กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 782: คุกนรกแห่งจักรวรรดิเป่ยหมิง
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ปรากฏขึ้นต่อหน้าสายตาของ
ทุกคนอีกครั้ง
ที่จริงแล้ว ร่างกลืนสวรรค์ก็ถือเป็นร่างกายของ อู่ อวี้
ความสามารถในการควบคุมร่างกลืนสวรรค์และร่างหลัก
ของเขาก็แทบไม่ต่างกันมากนัก ตอนนี้เหมือนกับว่าเขา
ให้มือขวาพักผ่อน แล้วใช้มือซ้ายมาทำการต่อสู้แทน
ร่างกลืนสวรรค์ของเขาสวมใส่ชุดคลุมเรียบง่ายสีขาว
ร่างนี้ยังมีผมสีขาวที่ราวกับหมู่เมฆาลอยล่องอยู่บนท้อง
นภา แม้ว่าจะมีรูปลักษณ์แบบเดียวกัน แต่ก็เห็นได้ชัดว่า
มันค่อนข้างแตกต่างกับร่างอื่นไม่น้อย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ
นัยน์ตาสีแดงและมีสายโลหิตไหลเวียนอยู่รอบตัว
ร่างกายนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสีแดงโลหิต มีเพียงส่วนน้อย
เท่านั้นที่เป็นสีขาวนั่นคือลูกตาขาว ด้วยรูปลักษณ์เช่นนี้
จึงทำให้ผู้คนต้องรู้สึกหวาดกลัว
ร่างกลืนสวรรค์ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของมัน
เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาผู้อื่นแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
ยามที่ อู่ อวี้ เอาชนะ ต้วนอี้ ครานั้นเขาใช้ร่างอวตาร
รูปลักษณ์เช่นนี้ ผนวกกับความสามารถของร่างอวตาร
ตัวนี้ที่ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาซึ่งสามารถกลืนกินเคล็ด
อิทธิฤทธิ์ของคู่ต่อสู้มาทำการโจมตีอีกฝ่าย ถึงกับทำให้
คนจำนวนมากต้องรู้สึกประหลาดใจ แม้กระทั่งจวบจน
บัดนี้ก็ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพวกเขาอยู่
เดิมทีคิดว่า อู่ อวี้ จะยอมรับความพ่ายแพ้ เพราะว่าเขา
ถูกบีบบังคับให้ต่อสู้เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอาไว้ แต่
คาดไม่ถึงว่าร่างกลืนสวรรค์จะปรากฏออกมาอย่าง
ฉับพลันเช่นนี้ นี่แสดงให้เห็นถึงเจตจำนงของ อู่ อวี้ เขา
แม้กระทั่งให้ร่างหลักของตนเองล่าถอยออกไป
ความหมายก็คือเขาต้องการใช้ร่างอวตารนี้มาทำการ
ต่อสู้แทน!
บนโลกใบนี้มีน้อยถึงน้อยมากที่ร่างอวตารจะแข็งแกร่ง
กว่าร่างหลัก
ร่างอวตารนั้นมีความยากในการยกระดับ ร่างอวตาร
บางส่วนแทบจะไม่มีโอกาสในการพัฒนาความสามารถ
เลย ความสามารถของร่างอวตารจึงถูกกำหนดเอาไว้ใน
ยามที่พวกมันถูกสร้างขึ้นมา!
“นี่หมายความว่ายังไง?” หลังจากที่มองเห็นร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ องค์ชายโย่วเหยียนยังไม่ค่อยเข้าใจ เดิมทีมัน
คิดว่าการต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว
“เพื่อตัดสินผู้ชนะยังไงล่ะ” อู่ อวี้ กล่าวตอบออกมาด้วย
ถ้อยคำเรียบง่ายไม่กี่คำ และคำพูดเหล่านี้ยังเป็นร่าง
อวตารที่กล่าวออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้ร่างกลืน
สวรรค์พูด มันมีน้ำเสียงเช่นเดียวกัน แต่ยามที่ใช้ร่าง
กลืนสวรรค์เอ่ยออกมา ดูเหมือนจะให้ความรู้สึกที่
ค่อนข้างแตกต่างกัน มันดูแหบแห้ง เยือกเย็นและมืดมน
ยิ่งกว่า!
ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีบางส่วนที่ให้ความรู้สึกกดดัน
บางอย่างซึ่งไม่อาจอธิบายออกมาได้ ทำให้องค์ชายโย่ว
เหยียนเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่า อู่ อวี้ ไม่ได้ล้อเล่น เขา
ต้องการใช้ร่างอวตารของตนเองมาทำการต่อสู้กับตัวมัน
อีกครั้งจริงๆ
“ร่างอวตารของเจ้านี้ถือว่าไม่เลว แต่น่าเสียดายที่ต้อง
มาเผชิญหน้ากับข้า!” ไม่ว่าจะเป็นร่างอวตารหรือว่าร่าง
หลัก องค์ชายโย่วเหยียนก็ไม่อยากจะเสียเวลากับ อู่ อวี้
อีกต่อไป!
ดังนั้นยามนี้ไม่ว่าจะเป็น ม้วนภาพขุนเขาธาราแห่งเป่ย
หมิง หรือว่าจะเป็น กระบี่หนักห้วงทรายทมิฬเทวะ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณทั้ง 2 ชิ้นซึ่งถูกถือ
เอาไว้ในมือจึงได้ระเบิดพลังอำนาจออกมาในเวลา
เดียวกัน วงเวทหลายแสนวงถูกโคจรออกมาอย่างพร้อม
เพรียง ซึ่งมันได้กินพลังจากแก่นแท้ตำหนักม่วงไป
จำนวนมหาศาล คาดว่าคงมีเพียงแค่องค์ชายโย่วเหยียน
เท่านั้นถึงจะมีพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงมากพอ พลังแก่น
แท้ตำหนักม่วงของมันกำลังหลั่งไหลต่อเนื่องไม่ขาดสาย!
ครู่ต่อมา มันได้ใช้ออกด้วยเคล็ดอิทธิฤทธิ์ที่ซึ่งครั้งหนึ่ง
ได้เคยนำทางให้ อู่ อวี้ ทะลวงเข้าสู่อาณาจักรจิตเทวะ
มาแล้ว นั่นคือ มังกรฟ้าสะกดวิญญาณ!
จะเห็นเพียงแค่ว่ามันส่งเสียงแผดร้องออกมา เป็นเสียง
คำรามของมังกรดังสะท้านดังกึกก้อง พร้อมพุ่งทะยาน
โจมตีเข้าไปหาร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ในทันใด
พริบตากระแสเสียงได้ก่อตัวเป็นมังกรฟ้าสะกดวิญญาณ
พุ่งเข้าใส่ร่างของ อู่ อวี้
เดิมทีมันคิดที่จะใช้เคล็ดอิทธิฤทธิ์นี้ทำลายจิตวิญญาณ
ของร่างอวตารหรือว่าจิตเทวะของ อู่ อวี้ เพราะมันคาด
เดาว่าบางทีร่างอวตารของ อู่ อวี้ ร่างนี้อาจจะถูก
ควบคุมโดยจิตวิญญาณ ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นส่วนหนึ่ง
ในจิตเทวะของร่างหลักเท่านั้น ดังนั้นจิตวิญญาณที่อยู่
ภายในร่างอวตารย่อมอ่อนแอ ด้วยเคล็ดมังกรฟ้าสะกด
วิญญาณนี้ มันน่าจะสามารถโจมตีร่างอวตารของ อู่ อวี้
ได้อย่างสบายๆ จากนั้นมันก็ค่อยไปจัดการกับร่างหลัก
ของ อู่ อวี้ ต่อทีหลัง
เพียงแต่ไม่คาดคิดว่ายามที่มังกรฟ้าสะกดวิญญาณกวาด
ผ่านไป ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ พลันแปรเปลี่ยน
กลายเป็นหมอกควันสีดำทมิฬลอยฟุ้ง เมื่อเป็นเช่นนี้
มังกรฟ้าสะกดวิญญาณจึงไม่มีเป้าหมายให้โจมตี ทำได้
เพียงแค่แตกระแหงกระจายออกไปท่ามกลางน่านน้ำ
ของคุกสมุทรวิญญาณแห่งนี้เท่านั้น!
เคล็ดอิทธิฤทธิ์ของมันกลับไม่สามารถโจมตีได้!
ไม่ได้มีเพียงแค่องค์ชายโย่วเหยียนเท่านั้น แต่ผู้ชม
ทั้งหมดที่ได้เห็นฉากเหตุการณ์นี้ต่างพากันรู้สึกสั่น
สะท้าน ประหลาดใจ พวกมันรู้สึกว่าร่างอวตารของ อู่
อวี้ ช่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ความจริงแล้วพวกมันไม่ได้
ให้ความสนใจสีหน้าร่างหลักของ อู่ อวี่ ที่กำลังมีสีหน้า
ทรมานอยู่เล็กน้อยแม้แต่นิดเดียว
อู่ อวี้ ได้พบเจอกับสถานการณ์ที่ หมิงซวง ได้เคยกล่าว
กับเขาเอาไว้แล้ว นั่นคือการที่จิตเทวะของร่างอวตารอยู่
ในระดับที่เหนือกว่าจิตเทวะของร่างหลัก
ยามนี้เขาควบคุมร่างกลืนสวรรค์ได้อย่างยากลำบาก ร่าง
กลืนสวรรค์นั้นมีความปรารถนาในการกลืนกินอันแรง
กล้า ซึ่งเป็นแรงปรารถนาที่ยากจะหยุด ในช่วงที่ร่าง
กลืนสวรรค์ยังมีจิตเทวะที่อ่อนด้อยกว่าร่างหลัก อู่ อวี้
ยังสามารถควบคุมมันได้ แต่ยามนี้เขารู้สึกว่าสายตาของ
ตัวเองเริ่มพร่ามัว บางครั้งยังเกิดเป็นแรงกระตุ้นหมาย
กลืนกินสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง ร่างกลืนสวรรค์อยู่ในสภาวะที่
หิวโหยตลอดเวลา มันมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้า
เปรียบดั่งอาหารอันแสนโอชะ แม้กระทั่งองค์ชายโย่วเห
ยียนที่อยู่เบื้องหน้าในตอนนี้ก็เช่นกัน ในขณะที่พุ่งรบ
โรมรันกับอีกฝ่าย อู่ อวี้ ยังต้องคอยสะกดข่มแรง
ปรารถนาที่จะกลืนกินของตนเองเอาไว้ แรงปรารถนานี้
ทำให้เขารู้สึกอึดอัดและร้อนรุ่ม ซึ่งเขารู้ดีว่าตราบใดที่
ปล่อยให้มันอยู่เหนือเขาได้ เมื่อนั้นเขาก็จะต้องสูญเสีย
ตัวตนไปในทันที จิตเทวะของตัวเขาได้ให้กำเนิดบรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์นี้ขึ้นมา เกรงว่าหากเขาสูญเสียการ
ควบคุมร่างกลืนสวรรค์ไป มันจักนำพาภัยพิบัติมาสู่โลก
ใบนี้!
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงรู้ดีว่ายามนี้เขาควรที่จะเริ่มยกระดับ
ความแข็งแกร่งร่างหลักของเขาเสียแล้ว เพื่อให้ร่างกลืน
สวรรค์ไม่สามารถแสดงแรงปรารถนาในการกลืนกินได้
อีก กล่าวได้ว่าร่างกลืนสวรรค์ได้เติบโตมาตลอดเป็น
ระยะเวลา 20 กว่าวันก็เพื่อวันนี้ เพื่อที่เขาจะมี
ความสามารถเพียงพอที่จะเอาชนะองค์ชายโย่วเหยียน
ได้!
อู่ อวี้ ได้ถูกแตะเกล็ดย้อนของเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก เขาจึง
ต้องการที่จะเติบโตให้เร็วกว่านี้!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ออกไปจากสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือนี้ เขารู้ว่าหลังจากที่ออกไป ตนเอง
อาจจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ท้าทายอีกมากมาย เป็น
เพราะยามที่เขาอยู่ภายในนี้ ตนได้แสดงฝีมือออกมามาก
เกินไป มันจึงเป็นการดึงดูดความสนใจจากคนจำนวน
มาก ซึ่งสามารถส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อชีวิตของเขา!
เนื่องจากว่าความแข็งแกร่งของร่างหลักยังไม่เพียงพอ
ดังนั้นเขาจึงต้องยืมพลังจากร่างกลืนสวรรค์ ซึ่งเวลานี้
เขายังคงสามารถควบคุมร่างกลืนสวรรค์เอาไว้ได้อยู่ แต่
เขาก็รู้ดีว่าหากขอบเขตของร่างกลืนสวรรค์อยู่เหนือกว่า
ร่างหลักของเขาอีกเพียงแค่เล็กน้อย ย่อมกลายเป็น
หายนะอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง นับว่าเป็นความเสี่ยงน้ำ
ปริ่มแก้วอย่างยิ่ง
หลังจากการต่อสู้ในวันนี้สิ้นสุดลง เขาไม่อาจให้ร่างกลืน
สวรรค์ทำการกลืนกินได้ต่อ สิ่งแรกหลังจากออกไปก็คือ
การยกระดับจิตเทวะของร่างหลักให้เติบโตจนสามารถ
ควบคุมร่างกลืนสวรรค์ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ปล่อยให้เกิด
ความเสี่ยงใดๆขึ้นอีก!
หากคิดที่จะเสี่ยงก็จะต้องเก็บเกี่ยวให้ได้ ดังนั้นในวันนี้
เขาจึงไม่มีความคิดที่จะแพ้ เพราะเขาไม่รู้ว่าร่างกลืน
สวรรค์นั้นจะสามารถเติบโตไปได้ถึงขั้นไหน แต่ในช่วง
เวลานี้ เขามีความกระตือรือร้นอยากจะเอาชนะองค์ชาย
โย่วเหยียนผู้นี้อย่างยิ่ง และด้วยความกระตือรือร้นเช่นนี้
ผสานรวมกับแรงปรารถนาในการกลืนกินของร่างกลืน
สวรรค์ ทำให้จิตวิญญาณร่างกลืนสวรรค์ของเขาใน
ขณะนี้ เปลี่ยนกลายเป็นบ้าคลั่งอย่างที่สุด ดวงตาสีแดง
ฉานพลันจับจ้องไปยังคู่ต่อสู้ของตัวมัน กระทั่งทำให้องค์
ชายโย่วเหยียนรู้สึกอึดอัดจนแทบจะระเบิดออก!
เมื่อเป็นเช่นนั้นองค์ชายโย่วเหยียนจึงเริ่มลงมือด้วย
ความเกรี้ยวกราดอีกครา!
อู่ อวี้ กำลังรอให้มันเป็นฝ่ายที่ลงมือก่อน เนื่องจากว่า
คนผู้นี้แข็งแกร่งกว่าร่างกลืนสวรรค์ เขาจึงมีวิธีการต่อสู้
เพียงวิธีเดียวเท่านั้น!
“คุกนรกจักรวรรดิเป่ยหมิง! ” ภายใต้การรอคอยของ
ทุกคน ไม่คาดคิดว่าสิ่งแรกที่ องค์ชายโย่วเหยียนจะใช้
งานก็คือ ม้วนภาพขุนเขาธาราเป่ยหมิง
ฉับพลัน มันกระตุ้นวงเวทโจมตีของม้วนภาพขุนเขา
ธาราเป่ยหมิง พร้อมใช้ออกด้วยวิชา คุกนรกจักรวรรดิ
เป่ยหมิง ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุด!
ศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นตาม
ลักษณะของจักรวรรดิเป่ยหมิงทั้งหมด ในยามนี้ องค์
ชายโย่วเหยียน ได้เปิดม้วนภาพวาดขนาดใหญ่ขึ้น ยามที่
ม้วนภาพวาดถูกเปิดออก ท่ามกลางสวรรค์และโลกมัน
ได้เติบโตขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ภายในช่วงเวลาสั้นๆทั้ง
ร่างหลักและร่างแยกของ อู่ อวี้ ได้ถูกโอบล้อมเข้าอยู่ใจ
กลางของม้วนภาพวาดนี้ สามารถเห็นได้ว่าภายในม้วน
ภาพวาด มีทั้งภูเขาสูงและธารน้ำ ทั้งที่ราบเรียบและทุ่ง
หญ้า ทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงสภาพไปราวกับ
กลายเป็นของจริง แม้กระทั่งยังสามารถมองเห็นสายลม
ที่พัดโชยผ่านขุนเขา หรือกระทั่งสายน้ำที่ไหลผ่านลำธาร
แม้แต่ปศุสัตว์ที่กำลังกินหญ้าอยู่บนทุ่งหญ้า ทุกสิ่งทุก
อย่างที่มองเห็นได้ทั้งหมดแทบจะกลายเป็นของจริง
ขึ้นมา
ยิ่งเวลาผ่านไปม้วนภาพธรณีธาราก็ยิ่งสมจริงมากขึ้น
กล่าวได้ว่าศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ได้
สร้างคุกขึ้นมาหนึ่งแห่งเลยก็ว่าได้!
องค์ชายโย่วเหยียนก็คือผู้คุมสถานที่แห่งนี้ มันเป็น
เหมือนกับจักรพรรดิหมิงไห่แห่งจักรวรรดิเป่ยหมิงก็มิ
ปาน! อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองได้ออกมาจากคุกสมุทร
วิญญาณกลับมาอยู่ที่จักรวรรดิเป่ยหมิงอีกครา และสิ่งที่
เขาเห็นในยามนี้ก็คือวิวทิวทัศน์ของจักรวรรดิเป่ยหมิง
ซึ่งในช่วงเวลานี้ทั่วทั้งจักรวรรดิเป่ยหมิงหลงเหลือเพียง
แค่เขากับ องค์ชายโย่วเหยียน เท่านั้น ไม่มีผู้อื่นเลย
แม้แต่คนเดียว!
เวลานี้เขาก้าวขาเข้าสู่เขตแดนของอีกฝ่ายแล้ว! สิ่งนี้เกิด
ขึ้นกับร่างหลักของเขาเพียงอย่างเดียว สำหรับร่างแยก
ของเขาไม่ได้รับผลกระทบใดๆทั้งสิ้น
แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่ได้ร้อนใจ เขาให้ร่างหลักล่าถอยออกไป
ส่วนร่างกลืนสวรรค์ก็มุ่งหน้าเข้าห้ำหั่นกับองค์ชายโย่วเห
ยียนอย่างไม่ลดวาลาศอก
คุกนรกจักรวรรดิเป่ยหมิงเป็นวงเวทที่มหัศจรรย์อย่าง
หนึ่ง สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว ราวกับว่าเขาได้เข้ามาอยู่ใน
โลกอีกใบหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับคนที่อยู่ด้านนอก
พวกเขาเห็นเพียงแค่ว่า อู่ อวี้ ถูกศาสตราเต๋าวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณชิ้นนี้คุมขังเอาไว้ ม้วนภาพขุนเขาธาราเป่ย
หมิงกลายเป็นโปร่งใส ทำให้ผู้ชมสามารถมองเห็น อู่ อวี้
ได้อย่างชัดเจนว่าเขากำลังอยู่ในอาการสับสนราวกับเป็น
แมลงวันที่ไร้หัว ส่วนองค์ชายโย่วเหยียนดูราวกับเป็นผู้มี
อำนาจที่ทำได้ทุกสิ่ง
แน่นอนว่า องค์ชายโย่วเหยียนใช้วงเวทโจมตีเช่นนี้ก็
เพื่อที่จะปราบปราม อู่ อวี้ และสำหรับวิธีการที่มันจะใช้
ในการเอาชัยเหนือ อู่ อวี้ มันคือหลังจากนี้!
“วงเวทห้วงมิติอเวจีทรายทมิฬ!” หลังจากใช้คุกนรก
จักรวรรดิเป่ยหมิง กระบี่หนักห้วงทรายทมิฬเทวะที่อยู่
ในมืออีกข้างหนึ่ง ก็เปลี่ยนกลายเป็นเม็ดทรายสีดำ
จำนวนนับอนันต์ จากนั้นเม็ดทรายโคจรไปรอบๆแขน
ของมันอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับขยายขนาดขึ้นอย่าง
รวดเร็ว ทว่าทางด้าน อู่ อวี้ เห็นเป็นเพียงเม็ดทราย
จำนวนนับไม่ถ้วนพลันเปลี่ยนกลายเป็นมังกรเทวะทมิฬ
นับหมื่นตัว ซึ่งมังกรเทวะทมิฬได้มาประจัญบานอยู่
เบื้องหน้า อู่ อวี้
อีกฝ่ายแสดงพลังอำนาจทั้งหมดออกมาอย่างไม่เก็บงไ!
ตั้งแต่เริ่มต้น เคล็ดวิชาที่แสดงออกมาในยามนี้เป็นเคล็ด
วิชาที่ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าน่าเหลือเชื่อมากที่สุด ยามนี้
มังกรเทวะทมิฬนับหมื่นตัวกำลังพุ่งทะยานลงดิ่งหมาย
มาดจัดการร่างกลืนสวรรค์ของเขา!
ตัวเขาเองยังรู้สึกสงสัยว่าการที่ร่างกลืนสวรรค์ต้องพบ
กับการโจมตีเช่นนี้ จะสามารถรับมือได้หรือไม่?
“อู่ อวี้ อันตรายเสียแล้ว!” ผู้ชมแปดแสนคนที่อยู่ด้าน
นอกสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ชัดเจน สถานที่
แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้ฝึกตนขั้น 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋าอยู่เป็น
จำนวนมาก เพียงแค่ยอดฝีมือเหล่านี้เหลือบมองดูก็รู้
แล้วว่า การโจมตีครั้งนี้อาจจะรุนแรงจนถึงขั้นคุกคาม
พวกมันได้เลยทีเดียว
มีเพียงแค่ อู่ อวี้ ที่เชื่อมั่นในร่างกลืนสวรรค์ของตนเอง
เชื่อว่ามันมีความสามารถอันไร้ซึ่งขอบเขต!
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ