กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 794: จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
“วงเวทที่อยู่บนศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณชิ้น
นี้ช่างมากมายเสียเหลือเกิน ทั้งยังทรงพลังอีกด้วย
หากเจ้าคิดที่จะกำราบศาสตราเต๋าในยามนี้ ข้าว่ามัน
คงจะยากเกินไป” หนานซาน หวางเยว่ กล่าวออกมา
ตรงๆ
แต่คำกล่าวของเขาไม่อาจทำอะไร อู่ อวี้ ได้ อย่างไรก็
ตาม อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเช่นกัน จึงหันไป
กล่าวกับ หนานซาน หวางเยว่ ว่า “ไม่ว่าผลจะเป็น
ยังไง ก่อนถึงอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ข้าก็
อยากจะลองทดสอบดูก่อนสักครั้ง”
เขามีความกระหายที่จะทำให้สำเร็จ
หากทำได้สำเร็จ ลองจินตนาการถึงภาพที่เขาจำแลง
ร่างกลายเป็นเซียนวานรสีทอง ถือพลองหมื่นมังกร
เอาไว้ในมือ เปล่งรัศมีสีทองอร่าม เหยียดหยามทุกสิ่ง
ใต้ฟ้าสวรรค์ ส่วนร่างกลืนสวรรค์มีผมสีขาวนัยน์ตา
โลหิตถือซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงสีดำทมิฬเอาไว้ในมือ
ปลดปล่อยรัศมีอันเย็นยะเยือก ทั้งสองสอดประสาน
กำชัย ประกบคู่ซ้ายขวา ตีฝ่าทะลวงไปทั่วทุกสารทิศ
หนึ่งควบคุมสอง แน่นอนว่าการย่อมแข็งแกร่งกว่าการ
ควบคุมหุ่นเชิดอย่างมหาศาล
ดังนั้นเขาจึงต้องพิชิตซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงให้ได้
ถึงแม้มันจะยากลำบากเพียงไหนก็ไม่อาจจะขัดความ
ปรารถนาและการท้าทายของเขาได้
“จะกำราบซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงงั้นหรือ?” นับว่า
เป็นไปตามที่ อู่ อวี้ คาดเดา ทุกย่างก้าวของเขากับ
หนานซาน หวางเยว่ บนเรือรบมังกรเพลิงลำนี้ ไม่
อาจจะหลุดรอดสายตาของคนอื่นไปได้
“ไม่มีทาง ด้วยขอบเขตพลังฝึกตนของเขายามนี้จะทำ
สำเร็จได้อย่างไร สำหรับซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง อย่าง
น้อยต้องอยู่ในระดับขั้นอาณาจักรจิตเทวะระดับที่ 10
แถมโดยทั่วไปแล้วหากยังไม่ถึงขั้นสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋าก็ยังยากที่จะทำได้สำเร็จ” เหล่าผู้บัญชาการ
กองทัพมังกรเพลิงคนอื่นๆที่อยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้น
“ข้าก็คิดว่าเขาไม่น่าจะมีทางทำได้ แต่ในเมื่อได้รับ
สมบัติที่ล้ำเลิศ ข้าคาดว่าเขาย่อมต้องคิดที่จะลองท้า
ทายดูสักครั้ง” อีกคนกล่าวแทรกขึ้น
ชวีอิ๋น ไม่มีท่าทีตอบสนองอะไร เนื่องว่าเขากำลัง
เพ่งมองอย่างละเอียด สุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะลงเอย
เช่นไร ในช่วงเวลาหลังจากนี้เขาย่อมต้องได้คำตอบ
อย่างแน่นอน
แน่นอนว่าเขายิ้มเยาะขึ้นแล้วกล่าวกับตัวเองในใจ
“เด็กหนุ่มผู้นี้ใจร้อนจนเกินไป มีสมบัติอยู่กับตัวใช่ว่า
จะรีบร้อนจัดการแล้วจะดี นับว่าเป็นการกระทำที่
ไม่ได้เตรียมพร้อมเอาเสียเลยว”
ในใจของเขายังคงเกิดท่าทีดูถูกอยู่บ้าง
ชวีอิ๋น จึงไม่ค่อยให้ความสนใจกับ อู่ อวี้ มากเท่าไหร่
ภายในห้องลับ หนานซาน หวางเยว่ กำลังนั่งอยู่บน
พื้นและรอคอยจับสังเกต ในสายตาของเขาคือ ร่าง
หลัก และ ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ กำลังนั่ง
เผชิญหน้ากัน นี่ก็เหมือนกับ อู่ อวี้ มีดวงตาถึง 4 ดวง
เขาสามารถมองเห็นทุกซอกมุมของกันและกันได้
ยามนี้เขานำซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงที่ตนเองได้รับ
ออกมา ร่างหลักของ อู่ อวี้ ถือส่วนที่เป็นด้าม ส่วนร่าง
กลืนสวรรค์เหยียดมือทั้งสองข้างและยึดจับตรงส่วน
ปลายเอาไว้
บนฝ่ามือของพวกเขาคือซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงที่มีสีดำ
ทมิฬ แก่นแท้จิตเทวะของพวกเขา เคลื่อนที่มุ่งเข้าสู่
ภายในซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง แน่นอนว่าซุ้มจักรพรรดิ
เป่ยหมิงก็ได้ถูกปลุกขึ้นจากการจำศีลในที่สุด สำหรับ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้หรือว่าศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ หากมีใครคิดจะกำราบมัน นับว่าเป็นเรื่อง
ใหญ่ไม่น้อย
ในช่วงเวลาที่ยังไม่ถึงอาณาจักรจิตเทวะ เขาจำต้องใช้
เจตจำนงและจิตวิญญาณในการกำราบศาสตราเต๋าวิถี
แท้ ทว่าหลังจากที่เขามีแก่นแท้จิตเทวะแล้ว การ
เชื่อมต่อกับศาสตราเต๋าวิถีแท้ ก็จะเปลี่ยนมาใช้เป็น
พลังอำนาจจิตเทวะ ซึ่งยามนี้จิตเทวะของ อู่ อวี้ ได้เข้า
ไปภายในโลกของศาสตราเต๋าวิถีแท้ได้โดยตรง
แต่ในครั้งนี้มันแตกต่าง นี่เป็นอีกครั้งที่เขารับรู้ได้ถึง
ความมหัศจรรย์ของร่างกลืนสวรรค์ เพราะว่าในครั้งนี้
ร่างกลืนสวรรค์ทั้งร่างกลับสามารถเข้าไปภายในซุ้ม
จักรพรรดิเป่ยหมิงได้
แน่นอนว่ามีเพียงช่วงเวลาแห่งการกำราบศาสตราเต๋า
วิถีแท้เท่านั้นจึงเกิดเป็นสถานการณ์เช่นนี้ได้ ท้ายที่สุด
ร่างกลืนสวรรค์ก็คือสรรพเทวะวิญญาณ ร่างกายและ
จิตเทวะของสรรพเทวะวิญญาณถือว่าเป็นหนึ่งเดียว
อย่างไรก็ตามร่างกลืนสวรรค์ที่แปรเปลี่ยนไปเป็น
สภาพจิตเทวะคงสภาพไว้ได้ไม่นานนัก เพียงแต่ว่า
ถึงแม้มันจะเป็นเวลาไม่นาน แต่ก็น่าจะเพียงพอในการ
กำราบศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
เนื่องจากว่า ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง ดูท่ายินยอมที่จะ
ถูกเขาพิชิต
ฉับพลันที่ร่างอวตารของ อู่ อวี้ หายไป หนานซาน
หวางเยว่ ก็รู้สึกตะลึง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ชวีอิ๋น ที่อยู่
ด้านนอก
“ร่างอวตารของเขาหายไปไหน? หรือว่าจะเข้าไปอยู่
ภายในถุงจักรวาล?” ชวีอิ๋น นั้นได้เห็นสิ่งต่างๆมาแล้ว
มากมาย ทว่ายามนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะขยี้ตาตนเอง เขา
ไม่กล้าเข้าไปถาม อู่ อวี้ ตรงๆ ดังนั้นจึงได้แต่จ้องมอง
เพียงอย่างเดียว พร้อมกับจดจำรายละเอียดทุกอย่างที่
ได้เห็นและได้ยิน
อู่ อวี้ ไม่ได้สนใจพวกเขาแต่อย่างใด ในขณะนี้เขาเข้า
มาอยู่ภายในโลกของซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงโดย
สมบูรณ์
หลังจากเข้ามาแล้ว ร่างหลักก็ใช้ภาพจำแลงหัวใจวานร
แปลงกลายเป็นเซียนวานรสีทองในทันที ร่างหลักจึง
มาอยู่ในรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับราชันแห่งวานร
อย่างไรก็ตามในครั้งนี้ ที่ด้านข้างของเขาปรากฎเป็น
กลุ่มหมอกสีดำทมิฬอยู่ด้วย ซึ่งนี่ก็คืออสูรกลืนสวรรค์
มันคือร่างกายอีกหนึ่งของ อู่ อวี้
โลกภายในซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง เป็นมหาสมุทรโย่วห
มิง ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับคุกสมุทรวิญญาณอย่างยิ่ง
แต่สิ่งที่ไม่เหมือนก็คือ มหาสมุทรแห่งนี้หนาวเหน็บยิ่ง
เรียกได้ว่ามันหนาวจนเกินไป ส่วนน้ำที่อยู่ภายใน
มหาสมุทรก็เป็นน้ำที่มีสีเขียวเข้ม
ทันทีที่ทั้งสองร่างของ อู่ อวี้ ปรากฎ ทั้งที่ยังไม่ได้เข้า
ไปถึงตรงส่วนที่เป็นน้ำ ทว่าแก่นแท้จิตเทวะก็ถูกแช่
แข็งไปทันที ร่างกายรู้สึกหนึบชาจนขยับเคลื่อนไหวได้
อย่างยากลำบาก
เหมือนกับเป็นคนธรรมดายืนอยู่ท่ามกลางภูมิอากาศที่
หนาวเหน็บก็มิปาน
หากว่าน้ำมหาสมุทรที่นี่ปรากฎคลื่นโหมกระหน่ำจน
กลืนเขาลงไปสู่ใต้ท้องมหาสมุทร เกรงว่าคงจะเป็น
เรื่องที่น่าสยดสยองอย่างไม่ต้องสงสัย
จากจุดนี้จะเห็นได้ว่าซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงนั้นอยู่ใน
ระดับที่สูงกว่าพลองหมื่นมังกรพิภพอนันต์อย่าง
แน่นอน
ทว่าแกนหลักของที่นี่ไม่ใช่น้ำมหาสมุทร เพราะ อู่ อวี้
เห็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่สีดำทมิฬอยู่ทิศที่ห่างไกล
มันคือพระราชวังหลังหนึ่ง ดูเหมือนว่ามันจะตั้งอยู่บน
พื้นผิวของมหาสมุทร เนื่องจากมันลอยขึ้นลงตาม
กระแสของคลื่นน้ำ
อู่ อวี้ ได้ยินเสียงหวีดหวิวและเสียงมังกรคำรามได้
อย่างเลือนราง แม้กระทั่งคลื่นมหาสมุทร ก็ปรากฏอยู่
ที่ใต้ฐานของพระราชวังแห่งนั้นที่เดียว มันทั้งดุร้าย
และเกรี้ยวกราด กระแทกชะล้างบนตัวพระราชวัง
อย่างๆม่มีหยุดหย่อน!
เช่นนั้น พระราชวังหลังนั้นจะต้องเป็นซุ้มจักรพรรดิ
เป่ยหมิงอย่างไม่ต้องสงสัย
วิญญาณศาสตราที่แท้จริงของซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง
ดำรงอยู่ในสถานที่แห่งนั้น
อู่ อวี้ กับ ร่างกลืนสวรรค์ของเขา มุ่งทะยานไปเบื้อง
หน้าโดยไม่ลังเล
ทว่ายามที่พวกเขาเร่งความเร็วขึ้น มหาสมุทรที่อยู่ใต้
เท้าก็ดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมา มหาสมุทรฉับพลัน
แปรเปลี่ยนเป็นอสูรกาย ปลดปล่อยคลื่นโหมกระหน่ำ
ออกมาหยุดยั้ง
คลื่นลูกใหญ่สูงเทียมฟ้า กลายเป็นพายุม้วนกวาดไป
พุ่งสูงขึ้นสู่ฟ้าสวรรค์ อู่ อวี้ และร่างกลืนสวรรค์ ถูก
ระลอกคลื่นของมหาสมุทรนี้ซัดสาดเข้าใส่อย่างจัง
และเป็นดังคาด น้ำของมหาสมุทรในที่แห่งนี้หนาวเย็น
กว่าคุกสมุทรวิญญาณนับร้อยเท่า
“อยากสำเร็จจำต้องทน ถ้าข้ายอมแพ้ดื้อๆ ยามเมื่อถึง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงแล้วจะมีอะไรที่สามารถ
รับประกันชีวิตของข้าได้บ้าง!”
เขาไม่คิดที่จะตายและก็ไม่อยากจะยอมแพ้ด้วยเช่นกัน
ชัดเจนว่าเขาอยากจะมีชีวิตอยู่ภายในอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงอย่างมีศักดิ์ศรี ช่วงเวลานี้เขาไม่
อาจจะถอยหนีได้อีกแล้ว
รอบด้านเต็มไปด้วยความหนาวเย็น จิตเทวะสั่นไหว
จิตสำนึกค่อยๆเสื่อมถอย อู่ อวี้ ประคับประคองจิตเท
วะได้อย่างยากลำบาก แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือร่างกลืน
สวรรค์ที่เข้ามาทั้งร่าง มันไม่เพียงแต่จะไม่ได้รับ
ผลกระทบจากคลื่นความเย็นของน้ำมหาสมุทร มันยัง
สามารถสร้างเป็นม่านคุ้มกันจิตเทวะปกป้องร่างหลัก
ได้อีกด้วย
แม้กระทั่งยังนำพาจิตเทวะของร่างหลักของ อู่ อวี้ ฝ่า
ทะลวงมหาสมุทรเพื่อเข้ากระชั้นซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง
อย่างรวดเร็ว ทำให้ในพริบตานั้นจิตเทวะทั้งคู่ ก็มาถึง
เบื้องหน้าของพระราชวัง
“นึกว่าเป็นสิ่งที่มีตาหามีแววไม่ที่ไหน ถึงจะมีจิตเทวะ
ถึง 2 ดวง ทว่าสามภัยพิบัติค้นหาเต๋ากลับยังไต่ไปไม่
ถึง แต่แล้วก็ยังหาญกล้ามาท้าทายเหล่าฝูผู้นี้?”
ฉับพลันหลังจากที่มาถึงพระราชวังก็ปรากฏซุ่มเสียงดัง
ออกมา เห็นได้ชัดว่านี่คือวิญญาณศาสตราของซุ้ม
จักรพรรดิเป่ยหมิง
“ข้าได้รับเจ้ามาแล้ว นั่นก็หมายความว่าข้ามี
คุณสมบัติที่จะกำราบเจ้า มิฉะนั้นเจ้าคิดว่าซุ้มแห่ง
จักรพรรดิเป่ยหมิงจะตกอยู่ในมือของข้าได้เช่นไร?
แม้ว่าข้าจะไม่ถูกตาเจ้า แต่อย่างน้อยข้าก็เป็นอันดับที่
1 ในสงครามชิงอำนาจแดนเหนือ”
การต่อสู้ยังไม่ทันได้เริ่ม แต่บรรยากาศกลับเข้าตึง
เครียดจนยากจะหายใจเสียแล้ว
การที่ อู่ อวี้ กล่าวมาเช่นนี้ ก็เพื่อข่มขู่ซุ้มจักรพรรดิ
เป่ยหมิงเล็กน้อย เป็นการใช้จิตวิทยาก่อนการเริ่มต่อสู้
ทว่าสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ในเวลาต่อมา พระราชวัง
หลังนี้เริ่มเกิดการสั่นสะท้าน
อิฐและหินเหล่านั้นค่อยๆกลายเป็นกระบี่ยักษ์สีดำ
จำนวนมากมาย และราวกับว่ากระบี่ยักษ์ทมิฬเหล่านี้
เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิตมีความนึกคิดของตน
“ฮึ่ม!”
ช่วงเวลานี้กระบี่พลันพลิกกลับ ต่อมากระบี่ยักษ์ทมิฬ
จำนวนนับไม่ถ้วนก็เข้าถาโถมเข้าใส่ร่างทั้งสองของ อู่
อวี้ ในฉับพลัน!
กระบี่ยักษ์ทำให้ฟ้าดินต้องสั่นคลอน นำพาบรรยากาศ
อันหนาวเหน็บไร้ที่เปรียบมาด้วย ทั่วมหาสมุทรเกิด
ความโกลาหน พลังมหาศาลไร้ที่เปรียบถาโถมเข้าใส่
ร่างทั้งสองของ อู่ อวี้ ที่อยู่กลางนภากาศ จิตเทวะร่าง
หลักของ อู่ อวี้ ไม่สามารถต้านทานพลังอำนาจนี้ได้
เลย เพียงแค่เวลาสั้นๆเขาจึงถูกอีกฝ่ายขับไล่ออกไป
จากโลกของซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงในทันที
ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าขายหน้ามาก อย่างไรก็
ตามนี่ก็ยังแสดงให้เห็นว่าซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงนั้นมี
ความแข็งแกร่งมากเพียงไหน
โชคดีที่ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ เป็นสรรพเทวะ
วิญญาณซึ่งมีลักษณะพิเศษ หลังจากที่ถูกหมื่นกระบี่จู่
โจม ร่างกลืนสวรรค์ของเขาก็กลายเป็นวังวนทมิฬ
ขนาดใหญ่ สกัดกั้นการโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้!
กระบี่ยักษ์บางส่วนได้ถูกดูดเข้าไปภายในวังวนทมิฬนี้
ซึ่งภายใต้การหมุนวนอย่างรุนแรงของวังวนก็ได้ขับส่ง
ให้กระบี่ถูกกยิงสวนกลับออกไปปะทะกับกระบี่ยักษ์
ทมิฬที่กำลังพุ่งเข้ามาอีกระลอก ครู่ต่อมายามที่กระบี่
ยักษ์ทมิฬปะทะกันเอง ได้ก่อให้เกิดเป็นเสียงดัง
กัมปนาทสนั่นหวั่นไหว กึกก้องไปทั่วทั้งโลกหล้า!
การโต้กลับของร่างกลืนสวรรค์นี้ ทำให้ตัวเขารู้สึกตก
ตะลึงยิ่ง!
การต่อสู้ของร่างกลืนสวรรค์ในยามนี้ได้ใช้สัญชาติ
ญาณล้วนๆ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่รู้ว่าขีดจำกัดของร่าง
กลืนสวรรค์นี้อยู่ที่ไหน
แต่ยังโชคดีที่ในขณะที่ร่างอวตารร่างนี้เกือบจะถูกขับ
ออกจากซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง มันก็ค้นพบวิธีรับมือ
เข้าโดยบังเอิญ ทำให้ยามนี้ไม่เพียงแต่จะแก้ไขวิกฤตินี้
ได้ แต่ยังทำให้ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง ต้องแบกรับแรง
กดดันในการปะทะกับการโจมตีของตัวมันเองอีกด้วย!
“ดูถูกไม่ได้เสียแล้ว เจ้าหนูนี่มันร้ายไม่เบา!”
อีกฝ่ายไม่ได้คาดคิดเลยว่าจิตเทวะอีกดวงของ อู่ อวี้
จะร้ายกาจยากที่จะจัดการถึงเพียงนี้!
ยามนี้ อู่ อวี้ ตัดสินใจปล่อยวางยอมให้ร่างกลืนสวรรค์
จัดการด้วยตนเอง
เพราะหากร่างหลักของเขากลับเข้าไป ก็ไม่สามารถทำ
สิ่งใดได้อยู่ดี
ในด้านของการจัดการกับศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ ดูเหมือนว่าร่างกลืนสวรรค์จะมี
ความสามารถที่โดดเด่นยิ่งกว่า
ซึ่งเวลานี้ก็คือสิ่งที่ยืนยันความสามารถของมันได้เป็น
อย่างดี
ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณที่จัดการได้ยากที่สุดเท่าที่ อู่ อวี้ เคยกำราบ
มา หากว่าไม่มีร่างกลืนสวรรค์ เห็นทีเขาคงต้องเข้าไป
อีกนับร้อยรอบพันรอบ
การต่อสู้อันสะเทือนเลือนลั่นของร่างกลืนสวรรค์กับ
ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงในยามนี้ ทำให้ อู่ อวี้ เริ่มมี
ความหวังมากขึ้นเรื่อยๆ
อาจกลายเป็นว่าคงจะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไปที่จะ
กำราบ ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง ได้ในครานี้
——————————–
(´▽`).。o♡เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ