กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 795: เวทย์ตําหนักเซียนพิมานสวรรค์ประทับ
จักรพรรดิเป่ยหมิง
ในเวลานี้ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง แปรเปลี่ยนกลายเป็น
มังกรเทวะทมิฬ ปะทะผสานรวมเข้ากับกลุ่มกระบี่ยักษ์สี
ดำก่อนหน้านี้ เบื้องหน้าร่างกลืนสวรรค์ มังกรเทวะทมิฬ
ได้ก่อรูปเข้าสู่ส่วนสุดท้าย ทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วมันคือ
มังกรเหล็กกล้า! จากนั้นวารีเย็นยะเยือกนับไม่ถ้วนก็ถูก
ผสานรวมเข้าสู่ร่างของมัน
โครงกระดูกเหล็กกล้าค่อย ๆ มีเลือดเนื้อเพิ่มมากขึ้น
ส่งผลให้ยามนี้มังกรเทวะทมิฬเริ่มเห็นรูปทรงโค้งมน
ราบเรียบ อีกทั้งยังแผ่กลิ่นอายหนาวเหน็บสุดขั้ว เพียง
ชั่วพริบตาผืนมหาสมุทรทั้งหมด ก็ผสานหลอมรวมบน
กระบี่ยักษ์ทมิฬจนกลายเป็นมังกรเทวะตนหนึ่ง!
เพียงมังกรเทวะทมิฬตัวนี้หายใจเข้าออก ความเย็นก็
แผ่ซ่านไปในกระแสโลหิต ราวกับจิตวิญญาณกำลังจะ
ถูกแช่แข็งก็มิปาน!
สำหรับร่างกลืนสวรรค์แล้ว ฝ่ายตรงข้ามนั้นแข็งแกร่ง
เกินไป เดิมที อู่ อวี้ คิดว่าตนเองเข้าใจความแข็งแกร่ง
ของฝ่ายตรงข้ามดีแล้ว แต่หลังจากมังกรเทวะทมิฬ
ปรากฏตัว ปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามา
จึงทำให้เขาตระหนักว่า หลังจากนี้การต่อสู้คงทวีความ
รุนแรงมากยิ่งขึ้น การควบคุมซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงไม่ใช่
เรื่องง่ายเลย
บัดนี้ร่างกลืนสวรรค์ กับ มังกรเทวะทมิฬกำลังต่อสู้
ท่ามกลางอากาศที่ว่างเปล่า
” เจ้ามันตัวอะไรกันแน่? เหตุใดถึงมีสมบัติวิเศษและวิชา
อันยอดเยี่ยมมหัศจรรย์มากมายถึงเพียงนี้? ” มังกรเทวะ
ทมิฬจ้องมองร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ พร้อมกับเอ่ย
ถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“ เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้อะไรมาก รู้แค่ว่าข้าเป็นนายเหนือ
หัวของเจ้าก็เพียงพอแล้ว ”
ถ้าต้องการสยบศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ จำต้อง
ทำให้มันเกรงกลัวก่อน
แม้การเผชิญหน้ากับศาสตราเต๋าบางครั้งจะสุภาพ แต่ก็
ต้องทำให้อีกฝ่ายอย่าได้ดูถูกผู้เป็นนาย
“ดี!” อีกฝ่ายยิ้มอย่างเย็นชา จากนั้นก็ม้วนตัวขยายร่าง
พุ่งเข้าโจมตีร่างกลืนร่างกายของ อู่ อวี้ อีกครั้งหนึ่ง
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ไร้ซึ่งพลังโจมตี แต่เขามีความ
แข็งแกร่ง และความสามารถที่ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตี
มามากเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถทำลายร่างกลืนสวรรค์ได้
บ่อยครั้งที่ อู่ อวี้ ได้เปลี่ยนพลังโจมตีของคู่ต่อสู้ย้อนคืน
กลับไป ยกตัวอย่างเช่นกระแสความเย็นยะเยือกสุดขั้ว
ที่เกือบจะทำให้กระแสวังวนของเขาแข็งตัว ทว่า อู่ อวี้
ได้พึ่งพาจิตตานุภาพอันแข็งแกร่งเขาฝืนบังคับห้วงวังวน
หมุนกลับ ย้อนคืนการโจมตีแช่แข็งฝ่ายตรงข้ามแทน
ถึงแม้ว่าการโจมตีนี้จะไม่สามารถสยบคู่ต่อสู้ลงได้อย่าง
เด็ดขาด แต่มันก็ช่วยบั่นทอนความสามารถของฝ่ายตรง
ข้ามลงหลายส่วน กล่าวได้ว่าเป็นการต่อสู้ที่ทั้งสองฝ่าย
ยากจะเอาชนะกันได้ ส่งผลให้การต่อสู้ยังคงดำเนิน
ต่อไป!
ถือเป็นเรื่องยากที่ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ จะสร้าง
ความประทับใจกับซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง!
ปัจจุบันร่างอวตารของเขาก็ได้เข้าร่วมต่อสู้พัวพันกับ
มังกรเทวะทมิฬอย่างบ้าคลั่งด้วยเช่นกัน
ร่างกลืนสวรรค์ กับ ร่างอวตารที่ได้ฝึกฝนกายาเพชร
อมตะ กำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียว ทุ่มเทกำลัง
ทั้งหมดหมายมากพิชิตศัตรู
แม้ร่างกลืนสวรรค์จะเป็นอมตะก็จริง แต่ถ้าทำให้มัน
อ่อนแอจนเข้าสู่สภาวะร่างกำเนิดใหม่ ก็มีโอกาสที่มันจะ
ตกตายไปอย่างสมบูรณ์
ทว่าวิญญาณศาสตราของศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ยังไม่ถึงระดับที่จะทำให้เขาอ่อนแอลงได้ อย่างไรเสียมัน
ก็เป็นแค่วิญญาณศาสตราเท่านั้น
หลังจากการต่อสู้ครั้งใหญ่ ถึงแม้เขาจะยังไม่สามารถ
เอาชนะ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณได้ก็ตาม แต่เขา
ก็สัมผัสได้ว่ามันก็ดูเคารพเขามากขึ้นทีเดียว และ
หลังจากที่ฝ่ายตรงข้ามพิจารณาอย่างถี่ถ้วน มันก็
ตัดสินใจยอมแพ้ แล้วกลายเป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณของ อู่ อวี้ ไปอย่างสมบูรณ์
” หลังจากนี้อีกสองสามปี เจ้าจะภูมิใจกับการตัดสินใจ
ของตนในวันนี้ ข้าจะเป็นเจ้านายที่แข็งแกร่งมากที่สุดใน
ประวัติศาสตร์ของเจ้า ” หลังการต่อสู้สิ้นสุด อู่ อวี้ ก็
กล่าวกับซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง
“ข้าเห็นแล้วว่าเจ้าเป็นคนรุ่นใหม่มากความสามารถ ข้า
จดจำได้แค่สองคนที่มีความมุ่งมั่นเช่นนี้ คนแรกมีพลัง
ฝีมือแข็งแกร่งเหนือล้ำมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะกลายเป็น
เซียนอมตะ คนที่สองเป็นผู้มีพรสวรรค์เหนือธรรมดา
เรียกว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้านี้ก็ว่าได้ ตัวข้าเองก็ไม่แน่ใจว่า
เจ้าจะเหมือนกับคนแรกหรือคนที่สอง แต่ข้าเห็นว่าเจ้ามี
วิชาแปลกประหลาดพิสดารมากมาย ฉะนั้นข้าจะทุ่มเท
กายใจให้กับเจ้าอย่างเต็มที่ ซึ่งก็หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้า
ผิดหวัง ”
“ตกลง” อู่ อวี้ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เขาสั่งให้ร่างกาย
กลืนสวรรค์ถอนตัวจากซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง กลับมาที่
ร่างต้นของตน
“ หมายความว่าอย่างไร? ประสบความสำเร็จแล้วงั้นรึ?
” หนานซาน หวางเยว่ไม่เข้าใจรายละเอียดจึงถามขึ้น
ด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าร่างกลกืนสวรรค์ปรากฎตัว
ขึ้นอีกครา
อู่ อวี้ ไม่จำเป็นต้องตอบมัน เพราะคำตอบของเขาอยู่ใน
มือของร่างกลืนสวรรค์แล้ว ยามนี้ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง
เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง วงเวทจำนวนนับแสนเริ่มปรากฏ
ให้เห็นอย่างหนาแน่นบนศาสตราวุธ ยามนี้บนวงเวทแต่
ละวง มีประกายแสงที่กำลังไหลเวียนเปลี่ยนแปลงอย่าง
ต่อเนื่อง แผ่กลิ่นอายอันหนาวเหน็บสุดขั้วออกมา เมื่อ
ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงเริ่มแสดงพลังอำนาจของมัน
ออกมา ทันใดนั้นเรือรบมังกรเพลิงทั้งลำก็สั่นสะเทือน
อย่างรุนแรง เพราะนี่คือศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ที่มีความแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าเรือรบมังกรเพลิง และ
บัดนี้มันไม่ตื่นขึ้นมาแล้ว
เรือรบมังกรเพลิงเปล่งเสียงคำรามออกมาอย่างน่าเกรง
ขาม ราวกับว่ามันหวาดกลัวต่อซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง
ยามนี้ อู่ อวี้ ร่างต้นยังคงถือกระบี่ของซุ้มจักรพรรดิเป่ย
หมิงเอาไว้อยู่ คนสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นถึงขีดสุด
สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างซุ้มจักรพรรดิเป่ย
หมิงกับร่างต้นของเขานั้นมีมากเกินไป เสมือนน้ำกับไฟ
ที่เข้ากันไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงจะทำได้เพียงให้ร่างกลืน
สวรรค์เป็นผู้ควบคุมซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง หลังจาก
ทั้งหมด ร่างกลืนสวรรค์ไม่มีเจ้าสมบัติธาตุใด ๆ ทั้งความ
แข็งแกร่งและร่างกายยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่าง
หลากหลาย
เมื่อซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงอยู่ในมือของร่างกลืนสวรรค์ ก็
บังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเล็กน้อย เช่นตรงด้ามจับ
ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงกลายเป็นหัวมังกรเหล็กกล้าทีละ
น้อย คมกระบี่ทั้งสองด้านเริ่มแหลมคมมากขึ้นเรื่อย ๆ
จนปรากฏเป็นลักษณะของฟันเลื่อย เฉกเช่นดังฟันมังกร
อันแหลมคม อย่างไรก็ตามแน่นอนว่าส่วนที่แหลมคม
มากที่สุดคือปลายกระบี่
เมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์และอำนาจพลังของซุ้ม
จักรพรรดิเป่ยหมิงนั้น กล่าวได้ว่ามันเหนือล้ำยิ่งกว่า
พลองหมื่นมังกรมากจริง ๆ บัดนี้ความหนาวเย็นสุดขั้ว
ได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งเรือรบมังกรเพลิง หลายร้อยคนที่
สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นนี้ ต่างพากันตัวสั่นเทิ้มไป
ตาม ๆ กัน
เห็นได้ชัดว่ายามนี้ พวกมันรู้แล้วว่า อู่ อวี้ ควบคุมซุ้ม
จักรพรรดิเป่ยหมิงได้แล้ว แน่นอนว่าสิ่งนี้อยู่เหนือความ
คาดหมายของพวกมันไปไกล เมื่อคิดว่า อู่ อวี้ สร้างปฏิ
หารขึ้นอีกครั้ง พวกมันก็หันมามองหน้ากันด้วยความมึน
งง จากนั้นก็ยิ้มให้แก่กันเล็กน้อย
“ อู่ อวี้ ผู้นี้สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับ
ว่าไม่มีสิ่งใดที่เขาทำไม่ได้ ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก หาก
ปล่อยให้เขาเติบโตอยู่ในจักรวรรดิเป่ยหมิง จนแข็งแกร่ง
ยิ่งกว่านี้ ไม่ช้าก็เร็วมันคงกลายเป็นภัยคุกคามต่อเรา
โชคยังดีที่ท่านผู้บัญชาการมีวิสัยทัศน์กว้างไกล
นอกจากนี้ยังต้องขอบพระทัย ราชโองการจักรพรรดิ
โบราณอีกด้วย! ”
” แต่ข้าล่ะไม่รู้จริงๆว่าเหตุใด จักรพรรดิโบราณเหยียน
หวง จึงแต่งตั้งให้ อู่ อวี้ เป็นราชอารักษ์โอรสเล่อ? คิด
เท่าไหร่ก็คิดไม่ตกจริงๆ ”
“ ข้าเชื่อว่ามีผู้คนอีกมากที่รู้สึกสงสัยเช่นเดียวกับข้า
บางทีแม้แต่ผู้บัญชาการกองทัพ ก็อาจจะไม่เข้าใจ”
“ ไม่เพียงผู้บัญชาการกองทัพเท่านั้น แต่ผู้คนในราชวงศ์
เหยียนหวงอีกมากก็คงไม่ทราบเช่นกัน คราแรกพวกเขา
อาจมิได้หวั่นเกรงในตัว อู่ อวี้ มากนัก ทว่ายามนี้มีราช
โองการจักรพรรดิโบราณปรากฏขึ้น หลังจากข่าวนี้
แพร่กระจายไปทั่วทั้งเหยียนหวง นามของเจ้าหนุ่มผู้นี้
คงเรื่องบันลือไปทั่วราชอาณาจักร”
“ เดิมทีผู้บัญชาการกองทัพ ต้องการตรวจสอบว่าเขามี
มรดกเช่นใดอยู่ที่ตัว แล้วสามารถนำมาเป็นของตนเอง
ได้หรือไม่ ทว่ายามนี้จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง รู้สึก
สนุกสนอกใจในตัว อู่ อวี้ ด้วยตนเอง ผู้บัญชาการ
กองทัพจึงไม่สามารถกระทำอันใดได้อีกต่อไปแล้ว หาใช่
เพียงผู้บัญชาการกองทัพเท่านั้น คนอื่น ๆ ที่ปรารถนา
จะสังหาร อู่ อวี้ เพื่อแย่งชิงมรดก ก็คงต้องไตร่ตรองให้ถี่
ถ้วน ว่าการที่จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง เรียกตัว อู่
อวี้ กลับมาเพราะเหตุใด ”
” แล้วการที่ อู่ อวี้ กลับมาอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ในครั้งนี้ จะปลอดภัยกว่าอยู่ที่จักรวรรดิเป่ยหมิงเช่นนั้น
หรือ?”
“ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ท้ายสุดแล้ว ผู้ใดบ้างที่รู้ว่าจะเกิด
อะไรขึ้น ”
“ นอกจากนี้ ด้วยลักษณะนิสัยหยิ่งยโสโอหังของ อู่ อวี้
นับว่าสร้างปัญหาไปได้ทุกที่จริง ๆ ดังนั้นโอกาสมีชีวิต
รอดจึงไม่ค่อยสูงมากนัก ”
“ ทว่าอย่างน้อย ๆ ตอนนี้เขาก็ควบคุมซุ้มจักรพรรดิเป่ย
หมิงได้แล้ว ส่วนเรื่องในอนาคตหลังจากนี้ เราก็ต้องมาดู
กันว่าจะเป็นเช่นไร เพราะอย่างไรเสียยามนี้ เราก็ไม่
สามารถทำอันใดเขาได้ ”
เมื่อปราณอันหนาวเหน็บของซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง
กวาดผ่านไปทั่วทั้งเรือรบมังกรเพลิง ผู้คนจึงยกหัวข้อ
สนทนาเกี่ยวกับเรื่องของเขาขึ้นมาถกเถียงกัน
แน่นอนว่ารวมถึงตัวของชวีอิ๋น ที่ยามนี้กำลังทอดมอง
สายตาออกไปไกล โดยไม่รู้ว่ากำลังคิดอันใดอยู่
ภายในห้องลับนั้น หนานซาน หวางเยว่ กับ อู่ อวี้ร่างต้น
แทบจะถูกแช่แข็งไปทั่วทั้งสรรพรางค์กาย ความเย็นนี้
ทำให้ทั้งสองเนื้อตัวสั่นเทา จนต้องกล่าวขึ้นว่า “ ข้าไม่
อยากจะเชื่อว่าเจ้าจะมีความสามารถมากมายถึงเพียงนี้
ตอนแรกข้าคิดว่า อย่างมากสุดเจ้าก็เป็นได้เพียง
ผู้ติดตามของข้าเท่านั้น ทว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นในยามนี้ ดู
เหมือนว่าเจ้ามีคุณสมบัติมากพอจะเป็นสหายของข้าได้
เลยแฮะ อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าข้าแก่กว่าเจ้า ดังนั้น
เจ้าเรียกข้าว่าพี่ใหญ่น่าจะเหมาะสมกว่า” อันที่จริงแล้ว
การที่ อู่ อวี้ ควบคุมซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิงได้นั้น มันคือผู้
ที่รู้สึกแปลกใจมากกว่าคนอื่น ๆ เนื่องจากมันเห็นกับตา
ของตนเองว่า อู่ อวี้ ถูกดีดกลับออกมาจากซุ้มจักรพรรดิ
เป่ยหมิงอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ อู่ อวี้ จมเข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งวงเวทของซุ้ม
จักรพรรดิเป่ยหมิงอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากวงเวทมีความ
สลับซับซ้อน และมีจำนวนอยู่มากเกินไป การทำความ
เข้าใจวงเวททั้งหมด รวมถึงเพิ่มความชำนาญในการใช้
งานซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง อาจจำเป็นต้องใช้เวลานาน
มาก อู่ อวี้ ต้องพยายามทำความเข้าใจมากที่สุดเท่าที่จะ
เป็นไปได้ ก่อนเดินทางไปถึงอาณาจักรเหยียนหวง
ในบรรดาความสามารถทั้งหมด คุณสมบัติที่ชัดเจนมาก
สุดของซุ้มจักรพรรดิเป่ยหหมิง คือการเปลี่ยนแปลง 2
รูปแบบ รูปแบบที่หนึ่ง คือรูปแบบพื้นฐานอยู่ใน
รูปลักษณ์ของกระบี่ ส่วนรูปแบบที่สองก็คือแส้ยาว
วงเวทแรกที่ อู่ อวี้ ต้องทำความเข้าใจคือวงเวท
เปลี่ยนแปลงรูปแบบ ซึ่งวงเวทเปลี่ยนแปลงนี้ ก็มีความ
ซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ยากจะเข้าใจ
ยามนี้ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ถือจับซุ้มจักรพรรดิเป่ย
หมิงเอาไว้ในมือ เมื่อกระบี่ทมิฬอันหนาวเหน็บอยู่ในมือ
ของร่างกลืนสวรรค์ ผู้มีเรือนผมสีขาวและดวงเนตรสี
โลหิต ความรู้สึกที่แผ่ออกมา ก็ดูประดุจดั่งเทพแห่ง
ความตายผู้คร่าทุกสรรพชีวิตก็มิปาน
เมื่อเขาโคจรพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของตนเอง เข้าสู่
ซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง ศาสตราในมือของเขาก็
เปลี่ยนแปลงจากกระบี่ยาวอันแหลมคม กลายเป็นแส้
หนามเหล็กกล้าในชั่วพริบตา!
หลังจากเปลี่ยนเป็นแส้เหล็ก ร่างกลืนสวรรค์ก็ดูราวกับ
กำลังถือหัวมังกรเอาไว้ในมือ และแส้ยาวเป็นตัวของ
มังกร ส่วนหางของมังกร คือปลายแหลมอันคมกล้า
ประดุจคมหอก เสมือนว่าร่างกลืนสวรรค์ กำลังควบคุม
มังกรเหล็กกล้าตนหนึ่ง ที่กวัดแกว่งฉวัดเฉวียนอย่าง
อิสระ ปลดปล่อยบรรยากาศอันหนาวเหน็บ และเสียง
เสียดสีของเหล็กกล้า ก็มากพอที่จะทำให้หนังศีรษะของ
ผู้คนด้านชา ถึงแม้ว่าจะมีรูปลักษณ์เสมือนมังกร แต่
ความรู้สึกที่สัมผัสได้ ก็ดูประดุจดั่งอสรพิษก็มิปาน
ไม่ว่าจะเป็นกระบี่ยาวหรือแส้ยาว รูปแบบทั้งสองล้วนมี
วงเวทโจมตีระนาบบนสุดเป็นของตนเองสองวง
เทียบเท่ากับมีศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ 2 ชิ้น เมื่อ
พิจารณาจากวงเวทโจมตีทั้ง 4 นี้ ในอนาคตมันจะ
กลายเป็นรูปแบบการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุด
ของร่างกลืนสวรรค์อย่างแน่นอน มีความเป็นไปได้ว่า
ร่างกลืนสวรรค์อาจแข็งแกร่งยิ่งกว่า อู่ อวี้ ร่างต้นไปไกล
ลิบแล้วในยามนี้
และแน่นอนว่าวงเวทโจมตีเป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น
และวงเวทแกนหลักของซุ้มจักรพรรดิเป่ยหมิง มีนามว่า
: เวทย์ตำหนักเซียนพิมานสวรรค์ประทับจักรพรรดิเป่ย
หมิง
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ