กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 783: แปรเปลี่ยนสรรพเทวะวิญญาณเต๋าทมิฬ
ยามนี้ กล่าวได้ว่าร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ อยู่ในสภาพ
เต็มร้อย
ทุกสิ่งอย่างถูกใช้รีดเร้นออกมาในการต่อสู้นี้ทั้งสิ้น
และไม่ว่าจะต้านทานได้หรือไม่ อู่ อวี้ ก็ไม่มีทางที่จะล่า
ถอยหนีจากการโจมตีของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน!
เหนือท้องนภาภายในคุกนรกแห่งจักรวรรดิเป่ยหมิง ได้
ถูกปกคลุมไปด้วยวงเวทของกระบี่หนักห้วงทรายทมิฬ
เทวะที่ขยายออกไปอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด ยามนี้ฝูง
มังกรกำลังแผดเสียงคำราม ดังสะท้านฟ้าสวรรค์ เมื่อ
เสียงของมันกวาดผ่านไปที่ใด นภากาศโดยรอบล้วนถูก
ฉีกกระชาก กระแสเสียงคำรามพวยพุ่งเข้าใส่ร่างกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้ ในทันที!
ดวงตาสีแดงฉานของร่างกลืนสวรรค์แดงก่ำยิ่งกว่าเดิม
การต่อสู้นี้อยู่เหนือกว่าระดับจิตเทวะของร่างหลักไปไม่
น้อยเลยทีเดียว ซึ่งในยามนี้ร่างกลืนสวรรค์ก็ได้ค่อยๆเข้า
สู่สภาวะที่ยากจะควบคุมได้
แน่นอนว่ายิ่งควบคุมได้ยากขึ้น ก็อาจเป็นไปได้ว่าร่าง
กลืนสวรรค์จะแสดงความสามารถที่อยู่เหนือกว่า
ขีดจำกัดออกมา และทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม!
ทว่าแรงปรารถนาในการกลืนกินก็จะเริ่มรุนแรงขึ้น
เรื่อยๆ ขณะนี้แรงปรารถนาพลันระเบิดออกจากภายใน
มาสู่ภายนอกอย่างรุนแรง!
ร่างกลานสวรรค์ในขณะนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นเหมือนกับ
ปีศาจย่อมๆ มันมีความคิดของ อู่ อวี้ หลงเหลืออยู่เพียง
แค่ครึ่งเท่านั้น ส่วนอีกครึ่งเต็มไปด้วยแรงปรารถนาใน
การกลืนกินภายใต้จิตสำนึกของมัน!
ภายในคุกนรกแห่งจักรวรรดิเป่ยหมิงซึ่งถูกทรายทมิฬ
เข้าปกคลุมจนกลายเป็นมังกรเทวะ ทำให้การมองเห็น
ของ อู่ อวี้ ถูกบดบัง ในช่วงเวลาเสี้ยวอึดใจนี้ ทำให้ทุก
คนเปิดตากว้างด้วยความตื่นเต้น และอยากจะเห็นให้ได้
ชัดเจนกว่าเดิม พวกมันมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดผ่าน
เครื่องกำเนิดภาพของ อู่ อวี้ และด้วยวิธีนี้พวกมันจึง
มองเห็นได้ชัดเจนว่าร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ กำลัง
ประจัญหน้ากับ องค์ชายโย่วเหยียนอยู่!
“ฟู่ว!”
พริบตานั้นร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็กระจายออกไป
ท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน แปรเปลี่ยน
เป็นหมอกทมิฬ ปริมาณและความเข้มข้นของหมอก
ทมิฬเหล่านี้มากกว่าตอนก่อนหน้าอย่างเทียบไม่ติด
หลังจากที่กระจายกลายเป็นไอหมอกไปแล้ว ก็ได้แผ่
ขยายออกไปไม่มีที่สิ้นสุด จนเข้าปกคลุมพื้นที่อย่างน้อย
1 ใน 4 ของคุกนรกแห่งจักรวรรดิเป่ยหมิง!
ในพริบตาเดียวฝูงมังกรเทวะทมิฬที่กำลังแผดเสียง
คำราม ก็ถูกล้อมกรอบอยู่ท่ามกลางหมอกทมิฬ ซึ่ง
หมอกทมิฬนี้เป็นเหมือนกับอสูรกายตัวใหญ่ กลืนกินฝูง
มังกรเทวะทมิฬที่กำลังอยู่ในความสับสนเข้าไปได้อย่าง
ง่ายดาย!
จากนั้นก็คือช่วงเวลาสำคัญสำหรับ อู่ อวี้ นั่นคือ
ช่วงเวลาที่ตัดสินว่าเขาจะสามารถปรามวงเวทห้วงมิติ
อเวจีทรายทมิฬ นี้ได้หรือไม่!
ยามนี้มังกรเทวะทรายทมิฬกำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งอยู่
ภายใน ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ที่กลายเป็นหมอก
ทมิฬซึ่งมีอนุภาคที่เล็กกว่าได้เจาะทะลวงเข้าไปอยู่ใจ
กลางทรายทมิฬ
และนี่ความสามารถที่ยอดเยี่ยมที่สุดของร่างกลืนสวรรค์
ซึ่งถูกปลดปล่อยออกมา
ความพิเศษนี้นับว่าน่ากลัวอย่างยิ่ง ในตอนแรกเขายังไม่
ค่อยมั่นใจกับความสามารถพิเศษนี้มากนัก และดู
เหมือนความสามารถในการกลืนกินของมันจะยังไม่ถึง
ขีดจำกัด ทำให้ขณะนี้ราวกับว่ามันกลายเป็นพระพุทธ
องค์กำลังโอบอุ้มอเวจีอยู่ก็มิปาน
ตราบใดที่ผ่านพ้นไปช่วยหนึ่ง และร่างกลืนสวรรค์ยังไม่
ถูกทำลาย เขาก็จะสามารถควบคุมและแปรเปลี่ยนให้
เคล็ดอิทธิฤทธิ์นี้กลายมาเป็นพลังของตนเองได้ ซึ่ง
ขณะนี้มันกำลังพยายามดูดซับวงเวทห้วงมิติอเวจีทราย
ทมิฬนี้เข้าไป และพยายามทำให้เป็นเฉกเช่นเดียวกับ
ครั้งที่ร่างกลืนสวรรค์ได้หวนคืนการโจมตีกลับไปยัง ต้วน
อี้
ความจริงแล้วองค์ชายโย่วเหยียนแข็งแกร่งมาก แต่
ในช่วงเวลา 20 กว่าวันที่ผ่านมา อู่ อวี้ ได้ให้ร่างกลืน
สวรรค์กลืนกินซากศพของปีศาจไปจำนวนไม่น้อย
ดังนั้นการควบคุมการโจมตีของอีกฝ่ายจึงไม่เกิดภาระต่อ
จิตใจ อู่ อวี้ มากนัก ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงกล้าท้าทายองค์
ชายโย่วเหยียน
ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม!
ภายในขอบเขตของหมอกทมิฬเกิดแรงระเบิดที่น่าครั้น
คร้าม เสียงกรีดร้องคำรามดังออกมาอย่างต่อเนื่อง!
เคล็ดวิชานี้มันไร้ทางต่อกรเลยเช่นนั้นรึ?
แท้จริงแล้ว องค์ชายโย่วเหยียน ไม่สามารถมองร่างแยก
ของ อู่ อวี้ ได้ชัดเจนนัก ในช่วงต้นมันคิดว่าตนสามารถ
จัดการ อู่ อวี้ ได้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ เนื่องจาก
มันพบว่าตนสูญเสียความสามารถในการควบคุมวงเวทนี้
ไป ซึ่งมันเกิดขึ้นภายในชั่วพริบตาเท่านั้น!
เสี้ยววินาทีต่อมา อู่ อวี้ ก็ปะทุพลังออกอย่างฉับพลัน!
ทันใดนั้นหมอกทมิฬก็เบาบางลงไปจากสายตาของทุก
คน ในช่วงแรกควันเหล่านี้มีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ แต่ว่า
บัดนี้มันได้หดตัวลงจนเหลือเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงแค่
10 จั้ง!
ฉับพลันมันก็ได้ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ท่ามกลาง
การระเบิดในครั้งนี้เดิมทีคนส่วนใหญ่คิดว่าร่างกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้ คงจะสลายไปแล้ว
ทว่าในช่วงเวลาต่อมาทุกคนจึงรู้ว่าหลังจากที่ระเบิด
ออกมาก็ปรากฏเป็นมังกรเทวะทมิฬหนึ่งตัวพุ่งทะยาน
ออก มังกรเทวะตัวนี้ถูกบีบอัดจนถึงขีดจำกัดซึ่งอยู่ใน
สภาพสูงสุด มันกำลังขดตัวอยู่กลางนภากาศ พร้อมกับ
พุ่งตัวออกมาด้วยความเร็วอันน่าหวาดกลัว
ทันทีที่มันปรากฏตัวออกมาก็พุ่งหมายเข้าฉีกกระชาก
องค์ชายโย่วเหยียน ในทันใด ฟันและกรงเล็บมังกรอัน
แหลมคมของมัน ได้โจมตีไปยังเบื้องหน้าของ องค์ชาย
โย่วเหยียน ในทันที
อันที่จริงแล้วมังกรเทวะทมิฬตัวนี้ไม่ได้ดูใหญ่โตเฉก
เช่นเดียวกับก่อนหน้า มันคือการควบแน่นกันของวงเวท
ห้วงมิติอเวจีทรายทมิฬทั้งหมด ทว่าจากนั้นมันกลับถูก
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ดูดกลืนและยึดพลังมาเป็น
ของตน ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่ามันมีพลังสังหารมาก
เท่าใดกันแน่
เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันเช่นนี้ ไม่เพียงแต่
คนที่อยู่รอบๆเท่านั้น แม้แต่ผู้ชมร่วมแปดแสนที่อยู่ด้าน
นอกก็ยังส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
เห็นได้ชัดว่าผลลัพธ์ที่ปรากฎอย่างพลิกตลบเช่นนี้น่าตก
ตะลึงเกินไป ในช่วงพริบตาก่อนหน้านี้พวกมันยังคิดว่า
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ นั้นจบสิ้นไปแล้วอยู่เลย
แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับทำให้พวกมันรู้สึกผิดหวัง ยามนี้
ไม่ใช่ อู่ อวี้ ที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ร้ายแรง
แต่เป็นตัว องค์ชายโย่วเหยียน แถมมันยังร้ายแรงจนถึง
ชีวิตอีกเสียด้วย การโต้กลับมาของ อู่ อวี้ กระทั่งทำให้
ตัวมันรู้สึกตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย
เห็นได้ชัดว่าคนอื่นๆก็เช่นกัน ทุกคนล้วนไม่คิดว่า
สถานการณ์จะพลิกกลับกลายมาเป็นเช่นนี้ได้ ดวงตา
ของมันเบิกกว้างขึ้น ใบหน้าปรากฏความไม่อยากจะเชื่อ
ในฐานะผู้ใช้วงเวทห้วงมิติอเวจีทรายทมิฬ มันรู้ดีกว่า
ผู้ใดว่ามังกรเทวะทมิฬที่อยู่เบื้องหน้ามันช่างน่า
หวาดกลัวมากเพียงไหน!
ในช่วงเวลาฉุกละหุกเช่นนี้มันไม่มีทางเลือก จำเป็น
จะต้องสำแดงเคล็ดวิชาอื่นมาเพื่อปกป้องตัวเองให้ทัน
ควัน!
“รนหาที่ตาย!” ในช่วงเวลาสั้นๆ ในใจของมันเกิดความ
ผันผวนอย่างรุนแรง ใบหน้าเขียวคล้ำของมันบ่งบอกให้
ทุกคนเห็นได้ว่ามันกำลังรู้สึกโกรธเกรี้ยวอย่างยิ่ง บน
ใบหน้าของมันไม่ได้มีเพียงแค่ความโกรธเกรี้ยวอยู่
เท่านั้น ยังมีความรู้สึกหวาดกลัวที่ตนเองจะต้องพ่ายแพ้
อยู่ด้วย
ในความเป็นจริงมันก็เป็นเหมือนกับต้วนอี้ ที่เดิมทีไม่เคย
คิดมาก่อนว่าตนเองจะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ดังนั้นเมื่อ
เกิดสัญญาณบ่งบอกว่ามันกำลังจะปราชัย จึงเกิดเป็น
ความกดดันอันหนักหน่วงขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่ ต้วนอี้
นั้นแตกต่างจากองค์ชายโย่วเหยียนนั้นคือ ยามที่ องค์
ชายโย่วเหยียน ต้องแบกรับแรงกดดันเช่นนี้ มันกลับเข้า
สู่ช่วงการต่อสู้ป่าเถื่อนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ร่างจำแลงเทวะหมื่นทมิฬเต๋าวิญญาณ”
เคล็ดอิทธิฤทธิ์ขั้นสุดยอดถูกระเบิดออกมา มันได้
เตรียมการทุกอย่างพร้อมสรรพหลังจากที่ได้เห็น ต้วนอี้
พ่ายแพ้ต่อหน้าต่อตาตัวเอง แน่นอนว่ามันไม่คิดที่จะ
ผิดพลาดซ้ำรอยเดียวกับ ต้วนอี้!
แประเปลี่ยนสรรพเทวะวิญญาณเต๋าทมิฬ เป็นเคล็ด
อิทธิฤทธิ์ที่ได้รับสืบทอดต่อกันมาภายในราชวงศ์เป่ย
หมิง มีเพียงแต่โอรสที่มีความสามารถมากที่สุดเท่านั้น
จึงจะสามารถฝึกฝนจนประสบความสำเร็จ
และ องค์ชายโย่วเหยียน เป็นองค์ชายเพียงองค์เดียวที่
สามารถฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ได้สำเร็จ
ทั้งสองมือของตัวมันได้ฉีกเปิดคุกนรกแห่งเป่ยหมิงออก
ทันใดนั้นเบื้องหน้าก็ปรากฏเป็นประตูขึ้นมาบานหนึ่ง
ตรงกลางประตูนั้นดูเหมือนจะเป็นหมอกควันมาจาก
อเวจีรัตติกาลทมิฬ หมอกควันกลางประตูได้ถาโถมเข้า
ใส่ร่างของมัน ครู่ต่อมาเมื่อหมอกควันหลอมรวมเข้ามา
ภายในร่างของมันแล้ว ทำให้ตัวมันเกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างฉับพลัน ร่างกายของมันขยายขนาดใหญ่ขึ้นอย่าง
รวดเร็ว ทุกส่วนบนร่างไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง เลือดเนื้อ
กระดูก หรือว่าส่วนอื่นๆทั้งหมดล้วนเกิดการวิวัฒนาการ
การกล่าวด้วยคำว่า ‘วิวัฒนาการ’ นั้น นับว่าไม่เกินจริง
แม้แต่น้อย
เพียงแค่พริบตาเดียวองค์ชายโย่วเหยียนที่อยู่เบื้องหน้าก็
ปรากฏเป็นเกล็ดสีดำปกคลุมทั่งทั้งร่าง กรงเล็บอัน
แหลมคมงอกออกมาจากมือทั้ง 2 ข้างของมัน ราวกับ
กลายเป็นอสูรที่เกิดมาเพียงเพื่อต่อสู้!
แม้กระทั่งด้านหลังของมันก็ยังมีปีกขนาดใหญ่งอก
ออกมา สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดของปีกนั้นก็คือโครงกระดูก
อันแหลมคม ปีกของมันมันดูราวกับเป็นใบมีดขนาดใหญ่
ที่สามารถฉีกกระชากได้แม้กระทั่งฟ้าดิน รูปร่างของปีก
คล้ายคลึงกับปีกของค้างคาว ซึ่งในยามที่มันโบกสะบัด
ปีกก็ก่อเกิดเป็นเสียงดังสนั่น ทำให้คุกนรกแห่งจักรวรรดิ
เป่ยหมิงต้องสั่นสะเทือน!
ในยามที่ อู่ อวี้ โจมตีโต้ตอบสวนกลับ องค์ชายโย่วเห
ยียนจึงรีบใช้วิญญาณเต๋าทมิฬนี้ แปรเปลี่ยนกลายเป็น
อสูรวิญญาณที่ราวกับมาจากนรกในทันใด! ในชั่วเสี้ยว
พริบตา ปีกขนาดยักษ์ทั้ง 2 ข้างของมันได้สยายปกปิด
ด้านหน้าของมัน พร้อมกับปล่อยให้มังกรเทวะปะทะเข้า
กับร่างกายของมันโต้งๆ
องค์ชายโย่วเหยียนใช้ปีกข้างหนึ่งของมัน ในการป้องกัน
การโจมตีสวนกลับของ อู่ อวี้ ส่วนปีกอีกข้าง
เปลี่ยนเป็นโจมตี ซึ่งราวกับได้กลายเป็นใบมีดอันแหลม
คม ตัดมังกรเทวะออกเป็น 2 ส่วน!
อสูรร้าย 2 ตัวกำลังโรมรันเข่นฆ่ากันจนก่อให้เกิด
แผ่นดินไหวขึ้นภายในคุกนรกแห่งจักรวรรดิเป่ยหมิง
ขุนเขาและธาราแตกกระเจิง หากนี่คือจักรวรรดิเป่ยหมิง
จริงๆ ยามนี้ก็คงถูกทำลายจนพังพินาศไปแล้วถึง
ครึ่งหนึ่ง!
องค์ชายโย่วเหยียนที่เพิ่งจะเกิดเป็นความรู้สึกตื่น
ตระหนกในคราแรก ยามนี้มันสามารถทำจิตใจให้มั่นคง
ได้แล้ว พร้อมกับดูดซัมพลังอำนาจภายในคุกนรกแห่ง
จักรวรรดิเป่ยหมิงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ค่อยๆ
สะกดข่มวงเวทโจมตีที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของมันเองอีก
ครา
และการโจมตีของมังกรเทวะทมิฬที่อยู่เบื้องหน้าของ อู่
อวี้ ก็ได้พังทลายลงไปในที่สุด
ทว่ายามนี้มันก็หอบหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงไม่
น้อย แถมยังรู้สึกอ่อนเพลียอีกด้วย หากมันไม่ได้ใช้ออก
ด้วยเปลี่ยนสรรพเทวะวิญญาณเต๋าทมิฬ มันก็คงจะต้อง
พ่ายแพ้อยู่ที่นี่แล้วจริงๆ
ร่างกลืนสวรรค์กลับสามารถเผชิญหน้ากับ องค์ชายโย่ว
เหยียนได้อย่างสูสี มันจึงทำให้คนจำนวนมากรู้สึก
ประหลาดใจยิ่ง!
ทว่าพวกมันไม่รู้ว่าร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ได้
แข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงคิดเอาว่าร่างแยกของเขามัน
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
ฉับพลัน เหล่าผู้คนจึงรู้สึกว่าการที่ อู่ อวี้ กล้ามาท้าทาย
เช่นนี้ เป็นเพราะว่าเขาได้ซ่อนเร้นพลังที่แท้จริงของตน
เอาไว้ก่อนแล้ว!
“คิดไม่ถึงว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของมันจะสามารถ
เทียบเท่ากับองค์ชายโย่วเหยียนได้ เช่นนั้นท่ามกลาง
ผู้เข้าร่วมทั้งหนึ่งพันคน มันถือเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคน
หนึ่ง!”
“คนผู้นี้ช่างปิดบังตนได้ยอดเยี่ยมจริงๆ! กระทั่งสามารถ
ปิดซ่อนพลังของตนเองได้จนกระทั่งถึงวันสุดท้าย โชคดี
ที่องค์ชายโย่วเหยียนไม่ได้หลงกลมัน จึงสามารถรับมือ
ได้ทันท่วงที ไม่เช่นนั้นมันคงเป็นปัญหาแน่นอน! เจ้า อู่
อวี้ ผู้นี้อยู่เหนือกว่าที่พวกเราคาดการเอาไว้มากจริงๆ!”
“ก่อนหน้ารู้สึกเพียงแค่ว่ามันมีวิธีการยอดเยี่ยมต่างๆ
มากมาย แต่เมื่อเผชิญกับร่างแยกผมขาวของมัน กระทั่ง
ข้ายังขนลุกขนพอง เห็นที่ร่างนั้นคงแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่า
ร่างหลักอีกกระมั้ง!”
ยามนี้ทุกคนต่างตกอยู่ในความหวาดกลัวในตัวตนของ อู่
อวี้ คาดว่าคงมีเพียงแค่องค์ชายโย่วเหยียนเท่านั้นจึงจะ
สามารถจัดการกับ อ่า อวี้ ได้ ความบ้าคลั่งของมันได้
มาถึงขีดสุด ทั่วร่างของมันถูกเปลวเพลิงโทสะกลืนกิน
อย่างไรก็ตาม องค์ชายโย่วเหยียน ย่อมไม่ทำให้เหล่าผู้
อาวุโสที่อยู่ด้านนอกรู้สึกผิดหวังได้ มันจึงปลดปล่อยแรง
กดดันเข้าใส่ อู่ อวี้ อีกครั้ง!
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ