กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 771: ตาต่อตาฟันต่อฟัน
“หากคิดที่จะคว้าอันดับที่ 1 มาครอง คงไม่ง่ายแต่แรก
อยู่แล้ว” แม้ว่า อู่ อวี้ จะยังเดินทางไปไม่ถึงแต่เขาก็รู้
ว่าการต่อสู้ครั้งนี้เกรงว่าจะรุนแรงเสียแล้ว
เหล่าองค์หญิง องค์ชาย และพระราชบุตรเขยทั้งหลาย
เป็นถึงยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดของจักรวรรดิเป่ยหมิง
ในช่วงอายุต่ำกว่า 100 ปี นอกจากนี้เหล่านายพลหนุ่ม
ที่มีฝีมืออยู่ในระดับแนวหน้าของแปดกองทัพหลัก
ผนวกกับคนใต้สังกัด แต่ละคนล้วนอยู่ในอาณาจักรจิต
เทวะระดับที่ 10 ยกเว้นเพียงแค่ ต้วนอี้ เพียงคนเดียว
เท่านั้นที่ไม่ใช่
“มีเพียงว่ายทวนกระแสน้ำต้านเสียแล้ว” อีกฝ่ายกำลัง
รอคอยให้ อู่ อวี้ เดินทางไปถึง จึงจะเริ่มลงมือ ดังนั้น
อู่ อวี้ จะไม่เร่งรีบเด็ดขาด ระหว่างทางเขาพยายาม
คอยคิดหาวิธีที่จะแก้ไขกับปัญหานี้ให้ได้
“พวกมันคิดจะบีบบังคับให้ข้าต้องออกจากคุกสมุทร
วิญญาณแห่งนี้อย่างแน่นอน ตราบใดที่ข้าไม่มีวิธีการ
ช่วยเหลือองค์หญิงโย่วเสี่ย พวกมันก็จะต้องขับไล่ข้า
ออกไปจริงๆ”
เมื่อคิดพิเคราะห์ดู เขายังมีไพ่ตายที่ทรงประสิทธภาพ
ที่อีกฝ่ายยังไม่รู้เหลืออยู่ ยิ่งไปกว่านั้นหากเขาแสดงไพ่
ตายเหล่านี้ออกมาจะต้องดึงดูดความสนใจจากผู้ชม
แปดแสนคนที่อยู่ด้านนนอกได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
ทีเดียว แต่เขาไม่สามารถนำเจดีย์ล่องกำเนิดออกมา
ใช้ได้
“ฉะนั้นไพ่ตายเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถใช้ได้น่าจะเป็น
ร่างกลืนสวรรค์”
ร่างกลืนสวรรค์นั้นแตกต่างจากร่างอวตารทั่วๆไปของ
อู่ อวี้ ร่างกลืนสวรรค์คอยปกป้องอยู่รอบๆร่างหลักอยู่
ตลอดเวลา ยามนี้ความเร็วของร่างกลืนสวรรค์ยังไม่
มากมายเท่าไหร่ มันสามารถทำได้เพียงแค่ค่อยๆ
ติดตาม อู่ อวี้ ด้านหน้าเท่านั้น
สำหรับร่างอวตาร เขาส่งให้พวกมันทั้งหลาย
ประจำการอยู่ด้านนอกที่ไม่ไกลนัก หากเกิดเหตุ
ฉุกเฉิน จะปรากฎเหตุการณ์ผึ้งแตกรังเข้ากรูทันที
อู่ อวี้ ได้เตรียมการให้ร่างอวตารอยู่ที่ด้านนอก หากว่า
จำเป็นจะต้องใช้พวกมันจริงๆ มันก็กลายเป็นกองทัพ
อันแสนเกรียงไกรให้กับเขาได้
“ที่จริงแล้ว ในเมื่อสตรีนางนี้เป็นถึงองค์หญิง พวกมัน
ย่อมไม่ทำอะไรมากนักหรอก เพราะท้ายที่สุดแล้วที่
ด้านนอกก็ยังมีคนอยู่มากมาย หากว่าเจ้าไม่ให้ราคา ก็
ไม่มีทางที่พวกมันจะทำอะไรเจ้าได้แล้ว… แต่ตราบใด
ที่เจ้าติดกับดัก โอกาสที่เจ้าจะถูกพวกมันขับไล่ออกไป
ก็ถือว่าค่อนข้างสูง เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าก็จะต้องสูญเสีย
อันดับที่ 1 สูญเสียรางวัลซุ้มจักรพรรดิ เพียงเพื่อกับดัก
โง่ๆอันเดียว?” หนานซาน หวางเยว่ คอยเป่าหูเขาอยู่
ด้านข้างเขาตลอดเวลา
“ฮ่าฮ่า ข้าแค่ล้อเล่นหน่ะ นางเป็นผู้หญิงของเจ้า แล้ว
จะปล่อยให้ถูกชายอื่นมาช่วงชิงล่วงเกินได้อย่างไรเล่า
หากเป็นข้า ข้าจะตัดปากของพวกมันให้หมด ทำให้มัน
ต้องร้องไห้จนหมดสิ้นน้ำตา”หนานซาน หวางเยว่
ปรับตัวตามสถานการณ์ในตอนนี้
ความจริงคนที่อยู่ภายนอกก็สามารถมองเห็นถึงความ
โกลาหนภายในได้อย่างชัดเจน
สำหรับเรื่องนี้ คนระดับสูงที่มาจากแต่ละอาณาจักร
ต่างมีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน ชาวเป่ยหมิงแน่นอน
ว่าพวกมันจะต้องรู้สึกละอายใจ แต่หากว่าไม่ทำเช่นนี้
มันก็จะถูกคนอื่นเหยียมหยามเอาได้ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งคนที่มาจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ทว่าคนอื่นๆไม่สามารถขัดขวางพวกมันได้ ทำได้เพียง
แค่บอกเล่าถึงวิธีการอันชั่วช้าที่จักรวรรดิเป่ยหมิงใช้ใน
วันนี้ให้ทั่วทั้งโลกหล้าได้รับรู้
ดังนั้นในเวลานี้ คนที่พูดคุยกันกลับมีเพียงน้อยนิด
เพราะทุกคนกำลังจับจ้องมองไปยังเครื่องกำเนิดภาพ
ของ อู่ อวี้ และของคนทั้ง 20 ซึ่งบัดนี้ทุกคนต่างเฝ้า
ติดตามสถานการณ์อย่างใจจดใจจ่อ
ในที่สุดพวกเขาก็เห็นได้ว่า อู่ อวี้ มาเผชิญหน้ากับคน
ทั้ง 20 เพียงลำพัง แม้ว่าจะไม่ได้ยินคำพูดของพวกเขา
แต่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันตรึงเครียดผ่าน
เครื่องกำเนิดภาพ
สิ่งแรกที่เห็นคือ อู่ อวี้ มาเยือนที่นี่ก็เพราะ องค์หญิง
โย่วเสี่ย ซึ่งมันได้ทำให้ใครหลายคนรู้สึกประหลาดใจ
แม้ว่าพวกมันจะดูถูก อู่ อวี้ แต่ในเวลานี้ก็จะต้องชื่น
ชมความกล้าหาญอันยิ่งใหญ่ของเขา
ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่มาถึงสถานที่แห่งนี้ ก็เห็นได้ชัด
ว่า อู่ อวี้ ไม่รู้สึกหวาดกลัวพวกมันเลยแม้แต่น้อย เขา
เป็นผู้ที่มีความกล้าหาญสูงส่งเทียมฟ้าจริงๆ
แท้จริงแล้วเมื่อเห็นการรวมตัวกันของคนแถวหน้าของ
จักรวรรดิเป่ยหมิงเหล่านี้ อู่ อวี้ หาได้หวาดกลัวไม่ แต่
ทว่าในใจของเขากลับเต็มไปด้วยโทสะอันรุนแรง
ไม่ว่าจะกล่าวเช่นไร องค์หญิงโย่วเสี่ย ก็ถือว่าเป็นเชื่อ
พระวงศ์คนหนึ่ง ในยามนี้พวกมันกลับใช้วิธีการที่น่า
รังเกียจมาจัดการกับ อู่ อวี้ แม้กระทั่งใช้ศาสตราเต๋า
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณมาพันธานาการนางไว้ สำหรับผู้
ที่ไร้ยางอาย อู่ อวี้ ย่อมไม่มีวันที่จะหวาดกลัวพวกมัน
แม้ว่าคนทั้ง 20 จะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเขาและ
แต่ละคนก็อยู่ในขอบเขตที่เกือบจะบรรลุขั้น 3 ภัย
พิบัติค้นหาเต๋าก็ตาม
“คนผู้นี้คือคนที่บีบบังคับให้พวกเราต้องใช้วิธีการที่น่า
รังเกียจเช่นนี้จริงๆงั้นรึ?” ในยามที่พวกมันได้เห็น อู่
อวี้ หลายคนก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
เนื่องจากว่าหากมองจากระดับพลังแล้ว ไม่ว่าจะมอง
จากมุมไหนก็ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ เพิ่งจะบรรลุเข้าสู่
ขอบเขตอาณาจักรจิตเทวะเมื่อไม่นานมานี้
พวกมันคิดว่าว่า อู่ อวี้ น่าจะปิดบังพลังฝึกตนของ
ตนเองเอาไว้อยู่
องค์ชายโย่วเหยียนเคยได้พบกับ อู่ อวี้ มาก่อน ดังนั้น
ในช่วงที่คนอื่นๆกำลังตรวจสอบ อู่ อวี้ อยู่นั้น ใบหน้า
มันมืดหม่นลงและกล่าวออกมาตรงๆว่า “ในเมื่อเจ้า
หาญกล้าถึงเพียงนี้ พวกเราก็รู้ว่าเจ้ามีความสัมพันธ์กับ
นางที่รู้ว่าเจ้าเป็นห่วงนาง ข้าไม่อยากเสียเวลากล่าว
เรื่องไร้สาระอีกต่อไป นางน่าจะอธิบายให้เจ้าได้รู้แล้ว
เป้าหมายของพวกเรา ก็คือการให้เจ้ารีบบดขยี้ยันต์
แสงทำลายรัตติกาลแล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ ทันที
ที่เจ้าออกไปแล้ว เรื่องทุกอย่างก็จะจบลง แน่นอนว่า
พวกเราไม่อยากจะทำร้ายน้องสาวสุดที่รักอยู่แล้ว ”
พวกมันรู้ดีว่าการจะใช้ถ้อยคำพรรณามาข่มขู่ อู่ อวี้
ถือว่ายากเย็นที่สุด วิธีที่ดีที่สุดจึงเป็นการบีบบังคับให้
เขาใช้งานยันต์แสงทำลายรัตติกาลเพื่อออกไปข้างนอก
เสีย หลังจากที่ออกไปข้างนอกแล้ว ตราบใดที่ชื่อเสียง
ของ อู่ อวี้ ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก พวกมันก็ยังมีวิธีการ
อีกมากมายในการจะสังหาร อู่ อวี้ ทำให้ดูราวกับว่า
เขาตกตายไปโดยอุบัติเหตุ สุดท้ายแล้วยังมียอดฝีมือ
อาณาจักร 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋ามากมายที่อยู่ภายใต้
การควบคุมของพวกมัน
“เมื่อใดที่เจ้าใช้ยันต์แสงทำลายรัตติกาล พวกข้าก็จะ
ปล่อยตัวนางไปเมื่อนั้น หลังจากเมื่อเรื่องจบ พวกเรา
จะขออภัยองค์หญิงโย่วเสี่ยเอง ใช่ไหม ต้วนอี้ ?” กู่
ฮ่าวเฉิน กล่าวจบก็หันไปมอง ต้วนอี้
เดิมที ต้วนอี้ ยังตกอยู่ในความรู้สึกสับสน แต่เมื่อศัตรู
คู่อาฆาตเช่น อู่ อวี้ ปรากฏกายออกมา มันจึงกล้าที่จะ
ใช้ความกล้าทำการตัดสินใจใหม่อีกครั้ง มันรู้ว่ายามนี้
มันไม่ควรเผยจุดอ่อนออกมาให้เห็น ดังนั้นมันจึงกล่าว
ออกมาอย่างอาจหาญ “วันนี้ข้าอาจจะทำให้ องค์หญิง
โย่วเสี่ย ต้องขุ่นเขือง แต่ข้าไม่มีทางเลือก ข้าทำไปก็
เพื่อหน้าตาของจักรวรรดิเป่ยหมิง ทว่าหากเจ้าหนี
ความรับผิดชอบนี้ไปดื้อๆ เกรงว่าผู้ที่เดือดร้อนที่สุด
น่าจะเป็นตัวองค์หญิงล่ะนะ”
มันกลัวว่า อู่ อวี้ จะหนีไปโดยที่ไม่ใช้ ยันต์แสงทำลาย
รัตติกาล
“อู่ อวี้ จงเลือกมาเสีย? หากว่าเจ้าตัดสินใจใช้งานยันต์
แสงทำลายรัตติกาล พวกเราสัญญาได้เลยว่า จะไม่มี
ผู้ใดแตะต้องน้องสาวข้าแม้แต่ขนสักเส้นเดียว” องค์
ชายโย่วหยาง วางท่าสูงส่ง มันจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วย
สายตาเย็นชา บัดนี้คนอื่นก็มีท่าทีเคร่งขึมจริงจังยิ่งขึ้น
ยอดฝีมืออาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 10 เข้าโอบล้อม อู่
อวี้ ทุกทิศทาง พวกมันแต่ละคนยังได้นำเอาศาสตรา
เต๋าของตนเองออกมา กระทั่งตั้งท่าเตรียมพร้อมจะลง
มือโจมตีทุกเมื่อ ตราบใดที่ อู่ อวี้ คิดจะหลบหนี พวก
มันก็จะพุ่งตรงเข้าขัดขวาง แม้ว่าจะไม่ประสบ
ความสำเร็จก็ตาม
คนกลุ่มนี้ใช้วิธีการที่น่ารังเกียจชั่วช้า โดยเฉพาะท่าที
ราวกับถือไพ่เหนือกว่าของพวกมัน ได้ทำให้ อู่ อวี้ ก็
รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างยิ่ง เขาหันไปมอง องค์หญิงโย่ว
เสี่ย ยามนี้นางมองกลับมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไป
ด้วยความรู้สึกผิด อู่ อวี้ รู้ดีว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่ ใน
แววตาของนางเต็มไปด้วยความตำหนิตนเองและความ
ขับข้องใจที่อัดอั้นอยู่ภายในใจ
นางไม่ต้องการให้ อู่ อวี้ เข้ามาพัวพันกับเรื่องไร้สาระ
แบบนี้จริงๆ
แต่เดิมนางเกลียดชังคนกลุ่มนี้อยู่แล้ว แม้ว่าภายใน
กลุ่มนี้จะมีคนที่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกับนางก็
ตาม
แต่บางครั้งสายเลือดของเชื้อพระวงศ์ก็ไม่มี
ความสำคัญมากขนาดนั้น มีตัวอย่างมากมายใน
ประวัติศาสตร์ที่พี่น้องต้องห้ำหั่นกันเอง
“อู่ อวี้ ยันต์แสงทำลายรัตติกาล เล่า?” เมื่อเห็นว่า
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ต้วนอี้ ก็รู้สึก
สบายใจยิ่ง มันยืนอยู่ข้างกายของ องค์หญิงโย่วเสี่ย
และมองมาที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่เย็นชา คาดว่าตัวมัน
ก็คิดไม่ถึงว่าจะมีวันที่ตัวเองต้องมีใบหน้าที่น่าเกลียด
เช่นนี้ แต่เมื่อคิดถึงความฝันของตัวเอง และแม้ว่ามัน
จะมองเห็นสายตาขององค์หญิงโย่วเสี่ยที่มองมันอย่าง
สะอิดสะเอียด มันก็ยังคงยืนกรานจะทำเช่นนี้
อู่ อวี้ พลันเกิดโทสะแทบจะพุ่งทะยานสู่สวรรค์ ทำไม
พวกมันถึงกล้าใช่วิธีการที่ต่ำช้าเช่นนี้ออกมาต่อหน้า
สาธารณชนมากมาย
อย่างไรก็ตามเขาก็ยังไม่ได้ขาดสติ ขณะที่ทุกคนกำลัง
เฝ้ารอให้เขานำยันต์แสงทำลายรัตติกาลออกมา เขาก็
ผายมือออกไปแล้วกล่าวว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่มี
อะไรต้องคุยแล้ว แต่ข้ารู้ว่าพวกเจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
หากตราบใดที่ข้าออกไปจากที่นี่แล้ว หนึ่งสิ่งที่พวกเจ้า
จะทำอย่างแน่นอนก็คือการสังหารข้าทันที ทว่าหาก
ข้าไม่ยินยอมให้พวกเจ้าสัมผัสตัว เกรงว่าคงจะไม่มีผู้ใด
ตามข้าได้ทัน เช่นนั้นแล้วทำไมไม่ทำให้มันง่ายดายสัก
หน่อย ใช้วิธีการของข้าดีหรือไม่? ข้าสัญญากับพวกเจ้า
เลยว่าข้าจะไม่หนี แต่พวกเจ้าจะต้องให้ความยุติธรรม
กับข้า ให้โอกาสข้าได้ท้าทายพวกเจ้า”
“เจ้าหมายความว่าอะไร?” องค์ชายโย่วหยาง เอ่ยถาม
ดวงตาอันร้อนแรงของ อู่ อวี้ กำลังมองหาคนที่อ่อนแอ
ที่สุดภายในกลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งคนผู้นั้นคือ ต้วนอี้
จากนั้นเขาก็ได้กล่าวออกมาทีละคำ “ข้ากับคนผู้นี้มี
ความบางหมางกัน ไหนๆมันก็มาเกี่ยวพันกับเรื่องนี้
ด้วยแล้ว เช่นนั้นข้าขอท้าสู้กับมัน! หากว่าข้าแพ้ ข้าจะ
ใช้ยันต์แสงทำลายรัตติกาลในทันที แต่หากว่าข้าชนะ
ข้าจะนำตัวองค์หญิงโย่วเสียไป”
สถานการณ์ของ อู่ อวี้ ในตอนนี้นับว่าจนตรอกอย่าง
แท้จริง คงเหลือเพียงวิธีเดียวที่จะต่อกรกับพวกมันเสีย
แล้ว เพราะท้ายที่สุดแล้วพวกมันก็กลัวว่า อู่ อวี้ จะ
หลบหนีไป
ตอนนี้ อู่ อวี้ กล่าวออกมาว่าเขาสัญญาว่าจะไม่หนี
เพียงแต่ว่าวิธีการจะเปลี่ยนแปลงกลายเป็นการต่อสู้
เพื่อเอาชีวิตแทน เนื่องจากวิธีการก่อนหน้านี้ถือว่าน่า
ขายขี้หน้ามากเกินไป หากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป
มันจะไม่ค่อยน่าฟังเท่าไรนัก
“เจ้ากล้าท้าทายข้ารึ?” ต้วนอี้ รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเอง
ฟังผิดไป ใบหน้าของมันปรากฏความไม่อยากจะเชื่อ
ออกมา ในตอนที่พบกับ อู่ อวี้ เป็นครั้งแรก ความ
แข็งแกร่งของมันก็เหนือล้ำกว่า อู่ อวี้ อย่างมหาศาล
ในยามที่อยู่ภายในพิภพต่างมิติ หากว่ามันไม่เกรงกลัว
ว่าจะทิ้งร่องรอยอันใดไว้ มันไม่จำเป็นต้องใช้จักรพรรดิ
อสูรแดนเหนือด้วยซ้ำ
ยามที่อยู่ภายในกองทัพหมิงไห่ มันก็ได้ไล่ล่า อู่ อวี้
หลายต่อหลายครั้ง เพียงแค่ว่า อู่ อวี้ มักจะใช้
ความเร็วของมันหลบหนีเขามาได้โดยตลอด
ซึ่งนี่ก็เพิ่งจะผ่านไปได้ไม่นาน ทว่า อู่ อวี้ กลับกล้า
เสนอท้าทายประลองเป็นตายกับมัน!
เหล่าองค์หญิงองค์ชายต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก คำขอ
ของ อู่ อวี้ อยู่เหนือความคาดหมายของพวกมัน ทำให้
แรงกดดันอันหนักหน่วงกดทับไปบนร่างของ ต้วนอี้
จนเวลานี้พวกมันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ