กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 800: ตราประทับมุขฟ้าแปรเปลี่ยน
นับตั้งแต่ต้น อู่ อวี้ หาใช่คนอ่อนแอที่ปล่อยให้ผู้อื่นดูถูก
เหยียดหยามยังไงก็ได้ ดังนั้นเมื่อโอรสเหยาคิดมาลูบคม
เขา มันจึงถูกตอบโต้กลับไปอย่างรุนแรง
ด้วยต้นอันสูงส่ง เมื่อถูกฉุดดึงต่ำลงมาให้เสมอกับอีกฝ่าย
แน่นอนว่ามันย่อมรู้สึกโกรธเกรี้ยวอยู่ไม่น้อย สามารถ
แลเห็นได้ว่า ‘คุนหวู่สามจิต’ คุนหวู่สามจิต ที่อยู่ข้าง ๆ
มัน กำลังรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง มันทำเสียงฟึดฟัดสูด
ลมหายใจเข้าออก เสียงนี้ฟังดูหยาบกร้านเป็นอย่างยิ่ง
ในทุก ๆ ครั้งที่สิ้นลมหายใจก็จะบังเกิดเป็นเสียงคำราม
ขึ้น เสียงนี้ดึงดูดความสนใจของผู้คนเป็นจำนวนมาก
” ข้าเพียงผู้เดียว ก็สังหารพวกเจ้าทั้งสามทิ้งได้แล้ว! ”
คุนหวู่สามจิตก้าวไปข้างหน้า ใต้ฝ่าเท้าของมันมีวงเวท
อยู่เป็นจำนวนมาก พื้นเบื้องล่างซึ่งถูกปูทับไว้ด้วยวัสดุ
และสมบัติวิเศษอันล้ำค่า ทว่ากลับเริ่มปรากฏรอย
แตกแยกออกมาให้เห็น
” ดี ในเมื่อ อู่ อวี้ คิดว่าปีศาจของตนจะเป็นผู้คว้าชัย ถ้า
เช่นนั้นข้าจะเล่นสนุกกับเจ้าสักหน่อยแล้วกัน ข้าเองก็
อยากรู้นักว่าผู้ที่สามารถเอาชนะองค์ชายโย่วเหยียนจะ
เก่งกาจสักเพียงใด? ” แม้ว่าโอรสเหยาจะขุ่นเคืองแค่
ไหนมันก็ยังคงสุขุม
อู่ อวี้ ตอบว่า ” เราทั้งสองคู่จะต่อสู้พร้อมกันเลยใช่
หรือไม่? ไม่เลว กระหม่อมจะได้เทียบความสามารถกับ
สหายของกระหม่อม ว่าผู้ใดสามารถชนะฝ่ายตรงข้ามได้
ก่อน? ”
ช่างโอหัง!
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า อู่ อวี้ จะกล้าโอหังกับโอรสเหยาถึง
เพียงนี้! เขาเพิ่งมาที่นี่แท้ ๆ ยังไม่คุ้นเคยกับอุปนิสัยใจ
คอรูปแบบของคนที่นี่ เขาควรจะเจียมเนื้อเจียมตัวดู
ลาดเลาสถานการณ์ไปก่อน ไม่คิดว่าเขาจะโอหังอาจ
หาญถึงเพียงนี้ การกระทำของเขาทำให้ทุกคนรู้สึก
ประหลาดใจมากจริง ๆ อีกทั้งยังทำให้เพลิงโทสะภายใน
ใจของโอรสเหยาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า
เขาจะต้องต่อสู้กับโอรสเหยา ส่วนผู้ติดตามของเขา
จะต้องต่อสู้กับคุนหวู่สามจิต!
ไม่คาดคิดว่าปีศาจผู้หล่อเหลาอย่าง หนานซาน หวาง
เยว่ จะแสดงท่าทาง ‘เย้ยหยัน’ อย่างการกระแทกพัด
พร้อมกับกับยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” ให้ข้าสู้กับเจ้าแมวน้อยผู้
นี้ แค่เลาะฟันของมันออกมาให้หมดปากยังไม่เพียงพอ”
สถานการณ์ในตอนนี้ชักเริ่มดุเดือดบ้าคลั่งไปกันใหญ่ ฝูง
ชนต่างประหลาดใจกับการเสียดสีปะทะคารมที่ระเบิด
ขึ้น จากนี้.. ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่า การต่อสู้ที่กำลังจะ
เกิดขึ้นจะยอดเยี่ยมมากเพียงใด?
อย่างไรก็ตามท้ายสุดแล้ว อู่ อวี้ ก็เป็นเพียงคนนอก การ
ทำให้คนเหล่านี้ยอมรับเขาคงต้องจำเป็นต้องใช้เวลาอีก
พอสมควร ฉะนั้นเวลานี้ผู้คนส่วนใหญ่จึงอยู่ข้างโอรส
เหยา
“โอรสเหยา สังหารพวกมันเลยจะได้ปิดปากเน่า ๆ ของ
พวกมันเสีย!”
” ข้าอยากจะเห็นเหมือนกัน ถ้าชีวิตของแขวนอยู่บน
เส้นด้ายพวกมันจะมีท่าทีอย่างไร อยากจะรู้นักว่าฝีมือ
ของมันจะเก่งกาจเท่ากับฝีปากหรือไม่?”
” เดี๋ยวก็รู้ได้ในไม่ช้า ว่าผู้ใดจะกลายเป็นตัวตลกกันแน่?
”
ผู้ทรงเกียรติอย่างคุนหวู่สามจิต ยังถูก หนานซาน หวาง
เยว่ เปรียบเปรยว่าเป็นเพียงลูกแมวเหมียว เป็นเรื่อง
ธรรมดาที่คุนหวู่สามจิตจะโกรธเครืองมีโทสะยิ่งกว่า ใน
เวลานี้ไร้ประโยชน์ที่จะหยุดมัน มันเดินตรงไปหา หนาน
ซาน หวางเยว่ แล้วจ้องมองด้วยสายตาดุร้ายราวกับจะ
กินเลือดกินเนื้อ การต่อสู้อันดุเดือดคงไม่อาจหลีกหนีได้
ชวีอิ๋นเห็นทุกอย่าง เพราะนี่คือการเผชิญนาคของ
ลูกผู้ชายทั้งสองฝ่าย ตราบใดที่ต่อสู้ยังไม่ถึงขั้นเอาชีวิต
เข้ามาเสี่ยงก็ไม่จำเป็นต้องห้ามปราม นอกจากนี้การ
ประลองวัดฝีมือยังเป็นที่นิยมของอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวง เป็นเรื่องปกติหากจะต่อสู้กันโดยที่ไม่ต้องแม้
จะปริปากเลยใด ๆ สักคำ
อย่างไรก็ตาม ชวีอิ๋น ก็ต้องกระทำให้การประลองนี้ดู
เป็นเรื่องเป็นราว ดังนั้นเห็นมันหยิบลูกบอลทรงกลม
โปร่งแสงออกมาจากถุงจักรวาล แล้วก็โยนมันขึ้นไปบน
ท้องฟ้า
“นั่นมันสนามประลองไร้ลักษณ์!” ผู้คนต่างร้องอุทาน
อู่ อวี้ เหลือบมอง แล้วพบว่ามันคือศาสตราเต๋าชนิด
พิเศษ วงเวทส่วนใหญ่มีไว้เพื่อเพิ่มความทนทาน ไร้ซึ่งวง
เวทโจมตี ถึงแม้มันจะไม่ใช่ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ แต่ก็นับเป็นอุปกรณ์เต๋าที่ไม่เลวเลยทีเดียว
‘สนามประลองไร้ลักษณ์’ ช่างลึกลับน่าอัศจรรย์อย่าง
แท้จริง หลังจากที่ชวีอิ๋นเขวี้ยงขึ้นไปบนฟ้ามันก็ขยาย
ใหญ่ขึ้นทันที ดูราวกับฟองน้ำอันอ่อนนุ่ม แต่กลับไม่
ระเบิดเหมือนฟองน้ำปกติทั่ว ๆ ไป อีกทั้งภายในยังมี
พื้นที่กว้างใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เวลานี้ฟองน้ำทั้งสองฟองได้
กลายเป็นสนามประลองของโอรสเหยา กับ อู่ อวี้ ส่วน
อีกฟองมี หนานซาน หวางเยว่ กับ คุนหวู่สามจิต ทันใด
นั้นเขาก็รู้สึกราวกับว่าถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ฟองน้ำอันบางใสราวกับแก้วนี้เปรียบเสมือนอาณาเขต
กำแพง การที่ชวีอิ๋นนำสนามประลองนี้ออกมาใช้ก็เพื่อ
ป้องกันไม่ให้ อู่ อวี้ ทำลายนครเทวะเหยียนหวงจนพัง
พินาศ เพราะการป้องกันระดับนี้ แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อม
สามารถกดทำลายได้แน่นอน
อีกทั้ง อู่ อวี้ ยังมีร่างอวตารของเขาอยู่ด้วย เท่ากับว่า
เวลานี้ที่นี่มีกันอยู่สามคน ดูเหมือนจะเป็นการต่อสู้ใน
แบบที่เรียกว่าสองรุมหนึ่ง
ด้วยเพราะนี่คือ ‘สนามประลองไร้ลักษณ์’ ดังนั้นจึงไม่
ต้องกังวลว่าผู้อื่นจะโดนลูกหลงจากการต่อสู้จนได้รับ
บาดเจ็บ ขอบเขตของสนามประลองไร้ลักษณ์จะยืด
ขยายออกตามขอบเขตการต่อสู้ ฝูงชนจึงทำเพียงแค่
หลบออกจากอาณาเขตเท่านั้น
หลังจากนี้ผู้คนสามารถรับชมการประลองได้อย่างสบาย
ใจหายห่วง หลังจากข่าวการประลองแพร่กระจาย
ออกไปผู้คนก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะยามนี้เห
ยียนหวงจะมีการประลองดุเดือดเกิดขึ้น ย่อมไม่มีผู้ใด
อยากพลาดการรับชม
ทางฝั่งของ อู่ อวี้ ยังมิได้มีการเคลื่อนไหวอันใด ส่วน
ทางด้านของ คุนหวู่สามจิต กับ หนานซาน หวางเยว่
การห่ำหั่นของปีศาจทั้งสองเรียกได้ว่าแทบจะเป็นศัตรู
กันแล้ว การปะทะกันครั้งแรก พวกมันต่างใช้ร่างมนุษย์
วัดฝีมือของกันและกัน คุนหวู่สามจิตคิดว่าตนสามารถ
จัดการ หนานซาน หวางเยว่ ได้อย่างง่ายดาย ทว่าเพียง
ประมือกันครั้งแรก มันก็รับรู้ได้ในทันที หนานซาน
หวางเยว่ ยากจะจัดการ!
วิชาอภินิหารของ หนานซาน หวางเยว่ นั้นยอดเยี่ยม
เป็นอย่างยิ่ง เช่นวิชาอำพรางตน หรือแม้กระทั่งวิชาลวง
ตาที่มันเคยใช้กับ อู่ อวี้ หลังจากทั้งหมดนี่คือวิชาที่ยาก
จะป้องกันหรือต้านรับได้! แม้ว่าคุนหวู่สามจิตจะมีสาม
หัว ทว่าความแข็งแกร่งของมันอยู่ที่อำนาจทำลายล้าง
ดังนั้นในแง่ของจิตวิญญาณจึงนับว่าอ่อนแออยู่บ้าง
กล่าวได้ว่าการเผชิญหน้ากันระหว่างปีศาจทั้งสอง
หนานซาน หวางเยว่ คือฝ่ายได้เปรียบอย่างใหญ่หลวง!
คุนหวู่สามจิตน่าจะมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะขั้นที่ 10 ซึ่งอู่อวี้คาดว่า หนานซาน หวาง
เยว่ ก็น่าจะมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับนี้เช่นกัน
มิฉะนั้นมันคงมิกล้าเอ่ยปากขอท้าทาย ท้ายสุดแล้วเขา
ยังไม่เคยเห็น หนานซาน หวางเยว่ ลงมือจริง ๆ เลยสัก
ครา
ฝูงชนที่เฝ้าชมการต่อสู้อยู่โดยรอบ พากันแสดงสีหน้า
ประหลาดใจออกมา เนื่องจากว่าอยู่ ๆ คุนหวู่สามจิตก็
เข้าสู่สภาวะบ้าคลั่งอย่างกะทันหัน เห็นได้ชัดว่าจิต
วิญญาณของมันถูกหนานซาน หวางเยว่ก่อกวน ในขณะ
ที่ หนานซาน หวางเยว่ ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ปรากฏตัวขึ้น
เป็นระยะ ๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะ เพิ่งเริ่มการต่อสู้ มัน
ก็แสดงราวกับว่า ตนนั้นคือผู้ควบคุมการต่อสู้ครั้งนี้
เอาไว้แล้ว!
สิ่งนี้ทำให้ฝูงชนรู้สึกตื่นตะลึงอย่างใหญ่หลวง
จิตใจของโอรสเหยาสั่นไหว เนื่องจากเป้าหมายของมัน
ในวันนี้ คือปรารถนาแสดงความสามารถของคุนหวู่สาม
จิตให้เป็นที่ประจักษ์ แต่คุนหวู่สามจิตกลับตกเป็นรอง
พบเจอกับคู่ต่อสู้ตึงมือไม่อาจคาดเดาสถานการณ์ได้แน่
ชัด อย่างไรก็ตามถึงกังวลไปก็ไร้ประโยชน์ เนื่องจาก
ยามนี้ อู่ อวี้ ผู้มีห้วงอารมณ์แตกต่างกันสุดขั้วสองคน ได้
ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของมันแล้ว หนึ่งในนั้นแปลเปลี่ยน
กลายเป็นวานรทองคำในชั่วพริบตา ถือจับพลองหมื่น
มังกรเอาไว้ในมือ ดูยิ่งใหญ่อลังการ เปลวเพลิงทองคำ
แผ่ขยายไปทั่วทุกแห่งหน ถึงแม้ว่าจะเป็นความสามารถ
พื้นฐานของชาวเหยียนหวง แต่เปลวเพลิงของเขากลับ
บริสุทธิ์ยิ่งกว่าใครหลายคน!
ภายใต้วิชาเทียมฟ้าจรดดิน ร่างกายของ อู่ อวี้ ก็ขยาย
ใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นยักษ์ตนหนึ่ง! และบัดนี้ร่างกลืน
สวรรค์กำลังซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเขา ใช้ดวงเนตรสีโลหิต
จับจ้องไปยังโอรสเหยา โดยที่มิได้นำพิมานจักรพรรดิ
เป่ยหมิงออกมา
มันคือการประสานรวมระหว่างร่างทองคำกับดวงเนตรสี
โลหิตอันบ้าคลั่ง! หนึ่งทะนงอหังการ! ส่วนอีกหนึ่งเย็น
ยะเยือก กระหายโลหิต แม้ว่าโอรสเหยาจะมั่นใจใน
ตนเองเป็นอย่างยิ่ง ทว่าความแข็งแกร่งอันน่าตื่นตะลึงที่
อู่อวี้แสดงให้เห็นในเวลานี้ ทำให้มันพบว่า เขาช่างน่า
สะพรึงกลัวยิ่งนัก ดังนั้นมันจึงไม่อาจแบ่งความสนใจไป
ที่การต่อสู้ของคุนหวู่สามจิตได้ เนื่องจากเห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่า อู่ อวี้ แข็งแกร่งพอจะบดขยี้มันได้!
โอรสเหยาตระหนักว่าการต่อสู้ในวันนี้ คงไม่ง่ายอย่าง
แน่นอน! ทว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจากการกระทำของตัวมันเอง
” บางทีมันอาจเป็นโอกาส ให้ข้าได้ผงาดขึ้นท่ามกลางหมู่
โอรส!”
” อู่ อวี้ นับว่าเจ้าควรค่า แก่การเป็นหินให้ข้าก้าว
เหยียบ!”
ต่อให้มีเสียงฝูงชนดังอุทานขึ้นด้วยความตื่นตระหนกมา
จากสนามประลองอีกแห่ง โอรสเหยาก็หาได้สนใจคุนหวู่
สามจิตแม้แต่น้อย เนื่องจากยามนี้ อู่ อวี้ ทั้งสองร่างได้
โจมตีเขาใส่มันอย่างพร้อมเพรียง!
ชั่วพริบตานั้นเองวานรทองคำก็สลัดขนของตนเอง จน
ปลิวว่อนไปทั่วทั้งท้องนภา แปรเปลี่ยนกลายเป็นร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ นับหมื่น ทุกตนล้วนมีอาวุธครบมือ!
“เขตแดนโลหิตกำสรวล!” เพียงเริ่มต่อสู้ เคล็ดวิชาเต๋า
จากวิหารบัญญัติเต่าปีศาจก็ถูกปลดปล่อยออกไปทันที
หมื่นชีวิตระเบิดวิชาเต๋าออกไปอย่างพร้อมเพรียง แม้ว่า
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของร่างอวตารจะอยู่ในระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 4 หรือ 5 เท่านั้น ทว่าเมื่อ
หมื่นประสาน รวมถึงร่างต้นของ อู่ อวี้ ด้วย อำนาจ
ทำลายล้างของมันก็มิใช่เบา!
เมื่อร่างอวตารหมื่นตนปรากฏกาย ขอบเขตของ ‘สนาม
ประลองไร้ลักษณ์’ ก็ขยายขึ้นเช่นกัน ด้วยการขยาย
ตัวอย่างรวดเร็วของสนามประลอง ทำให้ฝูงชนที่เฝ้าชม
การประลองพากันถอยร่นออกไปทันที
บัดนี้ทั่วทั้งสนามประลองไร้ลักษณ์ อัดแน่นไปด้วยพลัง
จากการโจมตีของวิชาเขตแดนโลหิตกำสรวล อู่ อวี้
ควบคุมการโจมตีของตนไว้เฉพาะภายในสนามประลอง
ป้องกันมิให้ฝูงชนโดนลูกหลงไปด้วย ยามนี้ภายในสนาม
ประลองมีเพียงตำแหน่ง ชวีอิ๋น เท่านั้นที่รอดพ้นจาก
การโจมตี!
เพียงชั่วพริบตา ฝูงชนสามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า
บัดนี้ภายในสนามประลองไร้ลักษณ์ ล้วนถูกปกคลุมไป
ด้วยโลหิต ภายในเขตแดนโลหิตกำสรวล เปี่ยมไปด้วย
คลื่นเสียงกังวานฉีกกระชากแก้วหูบาดลึกลงไปถึงจิต
วิญญาณ เสมือนดั่งคมกระบี่จำนวนมหาศาล ที่พุ่งทะลุ
ทะลวงปักแทงเข้าใส่สนามประลองไร้ลักษณ์!
สีหน้าของโอรสเหยาแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ช่วงเวลานี้
มันไม่สามารถสนใจคุนหวู่สามจิตได้อีกต่อไป กระทำได้
เพียงทุ่มเทสมาธิต่อสู้กับ อู่ อวี้ อย่างสุดความสามารถ
เท่านั้น!
“ตราประทับประมุขฟ้าแปรเปลี่ยน!” ชั่วขณะที่อำนาจ
ทำลายล้างจากเขตแดนโลหิตกำสรวลพุ่งอัดกระแทกเข้า
มา มันก็เรียกศาสตราเต๋าวิถีแท้ออกมาทันที ศาสตราที่
ปรากฏขึ้นคือตราประทับสีทองขนาดใหญ่ ซึ่งมีรูปอยู่บน
ตราเป็นขุนเขาทองคำ ด้านบนมีสัญลักษณ์ภาพถูกสลัก
เอาไว้มากมาย ภายใต้การควบคุมของโอรสเหยา
สัญลักษณ์เหล่านั้นเริ่มเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปอย่าง
รวดเร็ว ก่อนที่วิชาเขตแดนโลหิตกำสรวลของ อู่ อวี้ จะ
พุ่งอัดกระแทกเข้าใส่ร่างของมัน ทันใดนั้นตราประทับ
ประมุขฟ้าแปรเปลี่ยนก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าโอรสเหยา
กลายเป็นตราประทับสีทองขนาดใหญ่ ลอยคว้างอยู่
เหนือศีรษะของมัน จากนั้นก็ประทับลงมา โดยการ
ห่อหุ้มปกคลุมโอรสเหยาไว้ภายใน!
การโจมตีทั้งหมดจากวิชาเขตแดนโลหิตกำสรวล พวยพุ่ง
อัดกระแทกเข้าใส่ ‘ตราประทับประมุขฟ้าแปรเปลี่ยน’
อย่างไรก็ตาม ด้วยพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงอันมหาศาล
ของอีกฝ่าย อีกทั้งยังเห็นได้ว่าตราประทับชิ้นนี้คือ
‘ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ’ ด้วยการทำงานอย่าง
รวดเร็วของวงเวท ส่งผลให้การโจมตีจากวิชาเขตแดน
โลหิตกำสรวล ยากจะทะลวงผ่านการป้องกันของฝ่าย
ตรงข้ามไปได้ในช่วงเวลาสั้น!
“กระบี่กงล้อตะวันไร้ขอบเขต!”
เห็นได้ชัดว่าโอรสเหยาไม่ต้องการให้ อู่ อวี้ ยึดความ
ได้เปรียบตั้งแต่ช่วงเริ่มการต่อสู้ หลังจากนำศาสตราวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณออกมาก มันก็ตอบโต้ อู่ อวี้ กลับไป
ทันที เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ ‘ตราประทับประมุขฟ้า
แปรเปลี่ยน’ ห่อหุ้มปกป้องมันจากการโจมตีของ อู่ อวี้
ศาสตราที่ปรากฏขึ้นในมือของมันคือกระบี่หนักทองคำ
ส่วนที่เด่นชัดมากที่สุดของกระบี่หนักเล่มนี้คือด้ามจับ
กับคมกระบี่ มันถูกสร้างขึ้นมาอย่างสลับซับซ้อน มีวง
เวทวาดประทับอยู่จำนวนนับไม่ถ้วน นอกจากนี้ยังมีวง
แหวนที่ส่องประกายดุจอัญมณี แสงนี้ดูเสมือนดั่งกงล้อ
ทองคำ ที่กำลังหมุนวนอย่างต่อเนื่อง ในทุก ๆ ทั้งครั้งที่
หมุนวน วงเวทบนใบกระบี่จะเปล่งประกายรัศมีแสงเจิด
จ้า ปลดปล่อยอำนาจผันผวนออกมาอย่างรุนแรง!
ระหว่างที่ตราประทับประมุขฟ้าปกป้องร่างกายของมัน
อยู่ โอรสเหยาก็ถือ ‘กระบี่กงล้อตะวันไร้ขอบเขต’ ไว้ด้วย
มือทั้งสองข้าง! เมื่อกระบี่ถูกวาดออกไป ก็บังเกิดเป็น
ลำแสงกระบี่ตวัดฟันผ่าออกไปตามวิถีโค้ง ด้วยการโจมตี
ครั้งนี้ทำให้ร่างอวตารหลายร้อยร่างของ อู่ อวี้ ถูกผ่า
เป็นสองส่วน!
“จงตายซะ!” โอรสเหยาโจมตีด้วยความมั่นใจ เพราะการ
โจมตีของ อู่ อวี้ ไม่มีผลกับมันแม้แต่น้อยนิด
อู่ อวี้ รู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ซึ่ง
เขาก็มิได้หวาดกลัวความท้าทายเช่นกัน
หูวววว!
ผู้คนร้องอุทานขึ้นเป็นคราวนี้ ทว่าไม่ใช่เพราะ อู่ อวี้ แต่
เพราะเป็นคู่ของคุนหวู่สามจิต กับ หนานซาน หวางเยว่
ได้กลายร่างขณะต่อสู้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
——————————–
(´▽`).。oเพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ