กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 770: พายุซัดโหมกระหน่ํา
องค์หญิงโย่วเสี่ยมองพวกมันด้วยท่าทางฉงนสับสน
แต่เมื่อนางคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงรู้ว่าสาเหตุย่อมต้อง
มาจาก อู่ อวี้
การที่ถูกปฏิบัติเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกว่าตัวเองถูกดูถูก
เหยียดหยาม ดังนั้นนางจึงได้หัวเราะเย็นเยียบและ
กล่าวว่า ”หรือว่าเป็นเพราะ อู่ อวี้ ทุกท่านจึง
หวาดกลัวจนหัวหดเช่นนี้? คิดว่าทุกคนน่าจะรู้ บัดนี้ อู่
อวี้ ได้รับตาข่ายวิญญาณมรณะมากมายจนเป็นอันดับ
ที่ 1 เพราะเหตุนี้พวกท่านจึงรู้สึกเป็นกังวลจนต้องทำ
ถึงเช่นนี้? สงครามชิงอำนาจแดนเหนือก็คือสนามการ
ต่อสู้ที่แท้จริง แน่นอนว่ามีการแพ้ชนะ การที่พวกท่าน
ไม่สามารถคว้าอันดับ 1 มาครองก็ถือว่าเป็นเรื่องที่
ปกติ”
เมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนี้ พวกมันทุกคนก็เกิดโทสะทันที
โดยเฉพาะบรรดาพี่น้องของนาง ยิ่งทำให้พวกมัน
หมายมั่นที่จะทำให้ องค์หญิงโย่วเสี่ย ต้องได้รับความ
อับอายมากกว่าเดิมเพื่อที่จะจัดการกับ อู่ อวี้
“น้องโย่วเสี่ย พวกเราไม่ได้เจอกันเพียงแค่ช่วงเวลา
สั้นๆ ทำไมเจ้าถึงได้เปลี่ยนกลายเป็นคนที่จองหอง
เช่นนี้! ก่อนหน้านี้เจ้าไม่เคยที่จะทำตัวโง่เง่าเช่นนี้มา
ก่อน เป็นเพราะเจ้าที่ทำให้พวกเราชาวเป่ยหมิงจะต้อง
ขายขี้หน้า กลับไม่สำนึก ยังคงกล้ากล่าววาจาประชด
ประชันอีก ข้าว่าในหัวของเจ้าคงเต็มไปด้วยความรัก
จนดวงตามืดบอดไปเสียแล้ว! ” แม้ว่า เยี่ยน ฉินฉง จะ
กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่ทว่าแต่ละคำพูดของ
นางนั้นล้วนเต็มไปด้วยความร้ายกาจ
“จะพูดมากอันใดอีก? ตัวนางไร้ซึ้งเหตุผลมาเนิ่นนาน
แล้ว บัดนี้นางจำเป็นจะต้องได้รับการเยียวยารักษา
โดยด่วน เกรงว่าจากนี้เจ้าจะต้องรู้สึกขอบคุณพวกเรา
แล้ว พวกเราเป็นผู้หวังดีต่อเจ้าอย่างแท้จริง” องค์
หญิงโย่วเซวียน กล่าวออกมา
“อย่าเสียเวลากันอีกเลย รีบลงมือกันเถอะ!” เจียง
ซ่างเยว่ เอ่ย
โดยปกติพวกมันมักจะไม่ค่อยให้ความสนใจกับ
น้องสาวคนสุดท้องผู้นี้ แต่ว่าในยามนี้เป็นเพราะนาง
พวกมันทั้งหลายจึงต้องพบเจอกับปัญหามากมาย
ดังนั้นจึงรู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจเท่าใดนัก
และอีกอย่างเป็นเพราะว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย นั้นมี
ความก้าวหน้ารวดเร็วราวกับก้าวกระโดด ทั้งยังถูก
เรียกว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นมากที่สุดในบรรดา
องค์หญิงองค์ชาย ทำให้พวกมันรับรู้ถึงภัยคุกคาม
บางอย่าง พวกมันจึงถือโอกาสนี้มาจัดการกับนาง
หลังจากที่กล่าวจบ พวกมันก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ
ด้วยความสามารถและจำนวนยอดฝีมืออาณาจักรจิต
เทวะระดับที่ 10 ของพวกมันในตอนนี้ การจะจัดการ
กับองค์หญิงโย่วเสี่ยก็ไม่ใช่เรื่องยากอันใด
องค์ชายโย่วหยางได้พันธนาการองค์หญิงโย่วเสี่ยไว้กับ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ซึ่งศาสตราเต๋าวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้มีชื่อเรียกว่า ‘อเวจีทมิฬ’
อเวจีทมิฬนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่อสรพิษเหล็กสีดำ
ทมิฬธรรมดาๆที่ถูกแบ่งออกเป็นหลายข้อต่อ ทว่าแต่
ละข้อต่อทั้งแหลมคมและทนทานยิ่ง บนตัวของ
ศาสตราเต๋าไปด้วยวงเวทจำนวนมากเบียดเสียดกัน
อย่างหนาแน่น ซึ่งตอนนี้อเวจีทมิฬได้เข้าพันธนาการ
ร่างกายขององค์หญิงโย่วเสี่ยเอาไว้โดยทันที แม้ว่าจะ
ไม่ได้รัดแน่น แต่ตราบใดที่มันยังพันธนาการเอาไว้
องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็ไม่อาจขยับร่างกายได้แม้แต่ส่วน
เดียว
ในยามนี้องค์หญิงโย่วเสี่ยไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวพวกมัน
นางได้เคยได้ผ่านช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย
มาแล้ว ในตอนนี้นางอยู่คนละระดับกับพวกมันอย่าง
สิ้นเชิง
พวกมันไม่คาดคิดว่าเมื่อตกอยู่ภายใต้สถานการณ์
เช่นนี้ องค์หญิงโย่วเสี่ย ยังมองไปที่พวกมันด้วยสายตา
ที่เยือกเย็นได้อีก แม้กระทั่งยังหัวเราะดูถูกออกมาด้วย
“ไม่คิดเลยว่า ทุกท่านที่เป็นถึงวีบุรุษแห่งจักรวรรดิเป่ย
หมิง กลับไม่กล้าแข่งขันกับคนอื่นซึ่งหน้าๆได้ กระทั่ง
ยังใช้ออกวิธีการที่ชั่วช้าเช่นนี้ ช่างน่าละอายจริงๆ คง
ทำให้ทุกผู้ต้องหัวเราะจนฟันหักเสียแล้ว พวกเจ้า
ต่างหากที่ทำให้จักรวรรดิเป่ยหมิงจะต้องรู้สึกอับอาย
ขายขี้หน้า”
แน่นอนว่าการโจมตีด้วยวิธีนี้ทำให้ทุกคนไม่อาจมีหน้า
สู้ใครได้ เดิมทีพวกมันโกรธมากอยู่แล้ว การทำเช่นนี้ก็
ราวกับว่าเติมเชื้อเพลิงเข้าไปอีก เจียง ซ่างเยว่ ซึ่งรู้สึก
ไม่พอใจอยู่นานแล้ว นางจึงกล่าวออกด้วยโทสะว่า
“หากไม่เป็นเพราะว่าเจ้า พวกเราก็ไม่ต้องทำเรื่องที่
ขายขี้หน้ามากมายเช่นนี้ ตอนนี้เจ้ายังกล้ากล่าวพูด
สามหาวอีกงั้นรึ”
“ใช่แล้ว เจ้าอย่าได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีกเลย” ไม่ว่า
ยังไงนางก็เป็นน้องสาวของมัน กล่าวอะไรไปก็ไม่
สำคัญอีกต่อไป สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นการจัดการ
กับ อู่ อวี้
องค์ชายโย่วหยาง มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าองค์หญิง
โย่วเสี่ย กล่าวด้วยสีหน้าที่ราบเรียบว่า “ไม่ว่าเจ้าจะ
เข้าใจหรือไม่ คราวนี้ถือเป็นโอกาสที่จะให้เจ้าได้
เปลี่ยนแปลงตัวเองเสียใหม่”
“ต้องการสิ่งใดก็กล่าวมาตรงๆดีกว่า อย่ามัวแต่ลีลา”
องค์หญิงโย่วเสี่ย เอ่ยโดยไม่มองหน้า
“ให้ข้ากล่าวเองเถอะ ” องค์ชายโย่วเหยียน ก้าวไป
ข้างหน้าด้วยตัวเอง มันบอกเล่าถึงแผนการของพวก
มันให้องค์หญิงโย่วเสี่ยฟัง
หลังจากกล่าวจบ องค์หญิงโย่วเสี่ยไม่เพียงแต่ไม่รู้สึก
กลัว แต่กลับหัวเราะขึ้นมา ราวกับว่าได้ยินสิ่งที่น่า
ขบขัน ทั้งยังหัวเราะไม่หยุดจนทำให้ทุกคนวางตัวไม่
ถูก เดิมทีพวกมันคิดว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้ฟังแล้วจะ
รู้สึกร้องไห้
“ฮ่าๆ น่าขันนัก ไม่คาดว่ามันจะน่าตลกถึงเพียงนี้
สำหรับข้า พวกท่านล้วนเป็นคนมีหน้ามีตา แต่คิดไม่ถึง
ว่าพวกท่านจะใช้วิธีการที่เลวทรามเช่นนี้ได้ ถึงกับถูก
อู่ อวี้ ไล่ต้อนจนเสียสติถึงเพียงนี้?”
คำพูดประโยคนี้ราวกับตบไปที่ใบหน้าของทุกคนอย่าง
โหดร้าย
ทุกคนรู้สึกโกรธเกรี้ยวมากขึ้นกว่าเดิม โกรธจนไม่อาจ
พูดสิ่งใดได้
หากว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว พวกมัน
ก็ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรต่อ เนื่องจากว่าพวกมัน
ต้องการที่จะให้นางส่งยันต์สื่อสารไปหา อู่ อวี้
หยวน ฉินฉง กล่าวว่า “ไม่จำเป็นต้องให้นางกล่าวอัน
ใดให้มากไปกว่านี้แล้ว ในยามนี้นางก็เป็นเพียงแค่คน
หัวรั้นผู้หนึ่ง หากต้องการให้นางยอมศิโรราบมันก็ง่าย
นิดเดียว เพียงแค่นำตัว ต้วนอี้ มาก็พอ”
ตอนที่กล่าวนางก็ได้เหลือบมองไปที่ ต้วนอี้ ด้วย
สายตากระตือรือร้น
“งั้นข้าขอมอบให้เจ้า” องค์ชายโย่วหยาง หันไปกล่าว
กับ ต้วนอี้
“ขอรับ” หลังจากที่ องค์ชายโย่วหยาง เปิดทางให้ ต้
วนอี้ ก็เดินตรงไปเบื้องหน้า องค์หญิงโย่วเสี่ย ตอนนี้
แววตาของมันมีความสับสนปนอยู่บ้าง แต่เจตจำนงที่
ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ได้ทำการกระตุ้นมันอยู่ในใจ
ทำให้มันต้องถึงกับยอมใช้ออกด้วยวิธีการที่บ้าบิ่น
เช่นนี้
“องค์หญิง ทุกคนล้วนหวังดีกับท่าน หวังว่าท่านจะเข้า
ใจความปรารถนาดีของพี่ๆน้องๆของท่าน ข้าเองก็ทำ
เพื่อท่านเช่นกัน หวังว่าท่านจะเข้าใจ หากว่าในวันนี้มี
การล่วงเกินไป ข้าจะขอขมาท่านในวันข้างหน้า”
“ต้วนอี้ หากในวันนี้เจ้าบังอาจลงมือจริงๆ ตั้งแต่วันนี้
เป็นต้นไป ชั่วชีวิตนี้ข้าจะต้องสังหารเจ้าให้ได้ และเจ้า
ยิ่งไม่ต้องหวังเลยว่าข้าจะเป็นสหายเต๋าคู่ชีวิตของเจ้า
เจ้าจะกลายเป็นศัตรูของข้าชั่วนิรันด์ ข้าขอสาบาน
หากยังสังหารเจ้าไม่ได้ ข้าจะไม่รามือ สักวันหนึ่งข้าจะ
แขวนหัวของเจ้าประจานอยู่บนกำแพงนครหมิง ”
องค์หญิงโย่วเสีย กล่าวกับ ต้วนอี้ ด้วยถ้อยคำรุนแรง
แต่ละคำพูดของนางราวกับเป็นกริชอันแหลมคมทิ่ม
แทงเข้าไปที่จิตใจของ ต้วนอี้ คำกล่าวของนางทำให้ ต้
วนอี้ รู้สึกลังเล เนื่องจากว่าการแสดงออกของ องค์
หญิงโย่วเสี่ย ไม่เหมือนกับที่มันคาดคิดเอาไว้ นาง
เปลี่ยนไปแล้ว แถมยังเปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลัง
มือเสียด้วย…
นี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับมันแม้แต่น้อย
องค์หญิงโย่วเสี่ย ที่แข็งกร้าวเช่นนี้ ตัวนางจึงเปรียบ
เหมือนกับเม่น หากว่าในวันนี้ ต้วนอี้ ผิดใจกับนาง ใน
อนาคตมันย่อมไม่สามารถสู้หน้านางได้ เนื่องจากสิ่งที่
เกิดขึ้นในวันนี้จะกระทบต่อการเป็นสหายเต๋าคู่ชีวิต
กล่าวได้ว่าตัวเองอาจจะกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับนาง
ได้ไปเลยก็เป็นได้
นี่คือสิ่งที่ทำให้มันรู้สึกลำบากใจยิ่ง
องค์ชายโย่วเหยียน เอ่ยกระซิบที่ด้านหลังของมันว่า
“เจ้าอย่าได้กลัวไป ไม่ว่าจะเป็นอิสตรีบ้านไหนก็มักจะ
ข่มขู่เช่นนี้แหละ ไว้รอหลังจากที่เรื่องนี้ผ่านไปก่อน ไม่
ว่าอย่างไรนางก็จะต้องเข้าใจ หากนางยังไม่เข้าใจ เจ้า
ก็ยังมีพวกข้าอยู่มิใช่หรือ? แล้วเจ้าจะกลัวสิ่งใดกัน? ”
ต้วนอี้ หันกลับไป ก็เห็นว่าทุกคนกำลังส่งสายตาให้
กำลังใจตัวเองอยู่ อย่างน้อยในวันนี้มันก็ได้รับกำลังใจ
มากมายเบื้องหลัง ในภายภาคหน้าหากเกิดเรื่องอะไร
ขึ้น คนเหล่านี้จะต้องให้การช่วยเหลือตนอย่างแน่นอน
ยามนี้ ความบ้าคลั่งภายในจิตใจของมันกำลังสะกดข่ม
ความกลัวที่แผ่ออกมาจากองค์หญิงโย่วเสี่ยเอาไว้ มัน
กำลังเรียกคืนความกล้าหาญกลับคืนมา เพียงแต่ว่า
เมื่อมันหันไปเผชิญหน้ากับแววตาที่แหลมคมขององค์
หญิงโย่วเสี่ย จิตใจของมันกลับปรากฎความหวาดกลัว
อีกครา
”เอาวะ!” ฉับพลันมันเปิดปากและแผดเสียงคำราม
ออกมา
ขณะนี้องค์หญิงโย่วเสี่ย ยืนนิ่งไม่ไหวติง
“ตกลง ข้ายอมแล้ว” ไม่คิดว่าในเวลาองค์หญิงโย่วเสี่ย
ที่เพิ่งจะเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว ก็เปลี่ยนแปลง
อย่างฉับพลัน ราวกับนางยอมรับความพ่ายแพ้ และ
ตัดสินใจใช้ยันต์สื่อสารติดต่อหา อู่ อวี้
เมื่อมันลงเอยเช่นนี้ทุกคนจึงค่อนข้างประหลาดใจ ไม่
คิดว่าจะประสบความสำเร็จได้ง่ายดายเช่นนี้
ความจริงถ้าหาก องค์หญิงโย่วเสี่ย ให้ความร่วมมือ
เหล่าองค์ชายก็อาจจะไม่ให้โอกาส ต้วนอี้ และให้
น้องสาวของตัวเองต้องถูกเอาเปรียบจากบุตรของเจ้า
แคว้นที่มีศักดิ์ฐานะต่ำกว่า
บทบาทของ ต้วนอี้ ที่มาอยู่ที่นี่ก็เพื่อบีบบังคับให้ อู่ อวี้
ออกมา สำหรับเรื่องล่วงเกิน ความจริงเพียงแค่เอาไว้
ใช้ข่มขู่ โย่วเสี่ย หากว่า โย่วเสี่ย ให้ความร่วมมือ ก็ไม่
จำเป็นจะต้องใช้วิธีนี้
สุดท้ายแล้วพวกมันก็ไม่อาจจะทำเรื่องที่ไม่งามได้
เพราะหลังจากออกไปอาจะทำให้เหล่าผู้อาวุโสว่า
กล่าวได้
อันที่จริงการที่ องค์หญิงโย่วเสี่ย ยอมแพ้ในยามนี้ ก็
เพราะว่าในขณะที่ อู่ อวี้ กำลังทำการไล่ล่าปีศาจ เขา
ก็รับรู้ถึงความคิดของนาง รู้ว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่
ดังนั้นไม่จำเป็นจะต้องให้นางกล่าวสิ่งใด อู่ อวี้ ก็
สามารถรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบๆตัวนางได้อย่าง
ชัดเจน
“สถานการณ์ในครั้งนี้ พวกมันรู้ว่าข้าได้รับตาข่าย
วิญญาณมรณะมามากมายขนาดไหน เช่นนั้นข้าน่าจะ
คว้าอันดับที่ 1 มาได้แล้ว”
หลังจากที่รู้ว่าตัวเองได้อยู่ในอันดับที่ 1 อารมณ์ของ อู่
อวี้ ดีขึ้นมาไม่น้อย
อย่างไรก็ตามการดำรงอยู่ของกลุ่มคนระดับสูง และใช้
วิธีการที่ชั่วช้าสามานต์เช่นนี้ ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกอึ้งจน
พูดไม่ออก
“ข้าคิดว่าตัวข้านั้นไร้ยางอายแล้ว ไม่คาดคิดว่ากลุ่มคน
ที่มีศักดิ์ฐานะที่สูงส่งเช่นนี้จะไร้ยางอายเสียยิ่งกว่าข้า
อีก ” หลังจาก หนานซาน หวางเยว่ ซึ่งหลบซ่อนตัว
อยู่ข้างกายของเขาได้ยินคำกล่าวเหล่านี้ ก็ระเบิดเสียง
หัวเราะออกมา
“ข้าแน่ใจเลยว่าเจ้าจะต้องทนไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสตรี
ของตนเองหรือไม่ก็ตาม แต่ตราบใดที่มีความหมายต่อ
เจ้า เจ้าย่อมไม่ให้คนอื่นมาเอาเปรียบตนเองอย่าง
แน่นอนแล้ว”
หนานซาน หวางเยว่ ไม่เข้าใจในเรื่องความสัมพันธ์อัน
แสนซับซ้อนระหว่าง อู่ อวี้ กับ องค์หญิงโย่วเสี่ย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผู้ที่ได้รับความอัปยศอดสูมาก
ที่สุดก็คือ องค์หญิงโย่วเสี่ย อู่ อวี้ รู้ดีว่านางไม่ได้ชอบ
ต้วนอี้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขาถือว่า องค์หญิงโย่วเสี่ย
เป็นสหายที่ดีคนหนึ่ง และเมื่อเป็นสหายกันเขาแล้ว
เมื่อนางต้องถูกบีบบังคับให้ได้รับความอัปยศเช่นนี้ อู่
อวี้ ก็ไม่สามารถนั่งนิ่งดูดายได้
องค์หญิงโย่วเสี่ย ไม่ต้องการที่จะให้เรื่องราวมันเลย
เถิดไปใหญ่ ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะต้องตกอยู่ในอันตราย
แต่เขาก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อความเศร้าโศกในจิตใจ
ของนางได้
“ไปเถอะ…แล้วเจ้าจะตามมาด้วยรึเปล่า?” อู่ อวี้ หัน
ไปถาม หนานซาน หวางเยว่
“การแสดงที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แล้วข้าจะพลาดได้
อย่างไร คนรักของเจ้าเป็นถึงตัวตนอันสูงส่งภายใน
สถานที่แห่งนี้ ถึงขนาดยามปกติเมื่อข้ามองเห็นพวก
มันจะต้องหลบซ่อนทันที แถมวันนี้ยังจะได้เห็นถึงพลัง
ที่แท้จริงของเจ้าอีก ทำไมข้าจะไม่ไปเล่า อีกอย่าง
หากเจ้าจบเห่ ไม่ใช่ว่าความพยายามของข้าสูญเปล่า
หรอกรึ?”
“เช่นนั้นเราก็ไปกันเถอะ” เขานำเมฆาตลบฟ้าออกมา
และให้ หนานซาน หวางเยว่ ขึ้นมาด้วย ทั้งสองคน
เดินทางมุ่งหน้าไปยังทิศของ องค์หญิงโย่วเสี่ย อีกฝ่าย
ได้ระบุตำแหน่งให้พวกเขาแล้ว
“เจ้าแน่ใจนะว่าจะเผชิญหน้ากับพวกมัน?” หนานซาน
หวางเยว่ เอ่ยถาม
ในขณะนี้ อู่ อวี้ ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจนัก เนื่องจากว่าสิ่งที่
สำคัญที่สุดคือ องค์หญิงโย่วเสี่ย ถูกพันธนาการด้วย
อเวจีทมิฬ แม้ว่าจะยังไม่มีภัยคุกคามอันใด แต่เขาก็
จะต้องทำลายศาสตราเต๋าวิถีเทวะสุดยอดวิญญาณนี้
ให้ได้ มิฉะนั้นการจะช่วยเหลือพา องค์หญิงโย่วเสี่ย
ออกมามันจะกลายเป็นเรื่องยาก และยิ่งองค์หญิงโย่ว
เสี่ยตกอยู่ในกำมือของพวกมัน อู่ อวี้ ก็ไม่อาจจะทำสิ่ง
ใดได้สะดวกนัก
ดังนั้นปัญหาที่อยู่เบื้องหน้าเขา อาจจะเป็นปัญหาที่
จัดการได้ยากที่สุดภายในสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ
ในครั้งนี้
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ