กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 792: ไปพร้อมกับหมู (จบเล่ม6)
ชวีอิ๋นกับพรรคพวกของมันเข้าใจดีถึงการที่ อู่ อวี้
สอบถามไปยังบรรพชนหยาง แต่บรรพชนหยางกลับ
เลือกที่จะไม่ตอบรับ พวกมันต่างรู้ดีว่าการที่ อู่ อวี้
กลับไปยังอาณาจักรโบราณเหยียนหวงถือเป็นเรื่อง
เหมาะสมที่สุดแล้ว
” นับจากวันนี้เป็นต้นไป อู่ อวี้ เป็นคนของอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ทุกคนใจจดใจจ่ออยากจะพบเจอ
กับเจ้าเต็มทีแล้ว เพราะบัดนี้เจ้าได้กลายเป็นตำนาน
แห่งเป่ยหมิง โปรดจงเชื่อมั่นว่าหลังจากที่เจ้ากลับไปที่
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง พวกเราทุกคนจะปฏิบัติ
ต่อเจ้าอย่างคนเหยียนหวง ต่อจากนี้เจ้าจะไม่ใช่คนต่าง
ถิ่นอีกต่อไป เจ้าจะมีบ้านที่แท้จริง อู่ อวี้ เราเป็นคนเห
ยียนหวง เราน่าจะภูมิใจมากกว่าคนอื่น ๆ ” ชวีอิ๋น
กล่าวกับ อู่ อวี้ อย่างพะเน้าพะนอ
แม้ว่า อู่ อวี้ จะไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ แต่คนทั้ง 800,000
ใจจดจ่อด้วยความสงสัย
ภายในหัวใจขององค์หญิงโย่วเสี่ย รู้สึกไม่สบายเป็น
อย่างยิ่ง อันที่จริงแล้วนางไม่อยากให้ อู่ อวี้ จากไปเลย
ทว่านางก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร จึงได้แต่ร่ำไห้ออกมา
เท่านั้น
ตอนนี้ผู้ที่ร้อนใจยิ่งกว่า อู่ อวี้ ก็คือ หนานซาน หวาง
เยว่
ด้วยเพราะมันไม่คิดว่า อู่ อวี้ จะกลับไปยังอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ดังนั้นมันจึงเอ่ยปากขอเป็น
ผู้ติดตามองค์หญิงโย่วเสี่ย ด้วยเพราะไม่คาดคิดว่า
สถานการณ์พลิกผันเช่นนี้ หากมันติดตามนาง เป็นไป
ได้ว่าในภายภาคหน้า องค์หญิงโย่วเสี่ยจะโดนผู้อื่นยุ
แยงตะแคงรั่วชักจูงไดง่าย
ปัญหาใหญ่สำหรับตอนนี้ก็คือใจจริงแล้ว หนานซาน
หวางเยว่ มิได้อยากติดตามองค์หญิงโย่วเสี่ย ผู้ที่มัน
อยากติดตามจริง ๆ ก็คือ อู่ อวี้ แต่ตอนนี้ อู่ อวี้
จะต้องกลับไปยังอาณาจักรโบราณเหยียนหวง มันไม่
ต้องการอยู่คนเดียวในจักรวรรดิเป่ยหมิง
” อู่ อวี้ เจ้าสามารถตั้งเงื่อนไขขึ้นมาได้ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่มี
ทางเลือก แต่ถ้าเจ้าต้องไปอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงจริง ๆ โปรดพาข้าไปด้วย อย่าลืมสิว่านี่คือ
ข้อตกลงตั้งแต่แรกของพวกเรา ข้าช่วยเหลือจนเจ้าได้
เป็นอันดับ 1 ได้รับซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงมา
ครอบครอง เจ้าก็ควรทำตามสัญญา ” หนานซาน
หวางเยว่ รีบเอ่ยด้วยความร้อนใจ
อู่ อวี้ เกือบลืมเรื่องของมันไปเสียสนิท
ตอนนี้ หนานซาน หวางเยว่ ยังคงต้องพึ่งพา อู่ อวี้ ถ้า
เขาเกิดหายไปสักคน มันคงได้รับอันตรายอย่างใหญ่
หลวง
คราวนี้เขาได้รับซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงมาครอบครอง
เพราะความช่วยเหลือของ หนานซาน หวางเยว่ โดย
แท้ ถ้าไม่ใช่เพราะมัน อู่ อวี้ คงไม่มีทางเก็บเกี่ยวผล
กำไรได้มากมายถึงเพียงนี้ เขายังมีสัญญากับอีกฝ่ายที่
เปรียบได้ดั่งภูผากระบี่และทะเลเพลิง นี่คือความ
สัมพันที่เขาต้องรักษาสัญญาอย่างมุ่งมั่น
ฉะนั้นการที่ หนานซาน หวางเยว่ ติดตามตัวเอง
ย่อมจะดีกว่า หากพามันไปด้วยแล้วเกิดมีการต่อสู้ขึ้น
บางทีมันอาจจะช่วยเขาได้ไม่มากก็น้อย
ถึงเวลาที่ อู่ อวี้ จะต้องออกหน้าบ้างแล้ว
ภายใต้สายตาความสนใจของฝูงชน เขาเงยหน้าขึ้น
มองชวีอิ๋นอย่างไม่เกรงกลัวแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” นับเป็น
โชควาสนาของข้า อู่ อวี้ ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก
จักรพรรดิโบราณ จากนี้ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ อู่ อวี้ ก็
จะไม่ลังเล! อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เพื่อปกป้องสหาย
ข้าได้กระทำการโป้ปดไป ปีศาจตนนี้ต้องการจะ
ติดตามข้า แต่เป็นเพราะว่าพลังฝีมือแลอำนาจบารมี
ยังไม่เพียงพอ จึงให้เขาติดตามองค์หญิงโย่วเสี่ยแทน
แต่บัดนี้ข้าต้องไปอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ข้าจึง
ต้องการพาเขาไปด้วย ”
แม้ยามนี้ อู่ อวี้ จะอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่เมื่อ
พิจารณาดูแล้ว หนานซาน หวางเยว่ ก็ได้ช่วยเหลือเขา
ได้มาก ดังนั้นยามนี้มันจึงกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้นว่า
” ขอบคุณทุก ๆท่าน ข้าแค่อยากติดตาม อู่ อวี้ ไปก็
เท่านั้น ข้ารู้สึกเลื่อมใสชื่นชมในตัวเขาเป็นอย่างยิ่ง ข้า
หวังว่าผู้อาวุโสในอาณาจักรโบราณเหยียนหวงจะ
สามารถช่วยเหลือพาข้าออกไปได้ ”
ครั้งนี้องค์หญิงโย่วเสี่ยก็ยังคงจะทำตามความ
ปรารถนาของตัวเขา นางจึงลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยขึ้นว่า “
ปล่อยให้ปีศาจตัวนี้ติดตาม อู่ อวี้ ไปเถิด ในเมื่อผู้ที่มัน
จงรักภักดีอย่างแท้จริงหาใช่ตัวข้าไม่ ”
ชวีอิ๋นกับพรรคพวกของมัน ได้แลเห็นความสามารถ
ของ หนานซาน หวางเยว่ อย่างชัดเจนเช่นกัน เวลานี้
เสมือนกับการซื้อ 1 แถม 1 ผู้ใดเล่าจะหน้าโง่ไม่
ยอมรับ ดังนั้นมันจึงกล่าวขึ้นอย่างยิ้มแย้มว่า “ ถ้า
เช่นนั้นก็ติดตามข้ากลับไปที่อาณาจักรโบราณเหยียน
หวง เจ้าไม่ต้องห่วงตราบใดที่เจ้าติดตาม อู่ อวี้ จะไม่มี
ผู้ใดในเหยียนหวงกล้ารังแกเจ้าแน่ เพราะเวลานี้
อนาคตของ อู่ อวี้ รุ่งโรจน์อย่างที่สุด! ”
เกี่ยวกับเรื่องนี้ อู่ อวี้ ได้ให้คำมั่นสัญญากับ ชวีอิ๋น ไว้
แล้ว ทว่าทั้งหมดทั้งมวลชนนั้นเกิดจาก หนานซาน
หวางเยว่ ที่ได้แสดงความสามารถของตนเองด้วย
เช่นกัน อย่างไรก็ตามเนื่องจาก อู่ อวี้ โดดเด่นเกินไป
จนไปบดบังความสามารถของมัน ดังนั้นตอนนี้หลาย
คนจึงให้ความสนใจเขา
ดังนั้นชาวเป่ยหมิงจึงไม่ค่อยเต็มใจนัก ด้วยเพราะเรื่อง
นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับราชโองการจักรพรรดิโบราณ
ดังนั้นชินอ๋องโย่วซื่อจึงลุกขึ้นแล้วกล่าว ” ไม่ได้
เด็ดขาด เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความรุ่งโรจน์ของ
จักรวรรดิเป่ยหมิง ข้ายินยอมให้ท่านพา อู่ อวี้ กลับไป
แต่ไม่มียอมให้พา หนานซาน หวางเยว่ ติดตามไปด้วย
อีกคน เพราะมันหาได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ”
หากปราศจากราชโองการจักรพรรดิโบราณ ก็ย่อมไม่มี
วันยอม
ชวีอิ๋น คาดเดาต่อไปอีกด้วยว่าพวกมันคงจะแข็งข้อ
มากกว่านี้
อู่ อวี้ ไม่เปิดโอกาสให้พวกมันกล่าวปฏิเสธ ดังนั้นเขา
จึงกล่าวออกไปว่า ” หากเป็นเช่นนั้น ก็นับว่ามีปัญหา
แล้ว ใต้เท้าชวีอิ๋นโปรดทูลจักรพรรดิโบราณด้วยว่า
หาก หนานซาน หวางเยว่ มิได้ติดตามข้าไปด้วย ข้าก็
จะไม่ไปอาณาจักรโบราณเหยียนหวง”
ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะเป็นไปไม่ได้ แต่เขาก็ยังคงเอ่ยมัน
ออกไป ตราบใดที่ อู่ อวี้ แสดงท่าทางต่อต้าน ก็
นับเป็นปัญหากับชวีอิ๋นเช่นกัน
หลังจากได้ยินคำกล่าวของอู่ อวี้ ชวีอิ๋นก็แย้มรอยยิ้ม
ขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจึงมองไปที่ ชินอ๋องโย่วซื่อ พร้อม
กล่าวขึ้นว่า ” ว่าไงนายท่าน เจ้าคิดจะต่อต้าน
จักรพรรดิโบราณงั้นหรือ? หากเจ้าไม่ยอมปล่อยปีศาจ
ตนนี้ อู่ อวี้ ก็จะไม่ยอมไปกับเราด้วย ถ้าจักรพรรดิ
โบราณพิโรธ เจ้าจะแบกรับมันได้หรือไม่?”
กว่าชวีอิ๋นจะได้รับราชโองการจักรพรรดิโบราณมา ถือ
ว่าไม่ง่าย มีหรือที่ยามนี้เขาจะไม่นำมันใช้ให้เกิด
ประโยชน์
อันที่จริงแล้วเมื่อทราบว่าตนได้รับราชโองการ
จักรพรรดิโบราณ มันก็ตกตะลึงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ดังนั้นมันจึงรีบรายงานสถานการณ์ของที่นี่กลับไป
ทันที
ราชโองการจักรพรรดิโบราณ มีเพียงผู้ที่มีตัวตนระดับ
มันเท่านั้นที่เคยสัมผัส หากคิดจะคัดลอกนำมา
ครอบครอง คงเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันเท่านั้น
การต่อต้านราชโองการจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
ถือเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าพวกมันจะมีซักกี่คนหัวก็ไม่มี
ผู้ใดหาญกล้าทำเช่นนั้น และตอนนี้ชวีอิ๋นกำลังใช้
ประโยชน์จากราชโองการ กดดันอยู่เหนือศีรษะของ
ชินอ๋องโย่วซื่อกับโย่วชางและพรรคพวกของมัน
ส่วนทางด้านของหนานซาน หวางเยว่ อันที่จริงแล้ว
ราชวงศ์เป่ยหมิงคิดจะควบคุมบงการมันไว้ในกำมือ
แม้ว่า ชวีอิ๋น กำลังใช้ราชโองการจักรพรรดิโบราณ
กดดันสยบพวกมันอยู่ แต่ชินอ๋องโย่วซื่อก็ยังคิดว่าเขา
ยังพอมีโอกาสคว้าตัว หนานซาน หวางเยว่ เอาไว้ได้
อยู่ ดังนั้นจึงกัดฟันพูด แล้วกล่าวออกไปว่า ”
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง รับสั่งเพียงให้นำตัว อู่
อวี้ กลับอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่งมันหาได้มี
ส่วนเกี่ยวข้องกับ หนานซาน หวางเยว่ แม้แต่น้อย อีก
ทั้งมันยังถือเป็นปีศาจในจักรวรรดิเป่ยหมิงของข้า ไม่มี
เหตุผลที่จะส่งตัวมันไปยังอาณาจักรโบราณของเห
ยียนหวง ”
ชวีอิ๋น กล่าวโต้กลับไปทันทีว่า ” สิ่งสำคัญก็คือ อู่ อวี้
กล่าวว่าหากไม่พาตัวหนานซาน หวางเยว่ไปด้วย เขา
จะไม่ยอมกลับอาณาจักรโบราณเหยียนหวงเด็ดขาด
หากเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นเจ้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ทั้งหมด! ว่าอย่างไรล่ะเจ้าแบกรับผลที่ตามมาไหวงั้น
หรือ! ”
อันที่จริงแล้วมันต้องการพาตัว อู่ อวี้ กลับไปทันที
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ เอ่ยกับมันเป็นการส่วนตัวว่า นี่
เป็นหนทางเดียวที่จะพาตัวปีศาจผู้มีความสามารถ
เช่นนี้กลับไปได้ แน่นอนว่ามันย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ไป
ตราบใดที่ อู่ อวี้ เอ่ยปาก มันจะพยายามทุกวิถีทาง
เพื่อพาตัว หนานซาน หวางเยว่ กลับไป
ดังนั้นมันจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันรุนแรง แฝงไว้
ด้วยโทสะเล็กน้อยว่า ” ชินอ๋องโย่วซื่อ เจ้าช่างบังอาจ
นัก ถ้าไม่ใช่เพราะจอมจักรพรรดิหมิงไห่ ออกเดินทาง
เพื่อแสดงหาเส้นทางสู่เซียนอมตะ แล้วเขารู้ว่าเจ้า
หาญกล้าท้าทายราชโองการจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวง จอมจักรพรรดิคงสั่งให้เจ้าตบหน้าตนเองเพื่อ
สำนึกผิดอย่างแน่นอน! ”
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นว่าชาวเป่ยหมิงมิได้พยายามหาหนทาง
ปกป้องรักษาตนเองไว้ เขาจึงรู้สึกผิดหวังบ้าง ดังนั้น
ยามนี้คงไม่จำเป็นต้องสุภาพอีกต่อไป อู่ อวี้ กล่าวขึ้น
ว่า ” ไม่ว่าจะเหตุผลใด ข้าก็ยังคงยืนยันเช่นเดิมว่า
หากไม่พาหนานซาน หวางเยว่ไปอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงพร้อมกับข้า ต่อให้เป็นพวกท่าน ก็ไม่อาจ
หยุดยั้งการหลบหนีของข้าได้!”
แน่นอนว่าคำกล่าวของเขา ได้เหมารวมถึงคนจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงด้วย
“ปล่อยไปเถิด” บรรพชนหยาง กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียง
เฉื่อยชา เรียบเฉย
การที่เขาเลือกยอมแพ้ อู่ อวี้ เดาว่าชายชราผู้นี้ อาจ
คุ้นเคยความน่าสะพรึงกลัวของจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงมากกว่าคนอื่น ๆ ดังนั้นเขาจึงเลือกจะตัดบท
ยอมแพ้ โดยไม่สนใจคำกล่าวของโย่วซื่อ
“ สำเร็จ” อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ ถอนหายใจ
ออกมาด้วยความโล่งอก อย่างไรก็ตามก็เขาก็ทราบดี
ว่า เมื่อเปรียบเทียบอาณาจักรโบราณเหยียนหวง กับ
จักรวรรดิเป่ยหมิงแล้ว ยังนับว่าอันตรายมาก ทั้งยังมี
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงผู้ลึกลับ หลังจากนี้
อนาคตของพวกเขาจะเป็นเช่นไรคงไม่อาจคาดเดาได้
จริง ๆ บางทีเมื่อเหยียบย่างเข้าไปในอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง อาจจะพบเจอกับจุดจบอันแสน
อเนจอนาถก็เป็นได้
” นับว่าบรรพชนหยางเข้าใจเรื่องราวอย่างแจ่มแจ้ง
ชัดเจน ขอขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ ที่ทำให้
ผู้น้อยปฏิบัติตามราชโองการจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงได้อย่างราบรื่น ” ชวีอิ๋น ถึงแม้ว่ามันจะมิได้หนุ่ม
แน่น แต่เมื่อเทียบกับบรรพชนหยางแล้ว ก็นับว่า
แตกต่างกันมาก
บัดนี้ผู้คนชาวเป่ยหมิงรู้สึกอัปยศเป็นอย่างยิ่ง ต้อง
สูญเสียสมบัติวิเศษอย่างซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงไป
ดังนั้นสีหน้าของแต่ละคนจึงน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง อีก
ทั้งชวีอิ๋น ยังไม่ไว้หน้าเหล่าราชวงศ์เป่ยหมิงแม้แต่น้อย
ยามนี้พวกมันต้องการให้ ชวีอิ๋น รีบ ๆ ไสหัวไปโดยเร็ว
ที่สุด เพื่อปัญหาจะได้จบสิ้นลงเสียที
กล่าวได้ว่าสำหรับจักรวรรดิเป่ยหมิง นับเป็นการ
สูญเสียไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้ว
อู่ อวี้ ถือเป็นคนของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ครึ่งหนึ่ง ดังนั้นการแข่งขันแย่งชิงตัว อู่ อวี้ จึงเป็น
เรื่องยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง
“ถ้าเช่นนั้นก็รีบไปเถอะ” เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ไม่ให้
เรื่องราวยืดเยื้อไปมากกว่านี้ ชวีอิ๋น จึงเร่งรีบเดินทาง
กลับไปอาณาจักรโบราณโบราณเหยียนหวงทันที
เนื่องจากในท้ายสุดแล้ว นี่ถือเป็นความรับผิดชอบของ
มัน หากเกิดความผิดพลาดขึ้น มันจะต้องแบกรับผลที่
ตามมาอย่างใหญ่หลวง
อู่ อวี้ พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายนี้แล้ว
อย่างไรก็ตามก่อนจะไป เขายังไม่ลืมหันไปกล่าวกับ
ชวีอิ๋น ว่า ” ข้ายังไปไม่ได้ ในนามของกองทัพหมิงไห่
อีกทั้งยังเป็นอันดับ 1 ในสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ
ดังนั้นกองทัพหมิงไห่จึงมอบรางวัล 500,000 แต้ม
ผลงานให้แก่ข้า ข้าต้องการเวลาอย่างน้อย 10 วัน เพื่อ
แลกเปลี่ยนเคล็ดวิชาเต๋าที่เป็นประโยชน์กับตัวข้า ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ผู้คนชาวเป่ยหมิง ก็รู้สึกเศร้าสลดหด
หู่มากยิ่งขึ้น อู่ อวี้ ได้รับรางวัลดีมไปากมายเกิน
พอแล้ว อีกทั้งยามนี้เขายังต้องการใช้ 500,000 แต้ม
ผลงานแลกเปลี่ยนสมบัติวิเศษมากมาย สิ่งที่ อู่ อวี้
กำลังทำอยู่ตอนนี้ เทียบเท่ากับการถ่ายโอนถ่ายสมบัติ
วิเศษของจักรวรรดิเป่ยหมิง ไปยังอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง
อย่างไรก็ตามชาวเป่ยหมิงยังไม่ได้ทันตอบสนองอันใด
ชวีอิ๋นก็หัวเราะขึ้น พร้อมกับกล่าวว่า ” เรื่องนี้.. นับว่า
ง่ายดายยิ่ง เจ้าถือเป็นตัวแทนของอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง ในฐานะคนของกองทัพมังกรเพลิง เข้าร่วม
สงครามชิงอำนาจแดนเหนือ จนในท้ายสุดก็คว้าอันดับ
1 มาได้ 500,000 แต้มผลงาน เจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจ
มัน เพราะกองทัพมังกรเพลิงของข้า จะมอบมันให้แก่
เจ้าทันที เมื่อเจ้ากลับไปถึงอาณาจักรบราณเหยียน
หวง จงไปที่กองทัพมังกรเพลิงของข้า สมบัติวิเศษในที่
แห่งนั้นเหมาะสมกับเจ้ามากกว่า! ”
นับว่ามันใจกว้างมากจริง ๆ ทว่าคำพูดของมัน ก็ทำให้
ชาวเป่ยหมิงรู้สึกเศร้าสลดหดหู่อัปยศเป็นอย่างยิ่ง
เป็นอันดับ 1 ในสงครามชิงอำนาจแดนเหนือในนาม
ของกองทัพมังกรเพลิง ไม่ใช่ว่านี่ถือเป็นการบดขยี้
ศักดิ์ศรีของชาวเปย่หมิงจนไม่เหลือชิ้นดีเลยงั้นหรือ?
วันนี้ผู้คนชาวเป่ยหมิงแบกรับความอัปยศมามากเกิน
พอแล้ว ดังนั้นจึงต้องการให้พวกมันรีบ ๆ ไสหัว
ออกไปทันที
เป็นเหตุให้ชินอ๋องโย่วซื่อกล่าวขึ้นว่า ” จงรีบไปเสีย
เราจะแยกย้ายกันแล้ว ไม่ส่ง”
อู่ อวี้ รู้ว่าการเดินทางครั้งใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว
……
จบเล่ม 6 : เป่ยหมิงกลืนสวรรค์ โดยสมบูรณ์ เล่ม
ต่อไปจะเข้าสู่ภาค จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง เปิด
การผจญภัยในอาณาจักรใหม่แห่ง ดินแดนโบราณเห
ยียนหวง อันกว้างใหญ่ ศัตรูที่แข็งแกร่งมากขึ้น เคล็ด
วิชาที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง และการแข่งขันอัน
ดุเดือดเร่าร้อน อู่ อวี้ จะสามารถผ่านมันไปได้หรือไม่
ติดตามพร้อมให้กำลังใจกันได้ใน เล่มที่ 7 : จักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวง… โอ๊ะบอกก่อนเลยว่าพระเอกเรา
จะไม่กากเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไปแล้วเน้ออ ^^
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ