กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 793: ทะลวงสู่จิตเทวะระดับที่ 2
ในสายตาของทุกคน ชวีอิ๋น ไม่ได้ดูรีบร้อน ชาว
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงหลายคนที่อยู่ในที่แห่งนี้
นอกจาก ชวี เฟิงอวี้ แล้ว ทุกคนล้วนมีรอยยิ้มปรากฏ
อยู่บนใบหน้า เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงทำให้พวกเขาทุกคนมีความรู้สึกอยู่เหนือกว่าผู้อื่น
“ออกเดินทางได้!” ในฐานะที่ ชวีอิ๋น เป็นผู้นำ ภายใต้
คำสั่ง ผู้ฝึกตนจากอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ทั้งหมดก็ลุกขึ้นออกจากที่นั่งของตนในฉับพลัน
หลังจากนั้นพลันปรากฎ ชวีอิ๋น นำศาสตราเต๋าวิถีแท้
ของตนเองออกมา เขาเป็นผู้ที่ครอบครองศาสตราเต๋า
วิถีแท้สุดยอดวิญญาณประเภทเรือรบเช่นเดียวกับ โย่
วชาง
ชวีอิ๋น โยนมันออกมาจากแขนเสื้อของตน ฉับพลัน
ลำแสงสีทองลอยออกมา ทันใดนั้นมันก็กลายร่างเป็น
มังกรสีทองขนาดยักษ์โบยบินฉวัดเฉวียนออกมาท่อง
นภา มังกรเทวะตัวนั้นส่องแสงสีทองอร่าม พริบตานั้น
มันได้กลายร่างเป็นเรือรบสีทองที่แสนกว้างใหญ่
ด้านบนตัวของเรือรบสีทองปรากฏเปลวเพลิงสีทอง
กำลังลุกไหม้ เรือรบทั้งลำราวกลายเป็นดวงตะวันที่
กำลังลอยอยู่กลางนภากาศ นำพามาซึ่งความร้อนแรง
สู่ดินแดนอันหนาวเหน็บเช่นจักรวรรดิเป่ยหมิง เปลว
เพลิงที่กำลังลุกไหม้นี้ ทำให้ชาวเป่ยหมิงรู้สึกอึดอัด
ร้อนรุ่มเป็นอย่างยิ่ง
แต่น่าเสียดายที่พวกเขาทำได้เพียงแค่กดความรู้สึก
โกรธและไม่ยินยอมเช่นนี้เอาไว้ วันใดจักรพรรดิโบราณ
เหยียนหวงไม่ค้ำกะลาพวกมันอีกต่อไป พวกเขาจึงจะ
มีโอกาสล้างแค้น
ทว่าวันนี้พวกเขาทำได้เพียงแค่แบกรับความอัปยศอด
สูนี้เอาไว้
“อู่ อวี้ ขึ้นมาบนเรือรบมังกรเพลิงเถิด ” ชวีอิ๋น พาคน
หลายร้อยคนมุ่งหน้าขึ้นไปบนเรือรบมังกรเพลิง
หลังจากผ่านไปไม่นานพวกมันก็พุ่งผ่านเข้าไปอยู่
ภายในม่านเปลวเพลิง ดูเหมือนกับว่าในยามนี้พวกมัน
กำลังถูกเผาไหม้อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงอันร้อนแรงไร้
ที่เปรียบ
ส่วน อู่ อวี้ กับร่างกลืนสวรรค์ของเขา รวมถึง หนาน
ซาน หวางเยว่ ยังคงรั้งอยู่ที่เบื้องล่าง
“ไปเถอะ จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงรับสั่งให้เจ้าไป
ที่อาณาจักรโบราณเหยียนหวงด้วยตนเอง นับว่าหาได้
ยากยิ่ง ด้วยเหตุนี้ ทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้จะไม่
มีผู้ใดไม่รู้จักเจ้าอีกต่อไป เมื่อเทียบกับเจ้าแล้ว ข้ายัง
นับว่าอับแสงยิ่งกว่าเสียแล้ว“
ยังมีอยู่อีกผู้หนึ่งที่รู้สึกโศกเศร้า คนผู้นั้นก็คือองค์หญิง
โย่วเสี่ย ยามนี้ดวงตาของนางกลายเป็นสีแดงก่ำ พร้อม
กับหลั่งน้ำตาออกมาอย่างบีบเค้น อู่ อวี้ ที่ยืนอยู่เบื้อง
หน้าจึงยื่นมือออกไปปาดน้ำตาให้พร้อมกับกล่าวว่า
“ไม่จำเป็นต้องร่ำไห้ไป ข้าไม่ได้จากเจ้าไปตลอดกาล
เสียหน่อย หลังจากนี้ย่อมมีโอกาสพบเจอกันอีกมาก
ไม่ว่าเจ้าคิดสิ่งใดอยู่เจ้าก็ไม่มีทางหลบพ้นสายตาข้าได้
รอไว้ให้ข้าหาวิธียกเลิกวงเวทพันธะโลหิตควบคุม
วิญญาณนี้พบเสียก่อน ข้าจะต้องปลดปล่อยให้เจ้าเป็น
อิสระโดยไม่ลังเล”
“โปรดรักษาตัวด้วย อย่าได้หมดหวังอับจนหนทาง
ตราบใดที่ยังมีชีวิตก็ย่อมต้องมีความหวัง” สุดท้าย
องค์หญิงโย่วเสี่ย เอ่ยกำชับ
“ตกลง เจ้าก็ต้องขยันให้มากกว่านี้นะ” อู่ อวี้ ก็หวังที่
จะได้พบเจอกับนางอีกเช่นกัน นับว่ามีความสามารถ
เหนือกว่าองค์หญิงองค์ชายทั้งหมดของจักรวรรดิเป่ย
หมิงอย่างแท้จริง
หลังจากที่กล่าวถ้อยคำอำลากับ องค์หญิงโย่วเสี่ย แล้ว
อู่ อวี้ กับร่างกลืนสวรรค์ของตนก็บินขึ้นไปบนเรือรบ
มังกรเพลิงของ ชวีอิ๋น พร้อมกับ หนานซาน หวางเยว่
ในพริบตาที่พวกเขาเข้าไปอยู่ใจกลางเปลวเพลิง เรือรบ
ลำนี้ก็หายไปจากคลองจักษุของชาวเป่ยหมิงในทันที
หลังจากที่ อู่ อวี้ และคนอื่นๆขึ้นมาบนเรือรบแล้ว
ชวีอิ๋น ก็ไม่เสียเวลาอยู่ที่นี่อีก เขาบังคับเรือให้บิน
ออกไปจากมหาสมุทรแห่งความตาย แหวกว่ายสาย
วาโย ทะลวงสู่ท้องนภา มุ่งหน้ากลับไปยังทิศทางของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง
อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ ยืนอยู่บนดาดฟ้าของ
เรือรบมังกรเพลิง ฝั่งตรงข้ามของพวกเขาคือผู้ฝึกตน
แห่งอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่งยามนี้ทั้งสองฝ่าย
ต่างเผชิญหน้ากันและกัน
ด้วยตัวตนของ ชวี เฟิงอวี้ เมื่อใดก็ตามที่ อู่ อวี้ มองไป
ที่นาง ทั่วทั้งร่างของเขาจะบังเกิดความรู้สึกหนาวเย็น
ยะเยือก
ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับคนผู้นี้ อู่ อวี้ ก็มักจะนึกไปถึง
ภาพซากศพของนางในคราก่อน
“ข้าคงต้องอยู่ให้ห่างจากนางมากกว่านี้” เขาจึง
พยายามบังคับให้ตัวเองไม่ไปสนใจ ชวี เฟิงอวี้ แน่นอน
ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้สนใจเขาอยู่แล้ว ดูเหมือนกับว่านาง
กำลังจมอยู่ในโลกของตนเอง
”อู่ อวี้ เจ้าวางใจเถอะ จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงมี
ประสงค์ให้นำตัวเจ้ากลับมาที่อาณาจักรโบราณเหยียน
หวงด้วยตนเอง ทั้งยังประทานตำแหน่งให้เจ้าเป็นถึง
ราชอารักษ์ของโอรสเล่ออีก อาจกล่าวได้ว่าเมื่ออยู่
ภายในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ย่อมไม่มีผู้ใดกล้า
ที่จะลงมือกับเจ้า คงทำได้เพียงแค่ลอบลงมือเท่านั้น
เมื่อยามที่เจ้าอยู่ภายในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
นับว่าเจ้าปลอดภัยถึงสิบส่วนแล้ว”
“เป็นเช่นนั้น? ข้าจะจดจำวันนี้เอาไว้ หากมีโอกาสข้า
จะเข้าเฝ้าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเพื่อขอบคุณ
ด้วยตนเอง”
หลังจากที่กล่าวประโยค ทุกคนก็หัวเราะจนตัวโยน
ทางด้าน ชวีอิ๋น เองก็หัวเราะขึ้นมาด้วยเช่นกัน เขา
ไม่ได้มีท่าทีถือตัว ทว่าเขาได้ใช้สายตามองไปที่ อู่ อวี้
ด้วยความสงสาร พร้อมกล่าวว่า “จักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงไฉนเลยจะพบตัวง่ายดายถึงเพียงนั้น แม้ว่าจะ
เป็นโอรสหรือว่าธิดาของท่าน หากคิดอยากจะไปพบ
หน้าก็ราวปีนป่ายขึ้นสวรรค์แล้ว ยิ่งตัวเจ้ายิ่งไม่ต้อง
หวังเลย หากเจ้าอยากจะขอบคุณเขา เพียงแค่เจ้าเงย
หน้าและพูดขึ้นไปบนฟ้าก็พอแล้ว ท่านสามารถได้ยิน
ทุกสิ่งทุกอย่างเพราะว่าไม่มีอะไรจะสามารถหนีพ้น
จากสายตาและหูของท่านได้”
การทำเช่นนี้นับว่าไม่ต่างไปจากการขอพรจากเทพ
เซียนบนสวรรค์เลยจริงๆ
เป็นคนที่น่ากลัวเกินไปแล้ว
แต่กระนั้น อู่ อวี้ ก็ไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนก เพราะเขา
รู้อยู่แล้วว่าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงนั้นย่อมน่า
สะพรึงกลัวอย่างยิ่งแน่นอน
อันที่จริงคำพูดของ ชวีอิ๋น ก็ทำให้เขาสงบจิตใจลงมา
ได้บ้าง เพราะเขากลัวว่าจู่ๆจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงจะมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาและทำให้เขาไม่มีอิสระ
ต่างๆ ทว่าหากอีกฝ่ายไม่ปรากฏตัวออกมาเช่นนี้ เขาก็
ยังคงมีโอกาสในการยกระดับพัฒนาตัวเองในเส้นทาง
แห่งตนได้อยู่ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีจุดประสงค์อะไร เขาก็
ต้องยกระดับตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้ นั่นคือ
เป้าหมายของเขาปัจจุบัน
ราชโองการของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ย่อม
สามารถปรามคนไร้ยางอายที่คิดอยากจะแย่งชิง
มรดกบนตัวเขาบางคนได้
หากอยู่ท่ามกลางต่อหน้าผู้คน อู่ อวี้ ก็ไม่ต้องกังวล
อื่นใดอีก สิ่งที่เขาต้องตระหนักมีเพียงแค่ศัตรูที่ลงมือ
จากมุมมืด แต่หากเขาได้รับความสนใจจาก
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ก็เชื่อได้เลยว่าคงไม่มี
ใครกล้าลอบทำร้ายเขาโจ่งแจ้งเป็นแน่
อย่างน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าผู้ฝึกตนผู้เป็น
ตัวตนสูงล้ำ เขาก็ย่อมไม่ตกเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำอีก
อย่างแน่นอน ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดี
ยามนี้ อู่ อวี้ มีร่างกลืนสวรรค์คอยให้การช่วยเหลือ
จึงทำให้เขามั่นใจเพิ่มมากกว่าเดิมเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ร่างอวตารของเขามีซุ้ม
จักรพรรดิเป่ยหมิงแล้ว แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่สามารถ
กำราบซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงได้ก็ตามที
เขาได้หันไปกล่าวกับ ชวีอิ๋น “ก่อนที่จะเดินทางไปถึง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ข้าอยากจะอยู่เพียง
ลำพัง ข้าต้องการใช้ช่วงเวลานี้เสริมความแข็งแกร่ง
ของข้าให้มากที่สุด”
การไปอยู่ที่อาณาจักรโบราณเหยียนหวงย่อมไม่ใช่
เรื่องที่ง่าย เขาจึงไม่คิดที่จะเสียเวลาไปเปล่าๆ
ชวีอิ๋น นั้นยังคิดที่จะให้ อู่ อวี้ อยู่ใกล้มือของตน
เพื่อที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับเขาให้มากที่สุด แต่ก็เห็นได้
ชัดว่า อู่ อวี้ ไม่ได้ชื่นชอบเขานัก เขาจึงเกียจคร้าน
เกินไปที่จะต้องทนอยู่ในสภาวะที่อึดอัด อย่างไรก็
ตามภารกิจของเขาก็คือการพา อู่ อวี้ กลับไปที่
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ขอเพียงภารกิจลุล่วง
ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นต่อจากนี้ เขาก็ไม่สนใจทั้งสิ้น
“ย่อมได้ ข้าจะจัดเตรียมสถานที่ให้พวกเจ้า เมื่อถึง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงแล้วข้าจะแจ้งเอง ”
สำหรับการเตรียมการนั้นนับว่าง่ายดายยิ่ง ในไม่ช้า
เขาจึงจัดการให้ อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ เข้า
ไปอยู่ในห้องลับได้อย่างรวดเร็ว
เนื่องจากแห่งนี้คือภายในศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณของ ชวีอิ๋น ทำให้ไม่ว่า อู่ อวี้ และคนอื่นจะ
ทำสิ่งใดภายในที่แห่งนี้ ชวีอิ๋น ก็สามารถรู้ได้อย่าง
ชัดเจน ดังนั้นการที่เขาต้องการจะอยู่ในเพียงลำพัง ก็
ย่อมไม่มีปัญหา
และอีกเหตุผลหนึ่งที่ อู่ อวี้ เลือกเช่นนี้ ก็เพราะว่า
พวกมันต้องการที่จะไขความลับบนร่างของเขาและ
หนานซาน หวางเยว่ เป็นแน่ จึงจำต้องหลีกเลี่ยงให้
มากที่สุด
ยามนี้ อู่ อวี้ มาถึงภายในห้องลับในที่สุด เขายังไม่ได้
เก็บร่างกลืนสวรรค์กลับคืน และเนื่องจากเขาไม่คิดที่
จะให้คนอื่นรู้ถึงการคงอยู่ของเจดีย์ล่องกำเนิด เขาจึง
เตรียมดำเนินการอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกก็คือการ
ยกระดับพลังของตน เรื่องที่สองก็คือการกำราบซุ้ม
จักรพรรดิเป่ยหมิง
ความจริงหากเขาเข้าไปอยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด
ยามนี้เขาคงสามารถท้าทายหุ่นเชิดได้มากมาย ทั้งยัง
สามารถเขาไปศึกษาเคล็ดวิชาเต๋าที่อยู่ภายในวิหาร
เต๋าบัญญัติปีศาจได้ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากที่แห่ง
นี้ก็คือศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณของ ชวีอิ๋น
เขาจึงต้องปล่อยเรื่องที่ต้องทำในเจดีย์ล่องกำเนิดไป
ก่อน
ภายในห้องลับเป็นสีเหลืองอร่ามแพรวพราว อู่ อวี้
กับ หนานซาน หวางเยว่ นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกัน ที่
ด้านข้างของเขาเป็นร่างกลืนสวรรค์ ทำให้ยามนี้ในใจ
ของ หนานซาน หวางเยว่ เต็มไปด้วยความอยากรู้
อยากเห็น เขานั่งสังเกตร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ อยู่
ตลอดเวลา
“วิเศษ วิเศษยิ่งนัก! ข้าเติบโตมาจนถึงเพียงนี้ ยังไม่
เคยเห็นร่างอวตารที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้มาก่อน มรดก
ของฉีเทียนต้าเซิ่นช่างน่าทึ่งจริงๆ แม้ว่าเมื่อเทียบกับ
มรดกแม่ทัพสวรรค์เทียนเผิงของข้าแล้ว จะแย่กว่า
เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้มีช่องว่างมากเท่าที่ข้าจินตนาการ
เอาไว้!”
อู่ อวี้ เกียจคร้านที่จะฟังคำคุยโวของมัน เขาจึงเร่ง
จมเข้าสู่ห้วงภวังค์ของตนเองเพื่อที่จะตอบรับการท้า
ทายอันน่าตื่นเต้นที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ วินาทีนี้เขา
เพ่งความสนใจทั้งหมดของตนเองไปที่การทะลวง
ระดับพลังของเขา
ในมือของเขามีเม็ดยาจิตเทวะอยู่หนึ่งล้านเม็ด นับว่า
ตอนนี้ อู่ อวี้ ร่ำรวยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาจึงไม่
จำเป็นจะต้องตระหนี่อันใด เขากลืนกินเม็ดยาจิตเท
วะเหล่านี้เข้าไปทันทีราวกับหลุมดำดูดกลืน พลัง
อำนาจของเม็ดยาจิตเทวะส่วนหนึ่งกำลังควบแน่นอยู่
ภายในตำหนักม่วง อีกส่วนหนึ่งทำให้มหาสมุทรที่อยู่
ภายในตำหนักม่วงสุกสกาวขึ้น แก่นแท้ตำหนักม่วง
ของเขาถูกยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายใต้พลัง
อำนาจของฤทธิ์ยากำเนิดจิตเทวะจำนวนมหาศาล
ในที่สุดเขาก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับจิตเทวะขั้นที่
2 ได้สำเร็จ ซึ่งยามนี้ความแข็งแกร่งของเขานับว่า
เพิ่มพูนไม่น้อย
ในเวลาเดียวกันที่แก่นจิตเทวะของเขาก็ได้แข็งแกร่ง
ขึ้นจนมีพลังอำนาจเทียบเท่ากับอาณาจักรจิตเทวะ
ระดับที่ 9 ซึ่งด้วยการที่มีจิตเทวะเช่นนี้ก็หมายความ
ว่า ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ก็สามารถก้าวเข้าสู่
ขอบเขตใหม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสามารถควบคุม
มันได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วย
หากไม่ใช่เพราะหลังจากที่ อู่ อวี้ ออกมาจากคุก
สมุทรวิญญาณแล้ว ต้องแบกรับแรงกดดันของคน
มากกว่าแปดแสนคน เกรงว่าเต๋าในจิตใจคงไม่
ยกระดับจนสามารถทะลวงระดับพลังได้เช่นนี้
เหตุผลทั้งหมดทั้งปวง จึงทำให้เขาสามารถทะลวง
เข้าสู่อาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 2 ได้อย่างสบายๆ
นี่คือสิ่งที่เขาสมควรได้รับแล้วจากความเพียรมา
ตลอดที่ผ่านมา
เม็ดยาจิตเทวะที่ยังเหลืออยู่ เขาก็ได้แจกจ่ายให้ร่าง
อวตารนอกวิถีทั้งหมดหนึ่งหมื่นร่าง
ร่างอวตารนอกวิถีเหล่านี้กินเม็ดยาจิตเทวะใน
ปริมาณมากจนน่าตกใจไม่น้อย ทำให้ในยามที่ อู่ อวี้
ยกระดับพวกมันจนถึงขีดจำกัด เม็ดยาจิตเทวะที่อยู่
ในมือของเขาก็กลับมาร่อยหรออีกครั้ง
ลองนึกภาพถึงเคล็ดอิทธิฤทธิ์ร่างอวตารนอกวิถีใน
อนาคต ที่ยังคงแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีร่าง
อวตารนับแสนหรือกระทั่งนับล้าน เกรงว่าเมื่อถึง
เวลานั้น เม็ดยาหรือว่าวิญญาณเซียนมีจำนวนมาก
เพียงใดก็คงไม่เพียงพออยู่ดี เขาจึงต้องการทรัพยากร
ฝึกตนอีกเป็นจำนวนมหาศาลเผื่อในอนาคต
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว อาณาจักรโบราณเหยียน
หวงน่าจะเป็นสถานที่สามารถเก็บเกี่ยวทรัพยากรใน
การฝึกตนมาได้มากกว่า
หลังจากที่บริโภคเม็ดยาจิตเทวะไปแล้วมากถึงหนึ่ง
ล้านเม็ด อู่ อวี้ ก็ยกระดับเข้าสู่ขอบเขตใหม่ได้สำเร็จ
ต่อมาก็คือการควบคุมซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง
“ขอแสดงความยินดีด้วยที่เจ้ายกระดับพลังฝึกตนได้
สำเร็จ” หนานซาน หวางเยว่ กำลังสังเกตวิธีการ
ของ อู่ อวี้ จากเงามืด อย่างไรก็ตามก็เห็นเพียงแค่ว่า
อู่ อวี้ นั้นได้ยกระดับพลังฝึกตนเพียงเท่านั้น ดังนั้น
เขาจึงมองไม่ออกว่า อู่ อวี้ ได้ทำการชุบเลี้ยงร่าง
อวตารนอกวิถียังไง ซึ่งหากรู้ เกรงว่าเขาคงจะตก
ตะลึงจนอ้าปากค้างเป็นแน่
เพื่อที่จะกำรามซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง ครั้งนี้ อู่ อวี้ จึง
จำเป็นจะต้องใช้งานจิตเทวะทั้ง 2 ส่วน นั่นก็คือทั้ง
ร่างหลักและร่างกลืนสวรรค์ จะต้องรวมทั้งสองเป็น
หนึ่งเดียวกัน
ถึงจะแบ่งเป็นสอง ทว่าแก่นแท้จิตเทวะของร่างกลืน
สวรรค์ ก็เป็นร่างของเขาด้วยเช่นกัน
ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง
แต่ อู่ อวี้ ก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ