กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 780: ม้วนภาพขุนเขาธาราเป่ยหมิง
ด้วยเจตนามุ่งมั่นของ อู่ อวี้ เห็นได้ชัดเจนว่าเขาวางแผน
มานานกว่า 20 วัน ทั้งหมดก็เพื่อวันนี้
บางทีเขาอาจจะคิดกลยุทธ์นี้ไว้ตั้งแต่ตอนที่ องค์ชายโย่ว
เหยียนเอาทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งมาข่มขู่เขาแล้ว
สำหรับคนอื่น ๆ นี่ถือเป็นความกล้าหาญสุดแสน
แม้แต่ หนานซาน หวางเยว่ ที่อยู่กับ อู่ อวี้ มาตลอดก็ยัง
ไม่รู้เรื่องนี้
อย่างไรก็ตามความกล้าหาญนี้ทำให้ทุกคนต้องตื่นตกใจ
จริง ๆ
หลังจาก อู่ อวี้ กล่าวออกมาอย่างใจเย็น ในช่วงเวลาสั้น
ๆ หลายคนยังไม่ทันได้ตอบสนองอันใด
ตอนนี้ทุกคนจ้องมอง อู่ อวี้ แล้วก็มองมาที่องค์ชายโย่ว
เหยียน
ทั้งสองกำลังจ้องมองกันและกัน กลับกลายเป็นการต่อสู้
ที่มองไม่เห็นขึ้นมา
เห็นได้ชัดว่าจากมุมมองภายนอก ไม่ว่าแง่ใด ๆ ก็ตามดู
เหมือน อู่ อวี้ จะไม่สามารถเปรียบเทียบกับองค์ชายโย่ว
เหยียนได้เลย สิ่งเดียวที่พอจะเปรียบเทียบได้ก็คือความ
กล้าหาญที่เขามี
อย่างไรก็ตามต่อให้มีความกล้าหาญมากเพียงใด แต่พลัง
การต่อสู้นั้นมีเล็กน้อยมากเกินไป ถ้าหากเป็นพวกมันจะ
ไม่ทำเช่นนี้
“ สมองของมันฟั่นเฟือนหรือไร? หรือเป็นเพราะว่าจริง
ๆ แล้วมันกลัวอยู่ จึงได้ตัดสินใจก็ทำอะไรบ้า ๆ คิดว่าท้า
ทายองค์ชายโย่วเหยียน แล้วจะมีโอกาสชนะเช่นนั้น
หรือ? ” คนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น
“ เจ้าไม่เข้าใจ บางทีเขาอาจไม่คิดจะเอาชนะองค์ชาย
โย่วเหยียนจริง ๆ ด้วยซ้ำ แค่ใช้วิธีนี้ให้องค์ชายโย่วเห
ยียนประทานอภัย ให้พวกเขายอมละเว้นมันก็เท่านั้น
ด้วยเพราะอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี มิฉะนั้น
หลังจากโดนองค์ชายโย่วเหยียนข่มขู่ มันคงไม่กล้าเก็บ
รวบรวมตาข่ายวิญญาณมรณะ ซึ่งเป็นการหยามเกียรติ
เช่นนี้”
” ถ้าเช่นนั้น อู่ อวี้ ผู้นี้ก็ไม่ได้ดีเด่นกล้าหาญอันใด ที่มัน
กระทำเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีอันเล็กจ้อยของมันเท่านั้น ”
” มันก็น่าจะใช่ ในเป่ยหมิงมันดูอวดดีหยิ่งจองหองยิ่งนัก
อันที่จริงมันสมควรโดนสั่งสอนมานานแล้ว มีแค่เพียง
องค์หญิงโย่วเสี่ยเท่านั้นแหละที่ยังคอยคุ้มกะลาหัวของ
มันอยู่ ”
” กล้าท้าทายองค์ชายโย่วเหยียน ไม่ต่างอะไรจากการ
เอาไข่ไปกระแทกก้อนหิน ”
” แต่สิ่งที่มันต้องการก็คือคำสาบานจากองค์ชายโย่วเห
ยียนเพียงเท่านั้น ”
” ผลลัพธ์จากการต่อสู้ดูท่าไม่สำคัญสำหรับมัน ต่อให้
วันนี้จะพ่ายแพ้ก็ตาม และถึงแม้ว่าการพ่ายแพ้นั้นจะน่า
อัปยศเป็นอย่างมาก แต่ชื่อเสียงที่มันได้รับก็มากพอที่จะ
สั่นสะเทือนไปทั้งโลกหล้าแล้ว พอพูดถึงเรื่องนี้ข้าล่ะ
อิจฉาจริง ๆ ที่มันมีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันในสงคราม
ชิงอำนาจแดนเหนือ เลยทำให้มันมีชื่อเสียงเลื่องลือถึง
เพียงนี้ ”
คนเหล่านั้นพูดคุยกัน ราวกับว่าเห็นทะลุเข้ามาภายในใจ
ของ อู่ อวี้ มองเขาด้วยสายตาสมเพช
แต่เกรงว่าคงจะมีเพียงองค์ชายโย่วเหยียน กับคนกว่า
20 คนเท่านั้นที่รู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความคิดที่แท้จริงของ อู่
อวี้
เขาหาได้แยแสในศักดิ์ศรีเกียรติยศ เขาเพียงต้องการ
ไม่ให้องค์ชายโย่วเหยียนกับพรรคพวก ไปสร้างอันตราย
กับทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
แต่เขาปรารถนาเปิดโอกาสตัวเอง ได้ต่อสู้ในสงครามชิง
อำนาจแดนเหนืออย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อไขว่คว้า
อันดับ 1 มาครอบครอง!
นี่แหละคือ อู่ อวี้ ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการ
ต่อสู้ เที่ยงธรรมแข็งแกร่งอย่างที่สุด!
อย่างไรก็ตามสำหรับองค์ชายโย่วเหยียน จิตวิญญาณ
การต่อสู้นี้เป็นเพียงเรื่องไร้สาระ และหยามหมิ่นเกียรติ
ของมัน
ในความเป็นจริงมันสามารถเลือกจะไม่ยอมรับ โดย
ปล่อยให้ อู่ อวี้ ดื่มด่ำไปกับการเป็นอันดับหนึ่ง แล้วค่อย
ตอบโต้กลับโดยการไปโจมตีทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
หลังจากที่เขาออกไปก็ได้
เพียงแต่เช่นนั้น จะเป็นการไม่ตัดสินใจภาพรวมเกินไป
หน่อย
หากให้ อู่ อวี้ คว้าอันดับ 1 มาครอบครอง เกรงว่าคงถูก
ทำให้ขายหน้าไปทั่วทั้งจักรวรรดิทันใด
และหากเมื่อมันตกลงยอมรับ ก็ถือเป็นการประกาศคำ
สัตย์สาบานต่อหน้าคนทั้งหมด
นี่คือหลักฐาน หลังจากนั้นก็ดูกันว่าฝ่ายไหนแพ้ชนะกัน
แน่
หากมันได้รับชัยชนะ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสงคราม
ชิงอำนาจแดนเหนือจะได้รับการแก้ไขอย่างราบรื่น
เป่ยหมิงจะสามารถกู้ศักดิ์ศรีของตนเองคืนได้
แต่ถ้าหากองค์ชายโย่วเหยียนเกิดพ่ายแพ้ขึ้นมา
สถานการณ์ของจักรวรรดิเป่ยหมิงจะยิ่งเลวร้ายกว่าเก่า
…
ทุกคนต่างเข้าใจเรื่องนี้
อย่างไรก็ตามองค์ชายโย่วเหยียน ไม่เชื่อว่า อู่ อวี้ จะ
เหนือกว่ามันไปได้
หากมันไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไข ไม่กล้ารับคำท้าทาย ก็
เท่ากับว่ามันยอมรับความพ่ายแพ้ไปแล้วนั่นเอง และ
เพราะนี่คือวันสุดท้ายของเหตุการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อมอง
จากองค์ประกอบทุกอย่างเลยทำให้ องค์ชายโย่วเหยียน
ไม่อาจปฏิเสธได้
เรื่องทั้งหมดนี้ อู่ อวี้ ได้วิเคราะห์คาดการณ์ไว้หมดแล้ว
ฉะนั้นการที่เขามาในวันนี้ เพราะมีความมั่นใจอย่างล้น
พ้น
องค์ชายโย่วหยางปรึกษาหารือกับคนอื่น ๆ อย่างลับ ๆ
ซึ่งทุกคนต่างมีความคิดเห็นมากมาย
เสียงส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ยินดีที่จะเอาโทสะ
ความโกรธเคืองที่มีต่อ อู่ อวี้ ลงไปกับการประลองต่อสู้
องค์ชายโย่วเหยียนเห็นตามความเห็นส่วนใหญ่ โดยเรื่อง
ที่จะสยบ อู่ อวี้ ด้วยการต่อสู้ตามที่เขาต้องการ
เมื่อได้ข้อสรุป คนอื่น ๆ จึงถอยห่างออกมา องค์ชายโย่ว
เหยียนจ้องเขม็งที่ อู่ อวี้ โบกสะบัดมือแล้วพูดว่า ” ถ้า
เจ้ามีความจริงใจ…เช่นนั้นก็เอาตามนั้น ไหน ๆ สงคราม
ชิงอำนาจแดนเหนือก็เหลือเพียงแค่ 1 วัน ถ้าเช่นนั้นข้า
จะใช้มันกับเจ้าก็แล้วกัน ”
ดูเหมือนมันจะเห็นด้วยแล้ว
ทุกคนได้ยินมันอย่างชัดเจน ดังนั้นเวลานี้พวกมันจึงถอย
ห่างขยายพื้นที่สนามการต่อสู้ให้กว้างขึ้น
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า อู่ อวี้ จะกระทำเช่นนี้
เหตุที่เขาต้องกระทำเช่นนี้ ก็เพราะว่าถูกพวกมันบีบ
บังคับ!
เนื่องจากว่าตั้งแต่ต้นยันจบ ผู้ที่ไม่สามารถทานทนได้
มากที่สุดก็คือตัวเขา เป็นผู้ที่ถูกฝ่ายตรงข้ามเอาญาติ
มิตรคนรักมาข่มขู่
ฉะนั้นเขาจึงอยากจะเปลี่ยนแปลง ถึงแม้จะดูว่าเขาเสีย
สติ ถึงแม้จะดูว่าเขากำลังแกว่งเท้าหาเสี้ยนก็ตาม
ซึ่งวันนี้ถือเป็นการปลดปล่อยของเขา แรงกดดันที่สะกด
ข่มตนเองมามากกว่า 20 วัน จะได้ถูกปล่อยออกทั้งหมด
ในการต่อสู้นี้!!
” ข้าไม่เพียงปรารถนากลายเป็นผู้ชนะเลิศอันดับ 1 ใน
สงครามชิงอำนาจแดนเหนือ แต่ข้ายังต้องการเอาชนะ
มันด้วยวิธีที่บริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด หลังจากนั้นก็
ออกไปรับรางวัลอย่างสง่าผ่าเผย แล้วในท้ายสุดข้าจะทำ
ให้ทุกคน เคารพเชิดชูหวาดกลัวข้าไปถึงขั้วหัวใจ ”
หาพวกมันหวาดกลัว แล้วจะมีผู้ใดหาญกล้ามาแตะต้อง
สัมผัสเกล็ดย้อนของเขาอีกเล่า?
แล้วพวกมันจะรู้ว่า ยามที่เขาโกรธเคืองนั้นน่า
สะพรึงกลัวมากเพียงใด?
ถูกแล้ว ความแข็งแกร่งที่ก้าวกระโดดขึ้นอย่างใหญ่หลวง
นี้ ผู้ใดจะสามารถกระทำได้ภายใน 20 วัน ทั้งยังไม่เคย
ปรากฏขึ้นในประวัติศาสตร์มาก่อนนับตั้งแต่อดีตกาล
ดังนั้น องค์ชายโย่วเหยียนจึงหาได้กังวลหรือหวาดกลัว
แม้แต่น้อย
ในระหว่างการเผชิญหน้า มันก็สามารถสยบ อู่ อวี้ ได้
อย่างสิ้นเชิง
ความแข็งแกร่งของทั้งสองนับเป็นช่องว่างขนาดใหญ่
ราวผู้ใหญ่กับเด็ก
อู่ อวี้ ช่างดูอ่อนแอและน่าสังเวชเป็นอย่างยิ่ง
“ บางทีอาจเป็นเพราะเขาคิดว่าตนเอาชนะต้วนอี้มาได้
ดังนั้นจึงคิดว่าความแข็งแกร่งของตนใกล้เคียงกับองค์
ชายโย่วเหยียน แต่เขาหารู้ไม่ว่า ถึงแม้พื้นฐานฝึกตน
ของต้วนอี้กับองค์ชายโย่วเหยียนจะห่างกันเพียงหนึ่งขั้น
แต่หนึ่งขั้นนี้ก็เป็นเสมือนดั่งช่องว่างระหว่างสวรรค์และ
ปฐพี องค์ชายโย่วเหยียนเป็นถึงองค์ชาย ทว่าต้วนอี้เป็น
เพียงบุตรชายของเจ้าแคว้นตัวเล็ก ๆ แล้วพวกเขาจะ
เหมือนกันได้อย่างไร? ถึงแม้จะเป็นศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ แต่มันก็เป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณชั้นเลิศ ซึ่งองค์ชายโย่วเหยียนก็มีมันถึง 2 ชนิด”
บางคนก็อดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อดูผลจาก
การเผชิญหน้าระหว่างพวกเขา พวกมันจึงมั่นใจว่า การ
ต่อสู้จะจบลงในอีกไม่ช้า
อู่ อวี้ ต้องการจัดการกับองค์ชายโย่วเหยียน เพื่อเชือด
ไก่ให้ลิงดู ก่อนหน้านี้องค์หญิงโย่วเสี่ย ได้บอก
รายละเอียดและความสามารถเฉพาะขององค์ชายโย่วเห
ยียนให้เขาฟังแล้ว
องค์ชายโย่วเหยียน เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งผู้ที่อยู่ใต้
อาณาจักรสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าจะไม่มีใรคสามารถ
เทียบชั้นมันได้ นอกจากนี้ยังถือหนึ่งในผู้เข้าร่วมการ
แข่งขันแย่งชิงราชบัลลังก์ที่ทรงพลังมากที่สุดอีกด้วย
ดังนั้นฝีมือของมันย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เช่นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณทั้ง 2 ชิ้น คือสิ่งที่มัน
ได้รับจากสงครามชิงอำนาจแดนเหนือครั้งก่อน ซึ่งการ
แข่งขันครั้งแรกมันได้อันดับ 6 และครั้งที่สองมันได้
อันดับ 3
ครั้งแรก มันได้รับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ที่มี
นามว่า ‘กระบี่หนักห้วงทรายทมิฬเทวะ’
นี่คือกระบี่หนักนับแต่อดีตกาล ถูกหลอมสร้างขึ้นมาจาก
ทรายทมิฬ ไหลเวียนไปด้วยแสงดารา ประดุจดั่ง
เครื่องจักรสังหาร แน่นอนว่าพลังอำนาจของมันย่อม
ต้องเหนือล้ำกว่า ‘หอกทมิฬวิถีฟ้าดับชีพ ‘ ของต้วนอี้!
อย่างไรก็ตามศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณที่ได้รับจาก
ครั้งที่สองกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า ชื่อของมันก็คือ
‘ม้วนภาพขุนเขาธาราเป่ยหมิง’
สิ่งนี้คือศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณที่สืบต่อกันมาใน
ราชวงศ์เป่ยหมิง ทั้งยังมีชื่อเสียงเลื่องลือเป็นอย่างยิ่ง ผู้
ครอบครองมันในแต่ละรุ่นล้วนเป็นวีรบุรุษแห่งราชวงศ์
ม้วนภาพขุนเขาธาราเป่ยหมิง ประกอบด้วยดินแดน
ทั้งหมดของเป่ยหมิงอยู่ภายในม้วนภาพ สามารถกระตุ้น
ก่อรูปอำนาจของภูมิประเทศแห่งจักรวรรดิเป่ยหมิง
ปลดปล่อยมันเพื่อบดขยี้ทำลายล้างศัตรู นับเป็นสมบัติ
วิเศษที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดขององค์ชายโย่วเหยียน
นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นองค์ชายโย่วเหยียนใช้ ม้วนภาพ
ขุนเขาธาราเป่ยหมิง กับ กระบี่หนักห้วงทรายทมิฬเทวะ
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณทั้งสองบดขยี้ศัตรู
ด้วยศาสตราวิถีแท้ทั้ง 2 ชิ้น ทำให้มันเกือบจะ
เทียบเคียงได้กับองค์ชายโย่วหยางผู้เป็นพี่ชายของมัน
ยิ่งไปกว่านั้นองค์ชายโย่วเหยียนยังมีพลังอิทธิฤทธิ์และ
เคล็ดวิชาเต๋าชั้นเลิศ ซึ่งมีชื่อเสียงเลื่องลืออยู่ภายในเป่ย
หมิงอยู่ในครอบครองอีกด้วย และมังกรฟ้าสะกด
วิญญาณที่เกือบจะพรากชีวิตของ อู่ อวี้ ก็เป็นหนึ่งในนั้น
มังกรฟ้าสะกดวิญญาณ ถือเป็นหนึ่งในพลังอิทธิฤทธิ์
พื้นฐานที่ทรงพลังที่สุดของมัน
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็มีเรื่องบาดหมางอยู่กับองค์ชายโย่วเหยียนผู้นี้
อย่างใหญ่หลวงอยู่ก่อนแล้วด้วย
อย่างที่ทราบกันก่อนหน้านนี้ อู่ อวี้ ต้องพึ่งพาพลังของ
องค์ชายโย่วเหยียน เพื่อบรรลุอาณาจักรก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะ
มิฉะนั้นเขาคงไม่มีคุณสมบัติที่จะต่อกรกับงค์ชายโย่วเห
ยียน
แน่นอนว่าในการต่อสู้นั้น การได้รับบาดเจ็บหรือมีคน
ต้องตกตายไปถือเป็นเรื่องปกติ
ยามนี้สายตาทุกคนกำลังจับจ้องมาที่ทั้งคู่เป็นตาเดียวกัน
เห็นได้ชัดว่าองค์ชายโย่วเหยียนไม่อยากเสียเวลากับ อู่
อวี้ มาก
ดังนั้นเมื่อทั้งสองตัดสินใจต่อสู้ องค์ชายโย่วเหยียนจึง
หยิบศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณออกมาทันที!
ที่ปรากฏออกมาเป็นอย่างแรกคือ กระบี่หนักห้วงทราย
ทมิฬเทวะ และศาสตาชิ้นที่ 2 บางทีแม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังไม่
มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะใช้มันม้วนภาพขุนเขาธาราเป่ย
หมิง!
เพียงแค่กระบี่หนักห้วงทรายทมิฬเทวะ ก็ดูเหมือนว่า
องค์ชายโย่วเหยียนจะเหนือกว่า อู่ อวี้ มากแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีบารมีสะกดข่มของจักรพรรดิโดย
กำเนิด เสมือนดั่งเทพเซียนที่อยู่เหนือสรรพสิ่ง ดูหมิ่น
สรรพชีวิตทั้งมวล ส่งผลให้ อู่ อวี้ ที่อยู่เบื้องหน้ามัน ดู
เล็กจ้อยอลงไปถนัดตา!
ทว่าเวลานี้ อู่ อวี้ ยังไม่ได้ใช้เทียมฟ้าจรดดิน อีกทั้งยัง
ไม่ได้เปลี่ยนร่างเป็นเซียนวานรร่างทองคำ ในตอนนี้เขา
ใช้เพียงแค่ร่างของมนุษย์
ทั่วทั้งสรรพรางค์กายขององค์ชายโย่วเหยียนปกคลุมไป
ด้วยพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงอันมหาศาล ปราณตำหนัก
ม่วงทมิฬบิดม้วนกลายเป็นมังกรเทวะตนหนึ่ง ตวัตกรง
เล็บกรีดร้องคำรามเข้าใส่ อู่ อวี้!
ถ้าพวกมันไม่ได้ถูกองค์ชายโย่วเหยียนควบคุมเอาไว้
เกรงว่า อู่ อวี้ คงถูกกลืนกินไปแล้ว
แล้วทันใดนั้นองค์ชายโย่วเหยียนตวัดฟันกระบี่หนักห้วง
ทรายทมิฬเทวะลงมาเบื้องหน้า บังเกิดเป็นเสียงคำราม
ดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้วงสมุทรในชั่วพริบตา!
ลำแสงทมิฬจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังพวยพุ่งเข้าหา อู่ อวี้!
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ