอื้อนเอ่ยสิ่งใด
ออกมาอีก แม้ว่าหลังจากนี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย จะต้อง
ตกอยู่ในความทุกข์ทรมาน ก็ไม่ใช่เรื่องที่พวกมัน
จะต้องสนใจ
องค์ชายโย่วหยางได้ยินแล้ว จึงกล่าวขึ้น “นี่เป็น
หนทางเดียวจริงๆแล้ว”
“งั้นอันดับแรกพวกเราไปพานางมาที่นี่แล้วเสาะหาคน
ที่ว่า จากนั้นก็ให้นางส่งยันต์สื่อสารไปหา อู่ อวี้ หาก
ว่าเขาไม่มาที่นี่เพื่อมารับตัวน้องสาวของข้าไป พวกเรา
ก็จะให้นางเข้าไปอี๋อ๋อกับบุรุษอื่นไปเรื่อยๆ สำหรับผู้
อาวุโสแล้วคาดว่าคงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด แต่สำหรับ
ทุกคนภายในจักรวรรดิเป่ยหมิง นับเป็นสิ่งที่นางต้อง
ทำเพื่อที่จะปกป้องหน้าตาของจักวรรดิเป่ยหมิงแล้ว
นอกจากนี้เพื่อน้องสาวของข้าเอง นางจะต้องกลับมา
จากเส้นทางอันผิดเพี้ยนนี่ให้จงได้ การที่นางไปชอบ
พอกับคนที่ไม่ใช่ชาวเป่ยหมิง ถือว่าเป็นความอัปยศ
แล้ว จักรวรรดิเป่ยหมิงของเรากว้างขวางถึงเพียงนี้
ย่อมต้องมีคนหนุ่มที่เหมาะคู่ควรกับนางอยู่อย่าง
แน่นอน แต่สำหรับ อู่ อวี้ ผู้นี้ หากมันไม่ตาย มันก็
จะต้องออกไปจากจักรวรรดิเป่ยหมิงของพวกเรา ”
“ข้าเห็นด้วย“
“มันจะต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ข้าเห็นด้วย”
“ถึงแม้ว่ามันจะไม่ยุติธรรมกับองค์หญิงโย่วเสี่ยก็ตาม”
“เราไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด นี่เป็นสิ่งที่นางเลือกเอง”
ทุกคนเห็นด้วย จึงไม่มีผู้ใดเอ่ยโต้แย้งออกมา
แม้ว่าวิธีการนี้จะดูไร้ยางอายอยู่บ้าง ทั้งยังฟังดูยุ่งยาก
แต่จากคู่รักทั่วๆไป วิธีนี้ย่อมได้ผล หากว่าคนที่ตนเอง
รักไปนัวเนียกับบุรุษอื่นต่อหน้าสาธารณะชน เกรงว่า
แค่จูบเดียวก็จะทำให้ฝ่ายชายไม่อาจจะอดทนอดกลั้น
ได้แล้ว
“สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือว่าใครกันที่จะเป็นผู้โชคดี
คนนั้น? พวกเจ้าอยากจะเสนอใครหรือไม่?” องค์ชาย
โย่วหยาง เอ่ยพร้อมกับกวาดสายตามองไปที่ทุกคน ซึ่ง
แต่ละคนเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น แต่น่าเสียดาย
ที่พวกมันต่างก็มีสหายเต๋าคู่ชีวิตอยู่แล้ว
องค์ชายโย่วเหยียน จึงเปิดปากเอ่ยออกมาเป็นคนแรก
“ข้าพอจะรู้จักคนอยู่ผู้หนึ่ง มันเป็นบุตรของเจ้า
แคว้นหลี่เทียน มีนามว่า ต้วนอี้ คนผู้นี้อายุยังน้อย มัน
อยู่ในอาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 9 ทั้งยังเป็นเจ้าของ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ถือว่ามีความ
แข็งแกร่งเป็นเลิศ การวางตัวของมันก็ไม่เลว ก่อนที่ อู่
อวี้ จะปรากฏตัวออกมา ความสัมพันธ์ระหว่างมัน
กับโย่วเสี่ย นับว่าใกล้ชิดสนิทสนมเลยทีเดียว ทั้ง
น้องสาวของข้ายังมักชื่นชมมันอยู่เสมอ”
องค์ชายโย่วหยาง พยักหน้าตอบรับ กล่าวว่า “ข้ารู้จัก
เจ้าหนุ่มนี่ แม้ว่ามันจะเกิดมามีสถานะที่ค่อนข้างต่ำ
ต้อย แต่มันเป็นคนที่หมั่นเพียรฝึกฝน กระทั่งสามารถ
เก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆได้มากมายภายในคุกสมุทรวิญญาณ
นับว่าเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดแล้ว การจะทะลวงถึง
อาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 10 ภายในระยะเวลา 10 ปี
ย่อมไม่มีปัญหาสำหรับมัน พรสวรรค์ของมันแทบไม่
ต่างกับทุกคนที่อยู่ที่นี่ ข้ารู้สึกว่ามันจะต้องทำได้อย่าง
แน่นอน ทุกคนเห็นด้วยหรือไม่”
เมื่อมีองค์ชายถึง 2 คนเอ่ยชี้นำ แม้ว่าคนอื่นจะมี
ความคิดเห็นแต่ก็ย่อมไม่กล้า
“เช่นนั้นข้าจะให้ ต้วนอี้ มาที่นี่ทันที” องค์ชายโย่วเห
ยียน ยิ้มแสยะขึ้น
ความคิดนี้เป็น เยียน ฉินฉง กับ เจียง ซ่างเยว่ ที่เสนอ
ขึ้น คนอื่นย่อมไม่อาจจะคิดอะไรประมาณนี้ได้ เพราะ
เป็นสตรีจึงไม่ได้คิดกลัดกลุ้มเมื่อต้องลงมือกับสตรีด้วย
กันเอง
หลังจากที่ได้รับยันต์สื่อสารขององค์ชายโย่วเหยียน ต้
วนอี้ ก็ได้เร่งรีบเดินทาง จากนั้นองค์ชายโย่วเหยียนได้
บอกเล่าเกี่ยวกับแผนการนี้ด้วยตัวเอง ตอนแรกจิตใจ
ของ ต้วนอี้ ยังคงสงบนิ่ง แต่เมื่อได้ฟังแผนการแล้ว ก็
รู้สึกตื่นเต้นจนไม่อาจจะสงบนิ่งได้อีก มันไม่เคย
คาดคิดมาก่อนว่าเรื่องที่ดีเช่นนี้จะบังเกิดขึ้นกับตนเอง
ได้ ยามนี้หน้ามันบานขึ้นราวกับดอกไม้บานสะพรั่ง นี่
คือความปรารถนาที่มันต้องการมาโดยตลอด ผนวก
กับการที่ได้เข้าร่วมกับกลุ่มคนเชื้อพระวงศ์ ด้วยวิธีการ
เช่นนี้ อู่ อวี้ จะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
การที่มีผู้ให้ความสนับสนุน ในอนาคตมันย่อมมีโอกาส
ที่จะกลายเป็นสหายเต๋าเคียงคู่กับ องค์หญิงโย่วเสี่ย
ยามนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ สำหรับ องค์หญิงโย่ว
เสี่ย ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องน่าอัปยศแต่อย่างใด ในทาง
กลับนางจะคิดว่านี่ถือเป็นวิธีการไถ่บาปอย่างหนึ่งเสีย
ด้วยซ้ำ
การแสดงออกของ อู่ อวี้ ทำให้ทั่วทั้งจักรวรรดิเป่ย
หมิงตื่นตระหนก
“ตกลง ข้าจะทำมัน” ต้วนอี้ พยักหน้าในทันที “ต้อง
ลำบากเจ้าแล้ว ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีเรื่องบาดหมางกับ
อู่ อวี้ ผู้นี้อยู่ กล่าวตามตรงเจ้าถือเป็นผู้ที่เหมาะสม
ที่สุดที่จะทำเช่นนี้จริงๆ หากว่าเจ้าโชคดี ในอนาคตเจ้า
อาจจะได้อภิเษฏกับน้องสาวของข้าแล้ว และหากเป็น
เช่นนั้น เจ้าจะต้องดูแลน้องสาวผู้นี้ให้ดีๆ มิฉะนั้นพวก
ข้าจะทำให้เจ้าต้องรู้ซึ้งแน่นอน” องค์ชายโย่วเหยียน
ยิ้มขึ้นพร้อมกับตบไปที่บ่าของ ต้วนอี้
“ข้าจะต้องดูแลนางอย่างดีที่สุดอยู่แล้ว!” ยามนี้ ต้วน
อี้ กำลังเบิกบานใจ แต่มันจะต้องรักษามาดของมัน
เอาไว้ มันรู้ดีว่าตัวมันควรจะทำเช่นไร มันรู้ว่าใน
ช่วงเวลานี้องค์หญิงโย่วเสี่ยอาจจะเกลียดชังตัวมัน แต่
หลังจากที่แต่งงานกลายเป็นสหายเต๋าเคียงข้างแล้ว
นางจะคิดยังไงกับมันก็ไม่เป็นอันใดอีก มันคิดเพียงแต่
ต้องการจะครอบครองศักดิ์ฐานะของเชื้อพระวงศ์
เท่านั้น เพราะในภายภาคหน้ามันอาจจะสามารถ
ควบคุมกองกำลังที่ยิ่งใหญ่เช่นกองทัพหมิงไห่ได้ ซึ่ง
สำหรับมันแล้วนี่จึงจะถือว่ามันประสบความสำเร็จโดย
แท้จริง
ความจริงในตอนที่พวกมันรวมตัวและปรึกษาหารือกัน
ผู้ชมภายนอกล้วนเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างชัดแจ้ง
ข่าวคราวของ อู่ อวี้ ได้แพร่กระจายไปถึงหูของ
ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆจนหมด
ในที่สุดคนแห่งจักรวรรดิเป่ยหมิงจึงสามารถผ่อนคลาย
ใจลงได้เล็กน้อย
คนจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวงมองหน้ากันเลิ่ก
ลั่ก และหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น สำหรับเรื่องที่
เกิดขึ้นภายในจักรวรรดิเป่ยหมิงนี้ หากว่าเกิดขึ้น
ภายในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง พวกมันก็ย่อมไม่
อาจจะให้ชาวเป่ยหมิงได้กลายเป็นอันดับ 1
เช่นเดียวกันแน่นอน
หน้าตาถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับอาณาจักรผู้
ฝึกตน
ผู้ชมแปดแสนคนที่อยู่ด้านนอกค่อนข้างรู้สึกคาดหวัง
ในตัวพวกมันทั้ง 20 คนเบื้องหน้า
“การที่มีองค์หญิงองค์ชายเป็นผู้นำ คงไม่ต้องกังวล
เสียแล้วกระมั้ง”
“นอกจากนี้นี่ก็ยังถือเป็นการทดสอบพวกมันอีกด้วย”
“ดูสิ นับว่าน่าสนใจทีเดียว ที่พวกเขากำลังปรึกษาวาง
แผนการกัน อู่ อวี้ ก็ได้รับตาข่ายวิญญาณมรณะมา
เพิ่มอีกเป็นจำนวนมากจนแซงหน้าอันดับที่ 1 ไป
ประมาณ 30 กว่าชิ้นแล้ว หากเป็นเช่นนี้มันจะทิ้งห่าง
จากอันดับที่ 1 ไปไกลโขแน่นอน พวกเขาต้องเร่งมือ
เสียแล้ว”
ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 20 วัน ทุกคนยิ่งตึงเครียด
มากกว่าเดิม เรื่องราวกำลังดำเนินการมาถึงช่วงเวลา
สำคัญแล้ว
เป้าหมายของทุกคนอยู่ที่ องค์หญิงโย่วเสี่ย แต่นางไม่
รู้ตัวเลยว่าตัวนางกำลังตกเป็นเป้าหมายอยู่
พวกมันหลายคนได้ส่งข้อความลวงหลอกไปยังองค์
หญิงโย่วเสี่ย นางจึงรีบมุ่งหน้ามาหาพวกมันทันที
ในขณะที่นางกำลังรู้สึกฉงนอยู่นั้นเอง องค์ชายโย่วห
ยาง ก็ได้มาปรากฏตัวอยู่ในที่ที่ได้นัดหมายกับนาง
เอาไว้ หลังจากนั้นพลันปรากฏผู้เข้าร่วมที่อยู่ใน
อาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 10 มากกว่า 20 คนเข้า
ล้อมตัวนางเอาไว้ เมื่อดูจากท่าทางของพวกมัน องค์
หญิงโย่วเสี่ย ก็พอจะคาดเดาได้ว่าพวกมันย่อมมี
เป้าหมายที่ตัวนางเอง
แล้วทำไมพวกมันจึงต้องทำเช่นนี้?
นางฉุกคิดได้ว่าสาเหตุจะต้องมาจาก อู่ อวี้ อย่าง
แน่นอน ตอนนี้ อู่ อวี้ รวบรวมตาข่ายวิญญาณมรณะ
มาได้จำนวนมหาศาล ซึ่งตัวนางก็รู้ดี
แต่นางยังนึกไม่ออกว่าคนพวกนี้จะใช้วิธีการอันใดใน
การเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ และพวกมันจะใช้ให้นางทำ
สิ่งใดกัน
“น้องสาวสุดที่รักของข้า พวกเราไม่ได้พบกันหลายวัน
ทางเจ้าเป็นยังไงบ้าง? ” องค์ชายโย่วเหยียน เอ่ยถาม
พร้อมแสยะยิ้มขึ้น
“เป็นยังไงบ้าง? ข้าคร้านเกินจะเอ่ยวาจากับท่านแล้ว
ท่านให้คนมากมายมาล้อมข้าเช่นนี้มันหมายความว่า
ยังไง จะบีบให้ข้าออกไป?”
หลังจากที่ได้เห็นพวกมัน องค์หญิงโย่วเสี่ย กลับไม่ได้
รู้สึกร้อนรนแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้นางอาจจะ
หวาดกลัวพี่ชายพี่สาวของนางอยู่บ้าง ทว่าในตอนนี้
จิตใจของนางได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คน
เหล่านี้ไม่อาจจะทำให้นางต้องรู้สึกกริ่งเกรงได้อีก
ต่อไปแล้ว
ในภายภาคหน้าพวกมันล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตัวนาง
องค์หญิงโย่วเสี่ย จึงไม่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอกว่าพวก
มัน สิ่งที่อ่อนแอกว่าในยามนี้ก็คงจะมีแค่ระยะเวลาใน
การฝึกตนเท่านั้น
“เมื่อไม่นานมานี้เจ้าได้ทำเรื่องผิดพลาดขึ้นเรื่องหนึ่ง
เหล่าพี่น้องทั้งหลายจึงได้ตัดสินใจที่จะมอบโอกาสให้
เจ้าได้ไถ่บาปตัวเองสักครั้ง ” องค์ชายโย่วหยาง เอ่ย
ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ข้าทำสิ่งใดผิดไป? ไม่เห็นรู้เรื่อง” โย่วเสี่ย อดไม่ได้ที่
จะยิ้มขึ้นมา
กู่ เฮ่าเฉิน เอ่ยแทรกขึ้นมา “ยังจะไม่รู้อีก สิ่งที่เจ้าทำ
มันได้ทำให้ทั่วทั้งจักรวรรดิเป่ยหมิงต้องตกอยู่ในความ
ปั่นป่วนวุ่นวายมากขนาดไหน หรือจะต้องให้พวกข้า
อธิบายให้เจ้าเข้าใจ?”
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ