กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 788: ดินแดนใต้ปกครอง
ในที่สุด หนานซาน หวางเยว่ ก็ทำตามความฝันของ
ตนเองได้สำเร็จ แน่นอนว่าตอนนี้อารมณ์ของมันย่อมดี
สุด ๆ และด้วยความเฉลียวฉลาดของมัน มันจึงรู้ดีว่า
พระเอกของวันนี้ไม่ใช่ตนเอง ดังนั้นมันจึงค่อย ๆ ย่องไป
ยืนข้าง ๆ องค์หญิงโย่วเสี่ย แล้วก็ไม่ปริปากพูดอะไรอีก
พยายามทำตัวไม่ให้คนสนใจ
นับจากนี้มันจะเป็นอิสระอย่างแท้จริงแล้ว!!
ผู้คนมองดูปีศาจสมุทรตัวอื่น ๆ ที่กำลังทำตามคำสั่งของ
เจียงเฉิงฮั้วเดินเข้าไปกรงอย่างว่าง่าย
ต่อจากนี้จะเป็นช่วงเวลานั้นตื่นเต้น นั่นก็คือการนับ
จำนวน ‘ตาข่ายวิญญาณมรณะ’
” หลังจากที่ข้าขานชื่อ ตาข่ายวิญญาณมรณะทั้งหมดจะ
ถูกกำจัด” ศาสตราวิถีตาข่ายวิญญาณมรณะจะถูก
ส่งกลับไปยังมหาสมุทรแห่งความตาย
ภายใต้คำสั่งของชินอ๋องโย่วซื่อ ผู้เข้าร่วมแข่งขันที่ถูก
ขานชื่อก้าวออกมาด้านหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อฟังผลเก็บ
เกี่ยวตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาของพวกเขา ชินอ๋องโย่วซื่อ
เริ่มนับจากจำนวนน้อยไปมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ได้
จำนวนน้อย ๆ ล้วนบดขยี้ยันต์แสงทำลายรัตติกาลตั้งแต่
เริ่มต้นการแข่งขัน
หากให้กล่าวถึงความอัปยศ คนกลุ่มนี้ถือได้ว่าน่าละอาย
ที่สุด
ในอดีตทุกครั้งที่มีการแข่งขันสงครามชิงอำนาจแดน
เหนือ ราวกับว่าวิญญาณถูกปลุกให้ตื่น สำหรับบางคนก็
ไม่สามารถเก็บเกี่ยวตาข่ายวิญญาณมรณะได้ ถึงแม้ว่า
จะถูกผู้ชมด้านนอกเฝ้าจับตา แต่พวกคนเหล่านี้ก็ยังไม่
ทราบข้อมูลโดยละเอียด รู้แค่เพียงคร่าว ๆ เท่านั้น
ฉะนั้นผู้คนจึงจดจ่ออยู่ที่ 10 อันดับแรก
ทว่าครั้งนี้แตกต่างออกไป ทุกคนไม่ต้องจดจ่อว่าผู้ใดกัน
แน่ที่จะคว้าตำแหน่งชนะเลิศไปครอบครอง เพราะ
ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เห็นได้อย่างชัดเจนมากอยู่แล้ว
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็ถูกขานชื่อให้ออกมายืนอยู่ด้านหน้า
เช่นกัน ยามนี้ชินอ๋องโย่วซื่อยังไม่รวบรัดให้เขาได้รับ
รางวัล ทว่าเหล่าผู้คนล้วนหมดความสนใจไปจนหมดสิ้น
แล้ว หากไม่ใช่เพราะคนที่อยากเห็นซุ้มจักรพรรดิเป่ย
หมิง เกรงว่าคงกลับไปกันหมดไม่เหลือแม้เพียงเงาอย่าง
แน่แท้
” อู่ อวี้ รวบรวมตาข่ายวิญญาณมรณะได้ 1,073 ชิ้น ”
ในที่สุดชินอ๋องโย่วซื่อก็ประกาศจำนวนตัวเลขตาข่าย
วิญญาณมรณะของ อู่ อวี้ ภายในแววตาของคน
800,000 คนส่วนใหญ่ยังคงเต็มไปด้วยความซึมเศร้า
ระหว่างนั้นก็ยังปะปนไปด้วยความชื่นชมอย่างไม่
สามารถควบคุมได้ อย่างน้อยในหลายปีที่ผ่านมาไม่มีผู้
แข่งขันคนใดสามารถทำได้จำนวนดังกล่าวเลย
ซึ่งงานนี้ อู่ อวี้ คงต้องขอบคุณหนานซาน หวางเยว่
เช่นกัน
ตอนนี้หนานซาน หวางเยว่ หน้าตายิ้มแย้มด้วยเพราะ
มันสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้แล้ว สู่ความสำเร็จ
ของทั้งสอง
ข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดถูกป่าวประกาศ หลังจากนั้น
เวลาผ่านไปได้ 2 ก้านธูป กล่าวได้ว่าจำนวนตัวเลขของ
อู่ อวี้ ซึ่งเป็นอันดับ 1 กับองค์ชายโย่วหยางที่เป็นอันดับ
2 นั้นค่อนข้างห่างกันมาก องค์ชายโย่วเหยียนเป็น
อันดับ 3 , กู่ เฮ่าเฉิน อันดับ 4 , องค์หญิงโย่วเซวียน
อันดับ 5 , เยี่ยน ฉินฉงอันดับ 6 , องค์หญิงโย่วอวี้อันดับ
7 , เจียง ซ่างเยว่อันดับ 8 , องค์ชายโย่วอิงอันดับ 9 คน
ที่อยู่ในสิบอันดับแรกล้วนเป็นองค์หญิงผู้ชาย สิ่งนี้บ่ง
บอกถึงความรุ่งโรจน์ของจักรวรรดิเป่ยหมิงอย่างแท้จริง!
ทว่าช่างน่าเสียดาย ถึงแม้พวกมันจะแข็งแกร่ง แต่ผู้ที่
คว้าอันดับ 1 ไปครองก็คือ อู่ อวี้ ซึ่งก็หมายความว่าเป่ย
หมิงไม่ได้แข็งแกร่งมากมายเท่าไหร่นัก กล่าวได้ว่า
สงครามชิงอำนาจแดนเหนือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่แสดงถึง
ความแข็งแกร่งของคนรุ่นใหม่ในจักรวรรดิเป่ยหมิง
เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ต่ำเตี้ยของ
พวกมันด้วยเช่นกัน
ฉะนั้นถึงต่อให้พวกมันติดอยู่ใน 10 อันดับแรก แต่สีหน้า
ของพวกมันยามนี้ก็น่าเกลียดอย่างที่สุด ด้วยเหตุนี้พวก
มันจึงทำได้ได้เพียงแค่ก้มศีรษะโดยไม่ปริปากใด ๆ
ออกมาเลย ส่วนทางด้านต้วนอี้ซึ่งอยู่ห่างออกไปนั้น อู่
อวี้ ตระหนักดีว่ามันกำลังเฝ้าดูเขาอยู่ เมื่อ อู่ อวี้ หันไป
มอง มันก็รีบก้มศีรษะทันทีไม่กล้าสบตากับเขา
นี่เป็นท่าทางของคนที่พ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์
หลังจากตรวจสอบตัวเลขขององค์ชายโย่วหยางแล้ว ตา
ข่ายวิญญาณมรณะหลายพันชิ้นก็ถูกปลดปล่อยออกไป
อย่างสมบูรณ์ จากการประกาศดังกล่าว ทำให้ผู้คน
จำนวนมากสามารถคาดคะเน 10 อันดับแรกได้ด้วย
ตนเอง
ในอดีตถ้าเป็นช่วงเวลาเวลานี้ ผู้คนจากเป่ยหมิงทั้งหมด
จะตะโกนโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก พวกมัน
ร้องตะโกนขานชื่อผู้ที่ติด 10 อันดับแรก แต่ปัจจุบัน
สายตาของผู้คนกลับไร้ซึ่งความแยแส ราวกับว่าไม่มี
อะไรสำคัญอีกต่อไปเพียงแค่เฝ้ารอชินอ๋องโย่วซื่อ ป่าว
ประกาศจบ ๆ พิธีไปเสียที
ทางฝั่งของชินอ๋องโย่วซื่อก็อยากจะป่าวประกาศให้พิธี
จบไปเร็ว ๆ เช่นกัน ส่วนเรื่องจะจัดการกับ อู่ อวี้
อย่างไรพวกเขาได้ปรึกษาหารือกันอย่างถี่ถ้วนแล้ว แต่
เวลานี้เขาต้องมอบรางวัลก่อน
“อันดับที่ 10 มารับรางวัล!”
“อันดับที่ 9 มารับรางวัล!”
ตอนนี้ผู้เข้าแข่งขัน 10 อันดับแรกได้ถูกเรียกมารับ
รางวัล พวกมันทั้งหมดได้รับศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ และ เม็ดยาจิตเทวะจำนวนมาก
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณสามอันดับแรก นั้นโดด
เด่นอย่างที่สุด! อู่ อวี้ ไม่สนใจว่าบรรดาองค์หญิงองค์
ชายจะได้รับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณสุดยอด
เพียงใด เพราะพวกเขามีศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ระดับสูงมากมายกันอยู่แล้ว
เขาสนใจเพียงแค่ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงของตนเท่านั้น
นอกจากซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง ยังได้รับเม็ดยาจิตเทวะ
กว่าล้านเม็ด และ แต้มผลงาน 500,000 แต้ม!
จากแต้มผลงานกว่า 500,000 แต้ม มันเทียบเท่าได้กับ
เม็ดยาจิตเทวะมากกว่าล้านเม็ดเลยทีเดียว ภายใน
กองทัพหมิงไห่มีสิ่งต่าง ๆ ให้แลกเปลี่ยนมากมาย
แน่นอนว่าสิ่งนี้ถือเป็นรางวัลในกองทัพด้วยเช่นกัน
อันที่จริงแล้วกองทัพหมิงไห่หวังว่าจะมีผู้ใดสักคนได้รับ
รางวัล ซึ่งใครก็ได้ที่ไม่ใช่ อู่ อวี้
เมื่อแลเห็นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณซุ้มจักรพรรดิ
เป่ยหมิงปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนซึ่งที่มีพื้นฐานฝึก
ตนอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า หรือฝูงชนอีก
จำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็พากันเปล่งเสียงฮือฮา ดวงตา
เบิกโพลงด้วยความอิจฉาตาร้อน จับจ้องเพ่งพินิจไปยัง
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณในตำนานของจักรวรรดิ
เป่ยหมิง!
นี่คือสิ่งที่องค์ชายโย่วหยางและพรรคพวกของมันเฝ้า
ใฝ่ฝันปรารถนา ดังนั้นเมื่อ ‘ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง’
ปรากฏขึ้น พวกมันก็หันมามองหน้ากันด้วยดวงตาเบิก
โพลง เนื่องจากพวกมันได้สูญเสียโอกาสที่จะครอบครอง
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ไปเสียแล้ว โดย
พื้นฐานสำหรับผู้ที่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรก ต่าง
ปรารถนาที่จะได้รับ ‘ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง’ มา
ครอบครองทั้งสิ้น
ทว่าช่างน่าเสียดายนัก แม้แต่องค์ชายโย่วหยางก็ไม่อาจ
นำมันมาครอบครองได้
เมื่อ อู่ อวี้ แลเห็นซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง เขาก็รู้สึกว่ามัน
อยู่เหนือความคาดหมายของตนไปเล็กน้อย ศาสตราชิ้น
นี้คือกระบี่ยาวสีดำบริสุทธิ์ ดูเรียบง่ายและสามัญ
เสมือนดั่ง ‘กระบี่ไม้’ ธรรมดา เมื่อมองด้วยตาเปล่าก็ไม่
เห็นสิ่งใดเป็นพิเศษ แรกเห็นเขายังคิดด้วยซ้ำว่าอีกฝ่าย
นั้นตั้งใจนำศาสตราผุๆพังๆมาหลอกตนเอง
ทว่าเมื่อกวาดสายตามองผู้คนที่อยู่โดยรอบ เขาก็พบว่า
‘ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง’ นั้นพิเศษยิ่ง ผู้คนมากมายพากัน
กลั้นลมหายใจเมื่อได้แลมอง อู่ อวี้ จึงพบว่าซุ้ม
จักรพรรดิเป่ยหมิงนั้นเป็นของจริง อย่างน้อย ๆ พวก
องค์หญิงองค์ชายทั้งหลาย ก็ได้แสดงสีหน้าหลงใหล
ปรารถนาออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งพวกมันโหยหาปรารถนาซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงมาก
เท่าไหร่ ความเกลียดชังที่มีต่อ อู่ อวี้ ก็ยิ่งทวีมากขึ้น
เท่านั้น เป็นความโกรธแค้นในจิตใจ ที่ไม่อาจปลดปล่อ
นออกไปได้
” อู่ อวี้ รับซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง” ชินอ๋องโย่วซื่อถือจับ
กระบี่ไม้ด้วยสองมือ ยื่นออกมาเบื้องหน้า อู่ อวี้ เอื้อม
มือออกไปทันที ยามที่มือของเขาสัมผัสกับ ‘ซุ้ม
จักรพรรดิเป่ยหมิง’ ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นที่แผ่ออกมา
แต่มันก็มิได้หนาวเย็นขนาดนั้น
” ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้นนี้ปิดซ่อนตัวตน
อย่างมิดชิดยิ่ง เมื่อไร้ซึ่งผู้ครอบครอง ตวัดวาด ยามนี้จึง
ดูเหมือนว่ามันกำลังจำศีลอยู่ อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ต้องเป็น
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณระนาบบนสุดอย่าง
แน่นอน กระทั่งใกล้จะไปถึงระดับศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภา หากทำพันธสัญญาได้สำเร็จ พลังอำนาจ
ของมันจักต้องมหาศาลยิ่ง การมอบสิ่งดีๆให้กับร่างกลืน
สวรรค์ของเจ้า ก็นับว่าเหมาะสมแล้ว ” หมิงซวงกล่าว
ชื่นชมยกใหญ่
นางถือเป็นผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นย่อมเป็นอย่างที่ว่าแน่นอน
อู่ อวี้ มิได้สงสัยในพลังอำนาจของซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง
แม้แต่น้อย เนื่องจากในท้ายสุดแล้วสิ่งนี้คือสมบัติวิเศษที่
ผู้คนมากมายเฝ้าใฝ่ฝันปรารถนาอยากได้มาครอบครอง
อู่ อวี้ สัมผัสได้ว่าถึงแม้ ‘ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง’ จะอยู่ใน
สภาวะจำศีล แต่มันก็ปฏิเสธร่างกายที่ลุกเผาผลาญไป
ด้วยเปลวเพลิงของเขา
ดังนั้นเมื่อ อู่ อวี้ แตะสัมผัสมัน ศาสตราชิ้นนี้จึงแสดง
ความเป็นปฏิปักษ์ออกมาเล็กน้อย โดยการเพิ่มความ
หนาวเย็นจนนิ้วมือของเขาเริ่มเย็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ทว่า
ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงก็เริ่มสั่นไหวเล็กน้อย แสดง
สัญญาณของการตื่นขึ้นเช่นกัน
” การทำพันธสัญญากับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ชิ้นนี้ ย่อมไม่ง่ายอย่างแน่นอน!” อู่ อวี้ คิดขึ้นภายในใจ
เมื่อรู้ว่าซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงปฏิเสธตนเอง เขาจึงมิได้
ตรวจสอบอย่างตื่นเต้น แต่เลือกที่จะเก็บลงถุงจักรวาล
ทันที ส่วนคนอื่นก็กระทำได้เพียงแลมองอย่างไม่พอใจ
นัก เมื่อซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงตกอยู่ในมือของเขา
” นี่คือเม็ดยาจิตเทวะหนึ่งล้านเม็ด ” จากนั้นชินอ๋องโย่
วซื่อก็มอบรางวัลใหญ่ให้กับ อู่ อวี้ สำหรับแต้มผลงาน
500,000 แต้มยังไม่ใช่ตอนนี้ อย่างไรก็ตามหลังจาก
กลับไปที่กองทัพหมิงไห่ พื้นฐานแล้วแต้มผลงาน
500,000 แต้มนี้ ย่อมถูกบันทึกลงในรายนามของ อู่ อวี้
ยามนี้กล่าวได้ว่าเขามีสิทธิ์กลายเป็นขุนพลโย่วหมิงแห่ง
กองทัพหมิงไห่ไปอย่างสมบูรณ์
เนื่องจากว่าทั้งความแข็งแกร่งและแต้มผลงานของเขา
ผ่านเกณฑ์แล้ว ทั้งยังมีเงินทองอยู่มากมาย ดังนั้นการ
กลายเป็นขุนพลโย่วหมิงจึงไม่ใช่เรื่องยากอันใด
เมื่อทุกอย่างเสร็จสรรพ ชินอ๋องโย่วซื่อก็ป่าวประกาศ
ออกไปอย่างเป็นทางการว่า ” หลังจากช่วงเวลาหกเดือน
แห่งการห้ำหั่นสังหาร บัดนี้สงครามชิงอำนาจแดนเหนือ
ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ! ขอแสดงความยินดีกับ อู่
อวี้ ที่ได้รับสมญานาม ‘อ๋องหมิงน้อย’ หลังจากนี้อีก 10
ปี เราจะมารวมตัวกันที่นี่อีกครั้ง!”
ส่วนงานรื่นเริงเฉลิมฉลองทั้งหมดจะถูกยกเลิก
เนื่องจากว่ายามนี้ผู้คนชาวเป่ยหมิงไม่มีหน้าจะอยู่ที่นี่อีก
ต่อไปแล้ว
” เช่นนั้น ข้าขอเป็นตัวแทนของจักรวรรดิเป่ยหมิง เรียน
เชิญทุกท่าน ไปที่นครหมิง ชาวเป่ยหมิงจะต้อนรับทุก
ท่านอย่างอบอุ่น ” ชินอ๋องโย่วซื่อกวาดสายตาไปทั่วทั้ง
4 ทิศ จากนั้นก็กล่าวกับราชทูตของอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงและขั้วอำนาจอื่น ๆ
ในบรรดาราชทูต ผู้ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือและตัวตนอัน
ยิ่งใหญ่มากที่สุดก็คือผู้บัญชาการกองทัพมังกรเพลิง
ชวีอิ๋น มันรอเวลานี้มานานแล้ว ดังนั้นเมื่อสบโอกาสมัน
จึงลุกขึ้นยืน เมื่อแลเห็นสายตาของฝูงชมจับจ้องมาที่ตน
มันก็กระแอมไอแล้วกล่าวว่า “ เป่ยหมิงให้เกียรติเทียบ
เชิญเรา อย่างไรก็ตามเมื่อสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ
สิ้นสุดลงแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็ต้องขอตัวก่อน เราจะไม่
ไปนครหมิง ครั้งต่อไปที่อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
เป็นเจ้าภาพจัดงานยิ่งใหญ่เช่นนี้ มั่นใจได้เลยว่าเราจะ
ส่งเทียบเชิญไปกับสหายชาวเป่ยหมิง ร่วมรับชมการ
ต่อสู้แข่งขัน แล้วข้าต้อนรับขับสู้ท่านอย่างดี ”
ชินอ๋องโย่วซื่อพยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” หากเป็นเช่นนั้น
ข้าจะไปส่งท่านเอง ”
ชวีอิ๋นยิ้มเล็กน้อย มันกล่าวขึ้นท่ามกลางสายตาของฝูง
ชนว่า ” ก่อนออกเดินทาง ข้ามีเรื่องอยากจะพูด อย่างที่
ทุกคนทราบ อู่ อวี้ มาจากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง และ
นครเซียนจักรพรรดิเพลิง เป็นนครที่อาณาจักรโบราณ
หยียนหวงของข้าเป็นผู้สร้าง ดังนั้นจึงถือเป็นนครบริวาร
ของข้า เช่นนั้น อู่ อวี้ ก็นับเป็นคนของอาณาจักรเหยียน
หวงจักรพรรดิเช่นกัน และวันนี้ข้าอยากจะเชิญตัว อู่ อวี้
กลับไปอาณาจักรโบราณเหยียนหวงพร้อมกับข้า รับการ
ฝึกฝนเพื่อปกป้องอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ประการ
ที่สอง ข้าขอเป็นตัวแทนของอาณาจักรโบราณเหยียน
หวง ขออภัยแทน อู่ อวี้ เนื่องจากว่า เรามิได้มอบ
สภาพแวดล้อมที่ทำให้เจ้าเติบโตได้อย่างปลอดภัย นับ
จากวันนี้อาณาจักรโบราณเหยียนหวง จะกลายเป็นบ้าน
แห่งใหม่ของเจ้าเอง อู่ อวี้ จงกลับมาที่ที่สายโลหิตของ
เจ้าเรียกหา เจ้ามีสายโลหิตแห่งเหยียนหวงลุกไหม้อยู่ใน
กาย ดินแดนเป่ยหมิงอันหนาวเหน็บนี้ ไม่ใช่สถานที่ของ
เจ้า จงก้าวออกมาจากพันธนาการเสียเถิด ยิ่งไปกว่านั้น
หลังจากวันนี้ชาวเป่ยหมิง คงไม่ถือว่าเจ้าเป็นสหายร่วม
เผ่าพันธุ์ที่แท้จริงอีกแล้ว… ”
การที่ ชวีอิ๋น เอ่ยปากพูดไปเช่นนี้นับว่าหยาบคายมาก
จริง ๆ ทว่าท้ายสุดแล้วผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังหมดก็คือ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เพราะทุกจักรวรรดิทุก
แว่นแคว้นล้วนอยู่ในดินแดนโบราณเหยียนหวง ซึ่งเป็น
ปึกแผ่นอันเดียวกัน พวกมันจึงไม่นับว่าสามารถแข่งขัน
อันใดกับอาณาจักรโบราณเหยียนหวงได้ เพราะบรรดา
3 ทวีป อาณาจักรโบราณเหยียนหวงเป็นสถานที่
เจริญรุ่งเรืองมากสุดเลยก็ว่าได้
การที่มันก้าวขึ้นมาเช่นนี้ ก็เพื่อต้องการให้ อู่ อวี้
ครุ่นคิดอย่างชัดเจน ทั้งยังไม่ต้องการให้จักรวรรดิเป่ย
หมิงหลงเหลือเกียรติแม้แต่น้อย
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ