กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 785: ความสามารถท้าทายสวรรค์
” ข้าไม่เชื่อหรอก ว่าเจ้าจะสามารถย้อนคืนมันกลับมา
หาข้าได้?” ยามนี้องค์ชายโย่วเหยียนรู้สึกผ่อนคลายเป็น
ยิ่งนัก หลังจากที่มันปลดปล่อยกระบี่ราชันทำลายสาม
พันพิภพออกไป มันก็รู้สึกอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่า
สายตาของมันก็ยังคงจับจ้องไปยัง อู่ อวี้ ด้วยหวังว่าเขา
จะถูกบดขยี้ทำลายจนสิ้น
การใช้พลังอิทธิฤทธิ์ผสานกับศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณทั้งสอง พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของมันจึงถูก
ผลาญไปอย่างมาก ส่งผลให้มันค่อนข้างเหนื่อยล้ามาก
ทีเดียว
เมื่อแลเห็นปราณกระบี่บินทะยานฉวัดเฉวียนกรีดผ่าน
มหาสมุทร องค์ชายโย่วเหยียนก็รู้สึกมั่นอกมั่นใจเป็น
อย่างมาก
เนื่องจากหากเป็นเช่นนั้น ดูเหมือนมันจะได้กลายเป็น
วีรบุรุษ ถูกผู้คนนับล้านเคารพเชิดชู กลายเป็นบุคคลผู้
ทรงเกียรติสูงสุดภายในจักรวรรดิ ทั้งยังได้รับการ
ยอมรับจากบิดาของตน
แถมนี่คือความปรารถนาของมันตั้งแต่เยาว์วัย
ภายในคุกจักรวรรดิเป่ยหมิง ถูกอำนาจทำลายล้างบดขยี้
ทำลายจนพังพินาศไปทั่วทุกแห่งหน เสียงแผ่นดินทลาย
มหาสมุทรพลิกคว่ำกลายเป็นดั่งเสียงหัวเราะ จน
ชั่วขณะต่อมามันก็อดเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่าง
ช่วยไม่ได้
แน่นอนว่ามันคู่ควรที่จะหัวเราะ เมื่อมองย้อนกลับไป
ภายในคุกสมุทรวิญญาณ ผู้คนสามารถแลเห็นได้ว่า
ปราณกระบี่อันคมกล้า ได้พุ่งทะยานบดขยี้เข้าใส่ร่าง
กลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ โดยไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ส่วนมันก็
กำลังเดินทอดน่องไปรอบ ๆ อย่างสะดวกสบาย โดยรอ
ให้ผลลัพธ์การต่อสู้ปรากฏออกมาในชั่วพริบตา อันที่จริง
แล้วความพ่ายแพ้ของ อู่ อวี้ หรือแม้กระทั่งชีวิตที่อาจ
สูญเสียถือเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ไม่ว่าอย่างไรผลลัพธ์ก็
ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
” คิดต่อกรกับข้า ช่างไม่เจียมกะลาหัวตัวเองเอาเสียเลย!
เป็นแค่พวกป่าเถื่อนจากทวีปผนึกปีศาจ ถ้าไม่ใช่เพราะ
โชคแห่งสวรรค์และปฐพี เจ้าจะมีวันนี้หรือ! ไม่ว่าเจ้าจะ
ยอดเยี่ยมมากเพียงใด หลังจากนี้ไปจะเป็นวันของข้า
ส่วนเจ้า อู่ อวี้ จิ๊จิ๊จิ๊…”
องค์ชายโย่วเหยียนกล่าวเย้ยหยัน อันที่จริงแล้วสำหรับ
มันการต่อสู้ยังไม่จบ จนกว่า อู่ อวี้ ร่างต้นจะถูกบดขยี้
ทำลายจากการปิดล้อมของปราณกระบี่ แต่ทว่าเมื่อ
มองดูแล้ว มันรู้ดีว่าร่างอวตารของ อู่ อวี้ ย่อมไม่คิดจะ
หนีอย่างแน่นอน ดังนั้นหลังจากร่างอวตารถูกทำลาย
มันจะจัดการกับ อู่ อวี้ ร่างต้นซึ่งเป็นเรื่องง่ายดายอย่าง
ยิ่ง
คราแรกมันได้ทดสอบความแข็งแกร่งของร่างต้นแล้ว
นับว่าเป็นช่องว่างขนาดใหญ่กับมัน ตราบใดที่ อู่ อวี้
หลบหนีไปไม่พ้น มันก็สามารถจัดการกับ อู่ อวี้ ได้อย่าง
ง่ายดาย อย่างไรก็ตามมันหาได้รู้สึกกังวลแม้แต่น้อยว่า
อู่ อวี้ จะหลบหนี เนื่องจากว่าหากเขาหลบหนี คำ
สาบานก็จะไม่เป็นผล แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่ อู่ อวี้ ทำใน
วันนี้ก็จะไร้ผล
ชั่วพริบตานี่เองมันกับ อู่ อวี้ ร่างต้น ต่างหันมาสบตากัน
อู่ อวี้ จับจ้องมายังมันอย่างเย็นชา
ตาต่อตาฟันต่อฟัน
ความสนใจจดจ่ออยู่ที่หมอกดำของร่างกลืนสวรรค์ ยาม
นี้ท่ามกลางแสงรัศมีจากปราณกระบี่ สามารถแลเห็นได้
ว่าหมอกดำกำลังเริ่มแตกสลาย ถูกบดขยี้ทำลายอย่าง
สิ้นเชิง!
ล้มเหลวงั้นหรือ?
แน่นอนว่าไม่ใช่อย่างนั้น เนื่องจากอันที่จริงแล้วภายใต้
การตรวจสอบของ อู่ อวี้ ถึงแม้ว่าร่างกลืนสวรรค์จะต้อง
เผชิญหน้ากับหายนะที่หนักหน่วง แต่อย่างน้อย ๆ มันก็
กลืนกินพลังส่วนหนึ่งของปราณกระบี่สามพันพิภพ
แปรเปลี่ยนกลายเป็นอำนาจของตนเองได้!
ร่างกลืนสวรรค์! ก็มีความสามารถเช่นนี้! นอกจาก
เจตจำนงของอู่อวี้แล้ว ยังได้รับสืบทอดมรดกผสานจิต
วิญญาณของเขากับร่างของร่างกลืนสวรรค์ มันจึง
กลายเป็นร่างอมตะที่ไม่มีวันตาย นับได้ว่ายามนี้การ
โจมตีขององค์ชายโย่วเหยียนแกร่งกล้ามากเกินไป จึง
เป็นไปไม่ได้ที่ร่างกลืนสวรรค์จะกลืนกินมันจนหมดสิ้น
อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เขาปรารถนา
ให้มันกลืนกินเพียงพลังครึ่งหนึ่งก็พอแล้ว!
ระหว่างที่องค์ชายโย่วเหยียนกำลังหัวเราะเย้ยหยัน อู่
อวี้ ก็ทนทรมานต่อความเจ็บปวด จนสำเร็จผล!
ชั่วพริบตานั้นเองก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
ระหว่างที่สีหน้าของผู้คนชาวเป่ยหมิงกำลังฉาบไปด้วย
รอยยิ้ม และคิดว่าเรื่องนี้กำลังจะจบลง ทันใดนั้นก็
บังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในฉับพลัน!
เนื่องจากห้วงวังวนทมิฬจากร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
พลันหดตัวลง พร้อมกับหมุนย้อนกลับด้วยความเร็วที่น่า
เหลือเชื่อ ช่วงพริบตานี้เอง กระบี่ทมิฬนับพันก็พุ่ง
ทะยานออกมา ด้วยความเร็วที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าก่อน
หน้านี้ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่องค์ชายโย่วเหยียน ภายใน
ปราณกระบี่ทมิฬมีอำนาจทำลายล้างจากห้วงพิภพแฝง
อยู่ นำพาหายนะไปทั่วทุกแห่งหน ทว่าครานี้องค์ชาย
โย่วเหยียนหาใช่ผู้ควบคุมกระบี่ไม่!
นี่เป็นพลังส่วนหนึ่งที่ร่างกลืนสวรรค์กลืนกินเข้าไปก่อน
หน้านี้!
ส่วนอีกคนครึ่งหนึ่งที่เหลือ ยังคงบดขยี้ทำลายอยู่ภายใน
ร่างกลืนสวรรค์อย่างต่อเนื่อง ระหว่างที่ อู่ อวี้ กัดฟันฝืน
ทนปลดปล่อยปราณกระบี่สวนกลับไป ปราณกระบี่ส่วน
ที่เหลือก็บดขยี้ฉีกกระชากร่างกลืนสวรรค์เป็นชิ้น ๆ !
ตูม!
ท่ามกลางความคาดหวังจากฝูงชน ในที่สุดห้วงวังวน
ทมิฬก็สูญสลาย แปรเปลี่ยนกลายเป็นหมอกทมิฬ ถูก
พัดพาล่องลอยไปตามมหาสมุทร
นี่คือภาพที่ทุกคนรอคอย ทว่าสิ่งที่ทำให้ฝูงชนเสียสติ
มากยิ่งไปกว่านั้น คือชั่วขณะที่ร่างกลืนสวรรค์กำลังแตก
สลายเป็นเสี่ยง ๆ มันได้ปลดปล่อยการโจมตีตอบโต้
กลับมา อีกทั้งการโจมตีนี้ยังทรงพลังยิ่งกว่าก่อนอย่าง
มาก ถึงแม้จะเป็นเพียงครึ่งหนึ่ง แต่มันก็น่าสะพรึงกลัว
ยิ่งกว่าวงเวทห้วงมิติอเวจีทรายทมิฬอย่างแน่นอน!
สิ่งที่บดขยี้จิตใจของฝูงชนยิ่งไปกว่านั้นก็คือ องค์ชายโย่ว
เหยียนกำลังตกอยู่ในสภาพอ่อนล้าถึงขีดสุด ดังนั้นย่อม
ไม่อาจต้านทานการโจมตีนี้ได้ โชคยังดีที่มันอยู่ในสภาวะ
ของร่างจำแลงเทวะหมื่นทมิฬเต๋าวิญญาณ ถึงแม้จะถูก
กระบี่ทมิฬนับพันเล่มปักทะลวงแทงเข้าใส่ร่าง มันก็ยัง
ไม่ตาย!
“ม่ายยยย!”
องค์ชายโย่วเหยียนกรีงร้องอุทานขึ้นด้วยสีหน้าซีดเผือด
ในชั่วขณะนี้มันก็ทำได้เพียงแสดงผลเคล็ดวิชาเต๋าออก
มาถึงขีดสุด เพื่อต้านรับได้เพียงเท่านั้น! เคล็ดวิชาเต๋า
ของมันได้ควบแน่นหลอมรวมกลายเป็นโล่ทมิฬขนาด
ใหญ่ ทว่าโล่ของมันก็ถูกแทงทะลุด้วยปราณกระบี่ทมิฬ
นับพัน!
ฉึกฉึกๆๆ!
ปราณกระบี่นับพันพุ่งทะลุทะลวงแทงผ่านร่างของมัน
จนหยาดโลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วทุกแห่งหน! เพียงชั่ว
พริบตา ทั่วทั้งสรรพรางค์กายขององค์ชายโย่วเหยียนก็
อาบชโลมไปด้วยโลหิต!
” อั๊ก… ” ร่างจำแลงเทวะหมื่นทมิฬสูญสลายหายไปทันที
มันพยายามฟื้นฟูร่างกาย แต่ทั่วทั้งร่างก็อาบชโลมไป
ด้วยโลหิต เนื้อตัวซีดเซียว มันได้รับบาดเจ็บจากการ
โจมตีของตนเอง อำนาจทำลายล้างของสามพันพิภพ ได้
อัดกระแทกทะลุทะลวงเข้าสู่ร่างกายของมัน บดขยี้
ทำลายอยู่ภายในอย่างต่อเนื่อง ผลที่ปรากฏก็คือเลือด
เนื้อกระดูกโลหิตของมันล้วนถูกบดขยี้ทำลายจนสิ้น!
แม้ว่าจะเป็นโอสถชั้นเลิศช่วยรักษา แต่ถ้าไม่อาจขับ
ปราณกระบี่ภายในร่างออกไปจนหมดสิ้น ก็ไม่สามารถ
รักษาฟื้นคืนกลับมาได้ กล่าวได้ว่าองค์ชายโย่วเหยียน
ได้รับบาดเจ็บสาหัส ไร้ซึ่งสมรรถภาพในการต่อสู้อย่าง
สมบูรณ์! ต่อให้เป็นผู้คนหลายร้อยที่นี่ หรือแม้กระทั่ง
ร่างอวตารสองสามร่างของ อู่ อวี้ จากจำนวนนับหมื่น ก็
สามารถส่งมันไปลงนรกได้แล้ว!
ปราณกระบี่เหล่านี้ยังคงเจาะทะลุทะลวงเข้าสู่ร่างกาย
บดขยี้ทุบทำลายเลือดเนื้อของมันอย่างต่อเนื่อง
” ขะ ข้า… ” จิตสำนึกขององค์ชายโย่วเหยียนว่างเปล่า
มันอยากจะร้องออกมาดัง ๆ แต่ก็ร้องไม่ออก คนผู้หนึ่ง
กลับกลายเป็นไร้สติโง่งมราวกับติดอยู่ในห้วงแห่งความ
ฝัน แต่ความเจ็บปวดจนร่างสั่นสะท้าน ทำให้มัน
ตระหนักได้อย่างชัดเจนว่านี่หาใช่ความฝันไม่…
หาใช่เพียงที่นี่เท่านั้น แต่ชาวเป่ยหมิงที่อยู่ด้านนอกซึ่ง
กำลังจับจ้องผ่านเครื่องกำเนิดภาพตาเป็นมัน ก็แทบไม่
อยากจะเชื่อสายตาของตนเองเช่นกัน พวกมันคิดว่า
ภาพที่เห็นเป็นเพียงเรื่องจินตนาการเพ้อฝันไป หลอก
ตัวเองไม่อยากจะเชื่อว่า องค์ชายโย่วเหยียน ได้พ่ายแพ้
อย่างหมดรูปแล้ว …
อย่างน้อยร่างต้นของ อู่ อวี้ ก็ยังคงอยู่ ส่วนองค์ชายโย่ว
เหยียนได้พ่ายแพ้ให้แก่ร่างกลืนสวรรค์อย่างยับเยิน มัน
ไม่เหลือเรี่ยวแรงจะสู้ต่อไปได้ หลังจากที่มันออกไปข้าง
นอก คงต้องรีบเร่งหาคนเข้ามาช่วยเหลือ ขับปราณ
กระบี่ราชันทำลายสามพันพิภพออกไปให้ทันท่วงที!
อู่ อวี้ เหลือบมองไปทางพรรคพวกของมันที่แต่ละคนสี
หน้าซีดเผือด ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความตกตะลึงไม่
อยากจะเชื่อ ดูแล้วช่างน่าขันยิ่งนัก เขาเชื่อว่าอีกหลาย
คนคงมีสีหน้าเช่นนี้เหมือนกัน
วันนี้นอกจากการต่อสู้อันเหนือขีดจำกัดของตน เขายัง
บดขยี้ความท้าทายที่เป็นไปไม่ได้อีกครั้ง
ตอนนี้สุรเสียงทั้งภายนอกแลภายในนั้นเงียบกริบ ทว่า
ฉับพลันก็มีเสียงตบมือดังกึกก้องขึ้น คนผู้นี้หาใช่คนอื่น
ไกลมันก็คือ ชวีอิ๋น มันลุกขึ้นยืนพร้อมกับกล่าวด้วย
อารมณ์ตื่นเต้นแบบสุด ๆ ว่า ” มีพรสวรรค์ยิ่งนัก ช่าง
น่าสนใจจริง ๆ! เด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์เยี่ยงนี้พบเจอได้
ยากในรอบ 100,000 ปีเลยก็ว่าได้ นับจากวันนี้ชื่อเสียง
ของเจ้าจะต้องเลื่องระบือไกล ไปทั่วทั้งทวีปชมพูทวีป
โลกธาตุอย่างแน่แท้! จากนี้ทั่วทั้งใต้หล้าจะรู้จัก อู่ อวี้
ในฐานะบุคคลผู้เปี่ยมไปด้วยอนาคตอันไร้จำกัดอันดับ
1! ความกล้าของเขาในวันนี้ ข้ารู้สึกเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง!
เลื่อมใส เลื่อมใส! ”
ผู้คนในอาณาจักรโบราณเหยียนหวงทั้งหมด ต่างลุกขึ้น
ยืนปรบมือ แม้ว่าเสียงปรบมือจะดังไม่มากนัก แต่
สำหรับชาวเป่ยหมิงมันช่างเสียดแทง เสมือนดั่งเอามีด
มากรีดเฉือนหัวใจของพวกมัน แต่ละคนหน้าตาบึ้งตึงบูด
บึ้ง ถึงกระนั้นก็ไม่อาจโต้แย้งใด ๆ กลับไปได้ เพราะ
สภาพปัจจุบันขององค์ชายโย่วเหยียนสามารถอธิบายได้
ว่า มันพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ แล้ว เขาได้ก้าวเหยียบองค์
ชายโย่วเหยียนเป็นดั่งสะพาน เพื่อให้ตนเองทะยานขึ้นสู่
จุดสูงสุด บัดนี้เขาได้รับสิ่งที่ทุกคนเฝ้าใฝ่ฝันปรารถนา
นั่นก็คือเม็ดยาจิตเทวะหนึ่งล้านเม็ด และ ซุ้มจักรพรรดิ
เป่ยหมิง!
แต่ อู่ อวี้ ร่างต้นไม่เหมาะกับซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง
เพราะกระบี่มีคุณสมบัติเป็นธาตุหยินเย็นสุดขั้ว ซึ่งมัน
จะไปตีกับพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงภายในร่างของเขา
แต่เขามีร่างกลืนสวรรค์!! ซึ่งร่างกลืนสวรรค์หาได้มี
คุณสมบัติธาตุใด ๆ อีกทั้งร่างกลืนสวรรค์เพียงเป็น
เสมือนดั่งการหลอมรวมพลังแห่งสรรพธาตุ ตราบใดที่ อู่
อวี้ ร่างต้นสามารถทำพันธสัญญากับซุ้มจักรพรรดิเป่ย
หมิงได้ เมื่อนั้นร่างกลืนสวรรค์ก็สามารถใช้งานมันได้
เช่นกัน ฉะนั้นปัญหาเรื่องนี้จึงเล็กน้อยมาก หากใน
อนาคตร่างกลืนสวรรค์สามารถใช้งานซุ้มจักรพรรดิเป่ย
หมิงจนเชี่ยวชาญ คาดว่า ความแข็งแรงของ อู่ อวี้ ใน
นาคต ก็จะน่าตื่นตะลึงมากยิ่งขึ้น…
ท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้องของอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง เสียงป่าวประกาศว่า อู่ อวี้ อันดับ 1! โดยที่
ไม่มีผู้ใดคัดค้าน
ชาวเป่ยหมิงเริ่มที่จะปลอบใจตนเอง บ้างก็ปลอบใจซึ่ง
กันและกัน สายตาของพวกมันทุกคนจับจ้องลงไปยังร่าง
ของ อู่ อวี้ ท่ามกลางความเงียบสงัด ทันใดนั้นก็มีบาง
คนตะโกนขึ้นว่า “แม้ว่าองค์ชายโย่วเหยียนจะต่อสู้กับ อู่
อวี้ จนได้รับบาดเจ็บ แต่ร่างอวตารที่แข็งแกร่งกว่าร่าง
ต้นของ อู่ อวี้ ได้ถูกองค์ชายโย่วเหยียนสังหารจนตก
หายไปแล้ว เท่ากับว่าปัจจุบันพลังฝีมือของมันอยู่แค่
ระดับของต้วนอี้! ในเมื่อตอนนี้องค์ชายโย่วเหยียนได้
ทำลายร่างสำคัญที่สุดของเขาไปแล้ว เท่ากับว่าเขาจะไม่
มีความสามารถเก่งกาจเช่นนี้อีก ยิ่งไปกว่านั้นการต่อสู้
ยังไม่จบ ใครบอกว่าองค์ชายโย่วเหยียนจะไม่สามารถ
สังหาร อู่ อวี้ ร่างต้นได้!”
ประโยคนี้ดังก้องสะท้อนไปถึงคนจำนวนมาก
“ถูกต้องแล้ว! ถ้าไม่มีร่างอวตาร อู่ อวี้ ก็ไร้พิษสง!”
” หรือไม่บางทีร่างที่เห็นอาจเป็นแค่ร่างอวตารของเขา
แต่ร่างต้นได้ตกตายไปแล้ว ส่วนร่างอวตารนี้ก็จะหายไป
ไม่ช้า! ”
” ผู้ชนะคราวนี้อาจจะเป็นองค์ชายโย่วเหยียน ผู้คน
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง อย่าเพิ่งด่วนดีใจเกินไป
นัก! ”
คำพูดดังกล่าว ได้แพร่กระจายไปถึงชาวเป่ยหมิงแบบ
ปากต่อปาก อีกทั้งผู้ที่เชื่อเรื่องนี้ยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ยามนี้พวกมันพยายามที่จะปลอบใจตนเอง แต่แล้วก็มี
บางอย่างเกิดขึ้นที่ทำให้พวกมันต้องหุบปากลงใน
พริบตา พวกมันจ้องมองไปยังเครื่องกำเนิดภาพ ทันใด
นั้นก็เห็นหมอกสีดำควบแน่นอยู่รอบตัวของ อู่ อวี้
หมอกนั้นเปลี่ยนไปในพริบตากลายเป็น อู่ อวี้ ที่มีเรือน
ผมสีขาวนัยน์ตาสีโลหิต ผิวกายของ อู่ อวี้ ร่างนี้ดูซีด
เซียว ดวงตาหมองหม่น แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือร่าง
นี้ยังมีชีวิตอยู่
สิ่งที่พวกมันคาดเดานั้นผิดหมด ร่างอวตารของ อู่ อวี้
ยังไม่ตาย แต่ดูเหมือนว่าจะบาดเจ็บอยู่ไม่น้อย
หลังจากร่างกลืนสวรรค์ได้รับบาดเจ็บ พื้นฐานฝึกตน
ของมันก็ย้อนกลับคืนสู่ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขั้นที่
8 เท่ากับว่าความพยายามตลอด 20 วันที่อุตส่าห์กลืน
กินซากศพของเขานั้นสูญเปล่า อย่างไรก็ตามสำหรับ อู่
อวี้ แล้ว เขาหาได้รู้สึกกดดันแม้แต่น้อย
แต่สำหรับชาวเป่ยหมิงแล้ว เรื่องนี้ช่างแสนโหดร้ายยิ่ง
นัก
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ