กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 787: ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกครั้ง
ยิ่งสามารถมีชีวิตนานมากเท่าไหร่ ความสามารถของคน
ผู้นั้นก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น และจะมีช่วงเวลารุ่งโรจน์ที่
เปล่งประกายมากขึ้น
สำหรับ อู่ อวี้ นี่คือช่วงเวลาดังกล่าว
ตอนนี้คนที่อยู่รอบตัวเขา คือผู้ที่บดขยี้ยันต์แสงทำลาย
รัตติกาลมาก่อนหน้านี้ หลังจากที่คนเหล่านี้ออกมาก็
จ้องมองการต่อสู้ผ่านเครื่องกำเนิดภาพมาโดยตลอด
ถึงแม้จะมีคนร่วมพันรวมตัวกันอยู่ที่นี่ แต่ก็มิได้เจิดจ้า
งดงามเท่ากับ อู่ อวี้
สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องกดดันอย่างไม่มีจบสิ้น ทำให้
มั่นใจได้แล้วว่าหลังจากวันนี้เขาจะกลายเป็นจุดสนใจ
ของคนทั้งโลกหล้าก็ตาม
ยามนี้ ภายในคุกสมุทรวิญญาณได้เงียบสงัดลงแล้ว เมื่อ
หลังจากสงครามชิงอำนาจแดนเหนือจบสิ้นลง สถานที่
แห่งนี้ก็หวนกลับคืนสู่ความเงียบสงัดราวความตายอีก
ครั้ง
องค์หญิงโย่วเสี่ยนั้นออกมาก่อน ซึ่งในเวลานี้นางยืนอยู่
ด้านข้าง อู่ อวี้ อันที่จริงในวันสุดท้ายเขาไม่ได้บอกเล่า
ถึงแผนการให้นางฟัง ดังนั้นนางที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ด้าน
นอก ก็รู้สึกตื่นเต้นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น้อย
ณ วันนี้ถือเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ นางรู้สึกเปี่ยมล้นไป
ด้วยความสุข ความตึงเครียดความกังวลได้ผ่านพ้นไป
แล้ว
อู่ อวี้ สามารถประสบความสำเร็จเช่นนี้ ทำให้สีหน้าของ
นางยามนี้เปล่งประกายสดใสเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อพวกมันเห็นทั้งสองสนิทสนมกันมาก หลายคนก็รู้สึก
ไม่พอใจ โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวของจักรวรรดิเป่ยหมิง
แน่นอนว่ายังมีอีกหลายคนที่คิดว่ายามนี้ อู่ อวี้ ช่างดูเจิด
จ้าเสียเหลือเกินแม้ว่าองค์หญิงโย่วเสี่ยจะเป็นชาวเป่ย
หมิง แต่นางไม่มีทางยอมปล่อยให้ อู่ อวี้ ตกตายอยู่ใน
จักรวรรดิเป่ยหมิงอย่างแน่แท้ สมมุติว่า อู่ อวี้ ได้อภิเษก
สมรสกับองค์หญิงโย่วเสี่ย คาดว่าราชวงศ์เป่ยหมิงคง
ยอมรับได้ รวมถึงผู้คนจำนวนมากในจักรวรรดิเป่ยหมิงก็
คงยอมรับได้เช่นกัน
ด้วยเพราะปัจจุบัน อู่ อวี้ นั้นแตกต่างจากอดีตมาก
ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงัดไร้ซึ่งสุรเสียงใด ๆ ใน
ที่สุดชินอ๋องโย่วซื่อก็ปรากฏอยู่เหนือศีรษะของทุกคน สี
หน้าเคร่งขรึมจริงจัง จากนั้นก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียง
จริงจังว่า ” เอาล่ะ… เวลานี้ทุกคนคงออกมากันหมดแล้ว
ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะประกาศอย่างเป็นทางการว่าการ
แข่งขันในสงครามชิงอำนาจแดนเหนือได้สิ้นสุดลงนับแต่
บัดนี้! ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับจำนวนตาข่ายวิญญาณมรณะ
ของแต่ละคน จากนี้จะทำการจัดอันดับ และ ประกาศ
ผลรางวัลในลำดับต่อไป! ข้าเชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจ และ
ตื่นเต้นไปกับมัน ”
แม้เขาจะประกาศเช่นนั้น ทว่าความเป็นจริงทุกคนก็เห็น
และเข้าใจอย่างชัดเจน ดังนั้นบรรดาผู้รับชมจึงไม่ได้จด
จ่ออันใดมากนัก แต่หลายคนยังคงรู้สึกริษยาจนแทบบ้า
กับรางวัลก้อนใหญ่ที่ผู้ติดอันดับได้รับ
ในเวลานี้ชินอ๋องโย่วซื่อไม่ได้แสดงออกถึงความรู้สึกใด ๆ
ไม่รู้ว่าเขาโกรธหรือมีความสุขกับแน่ แต่ด้วยคำพูดของ
เขาทำให้ใครหลายคนหันเหความสนใจไปทาง อู่ อวี้
แล้วมองกลับมาที่ชินอ๋องโย่วซื่อ
” ข้อตกลงของเราก่อนหน้า ปีศาจที่ถูกนำมาปล่อยไว้ใน
คุกสมุทรวิญญาณของสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ จะ
ถูกปล่อยตัวก็ต่อเมื่อเก็บรวบรวมยันต์แสงทำร้าย
รัตติกาลได้ตามจำนวนที่กำหนด ตั้งแต่เริ่มต้นการ
แข่งขันจวบจนปัจจุบันมีปีศาจอยู่ 17 ตน ภายในทะเล
ทุกข์ไร้ขอบเขต ที่จะได้กลับคืนสู่ชายฝั่งแล้วมีชีวิตใหม่!
เราจะส่งคนให้พาปีศาจเหล่านี้ออกไปจากเป่ยหมิง ได้
กลับคืนสู่ทะเลแห่งความตาย
สำหรับที่นี่แล้วพวกมันถือเป็นนักโทษ
ในความเป็นจริงเหตุผลที่พวกมันได้รับการปล่อยตัว
ประการแรกก็เพื่อรับประกันความมั่นคงในสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือ ทำให้ปีศาจที่อยู่ภายในคุกสมุทร
วิญญาณ มีความหวังกันจะมีชีวิตรอดต่อไป ประการที่ 2
ทะเลแห่งความตายในเป่ยหมิงยังมีนักโทษถูกขังอยู่เป็น
จำนวนมาก ซึ่งปีศาจสมุทรเหล่านี้ก็ถูกใช้เพื่อเป็น
เครื่องมือทดสอบ สั่งสอนบทเรียนให้แก่เหล่าวีรบุรุษชน
รุ่นหลัง สืบสานแนวทางของบรรพบุรุษต่อไป…
นี่คือข้อตกลงระหว่างเป่ยหมิงกับทะเลแห่งความตาย
ฉะนั้นในเรื่องนี้พวกมันค่อนข้างจริงจังมาก ในวันนี้
ปีศาจถูกพาไปยังนครเซียนเหมันต์อุดรเพื่อส่งกลับคืนสู่
ทะเลต่อไป เห็นได้ชัดว่าอีกด้านหนึ่งมีปีศาจสมุทรบาง
ตัว รอคอยการกลับมาของพวกมันอยู่
พลังฝีมือของปีศาจเหล่านี้อยู่ไม่ไกลจากผู้เข้าแข่งขัน
แล้วตอนนี้พวกมันกำลังร่ำไห้สะอึกสะอื้นอย่างมี
ความสุข ที่ชีวิตของพวกมันได้กลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง
ชีวิตภายในคุกสมุทรวิญญาณนั้นเสมือนกับฝันร้าย ที่
ต้องคอยหลบหนีหัวซุกหัวซุนอยู่ตลอดเวลา
“อิสรเสรี …”
“ข้ายังมีชีวิตอยู่ … ”
” การยังมีชีวิตช่างรู้สึกดีอะไรเช่นนี้ ”
” กี่เดือนกี่ปีแล้ว ที่ข้าไม่ได้กลิ่นของโลกภายนอก… ”
“นี่คือผู้ฝึกตน … ”
ถึงแม้ปีศาจจะเลือดเย็นเพียงใด แต่ในเวลานี้พวกมันต่าง
จับกลุ่มร่ำไห้เห็นอกเห็นใจกันและกัน
มีเพียงปีศาจตนเดียวที่ไม่ได้ร่ำไห้ มันเหยียดแขนแล้ว
หมุนตัวไปรอบ ๆ เมื่อเทียบกับปีศาจตนอื่น ๆ มันดูหล่อ
เหลาสง่างามมาก ดูราวกับหงส์ที่อยู่ในฝูงไก่
ปีศาจตนนี้ก็คือ หนานซาน หวางเยว่
ในเวลานี้สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ ที่
ตนเองนั้นสามารถหลุดออกจากคุกได้ ใบหน้าเต็มไปด้วย
รอยยิ้มราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ
อันที่จริงแล้วปีศาจอ่อนแอ มีแนวโน้มที่จะออกมา
มากกว่าปีศาจที่แข็งแกร่ง เพราะปีศาจที่อ่อนแอต้อง
เก็บรวบรวมยันต์แสงทำลายรัตติกาลเพียงแค่ 10 แผ่น
เท่านั้น ส่วนปีศาจที่แข็งแกร่งต้องเก็บรวบรวม ยันต์แสง
ทำลายรัตติกาล จำนวนมากกว่าหลายสิบชิ้น ซึ่งเป็น
เรื่องยากจริง ๆ เพราะมีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่าพันคนแล้ว
แต่ละคนก็ล้วนเป็นอัจฉริยะ
” ปีศาจสมุทรเหล่านี้ได้ทำตามข้อตกลงที่เรากำหนดไว้
พวกมันจะถูก เจียงเฉิงฮั้ว พาตัวไปนครเซียนเหมันต์
อุดรเพื่อปล่อยกลับคืนสู่ทะเลต่อไป ” ชินอ๋องโย่วซื่อ
ประกาศ
พวกมันจะถูกส่งเข้าไปในกรงเหล็กสีดำ และไม่สามารถ
ออกมาได้ชั่วคราว ตราบใดที่มันออกจากเป่ยหมิง แล้ว
เข้าสู่มหาสมุทรแห่งความตาย เมื่อนั้นพวกมันจะถูก
ปล่อยตัวออกไป ยามนี้ปีศาจแต่ละตนต่างพากันวิ่งกรู
เข้าไปในกรงเหล็กสีดำด้วยความตื่นเต้นร่าเริงเป็นอย่าง
ยิ่ง จากนั้นชายชราผู้มีนามว่าเจียงเฉิงฮั้วก็พาพวกมัน
ออกไป
แน่นอนว่าพวกมันมิได้ก่อปัญหาใด ๆ เนื่องจากว่าการมี
โอกาสได้ออกมาอีกครั้งถือเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญยิ่ง
หากพวกมันประมาทเลินเล่อ แล้วถูกสังหารหรือถูก
นำมาขังใหม่อีกครั้ง นั่นคงไม่งามเท่าใดนัก ดังนั้น
หลังจากที่เข้าไปด้านใน พวกมันจึงประพฤติตนอย่างดี
เยี่ยม
“ไม่ ข้ายังเข้าไปไม่ได้” ไม่คาดคิดว่าจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
ยามนี้ปีศาจทุกตนต่างกรูเข้าไปอยู่ในกรงเพื่อเตรียมตัว
ถูกขนส่งลำเลียงไป รอให้พวกมันถูกส่งตัว ทว่าหนาน
ซานหวางเยว่กลับยกมือขึ้น แล้วกล่าวขึ้นด้วยเสียงดัง
ก้อง แน่นอนว่าวันนี้มันไม่ใช่ตัวเอก แต่มันก็สามารถ
ดึงดูดความสนใจจากผู้คนจำนวนมากได้
“เข้ามาเดี๋ยวนี้!” ชายชราผู้ควบคุมกรงดำคำรามขึ้น มัน
มิได้อดกลั้นใด ๆ
หนานซาน หวางเยว่ กล่าวขึ้นทันทีว่า ” สุภาพบุรุษ
ทั้งหลาย ท่านผู้ฝึกตนที่เคารพ และเหล่าผู้สูงศักดิ์ของ
ตระกูลเป่ยหมิง โปรดฟังข้าด้วย ตัวข้านั้นหาใช่ปีศาจ
สมุทร แต่เป็นหมูป่าธรรมดาตนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ภายใน
อาณาเขตของจักรวรรดิเป่ยหมิงเท่านั้น ถึงแม้จะเป็น
ปีศาจแต่ข้าก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่บนป่าเขา ไม่เคย
กระทำสิ่งเลวร้ายอันใด ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวได้ว่าข้าถือ
เป็นคนของจักรวรรดิเป่ยหมิงด้วยเช่นกัน แต่แล้ว
โชคชะตาก็เล่นตลก ข้าได้ถูกผู้อาวุโสท่านหนึ่ง จับตัวมา
ขังไว้ภายในคุกสมุทรวิญญาณอย่างไม่ตั้งใจ ต้องทนทุกข์
ทรมานอยู่ในนั้นนานหลายปี กว่าจะได้ออกมาก็ไม่ง่าย
เลย … ”
การแสดงของมัน นับว่าล้ำเลิศเข้าถึงอารมณ์เป็นอย่าง
ยิ่ง หยาดน้ำตาหลั่งไหลเป็นสาย ทั้งยังกล่าวขึ้นโดยไม่รอ
ให้เจียงเฉิงฮั้วมีโอกาสได้ตอบสนองอันใด ” ข้าหาใช่
ปีศาจภายในอาณาเขตสมุทรแห่งความตาย นอกจากนี้
ตอนที่อยู่ภายในคุกสมุทรวิญญาณข้ายังสังหารปีศาจ
สมุทรไปมากมาย หากโยนข้าออกไป ท่านไม่คิดหรือว่า
ปีศาจภายในอาณาเขตสมุทรแห่งความตายจะรุม
ประชาทัณฑ์สังหารข้า การขับไล่ข้าออกจากเป่ยหมิง ก็
เป็นเสมือนดั่งการผลักไสให้ข้าไปตาย เป็นความเจ็บปวด
อย่างสุดแสน … แม้ว่าข้าจะเป็นปีศาจ แต่คนของเป่ย
หมิง ที่ถือกำเนิดขึ้นในเป่ยหมิง แม้นตายก็เป็นคนของ
เป่ยหมิง กว่าจะได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกครั้งนับว่า
ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก ขอท่านผู้ฝึกตนผู้ทรงเกียรติ
โปรดให้ข้ามีชีวิตอยู่ด้วย!”
ระหว่างที่กล่าวมันก็ก้มคุกเข่าลงบนพื้นด้วยน้ำตานอง
หน้า ราวกับว่าไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว อันที่จริงแล้ว
สำหรับ หนานซาน หวางเยว่ นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ
ที่สุดกับอนาคตของมัน เป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึง
ช่วยเหลือ อู่ อวี้
“บังอาจ!” เจียงเฉิงฮั้วคำราม เขารู้สึกเกียจคร้านเกินไปที่
จะฟังมัน เนื่องจากปีศาจหาใช่สิ่งสำคัญในสงครามครั้งนี้
ไม่ เพียงแค่ให้พวกมันเข้ามาในกรง แล้วก็พาออกไป
ทันที ซึ่งการกระทำของ หนานซาน หวางเยว่ ก็ถือเป็น
การหยามหมิ่นเกียรติไม่รักษาหน้าของมัน
ดังนั้นมันจึงคิดจะเข้ามาพาตัว หนานซาน หวางเยว่
ออกไปทันที
ไม่คาดคิดว่าหนานซาน หวางเยว่จะกรีดร้องเสียงดังมาก
ยิ่งขึ้น พร้อมกับกล่าวอย่างเศร้าโศกว่า ” ม่าย ไม่
สามารถทำเช่นนี้ได้ ทั้งกายและใจข้าเป็นของเป่ยหมิง
ลองคิดดูว่าหากเป็นภูมิลำเนาของตนเอง หากมีโอกาส
จะมีชีวิตอยู่ ข้าจึงคว้าเอาไว้ อาวุโสทุกท่านโปรดอย่าได้
ส่งข้าออกไปเลย เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ ข้าจะขอติดตามผู้ฝึก
ตนคนหนึ่ง คอยรับใช้ สร้างคุณงามความดี ข้าจำได้ว่า
ปีศาจภายในทวีปเป่ยหมิง มีสิทธิ์จะทำเช่นนี้ได้
เนื่องจากว่าท้ายสุดแล้วเราไม่ได้ดุร้ายเหมือนปีศาจ
ภายในอาณาเขตสมุทรแห่งความตาย ได้โปรดให้ข้า
ติดตามผู้ฝึกตนด้วย!”
ผลจากการกรีดร้องขอความเมตตาของมันช่างน่าทึ่งเป็น
อย่างยิ่ง หนานซาน หวางเยว่ประสบความสำเร็จในการ
ขโมยความสนใจของ อู่ อวี้ อย่างสมบูรณ์
มันทำให้ผู้คนหันมาสนใจมันอย่างแท้จริง อันที่จริง
หนานซาน หวางเยว่ ก็มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย ก่อนหน้านี้มี
ผู้คนมากมายให้ความสนใจกับมัน เมื่อชินอ๋องโย่วซื่อ
เห็นมันกระทำเช่นนี้ เขาจึงกล่าวขึ้นอย่างลังเลว่า “เจ้า
อยากติดตามผู้ใด?”
อันที่จริงแล้วเขายังจดจำความสามารถของ หนานซาน
หวางเยว่ ได้ดี เมื่อครุ่นคิดอย่างรอบคอบแล้ว มันก็
นับเป็นปีศาจอัจฉริยะตนหนึ่ง หากขับไล่ออกจากเป่ย
หมิง ส่งเข้าสู่มหาสมุทรแห่งความตาย ก็ไม่ต่างอะไรจาก
การส่งไปให้ศัตรูคู่อาฆาตรุมประชาทัณฑ์สังหาร
กล่าวได้ว่ายามนี้เป้าหมายของ หนานซาน หวางเยว่ ได้
บรรลุมากกว่าครึ่งแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนานซาน หวางเยว่ ก็รีบเอ่ยขึ้นทันที
ว่า “ถ้าต้องการติดตาม ‘องค์หญิงโย่วเสี่ย ในฐานะผู้รับ
ใช้ ปกป้องพิทักษ์องค์หญิงอุทิศตนดั่งสุนัขและอาชา! ขอ
ปฏิญาณต่อองค์หญิงโย่วเสี่ย ปีศาจน้อย ๆ ตนนี้จะกลับ
ตัวกลับใจทำคุณความดี ซื่อสัตย์ต่อพระองค์! ”
อันที่จริงแล้วการที่มันถูกลากเข้าไปในคุกสมุทรวิญญาณ
ถือเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่มันไม่อาจกล่าวออกมาได้
มิฉะนั้นจะดูเหมือนว่าชินอ๋องโย่วซื่อไม่สามารถควบคุม
จัดการได้อย่างเหมาะสม
องค์หญิงโย่วเสี่ย?
นางโด่งดังมากยิ่งขึ้น เนื่องจากความรุ่งโรจน์เฟื่องฟูของ
อู่ อวี้ แต่นางก็ไม่ได้รับความสนใจมากนักในสงครามชิง
อำนาจแดนเหนือ ทว่ายามนี้ หนานซาน หวางเยว่ กลับ
หยิบยกชื่อของนางขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
นี่เป็นแผนการที่มันปรึกษาหารือกับ อู่ อวี้ ก่อนแล้ว
หากมันเอ่ยนามของ อู่ อวี้ ออกไปโดยตรง คาดว่าชิน
อ๋องโย่วซื่อกับผู้อาวุโสคนอื่น ๆ คงจะไม่เห็นด้วย แต่ถ้า
เป็นคนในราชวงศ์อย่างองค์โย่วเสี่ย พวกเขาก็ยัง
สามารถเก็บ หนานซาน หวางเยว่ ไว้ข้างกาย เพื่อศึกษา
มันอย่างช้า ๆ ได้
เมื่อแลเห็นว่าทุกคนหันเหความสนใจมาที่ตนเอง องค์
หญิงโย่วหลิวก็พยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” ในคุกสมุทร
วิญญาณ ข้าได้พานพบกับเขา และได้รับรู้ถึง
ประสบการณ์ชีวิตอันน่าสงสารเวทนาของเขา ข้าไม่รู้ว่า
ผู้ใดจับตัวปีศาจเป่ยหมิงส่งไปเติมเต็มคุกสมุทรวิญญาณ
การที่เขาออกมาได้ ถือว่าไม่ง่ายเลย อนาคตหลังจากนี้
ให้เขาติดตามข้าเถิด ข้าจะชี้แนะสั่งสอนเขาให้ดีเอง
หากทำอะไรผิดพลาด ข้าจะแบกรับไว้ไม่ปริปาก
นอกจากนี้ข้าจะเป็นผู้ที่จะทำลายเขาด้วยตนเองเช่นกัน
”
“ ขอบพระทัยองค์หญิง!” หนานซาน หวางเยว่ น้ำตา
ไหลนองเอ่อ กระทำท่าทางราวกับว่า มันได้รับการ
ปลดปล่อยหลุดพ้นจากบ่วงกรรมอันเลวร้าย..
ผู้คนต่างมองหน้ากัน
อันที่จริงเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย แม้ว่าจะมีการถกเถียง
กันมากมาย แต่ชินอ๋องโย่วซื่อไม่ได้สนใจ ระหว่างนั้น
เมื่อได้ยินสิ่งที่องค์หญิงโย่วเสี่ยกล่าว บวกกับว่ามัน
ต้องการตรวจสอบศึกษาหนานซาน หวางเยว่ ดังนั้นจึง
กล่าวไปตามความปรารถนาของตนเองว่า “ ดี… ต่อจาก
นี้เจ้าจงเป็นปีศาจรับใช้ของโย่วเสี่ย แต่ทั่วทั้งเป่ยหมิ
งต่างก็รู้กิตติศักดิ์เลวร้ายของเจ้าดี ถ้าเจ้ายังทำเช่นนั้น
อีกจะได้รับโทษอย่างไม่ปรานีเข้าใจหรือไม่?”
“พ่ะย่ะค่ะ! พ่ะย่ะค่ะ!” หนานซาน หวางเยว่ แล้วเอ่ย
อย่างตื่นเต้น ระหว่างนั้นริมฝีปากของมันก็เผยรอยยิ้ม
ออก
ในที่สุดมันก็ทำสำเร็จ
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ