กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 784: กระบี่ราชันทําลายสามพันพิภพ
อู่ อวี้ แสดงปาฏิหารย์ออกมาอีกครั้ง จนกระทั่ง
ในตอนนี้ผู้คนที่ได้เห็นล้วนรู้สึกตะลึง!
ร่างกลืนสวรรค์ของเขาได้สร้างความประหลาดใจให้กับ
คนจำนวนมาก อู่ อวี้ ได้เริ่มกลายเป็นบุคคลผู้ทรง
อิทธิพลในจิตใจของใครหลายๆคนแล้ว!
การดำรงอยู่ของ อู่ อวี้ ผู้ซึ่งมาจากดินแดนอันห่างไกล
แต่ทว่ากลับมีฝีมือร้ายกาจยิ่ง อาจกล่าวได้ว่า
สถานการณ์เช่นนี้แสนปียังยากจะพานพบได้ครั้งหนึ่ง
อย่างน้อยคนจำนวนมากมายที่อยู่ในที่แห่งนี้ล้วนไม่เคย
ได้ยินมาก่อนว่าเพียงแค่ผู้เยาว์คนหนึ่งที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่
อาณาจักรจิตเทวะ จะทำได้ถึงเพียงนี้! แถมคู่ต่อสู้ของ อู่
อวี้ ก็อยู่เหนือกว่าเขาถึงเกือบช่วงชั้นใหญ่ๆ ยามนี้ดู
เหมือนว่าพวกมันไม่กล้ามั่นใจอีกแล้วว่า องค์ชายโย่วเห
ยียน จะสามารถเอาชนะ อู่ อวี้ ได้จริงๆ!
องค์ชายโย่วเหยียน กำลังหายใจอย่างกระหืดกระหอบ
มันยังไม่ได้ทำให้ทุกคนรู้สึกผิดหวัง แม้ว่ามันจะเหนื่อย
หอบ แต่ยามนี้มันก็ปลุกเร้าตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ครานี้มัน
พาดม้วนภาพขุนเขาธาราเป่ยหมิงไว้บนร่าง ขุนเขาและ
ธาราเหล่านั้น ราวกับว่าได้ผสานรวมกับผิวหนังของมัน
มันยังคงรักษาสภาพของร่างจำแลงเทวะหมื่นทมิฬเต๋า
วิญญาณเอาไว้ ฉับพลัน ม้วนภาพขุนเขาธาราเป่ยหมิ
งพาดปกคลุมก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงขึ้น
ในสายตาของ อู่ อวี้ มันได้เปลี่ยนกลายเป็นวิญญาณ
ที่มาจากนรก ทั่วทั้งโลกใบนี้ล้วนอยู่ในกำมือ รอบด้าน
ปรากฏกลิ่นอายปีศาจปกคลุมไปทั่ว เสียงคำรามของมัน
ทำให้หูของทุกคนแทบจะหนวก
ดวงตาของมันเปี่ยมล้นไปด้วยจิตสังหาร ความสามารถ
ของมันถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด เพียงแค่เหลือบตา
มอง แม้ว่าจะเป็นคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ กลับ
รู้สึกราวกับว่าชีวิตของตนเองได้ก้าวเข้าสู่ความตายไป
แล้วครึ่งหนึ่ง ในยามนี้สายตาของมันจับจ้องไปที่ร่าง
กลืนสวรรค์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ!
“เป็นเจ้าที่บีบบังคับข้าเอง เนื่องจากข้าไม่อาจล้มเจ้าได้
จึงเพียงแค่ใช้วิธีนี้เท่านั้น หากว่าเจ้าไม่ระวังแล้วตกตาย
ไป นั่นถือไม่เกี่ยวข้องกับข้าอีก ต้องโทษตัวเจ้าที่รนหาที่
เอง!”
“กล่าวตามตรงเลยนะ อู่ อวี้ ข้าว่าเจ้ามีพรสวรรค์
มากมาย ทั้งยังมีเคล็ดวิชาอีกนับไม่ถ้วน บนร่างของเจ้า
กกระทั่งมีความลับซุกซ่อนอยู่อีกมากมายที่ทำให้ทุกคน
รู้สึกประหลาดใจ อนาคตเรียกได้ว่าไร้ขีดจำกัด แต่
กระนั้นเจ้ากลับกำลังปล้นชิงเกียรติยศของชาวเป่ยหมิง
ของข้าราวกับตบหน้าฉาดใหญ่ ข้าจึงยอมไม่ได้
เด็ดขาด!”
เพียงแค่ทดสอบความสามารถของร่างกลืนสวรรค์ของ อู่
อวี้ เล็กน้อยๆ ก็สามารถต้อนให้มันจนมุมได้ถึงเพียงนี้
แล้ว!
ในความเป็นจริงมันมาถึงทางตันแล้ว ยามนี้จึงต้องทุ่มเท
สุดชีวิต เพราะตัวมันถือครองศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณถึง 2 ชิ้น แต่กลับยังไม่สามารถจัดการกับ อู่ อวี้
ได้!
ในยามนี้ องค์ชายโย่วเหยียน ระเบิดพลังสุดยอดออกมา
หลังจากที่ม้วนภาพขุนเขาธาราเป่ยหมิงผสานรวมกับ
ร่างกายของมัน กระทั่งคุกนรกแห่งจักรวรรดิเป่ยหมิงที่อ
ยู่รอบด้านก็ราวกับจะมลายสิ้นในทันที
ในช่วงเวลานี้ ขุนเขาและแม่น้ำกำลังสั่นไหว ฟ้าดิน
พังทลาย ทุกสิ่งทุกอย่างแปรเปลี่ยนกลายเป็นสายลมสี
ม่วงถาโถมเข้าใส่ร่างของ องค์ชายโย่วเหยียน กระแสลม
สีม่วงรวมตัวกันอยู่บนร่างและแปรเปลี่ยนกลายเป็นพลัง
อำนาจ!
มือทั้ง 2 ข้างของมันกุมกระบี่หนักห้วงทรายทมิฬเทวะ
บัดนี้ร่างจำแลงเทวะหมื่นทมิฬเต๋าวิญญาณได้ผสานรวม
กับศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณทั้ง 2 ชิ้น ทั้งเคล็ด
อิทธิฤทธิ์มากมายซ้อนทับพร้อมกับกลืนกินควบแน่น
กันเองจนเป็นก้อนปริมาตรอันน่าสะพรึง นี่เป็นเคล็ด
วิชาสุดท้ายขององค์ชายโย่วเหยียน ซึ่งมันไม่ได้ใช้
ออกเป็นเวลานานหลายปีแล้ว!
ในยามนี้ องค์ชายโย่วเหยียน ยกระดับการโจมตีขึ้นใหม่
ความมั่นใจในร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ถูกสะกดข่มลง
ไปอีกครั้ง และขณะนี้องค์ชายก็รู้สึกสงสัยว่าร่างกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้ จะยังคงสามารถต้านทานการโจมตี
ของมันได้อยู่หรือไม่?
ถ้าหากว่าไม่ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง
และรางวัลต่างๆอีกมากมายก็จะกลายเป็นของมันทันที!
รวมทั้งสิ่งของจำพวกเม็ดยาจิตเทวะและแต้มผลงาน
จำนวนมหาศาลด้วยเช่นกัน!
ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีเหตุผลที่ยอมแพ้ไม่ได้ ผู้ชนะมีได้เพียง
แค่หนึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้นสำหรับการต่อสู้ตัดสินใน
ช่วงเวลาสุดท้าย ทั้ง 2 คนจึงต้องเค้นพลังออกมาจนอยู่
ในสภาวะที่แข็งแกร่งที่สุด นี่เป็นครั้งแรกที่ องค์ชายโย่ว
เหยียนจะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก!
“กระบี่ราชันทำลายสามพันพิภพ!”
องค์ชายโย่วเหยียน ระเบิดเสียงคำราม มันยกกระบี่
หนักห้วงทรายทมิฬเทวะขึ้นสูง จากนั้นตวัดฟันลงมา
อย่างฉับพลัน!
ยามนี้ที่เบื้องหน้าขององค์ชายโย่วเหยียนปรากฏพิภพ
จำนวนมาก พิภพหลายพันแห่งเหล่านี้ล้วนมีรูปร่าง
เช่นเดียวกับจักรวรรดิเป่ยหมิไม่มีผิดเพี้ยน กระบี่หนัก
ห้วงทรายทมิฬเทวะแบกรับน้ำหนักของพิภพทั้งหมด
ราวกับว่าพิภพทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาจากมัน
พิภพเหล่านี้ถูกฟันออก พร้อมกับทั้งสามพันพิภพ
พังทลายลงมาด้วยความเร็วอันน่าหวาดกลัว แต่สิ่งที่น่า
หวาดกลัวก็คือพิภพทั้งหมดที่ซึ่งกำลังพังทลายลงไปนี้
ได้ก่อเกิดเป็นพลังทำลายล้างที่น่าสยดสยองรวมตัวกัน
อยู่บนกระบี่หนักห้วงทรายทมิฬเทวะ
สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือพลังทำลายล้างอันหาที่เปรียบ
ไม่ได้กำลังมารวมอยู่บนศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณของ องค์ชายโย่วเหยียน เมื่อมันฟันกระบี่นี้ไป
ยังร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็กล่าวได้เลยว่ายมทูตได้
เยื้องกรายมาหา อู่ อวี้ แล้ว ทั้งมันยังน่ากลัวกว่าเคล็ด
อิทธิฤทธิ์ทั้งหมดในยามก่อนหน้านี้อย่างเทียบไม่ติดอีก
ด้วย
พลังทำลายล้างอันน่าหวาดกลัวกวาดผ่านเข้ามาด้วย
ความเร็วที่น่าทึ่ง แน่นอนว่าไม่มีทางที่จะสามารถ
หลบหนีจากมันได้ ราวกับว่า อู่ อวี้ กลายเป็นเพียงแค่
มดปลวกเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอำนาจนี้ เกรงว่าแม้แต่ร่าง
หลักของเขาก็อาจจะถูกลูกหลงจากการโจมตีนี้ด้วย
เช่นกัน!
ทั้งสามพันพิภพพังทลายที่อยู่เบื้องหน้าซึ่งกำลังบีบอัด
พลังทำลายล้างเข้าด้วยกัน ภายใต้การเคลื่อนไหวของ
กระบี่หนักห้วงทรายทมิฬเทวะ มันได้รวมตัวกัน
กลายเป็นปราณกระบี่สายหนึ่ง พริบตานั้นก็พุ่งทะลวง
เข้าหาร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้!
แม้ว่าจะเป็นร่างกลืนสวรรค์ แต่ในยามนี้ก็ยังรับรู้ถึง
ความตายได้อย่างรุนแรง!
นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดี แม้กระทั่งร่างกลืนสวรรค์ก็ยังรับรู้ได้
ว่าตนเองกำลังจะแตกสลาย! นี่อธิบายได้ถึงความรุนแรง
ของการโจมตีนี้ ซึ่งแทบจะอยู่เกินขีดจำกัดของร่างกลืน
สวรรค์หรืออาจจะอยู่เหนือกว่าเสียด้วยซ้ำ!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ร่างกลืน
สวรรค์ของเขาไม่ใช่ร่างหลัก แถมยังเป็นไปไม่ได้ที่จะ
หลบหนีออกจากรัศมีการโจมตีของอีกฝ่ายได้ในทันที!
เขามีเพียงแค่ต้องต้านรับการโจมตีนี้เท่านั้น หากว่าอีก
ฝ่ายยอมดับเครื่องชนเข้ามาเช่นนี้ แรงปรารถนาในการ
กลืนกินของเขาย่อมมีเพียงต้องมากกว่าอีกฝ่ายให้ได้
ปราณกระบี่อันหนาแน่นพวยพุ่งยิ่งมายิ่งใกล้! กระบี่นี้
ขององค์ชายโย่วเหยียนสามารถสั่นคลอนทั่วทุกทิศ คน
ทั้งแปดแสนต่างรู้สึกสั่นสะท้าน ราวกับว่าในสายตาของ
พวกมันได้เห็นถึงความตายของ อู่ อวี้ ยามนี้ทุกคน
บังเกิดความรู้สึกเสียดาย เป็นเพราะการแสดงออกของ
อู่ อวี้ ในวันนี้มันจะต้องถูกบันทึกลงไปในประวัติศาสตร์
อย่างแน่นอนว่า อู่ อวี้ กลับมีความสามารถที่จะ
เผชิญหน้ากับ องค์ชายโย่วเหยียนได้!
การประจัญบานครั้งสุดท้าย!
ผมสีขาวของ อู่ อวี้ โบกสะบัดต้านทานแรงของปราณ
กระบี่ที่อยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของเขาที่อยู่ท่ามกลาง
สายตาของทุกคนยังคงแน่นิ่งไม่เปลี่ยนแปลง ดวงตาคู่
นั้นประทับลึกเข้าไปในจิตใจของคน แสงสีแดงของ
ดวงตาเข้มข้นขึ้น ราวกับว่ามีมหาสมุทรโลหิตกำลังโหม
กระหน่ำอยู่ภายใน!
ไม่คิดว่าร่างกายที่เล็กจ้อยของเขาจะส่งเสียงออกมาราว
กับเป็นเสียงคำรามของอสูรยักษ์ เสียงคำรามนี้ดังจน
สามารถกลบเสียงการโจมตีของ องค์ชายโย่วเหยียน ได้
ในทันที นี่เป็นเสียงคำรามที่ทำให้ทั่วทั้งคุกนรกแห่ง
จักรวรรดิเป่ยหมิงสั่นสะเทือน แม้กระทั่งดังรอดผ่าน
ออกมายังคุกสมุทรวิญญาณจนเขย่าขวัญผู้เข้าชมคน
อื่นๆ เสียงคำรามนี้ไม่เหมือนกับเสียงของมนุษย์ ทว่ามัน
เป็นเหมือนกับเสียงที่ถูกเปล่งออกมาจากปีศาจ!
แม้ว่าร่างกลืนสวรรค์ในสายตาของทุกคนจะดูเรียบง่าย
ไม่มีอะไรและเป็นเหมือนกับคราที่แล้วไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งทั่ว
ทั้งร่างกลายนเป็นไอหมอกแล้วฟุ้งกระจายออก แต่ไอ
หมอกทมิฬในครานี้ไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่มาก มันกลับถูก
ควบแน่นจนกลายเป็นกระแสวังวนทมิฬ กระแสวังวน
ทมิฬนี้กำลังหมุนโคจรอย่างบ้าคลั่ง สามารถมองเห็น
ขุนเขาและต้นไม้ที่อยู่รอบด้านซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างถูก
ดึงดูดเข้ามาหลอมรวมเข้ากับกระแสวังวนทมิฬนี้ได้
อย่างถนัดตา ในชั่วพริบตาคุกนรกแห่งจักรวรรดิเป่ย
หมิงนี้ก็ถูกฉีกกระชากด้วยพลังอันแข็งแกร่ง วังวนนี้ยิ่ง
มายิ่งใหญ่ขึ้น ภายในเวลาสั้นๆพื้นที่รอบๆร่างกลืน
สวรรค์ของ อู่ อวี้ กลับกลายเป็นว่างเปล่า ขุนเขา แม้น้ำ
ต้นไม้ หรือแม้กระทั้งนภากาศล้วนถูกดึงดูดเขาไปหมด
พริบตาเดียวภายในที่แห่งนี้ก็ตกอยู่ในสภาวะปั่นป่วน นี่
ก็คือความสามารถของร่างกลืนสวรรค์ของเขา มันได้
สำแดงไพ่ตายที่สามารถก่อให้เกิดผลลัพธ์อีกขั้วออกมา!
วิธีการทั้งหมดนี้ อู่ อวี้ ได้ตัดสินใจใช้ออกเพื่อรับมือกับ
กระบี่ราชันทำลายสามพันพิภพ เขาได้ทุ่มออกมาสุดตัว
จนกระทั่งได้หลงลืมคำว่า ‘ยับยั้ง’ ไปอย่างสิ้งเชิง ยามนี้
ในสายตาของเขามีความรู้สึกเพียงแค่อย่างเดียว นั่นคือ
กลืนกิน เข่นฆ่า!
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองคน ทำให้ทุก
คนรู้สึกว่าการปะทะกันครั้งต่อไปจะต้องตื่นเต้นยิ่ง
กว่าเดิมเป็นแน่ ซึ่งมันก็เกินความคาดหมายของทุกคน
ไปจริงๆ ยามที่กระบี่ราชันทำลายสามพันพิภทะลวงเข้า
ใกล้ ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็เกิดการปั่นป่วน ทำให้
ทั่วทั้งคุกนรกแห่งจักรวรรดิเป่ยหมิงพังทลายในทันที
อู่ อวี้ และ องค์ชายโย่วเหยียน จึงกลับมาอยู่ที่คุกสมุทร
วิญญาณอีกครั้ง แต่ทว่าการปะทะกันในครั้งนี้ก็ยังคงไม่
สิ้นสุดลง ยามนี้ อู่ อวี้ ใช้ร่างกลืนสวรรค์เข้ากดดัน
ปราณกระบี่ของอีกฝ่าย ส่วน องค์ชายโย่วเหยียน หมาย
ที่จะใช้ปราณกระบี่นี้ฟาดฟัน อู่ อวี้ ให้สิ้นซาก
ปราณกระบี่นี้มีพลังร้ายแรงมากกว่าวงเวทห้วงมิติอเวจี
ทรายทมิฬหลายเท่าตัว!
ซึ่งปราณกระบี่ที่อยู่ภายในร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
ระเบิดออกกลายเป็นกระบี่นับหมื่นเล่ม ยามนี้มันกำลัง
เจาะทะลวงร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง จนภายในร่างกลืน
สวรรค์เกิดเสียงเจาะทะลวงคำราม ปราณกระบี่จำนวน
มากเหล่านี้พุ่งออกมาจากร่างกลืนสวรรค์ จากนั้นก็พุ่ง
แทงกลับเข้าไปใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อันที่จริงการโจมตีนี้ได้สร้างความเสียหายอันรุนแรงกับ
อู่ อวี้ ไม่น้อย เนื่องจากร่างกลืนสวรรค์ของเขาได้รับ
บาดเจ็บสาหัส แต่ร่างกายของมันก็ยังไม่ได้ตายไป
ดังนั้นเมื่อปราณกระบี่นี้ทะลวงไม่หยุดยั้ง ความสามารถ
ในการกลืนกินและควบคุมของร่างกลืนสวรรค์ก็จึงถือว่า
ล้มเหลว และหากว่าร่างกลืนสวรรค์ยังคงต้านรับการ
โจมตีนี้ต่อ มันย่อมอ่อนแอลงเรื่อยๆ ซึ่งจะต้องทำการ
กลืนกินและย่อยสลายใหม่เพื่อที่จะฟื้นฟูกลับมาอยู่ใน
ขอบเขตเดิม
เวลาผันผ่าน ส่งผลให้ยามนี้ อู่ อวี้ บาดเจ็บไม่น้อย แต่
ทว่าฝั่งตรงข้ามยังคงปลดปล่อยพลังสังหารอันน่า
หวาดกลัวต่อมาไม่หยุดหย่อน เช่นนั้น อู่ อวี้ จึงต้องยืน
หยัดให้ได้ ซึ่งยามนี้ร่างกลืนสวรรค์ของเขาได้เข้าสู่
สภาวะที่บ้าคลั่งไปโดยสมบูรณ์ จิตวิญญาณและ
เจตจำนงของ อู่ อวี้ ผสานรวมกับแรงปรารถนาในการ
กลืนกินของร่างกลืนสวรรค์ ทำให้คำว่า ‘ยับยั้ง’ สูญสิ้น
เป็นการปลดขีดจำกัดออกโดยอัตโนมัติ
การรวมกันของเจตจำนงอันแข็งแกร่งผสานเข้าด้วยกัน
ได้มอบความมั่นใจให้กับ อู่ อวี้ แม้ว่าร่างกลืนสวรรค์
จะต้องแบกรับแรงกดดันที่หนักหน่วง แต่เขาจะพยายาม
ประคับประคองมันให้ตลอดรอดฝั่งให้ได้
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ