กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 786: ไม่สั่นคลอนต่อพายุโหมกระหน่ํา
อู่ อวี้ ผู้มีเรือนผมดำขลับและนัยน์ตาดำ กับ ร่างกลืน
สวรรค์ผู้มีเรือนผมสีขาวนัยน์ตาสีโลหิต ปรากฎขึ้นใน
เวลาเดียวกัน หนึ่งอยู่ด้านซ้ายแล้วอีกหนึ่งด้านขวาถึงแม้
จะมีรูปลักษณะคล้ายคลึงกัน ทว่าสัมผัสและกลิ่นอาย
ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สำหรับคนอื่น ๆ นี่เป็นภาพที่น่าตื่นตระหนกเป็นอย่าง
ยิ่ง
แน่นอนว่าภาพนี้ย่อมมีผลกระทบต่อจิตใจเป็นอย่างมาก
มันช่างโหดร้ายอย่างถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ชาวเป่ยหมิงต่างพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น
โดยคิดว่าองค์ชายโย่วเหยียนจะสามารถดับฝัน อู่ อวี้ ได้
แต่เมื่อพวกมันเห็น อู่ อวี้ กับร่างเรือนผมสีขาวนัยส์ตาสี
โลหิต พวกมันก็รู้สึกราวกับว่ามีใครเอามีดมากรีดหัวใจ
อย่างแรง
แม้ว่าพื้นฐานฝึกตนของพวกมันจะสูงกว่า แต่ในยามนี้
ความขมขื่นที่พบมันแบกรับเกินจะพรรณนาเป็นคำพูด
ส่งผลให้พวกมันเกือบจะร่ำไห้ออกมา
สิ่งนี้ได้กระทบกระเทือนจิตใจชาวเป่ยหมิงอย่างหนัก
หน่วง
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันดูเหมือน อู่ อวี้ จะชนะองค์ชาย
โย่วเหยียนได้อย่างราบคาบ ส่วนทางด้านขององค์ชาย
โย่วเหยียน เมื่อเห็นร่างอวตารของ อู่ อวี้ ปรากฏขึ้นอีก
ครั้ง สีหน้าของมันก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวยิ่ง
กว่าเดิม
ยามนี้มันไม่สามารถเอื้อรเอ่ยวาจาอันใดได้ เมื่อครั้งที่ต้
วนอี้พ่ายแพ้ มันได้ดูถูกเหยียดหยามไปไม่น้อย ยามนี้มัน
ได้ลิ้มรสชาติความพ่ายแพ้เช่นเดียวกับต้วนอี้เสียแล้ว
ภายในใจของมันเปี่ยมเต็มล้นไปด้วยความขมขื่น หดหู่
อย่างที่สุด จิตใจพังทลายแหลกสลายอย่างรุนแรง
นับตั้งแต่ถือกำเนิดจวบจนปัจจุบัน ในฐานะองค์ชายมัน
ยังไม่เคยพ่ายแพ้หนักหนาสาหัสขนาดนี้มาก่อน คน
เถื่อนในสายตาของมัน กลับเป็นผู้ที่สามารถเอาชนะมัน
ได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ในเวลานี้ถึงแม้ว่ามันจะรักษา
ตัวเอาไว้ได้ แต่ทุกอย่างก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์
“ โย่วเหยียน ”
ในเวลานี้เหล่าพี่น้องหญิงชาย สมัครพรรคพวก แลยอด
ฝีมือผู้ร่วมเข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ก็รีบทะยานเข้ามาหาเขา
ทันที
เมื่อเห็นสภาพขององค์ชายโย่วเหยียนในปัจจุบัน ทำให้
พวกมันรู้สึกกลัวไม่น้อยทีเดียว
มันรู้สึกโชคดีเพราะคนที่ต่อสู้กับ อู่ อวี้ ไม่ใช่ตัวเอง
ไม่เช่นนั้นพวกมันคงมีสภาพเช่นเดียวกับองค์ชายโย่วเห
ยียน
ในกลุ่มของพวกมันมีเพียงองค์ชายโย่วหยางเท่านั้นที่
แข็งแกร่งกว่าองค์ชายโย่วเหยียนเล็กน้อย ทว่าความคิด
ของพวกมันก็รู้สึกว่ายังไงผลลัพธ์ก็ย่อมเป็นเหมือนเดิม
มันตบไหล่ขององค์ชายโย่วเหยียนแล้วปลอบว่า ” เจ้าไม่
ต้องตำหนิตัวเองไป มันเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่ปัญหา
ของเจ้าที่ต้องมานั่งแบกรับ คนผู้นี้มันแข็งแกร่งราวกับ
ปีศาจยากที่จะรับมือ ”
การต่อสู้ได้จบลงแล้ว ภายในหัวใจขององค์ชายโย่วห
ยางหัวใจก็ยังรู้สึกยอมรับอยู่ไม่น้อย
ส่วนคนอื่น ๆ ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยอันใดได้ชั่วคราว
ภายในใจเจ็บปวดจนอยากจะร่ำไห้
ภายในคุกสมุทรวิญญาณยังมีอีกหลายคน ยังคงพยายาม
ไล่สังหารปีศาจจนวินาทีสุดท้าย ส่วนผู้ที่มารวมตัวชม
การต่อสู้อยู่ที่นี่ เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงบางคนก็เร่งจากไป
บางคนก็รวมกลุ่มอยู่ด้านหลัง
ตอนนี้ อู่ อวี้ ไม่ได้หลบซ่อนร่างกลืนสวรรค์อีกต่อไป เขา
จ้องไปที่กลุ่มคนแล้วกล่าวว่า ” ใครแพ้ใครชนะผลลัพธ์ก็
เห็น ๆ กันตำตา ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะปฏิบัติตามคำสัตย์
สาบาน ข้าสามารถเอาชนะองค์ชายโย่วเหยียน และ
คุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นอันดับ 1 ในสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือ หวังว่าพวกเจ้าจะไม่เล่นลูกไม้ใด ๆ
อีก ทุกอย่างจบลงด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม พวกเรา
ต่างก็รู้ดีว่าทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง เป็นถิ่นฐานกำเนิด
ของข้า ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ข้าจะปกป้องอย่าง
สุดกำลัง ผู้ฝึกตนจะต้องมีใจเที่ยงธรรม มีใจคอ
กว้างขวาง ไม่กลับกลอกตลบตะแลง ไม่ทำตัวลับ ๆ ล่อ
ๆ ข้าหวังว่าจะจำเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียน ”
หลังจากพูดจบ เขาก็ไม่อยากที่จะอยู่ที่นี่ต่อ ไม่เช่นนั้น
จะยิ่งทำให้พวกมันอับอายขายขี้หน้ามากยิ่งขึ้น
ดังนั้นเมื่อเขากล่าวจบ อู่ อวี้ ก็ขี่เมฆาตลบฟ้าหายเข้าไป
ในกลีบเมฆท่ามกลางสายตาการจับจ้องของฝูงชน
เวลานี้ไม่มีผู้ใดหยุดเขาได้อีก เพราะอารมณ์ของพวกมัน
ทุกคนตอนนี้กำลังเดือดพล่านจนแทบจะระเบิด
“ หากเราไม่ร่วมมือกัน คงยากจะจัดการกับมันได้ ข้า
อยากจะสังหารมันให้ตาย ๆ ไปเสียเดี๋ยวนี้ ” องค์ชาย
โย่วหยางถอนหายใจ
” ใช่ แผนการแลความสามารถของมันร้ายกาจเกินไป
เมื่ออยู่ภายในคุกสมุทรวิญญาณเราคงต้องยอมรับว่าเรา
ไม่สามารถรับมือกับมันได้ นอกเสียจากมันจะลงมือ
โจมตีเราก่อน ส่วนเรื่องทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งคงต้อง
เลยตามเลยปล่อยผ่านมันไป เราคงไม่สามารถงัดวิธีนี้
ออกมาใช้ได้อีก ไม่เช่นนั้นพวกเราคงดูไร้ยางอายเกินไป
”
อู่ อวี้ สามารถจัดการกับพวกมันส่วนใหญ่ได้ หนึ่งคือคำ
สัตย์สาบาน ส่วนอีกหนึ่งคือสายตาของทุกคนที่จับจ้อง
ในโลกหล้า
หากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป คนทั้งโลกหล้าจะต้องรู้
เรื่องนี้ในที่สุด พวกมันใช้คำพูดนี้ขัดขวางป้องกันไม่ให้ อู่
อวี้ ได้เป็นอันดับ 1 หากพวกมันยังคิดตอบโต้ภายหลัง
พวกมันก็จะดูต่ำช้าเกินไป
ทั่วทั้งโลกจะประณามพวกมันว่าต่ำช้าไร้ยางอาย พวก
มันจึงไร้ทางเลือก
ในวันนี้พวกมันมีโอกาสจัดการกับ อู่ อวี้ มากมาย แต่
พวกมันก็ไม่ได้คว้าไว้ ทั้งยังปล่อยให้ อู่ อวี้ เหยียบย่าง
ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด จนพวกมันรู้สึกว่าพ่ายแพ้อย่าง
สิ้นเชิง
นี่ไม่ใช่การปราชัยเพียงแค่ความแข็งแกร่ง แต่พวกมันยัง
เป็นความพ่ายแพ้ในด้านจิตใจอีกด้วย
“ เหลวไหลสิ้นดี เราปล่อยให้คนผู้นี้คว้าอันดับ 1 ใน
สงครามชิงอำนาจแดนเหนือได้อย่างไร นับจากนี้คงได้
ถูกประวัติศาสตร์ประณาม และถูกเยาะเย้ยไปอีกนาน
เท่านานกระมั้ง? ” กู่ เฮ่าเฉินกล่าวอย่างช่วยไม่ได้
” ไม่ต้องห่วง ต่อให้ตอนนี้เราฆ่ามันไม่ได้ ผู้อาวุโสที่อยู่
ภายนอกจะต้องไม่ยอมปล่อยมันไปแน่ สิ่งที่มันทำอยู่
ในตอนนี้แม้แต่น้องหญิงโย่วเสี่ยก็ไม่สามารถปกป้องมัน
ได้ แม้ว่าตอนนี้ อู่ อวี้ จะมีชื่อเสียง แต่คอยดูเถอะว่า
ชื่อเสียงนี้จะต้องอยู่ได้ไม่นาน! ” เยี่ยน ฉินฉง ไม่สามารถ
ทนได้เวลานี้นางก้มศีรษะลง แล้วเอ่ยทั้งน้ำตา
“ ไม่ว่าอันใดจะเกิดขึ้น ฝีมือความสามารถของ อู่ อวี้
นั้นน่าทึ่งมาก ฉะนั้นไม่มีผู้ใดตำหนิเราได้ ”
องค์หญิงโย่วเซวียนกล่าว
นางปลอบใจองค์ชายโย่วเหยียน แต่น่าเสียดายด้วย
สภาพจิตใจพังทลายขององค์ชายโย่วเหยียนในปัจจุบัน
เขาทำได้เพียงแต่ก้มศีรษะไม่สามารถเอื้อนเอ่ยสิ่งใด
ออกมา จิตใจของมันยังไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้
นี่คือความจริงและจุดจบ
เหลือเวลาอีกไม่นานนักวันสุดท้ายของการแข่งขันก็จะ
หมดลง หลังจาก อู่ อวี้ ถอยออกมาจากอาณาเขตต่อสู้
เขาก็ยืนนิ่งอยู่เพียงลำพัง ผ่านไปไม่นาน ก็มีเสียง
ประกาศสิ้นสุดสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ
หลังจากนั้นด้านบนของคุกสมุทรวิญญาณอันมืดมิดก็มี
แสงสว่างส่องลงมาเบื้องล่าง แสงนี้คือเส้นทางที่นำไปสู่
ภายนอก นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางที่ อู่ อวี้ เข้ามาอีก
ด้วย
เมื่อเห็นแสงสว่าง ทุกคนก็ต้องรีบออกไปโดยเร็วที่สุด
หากอาศัยช่วงเวลานี้สังหารปีศาจ เพื่อรวบรวมตาข่าย
วิญญาณมรณะ จะถือเป็นการละเมิดกฎ และถูกลงโทษ
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่จำเป็นต้องกระเช่นนั้น
เขากับผู้แข่งขันคนอื่น ๆ ต่างพากันมุ่งหน้าไปยังทิศทาง
ของแสง
เมื่อเข้ามาใกล้แสง เกือบทุกคนก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่
หรือแม้กระทั่งบางคนก็ออกกันไปก่อนแล้ว ซึ่ง อู่ อวี้ ก็
ได้พานพบกับเหล่าองค์หญิงองค์ชายที่นี่ด้วย
ยามนี้เขาก็ออกไปเบื้องนอก โดยที่มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด
เมื่อทะยานออกมาจากผืนน้ำด้านล่าง ออกมาสู่พื้นผลึก
เบื้องนอก เขาก็ได้พบเห็นแสงตะวันอีกครั้ง
เหนือศีรษะของเขาคือดวงตะวันที่กำลังลอยคว้างอยู่บน
ท้องนภา เนตรเพลิงของเขามิได้สัมผัสกับแสงตะวันเป็น
เวลานาน ดังนั้นเมื่อออกมา เขาจึงดูดซับความร้อนจาก
ดวงตะวันอย่างบ้าคลั่ง เพื่อเติมเต็มพลังให้กับตนเอง
ส่งผลให้บัดนี้ดวงเนตรของเขา ลุกโหมกระหน่ำโชติช่วง
ไปด้วยเปลวเพลิงทองคำ
ภายใต้สายตาจากสาธารณชน ร่างกลืนสวรรค์ได้ติดตาม
มาขึ้นมาอยู่ข้างกายเขา ซึ่งตอนนี้ อู่ อวี้ ไม่สามารถส่ง
ร่างกลืนสวรรค์เข้าสู่เจดีย์ล่องกำเนิดได้ มิฉะนั้นเขาคง
ไม่ปล่อยให้ร่างแยกปรากฏกายต่อหน้าฝูงชนเช่นนี้
“ออกมาแล้ว”
อู่ อวี้ หรี่ตาลง เนื่องจากว่ายามนี้แสงตะวันควบแน่นอยู่
ภายในดวงเนตรของเขารุนแรงมากเกินไป ดังนั้นจึงไม่
สามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างชัดเจนนัก เขา
แลเห็นที่นั่งรายล้อมอยู่รอบกายได้อย่างเลื่อนราง ซึ่ง
ผู้คนกว่า 800,000 ส่วนใหญ่ยังคงนั่งที่นี่
เขาสัมผัสได้อย่างเลือนรางว่า เมื่อฝูงชนแลเห็นตนเอง
สายตาและความสนใจทั้งหมดก็จับจ้องมายังเขาทันที
เมื่อเทียบกับครั้งแรกที่เข้ามาในที่แห่งนี้ นับว่าแตกต่าง
กันราวฟ้ากับเหว ในเวลานั้น มีผู้คนไม่มากนักให้ความ
สนใจกับเขา
ยามนี้ถึงแม้ว่าองค์หญิงองค์ชายจะพากันทยอยออกมา
ก็หาได้มีผู้ใดสนใจพวกมันไม่ สายตาของผู้ชนส่วนใหญ่
ยังคงจับจ้องไปที่ อู่ อวี้
ผู้ที่มารวมตัวกันอยู่ในที่แห่งนี้ คือยอดฝีมือชั้นนำกว่า
800,000 คน ทุกคนล้วนเป็นชนชั้นปกครองของ
จักรวรรดิเป่ยมหิง มีผู้คนที่มาจากแต่ละแว่นแคว้นนับว่า
มีน้อยมาก ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนจากนครหมิง
ซึ่งสายตาที่จับจ้องมาจากยอดฝีมือเหล่านี้ ล้วนจงใจ
สร้างแรงกดดันต่อ อู่ อวี้ ดังนั้นแรงกดดันที่ อู่ อวี้ ได้รับ
ในยามนี้จึงหนักหน่วงอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน!
” ข้าทำให้ชาวเป่ยหมิงเสื่อมเสียเกียรติ ดังนั้นจึงไม่
แปลกที่พวกมันจะเกลียดชังข้า จนถึงขนาดแผ่แรง
กดดันมหาศาล สายตาเปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจ!”
ถ้า อู่ อวี้ กลายเป็นพ่ายแพ้ เขาคงไม่มีจิตใจที่แข็งแกร่ง
มากพอจะเผชิญหน้ากับสายตาของคนเหล่านี้
ซึ่งบัดนี้เขาหาใช่ฝ่ายที่ปราชัยไม่ เขาได้ทำลายขีดจำกัด
จนสามารถมีชัยเหนือองค์ชายโย่วเหยียน ดังนั้นจิตใจ
ของเขาในเวลานี้จึงหยิ่งทะนงอหังการถึงขีดสุด!
ความอหังการในใจของเขาพุ่งทะยานถึงขีดสุด บัดนี้ไม่
ว่าผู้ใดหน้าไหน ก็ไม่อาจทำให้เขาเกรงกลัวได้
ดังนั้นระหว่างที่สายตาของผู้คนกว่า 800,000 จับจ้อง
มายังเขา อู่ อวี้ จึงต่อสู้กลับไปอย่างไม่ยินยอม จิต
วิญญาณของเขาแข็งแกร่งพอ ๆ กับดวงเนตรที่ลุกโชติ
ช่วงไปด้วยเปลวเพลิงอยู่ตอนนี้!
อู่ อวี้ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ แลเห็นสายตาซึ่งเปี่ยม
ล้นไปด้วยความไม่พอใจของฝูงชน
ราวกับว่าพวกมันอยากจะกระโจนเข้ามาสังหารเขาให้
ตาย ๆ ไปเสียเดี๋ยวนี้ อู่ อวี้ ได้รับผลตอบแทนอัน
มหาศาลจากสงครามชิงอำนาจแดน ทั้งยังช่วย
เปลี่ยนแปลงความคิดและทัศนคติของเขาไปอย่างใหญ่
หลวง
เขาสามารถคว้าชัยเหนือต้วนอี้ กับ องค์ชายโย่วเหยียน
ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เมื่อปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ก็ยัง
ต้องเผชิญหน้ากับสายตาและแรงกดดันซึ่งเปี่ยมล้นไป
ด้วยความไม่พอใจ ทว่ายามนี้จิตใจของเขาทรงพลัง
อหังการถึงขีดสุด เป็นความแข็งแกร่งที่ทำใหอาณาจักร
เต๋าของเขาพุ่งทะยานก้าวกระโดดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง!
” แม้ว่าผู้คนนับแสนจะสะกดข่ม ข้าก็หาได้เกรงกลัวหรือ
สำนึกเสียใจไม่ ความกล้าหาญในจิตใจของข้าจะบดขยี้
ทำลายล้างคิดจิตวิญญาณของศัตรู ทำให้ทุกคนต้อง
สำนึกเสียใจที่บังอาจมาดูถูกท้าทายข้า และนี่คือ
เจตจำนงเต๋าแห่งข้า!”
การเผชิญหน้าในครั้งนี้ทำให้ อู่ อวี้ ตระหนักรู้ในเต๋าของ
ตนเองมากขึ้น
ท่ามการความเลือนราง ห้วงสมาธิจิตใจของเขาได้ดำดิ่ง
เข้าสู่การรู้แจ้งในชั่วพริบตา!
ด้วยความรู้แจ้งนี้ ทำให้เขาบรรลุเข้าสู่อาณาจักรใหม่
ทันที ซึ่งเขาก็สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ด้วย
ความก้าวหน้านี้ ทำให้จิตเทวะของเขายกระดับขึ้นไปอีก
ขั้น!
ไม่คาดคิดว่าการต่อสู้ท้าทายอำนาจแรงกดดันจาก
สายตาของผู้คนชาวเป่ยหมิง จะทำให้ อู่ อวี้ บรรลุเข้าสู่
อาณาจักรใหม่!
ในเวลานี้จิตเทวะของเขา ได้ยกระดับเติมโตขึ้นจากเต๋า
มากยิ่งขึ้น เกรงว่าตราบใดที่เขาใช้เม็ดยาจิตเทวะ เพื่อ
เสริมสร้างพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง อาณาจักรการฝึกตน
ของเขาจะบรรลุเข้าสู่ระดับก่อร่างจิตเทวะขั้นที่ 2 ทันที!
ในเวลานี้เขาสามารถบดขยี้องค์ชายโย่วเหยียนได้อย่าง
รวดเร็ว อีกทั้งร่างกลืนสวรรค์ ยังสามารถเพิ่มพูนความ
แข็งแกร่งให้มากยิ่งขึ้น!
หากผู้คนเหล่านี้รู้ว่า สายตาและแรงกดดันซึ่งเปี่ยมไป
ด้วยความไม่พอใจของมันที่จับจ้องไปยัง อู่ อวี้ จะทำให้
เขาบรรลุเข้าสู่อาณาจักรใหม่ พวกมันคงจะรู้สึกเศร้า
เสียใจเป็นอย่างยิ่ง
บัดนี้ อู่ อวี้ คือผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด แต่แล้วเมื่อ
ออกมา เขากลับได้รับชนะ และ การเก็บเกี่ยวมาก
ยิ่งขึ้น!
เมื่อทุกคนใช้สายตาเกลียดชังมองมาที่ตนเอง เต๋าของ
เขาก็ก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเสียอย่างนั้น ทำให้ยาม
นี้ความแข็งแกร่งของเขาจะยิ่งทบทวีอย่างไม่หยุดยั้ง
การที่คนเหล่านี้ใช้สายตาไม่พอใจมองมาที่ตน จึงไม่
แปลกที่จะทำให้เขารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
เดิมทีคราแรกที่ออกมาเขายังรู้สึกหวั่นเกรงอยู่บ้าง ทว่า
ตอนนี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ภาพเบื้องหน้า ทำให้เขา
แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ทำให้เขาไม่ลืมเลือนว่า ตนคือผู้สืบ
ทอดของฉีเทียนต้าเซิ่น!
วันนี้เขาคือผู้ที่ได้รับรางวัล
อาศัยตนเพียงลำพังเพื่อเผชิญหน้ากับผู้คนนับแสน!
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ